นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนสิบเอ็ด

                                                    // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘           ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  // 

             ตอนบ่ายหลังจากทำงานบ้านอื่นๆเสร็จแหน๋นเดินเข้ามาในครัวเห็นยายเปกำลังทำเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรอยู่ก็ยิ้มหวานประจบเพราะนึกอยากจะทานของหวานเย็นๆขึ้นมาบ้าง  บอกยายเปว่าอยากจะทานวุ้นกะทิใส่ใบเตยหอมๆหรือวุ้นมะพร้าวเย็นๆแต่ยายเปบอกว่าให้ทำกินเอง 

              แหน๋น :  แหม..ทำน่ะทำได้แต่..ไม่อร่อยเท่าป้าทำ นะป้านะ     พูดอ้อนพลางทำท่าทางอ้อนๆ แต่ยายเปแค่เหลือบแล้วถอนหายใจแบบหงุดหงิดใส่ตอบปฏิเสธอีกว่าไม่ว่างทำให้  แหน๋นทำหน้ามุ่ยพร้อมกับถอนหายใจแบบถูกขัดใจแสร้งทำเป็นงอนแล้วเดินไปหยิบเอากระบอกน้ำในตู้เย็นเพื่อจะรินน้ำดื่ม ไม่ทันไรสารัตน์เดินเข้ามาจึงหันไปยิ้มให้ปรับเปลี่ยนอารมณ์ไม่ได้ดังใจเป็นอารมณ์ดีทันที

             แหน๋น :  กลับมาแล้วเหรอพี่ วันนี้ไปไหนมาทำไมกลับช้ากว่าเมื่อวานล่ะ?      ถามแบบไม่คิดอะไรพร้อมกับมองสารัตน์ที่เดินไปหยิบแก้วน้ำเพื่อจะเอามารินใส่น้ำดื่ม 

             สารัตน์  :  กลับช้ากลับเร็วแล้วแต่แผนของเจ้านาย ทำหน้าที่ขับรถอย่างเดียวก็พอ. แล้ววันนี้ไปแถวพระรามสองมา         ตอบแบบกวนๆเพราะคิดว่าแหน๋นถามแบบกวนๆแล้วหยิบเอากระบอกน้ำที่แหน๋นพึ่งวางเมื่อครู่รินน้ำใส่แก้ว

แหน๋นหุบยิ้มทันทีถอนหายใจแบบถูกขัดใจอีกครั้งมองสารัตน์แบบเหวี่ยงๆรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาจริงๆทำหน้ามุ่ยพร้อมกับบ่นว่า ” วันนี้เป็นอะไรเจอแต่คนกวนประสาท ”  สารัตน์หัวเราะขำพอจะเดาได้ว่าคงถูกยายเปเอ็ดไปแล้วรอบหนึ่งก่อนที่เขาจะเดินเข้ามาแล้วแน่ๆ   แหน๋นทำสายตาเหวี่ยงใส่สารัตน์อีกครั้งอย่างงอนๆแล้วเอาแก้วไปล้าง  ยายเปอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยยังทำเป็นไม่ใส่ใจแหน๋นแต่ถามสารัตน์ว่าคุณผู้ชายขึ้นบ้านไปหรือยังสารัตน์ตอบว่าใช่จึงหันไปบอกแหน๋นว่าให้เตรียมเครื่องดื่มเพื่อเอาเข้าไปเสิร์ฟพูดเสร็จก็เดินออกจากครัวไป  แหน๋นตอบรับคำสั้นๆว่า “จ้ะ”   แต่ก็ยังทำหน้ามุ่ย 

               แหน๋น : เออนี่พี่ คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงให้พี่ไปรับคุณบัวมาทานข้าวที่บ้านด้วยมั้ย?    เปลี่ยนโหมดอารมณ์อีกครั้งกลับเข้าสู่โหมดปรกติขณะเดินไปหยิบเอาเหยือกใส่น้ำตะไคร้ที่ยายเปพึ่งทำเสร็จเมื่อครู่ไปเก็บในตู้เย็นเพื่อแช่  เพราะกว่าคุณผู้ชายจะทำธุระส่วนตัวเสร็จก็คงจะอีกสักพัก

               สารัตน์ : ไม่ คุณผู้ชายบอกว่าคุณบัวจะไม่มาที่บ้าน 

              แหน๋น :  ว้า..            ทำหน้าเสียดายแต่ครู่หนึี่งก็ถามต่อ    ”  อืม.แต่ทุกครั้งคุณบัวก็แวะมานี่ ทำไมคราวนี้ทำไม่ถึงจะไม่มา  ”      พูดพลางทำหน้าคิดและมองหน้าสารัตน์หากได้คำตอบด้วยก็จะดี  

             สารัตน์ :  ไม่รู้. เรื่องของเจ้านาย จะถามซักไซ้ไปทำไม  คุณบัวเธอจะมาหรือไม่มาก็ไม่แปลกเพราะมาทำงาน  เอ็งมีงานต้องทำก็ทำงานของเอ็งไปสิถามโน่นถามนี่ซักไซ้ไปทำไม?.เห๊อ!..     พูดพลางขมวดคิ้วแบบทำรำคาญประมาณว่ากวนอารมณ์แหน๋นด้วยเล็กน้อย พูดเสร็จก็เดินออกจากครัวไปอีกคน แหน๋นทำหน้าเหวอแล้วพูดไล่หลังสารัตน์ไป

             แหน๋น :  เอ๊า.. ทำไมจะถามไม่ได้ล่ะอยู่บ้านเดียวกันก็ต้องถามต้องไถ่ความเคลื่อนไหวกันบ้างสิ.เอ๊อ!..        ขมวดคิิ้วทำหน้ามุ่ย  ถูกยายเปยอกย้อนนั้นปรกติแต่วันนี้ถูกพี่สารัตน์ยอกย้อนเข้าให้อีกคน   ” วันนี้เป็นวันซวยอะไร?. ”   บ่นคนเดียวในใจ 

สุรีพรเดินเข้ามาในครัวเพื่อจะดูเครื่องดื่มที่ยายเปทำไว้แต่เมื่อแหน๋นบอกว่าเรียบร้อยแล้วและกำลังเตรียมให้จึงเดินออกไปกอปรกับได้ยินเสียงรถยนต์ของลูกชายคนเล็กแล่นมาจอดตรงหน้าบ้าน  สารัตน์รีบวิ่งไปเปิดประตูรั้วหน้าบ้านทันทีเมื่อเดินออกมาแล้วเห็นว่ารถยนต์ของคุณไทแล่นเข้ามาจอดและรอให้เปิดประตูให้พอดิบพอดี วันนี้ไทกลับเร็วเพราะเข้ามาเพื่อเตรียมตัวจะไปงานเลี้ยงมงคลสมรสญาติของเพื่อนและเขาก็รู้จักเพียงแต่ไม่สนิทเมื่อจอดรถเสร็จก็เดินตรงขึ้นบ้านไป  สุรีพรฉงนเล็กน้อยเมื่อเดินออกมาแล้วเห็นว่าลูกชายคนเล็กเดินขึ้นบ้านไปแล้ว เธอทราบเมื่อวันก่อนว่าวันนี้เขาจะไปงานแต่งงานเพียงแต่แปลกใจที่เขากลับเข้าบ้านเร็วกว่าที่ควรจะเป็น  ทำหน้าฉงนอยู่ครู่หนึ่งก็เดินเข้าไปในครัวอีกเพื่อจะเตรียมเครื่องดื่มไว้ให้เขาด้วยอีกคน   

                                                 // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘            ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //  

              ปอกับบัวมาถึงคอนโดก็เกือบจะห้าทุ่มรถทัวร์โดยสารที่บัวนั่งมาเข้าเทียบท่าช้ากว่าที่กำหนดไปราวสิบห้านาทีทั้งคู่จึงแวะทานก๋วยเตี๋ยวกันก่อนจะที่เข้ามา  ปอช่วยยกเอากระเป๋าของเพื่อนเข้าไปเก็บในห้องนอนส่่วนบัวเอาของฝากที่หิ้วมาไปเก็บในครัวแน่นอนมีผลไม้จากสวนและปลาส้มที่ปอร้อง ขอแม้จะพูดทีเล่นทีจริงแต่บัวก็ซื้อมาให้  เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จสองสาวก็ข่วยกันปอกผลไม้เพื่อรับประทานและดูรายการทีวีไปเพราะต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้สึกง่วงแม้จะรู้สึกว่าเหนื่อยอยู่บ้างก็ตามและยังอยากนั่งคุยกัน 

              ปอ : เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นไปกินข้าวข้างนอกกัน มีร้านที่อยากพาไปกิน  เป็นร้านสเต็กสลัดเขาก็อร่อย         บอกเพื่อนยิ้ม

            บัว :  เกรงใจจัง ไปบ้านเพื่อนๆเลี้ยงหมูกระทะกับผลไม้ในสวน แต่มาที่นี่จะเลี้ยงสเต็กกับสลัดกันเลยเชียว        พูดปนขำพลางหัวเราะทำหน้าล้อเลียน   ปอหัวเราะขำ

            ปอ : เอาน่าไม่ต้องเกรงใจ บอกเลยว่าอร่อย จัดเลยเต็มที่!     รับมุกเพื่อน พูดเสร็จก็หัวเราะขำ

บัวก็หัวเราะและบอกว่าโอเคพร้อมกับเลิกคิ้วสูงเป็นการตกลง  สัปดาห์ก่อนแชทข้อความบอกปอว่าจะเข้ากรุงเทพฯและขอใช้รถยนต์ของปอด้วยซึ่งปอไม่ปฏิเสธ แน่นอนปอไม่เคยปฏิเสธและหลายครั้งยังบอกบัวว่าให้ใช้รถยนต์ของเธอได้  

            บัว :  พรุ่งนี้จะจัดหนักเต็มที่ให้อิ่มแปล้กันไปเลย.       พูดต่อเมื่อเห็นว่าปอยังหัวเราะและทำหน้าล้อเลียนกันอยู่  เมื่อมาอยู่ด้วยกันหรือเจอหน้ากันก็ได้พูดแกล้งเย้าแหย่กันบ้างเป็นแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรตั้งแต่ที่ได้รู้จักกันแล้ว     “ แล้วจะกลับเข้ามาที่คอนโดก่อนหรือจะให้ไปรับแล้วไปที่ร้านกันเลย?  “  ถามเพื่อนต่อเพราะเวลาเลิกงานของปอข้ากว่าเวลาปรกติ 

           ปอ : ไปรับที่ห้างเลยแล้วกันแล้วไปกันเลย เพราะเลิกงานเสร็จก็คงจะหิวเลยทันที เรื่องหิวนี่ช้าไม่ได้เรื่องกินนั้นเรื่องใหญ่        พูดเสร็จก็หัวเราะอีก

บัวตอบรับว่าโอเคและพยักหน้าแล้วจิ้มผลไม้ขึ้นมาทานถามปอเรื่องงานบ้าง  ปอบอกว่างานก็เรื่อยๆเหมือนเดิมและช่วงนี้ต้องออกไปพบลูกค้าข้างนอกด้วยบ้าง  บัวพยักหน้าเข้าใจเพราะเป็นเรื่องปรกติเมื่อก่อนก็เป็นเช่นนั้น  

           ปอ : แล้วคุณเจษล่ะเป็นไงบ้าง?      หันไปถามเพื่อนบ้างและถามถึงเจษซึ่งก็เคยถามถึงบ้างเวลาที่โทรหรือแชทข้อความคุยกัน  ครั้งก่อนที่ไปบ้านของบัวและได้รับการแนะนำให้รู้จักกับคุณเจษนั้นเห็นว่าเขาดูเป็นคนที่ใช้ได้เลยทีเดียวที่สำคัญรู้สึกว่ามีอะไรพิเศษถึงแม้จะไม่ใช่ฝ่ายบัวก็ตาม  อมยิ้ม เหลือบมองเพื่อน

            บัว : ก็เหมือนเดิม.สบายดีเรื่อยๆของเขา.แวะมาคุยที่บ้านด้วยบ้าง      พูดไปเรื่อยตามองดูทีวี

ปอพยักหน้าและทำหน้าเหลอหลาอมยิ้ม

            ปอ :  แล้ว.????……               ลากเสียงยาวพร้อมกับเหลือบมองเพื่อนเชิงล้อเลียน

บัวหันขวับมาทันทีเพราะรู้สึกตัวได้ว่าเพื่อนแกล้ง ทำตาดุใส่พร้อมกับถามเสียงเข้มว่า ” อะไร? ”  น้ำเสียงนั้นไม่รู้ไม่ชี้เพื่อกลบความเขิน  แม้จะบอกปอไปหลายครั้งเรื่องเจษแต่ปอก็ยังไม่วายที่จะแกล้งเพราะความขี้เล่นและชอบแกล้งบัวของปอนั่นเอง แม้จะไม่มีอะไรเรื่องของเจษหากถูกแซวมากๆเข้าก็เขินได้เหมือนกันและตอนนี้ไม่ใช่แค่..เรื่องเจษ

           ปอ : เปล๊า.แค่อยากจะถามเฉยๆ..            ทำเหลอหลาและไม่รู้ไม่ชี้บ้างใช้ส้อมจิ้มผลไม้ขึ้นมาทานแล้วหันไปดูรายการทีวี  ท่าทีของบัวเรื่องคุณเจษนั้นชัดเจนแต่ก็แค่..อยากจะแกล้ง  แล้วท่าทีกับอีกคนนั้นที่ปอรู้สึกว่ามีอะไรพิเศษและเป็นอะไรที่พิเศษจากฝ่ายของบัว

ธุระในครั้งนี้นอกจากเรื่องงานแล้วบัวอาจจะแวะไปที่บ้านคุณไทเพื่อเยี่ยมคุณพ่อกับคุณแม่ของคุณไทด้วยก็เป็นได้บัวไม่เคยขอใช้รถ  แม้เธอจะไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรพิเศษเรื่องการขอใช้รถของบัวก็ตามแต่ก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้  เมื่อครู่ก่อนหน้าระหว่างที่นั่งทานก๋วยเตี๋ยวด้วยกันและเล่าเรื่องที่เจอกับคุณไทที่ลานจอดรถเมื่อวันก่อนให้บัวฟังนั้นบัวรับฟังด้วยท่าทีเฉยๆ  แต่ท่าทีเฉยๆนั้นของบัวปอกลับรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างในสีหน้า สีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนไม่ใส่ใจแต่อยากใส่ใจ.. เห็นได้ชัดจากการแสดงออกซึ่งความเอาใจใส่ที่ครั้งก่อนบัวพยายามดูแลคุณไทเมื่อตอนที่คุณไทไปที่บ้านของบัวแล้ว  นี่ที่เธอรู้สึกว่ามีอะไรพิเศษ ที่พิเศษจากส่วนของบัวจริงๆ  

                                                 // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ // 

             ไทขับรถเข้ามาจอดที่หน้าคอนโดมิเนียมที่แอ๋มพักอาศัยอยู่เพื่อส่งเธอและจอดรถให้เธอลงตรงบันไดทางเดินขึ้นไปภายในบริเวณอาคาร  หญิงสาวกล่าวขอบคุณและยิ้มหวานให้  เขาพยายามรักษาเวลาและพาเธอออกมาจากงานเลี้ยงเร็วกว่าที่ควรจะเป็นเล็กน้อยเนื่องจากที่พักของเธออยู่คนละฟากเมืองกับโรงแรมที่ใช้จัดงานเขาจึงเผื่อเวลาสำหรับระยะทางและสำหรับเธอได้พักผ่อน  ไทพยักหน้าพร้อมกับยิ้มรับคำสั้นๆว่าครัับมองกันอยู่ครู่หนึ่งเธอก็เปิดประตูแล้วลงจากรถไป  เมื่อแอ๋มเดินเข้า ไปด้านในแล้วไทจึงขับรถกลับเขาชวนเธอไปงานแต่งงานด้วยและเธอตอบตกลง  หลายคนถามเขาว่าเป็นการเปิดตัวเลยหรือไม่สำหรับเขาแล้วไม่คิดว่าเป็นเช่นนั้นเพราะเขาไม่เคยคิดที่จะปิดบังและคิดว่าการจะคบหากับใครนั้นควรจะตรงไปตรงมาและให้เกียรติกัน 

                                   // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ // 

                สายวันถัดมาหลังจากที่ไปส่งปอที่ห้างสรรพสินค้าแล้วบัวก็เอางานเข้ามาส่งที่บริษัทคนว่าจ้างตามที่ได้นัดกันไว้  งานผ่านไปได้ด้วยดีเพราะส่งให้ตรวจและมีการแก้ไขกันเรื่อยๆอยู่แล้วจนกระทั่งวันนี้ได้ข้อสรุป  แม้ไม่จำเป็นที่จะต้องเข้ามาที่นี่ด้วยตัวเองแต่บัวก็อยากจะที่จะเข้ามาเพราะถือว่าพวกเขาเป็นผู้ว่าจ้างและให้งานแก่บัวทำ เป็นการเอาใจใส่เพราะพวกเขาเป็นลูกค้าและเป็นการเอาใจใส่ต่องานของตัวเองที่ทำด้วย  เมื่อเสร็จก็เกือบจะบ่ายสองโมงเพราะคุณเพลินมีงานมาเสนอให้อีกจึงต้องคุยรายละเอียด  แต่บัวตอบปฏิเสธอย่างสุภาพและถนอมน้ำใจกันแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่นว่าขอเวลาตัดสินใจและบอกว่าไม่ค่อยถนัดแม้จะแอบเสียดายอยู่บ้างเล็กน้อยก็ตามและบัวถือเสมือนว่าคุณเพลินคือผู้มีพระคุณที่ให้โอกาสทั้งยังเกรงใจแต่จำต้องตอบปฏิเสธไป  แม้จะแปลกใจเล็กน้อยแต่คุณเพลินก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะเป็นงานระยะสั้นในการเขียนบทภาพยนตร์โฆษณาซึ่งเธอขอมาจากเพื่อนที่ทำงานอยู่แวดวงทำภาพยนต์โฆษณาโปรโมทสินค้าเพื่อมาให้บัวลองทำและคิดว่าบัวน่าจะสนใจแต่ถ้าไม่ก็ไม่เป็นไร  บัวกล่าวขอบคุณและคาดหวังว่างานในครั้งถัดไปจะยังได้รับโอกาสจากคุณเพลินอีก   เมื่อเสร็จก็ขอตัวกลับและกลับไปที่คอนโดเพื่อรอเวลานัดกับปอ  ยังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลานัดจึงกลับไปเพื่อพักผ่อน  เมื่อคืนก็คุยกันดึกและกว่าจะหลับลงได้ก็เกือบจะตีหนึ่ง  เหลือบมองดูโทรศัพท์เล็กน้อยคิดว่าเอาไว้ค่อยโทรหาเจษเมื่อครู่ระหว่างที่กำลังนั่งคุยงานกับคุณเพลินเจษโทรมาหาคิดว่าอาจจะเป็นเรื่องแผงที่จองไว้ที่งานเกษตรแฟร์ เมื่อวานบัวไม่ได้ไปลงชื่อจองแผง  

                                                      // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

               ย่าใบเอาเครื่องดิื่มออกมาเสิร์ฟให้เจษพร้อมกับกล่าวขอบใจที่เจษเป็นธุระจัดการเรื่องแผงที่งานเกษตรแฟร์ให้  เจษกล่าวยิ้มๆว่า ” ด้วยความยินดีครับ ”  ทำให้ย่าใบหัวเราะ  แล้วก็ชวนเจษให้ทานอาหารเย็นด้วยกัน  เจษกล่าวขอบคุณแต่ตอบปฏิเสธบอกย่าใบไปว่าวันนี้เขามีธุระกับที่บ้านและบอกว่าเอาไว้เป็นครั้งหน้า ย่าใบพยักหน้าเข้าใจและบอกว่าเอาไว้ให้บัวกลับมาจากกรุงเทพฯค่อยมาทานข้าวด้วยกัน  ครู่หนึ่งย่าใบก็พูดเชิงตำหนิและบ่นไปถึงหลานสาวที่ไม่ได้เข้าไปอำเภอเพื่อลงชื่อจองแผงขายผลไม้ไว้เลยพลอยทำให้เจษเกือบจะเดือดร้อนไปด้วยและบอกว่าโชคดีที่แก้ปัญหาได้และคนอื่นเข้า่ใจ  เจษยิ้มและบอกว่าไม่เป็นไร

                ย่าใบ :  เมื่อวานสายๆเห็นรีบๆง่วนอยู่กับการจัดกระเป๋า แล้วก็เข้าไปในสวนเก็บผลไม้ได้นิดหน่อยบอกว่าเอาแค่นั้น         พูดไปส่ายศีรษะไปเมื่อนึกถึงหลานสาว      ” ตอนจะออกจากบ้านก็บอกว่าลืมของอีกแล้วก็วิ่่งขึ้นไปบนห้อง..มีเวลาเตรียมตัวตั้งเยอะ.ไม่ไหวเลยแม่บัว  ”       พูดไปพลางส่ายศรีษะไปเมื่อนึกถึงอาการของหลานสาวเมื่อวาน

เจษยิ้มพอจะนึกออกถึงความโก๊ะเวลารีบๆของบัวหรือหลายๆคนอยู่บ้างรวมทั้งตัวเขาบางครั้งก็มีอาการเป็นเช่นนั้นจึงกล่าวตอบรับกับย่าใบไป

                 เจษ :  ครับ เวลาคนเรารีบๆก็ประมาณนั้นล่ะครับผมก็เป็นบ่อย แต่บางทีก็จะหลงๆลืมๆกันบ้างเหมือนคนแก่         พูดเสร็จก็หัวเราะขำ

ย่าใบทำเป็นมองค้อนเล็กน้อยและเหลือบ  เจษรู้สึกตัวเลยหุบยิ้มทันทีแล้วรีบกล่าวขอโทษย่าใบเพราะพูดไปแบบไม่ทันได้คิดอะไร  ครู่หนึ่งย่าใบก็หัวเราะพร้อมกับเจษที่หัวเราะอีกครั้งเพราะแกล้งกันขำๆ  ย่าใบก็เป็นคนอารมณ์ดีและเป็นคนชอบแกล้งเหมือนกัน  นั่งคุยต่อสักพักเจษจึงขอตัวกลับเพราะเห็นว่าใกล้จะเย็นมากแล้วจนอาลัคเดินออกมาจากสวนและเขาก็นัดกับคุณแม่ไว้ว่าจะพาไปบ้านญาติที่ต่างหมู่บ้าน  เขาแวะเอาเอกสารที่จองชื่อแผงขายผลไม้มาให้เพื่อให้เก็บไว้และเพื่อคุยกับย่าใบคิดว่าบัวไม่อยู่อาจจะเหงาและไม่อยากให้ครอบครััวของบัวคิดว่าเขามาเฉพาะเวลาที่บัวอยู่ที่บ้าน  เมื่อขอตัวกลับก็เดินไปขึ้นรถทันทีเมื่่อครู่บอกย่าใบว่าวันเสาร์จะมาทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างแน่นอน  ย่าใบยิ้มพยักหน้าด้วยความเข้าใจ 

                                                  // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

              แหน๋น  : ข่าวใหญ่ว่ะไอ้หอม! ข่าวใหญ่!เรื่องคุณไทเว้ย!กรองแล้วด้วยเฮ้ย!  เขาเมาท์มอยกันใหญ่เลย..         ทำหน้าตื่นเต้นตาโตวิ่งเข้ามาหอม 

แต่หอมแค่เหลือบมองและทำหน้าเอือมๆแล้วรีดผ้าต่อโดยไม่ใส่ใจและไม่ถามอะไร

             แหน๋น : เอ๊า! นี่แกไม่อยากรู้เหรอว่าเรื่องของคุณไทน่ะเรื่องอะไร?        ยังทำหน้าตาและน้ำเสียงตื่นเต้นอยากจะเล่าแม้หอมจะทำเป็นไม่ใส่ใจใคร่อยากจะรู้    ”  เมื่อคืนเว้ยเมื่่อคืน.คุณไทควงแฟนออกงาน…งานแต่งงานด้วย. ไอ้ตุ๊กมันโทรมาเล่าให้ข้าฟังเมื่อกี้นี้ มันบอกพวกเจ้านายมันเมาท์มอยกันใหญ่เลย  เอ็งไม่อยากรู้เหรอ? ”          ทำท่าทางตื่นเต้นกระดี๊กระด๊า

             หอม : เหรอ?ผู้หญิงหรือผู้ชายล่ะที่คุณไทควงออกงานน่ะถึงได้เป็นข่าวใหญ่ให้พี่ได้เมาท์ เนี่ย?        ถามประชดแบบไม่ใส่ใจ เพราะเอือมแหน๋นกับเพื่อนที่ชื่อตุ๊กเมาท์มอยกันเรื่องคุณไท 

             แหน๋น : ผู้หญิงสิเว้ย.สวยด้วย.เขาบอก..ถึงได้เมาท์กันไง..           ยังทำหน้าตื่นเต้น 

หอมชะงักแล้วสนใจขึ้นมาทันทีถามแหน๋นว่าจริงเหรอ  แหน๋นพยักหน้าและตอบเสียงหนักแน่นยืนยันเพราะเพื่อนชื่อตุ๊กยืนยันว่าจริง  หอมทำหน้าตื่นเต้นขึ้นเล็กน้อย

             แหน๋น :   เห็นมะ ข้าบอกแล้วว่าคุณไทไม่ใช่อย่างนั้นแน่ๆ เป็นไงล่ะ ควงกันออกงานทีเดียวเลย..ช้าๆได้พร้าเล่มงาม..             ยิ้ม กระดี๊กระด๊า  

             หอม : ฉันไม่เคยเห็นจะได้ยินเลยว่าพี่พูดว่าคุณไทไม่ใช่  มีแต่บอกว่าปาร์ตี้เกย์บ้างล่ะ ดินเนอร์เกย์บ้างล่ะ.พี่มีแต่อยากจะเชื่อว่าคุณไทเป็น….              พูดไปเบะปากไปด้วยเล็กน้อยไม่เห็นด้วย

             แหน๋น : เอ๊า! ข้าก็พยายามบอกไอ้ตุ๊กมันไงว่าไม่ใช่ก็เล่าให้เอ็งฟังอยู่นี่นา และข้าไม่เคยบอกว่าคุณไทเป็น…ซะหน่อย               ทำเฉไฉและทำหน้าเหลอๆ ครู่หนึ่งก็บอกว่าขอตัวไปโทรศัพท์หาเพื่อนเพื่อสืบเหตุการณ์เรื่องงานเลี้ยงก่อนแล้วจะมาเมาท์ให้ฟังต่อ พูดเสร็จก็เดินออกไปทันที

หอมยืนเบะปากและมองตามแหน๋นไป  แต่ครู่หนึ่งก็อมยิ้มแม้จะไม่เห็นด้วยที่แหน๋นกับเพื่อนที่ชื่อตุ๊กพูดกันเรื่องของคุณไทแต่วันนี้ได้ยินข่าวที่แตกต่าง คิดว่าคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงคงได้ปลื้มใจกันแน่ๆไม่นานคงได้เห็นคุณไทพาแฟนมาที่บ้าน 

                                                       // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //          

             ปองัวเงียตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลาเห็นว่าเกือบจะตีหนึ่ง  เมื่อรู้สึกตัวแล้วพลิกตัวกลับมาไม่เห็นว่าบัวนอนอยู่ข้างๆคิดว่าคงไปเข้าห้องน้ำแต่ผ่านไปสักครู่ก็ยังไม่เห็นกลับเข้ามา  ลุกจากเตียงแล้วเดินออกจากห้องนอนเพื่อมาดูว่าบัวกำลังทำอะไร  เมื่อเดินออกมาก็เห็นว่าบัวนั่งอยู่ที่โซฟาที่นั่งดูรายการทีวีด้วยกันเมื่อตอนดึก  นี่ก็ดึกมากแต่บัวคงนอนไม่หลับ  มองอยู่ครุ่หนึ่งจึงถาม 

             บัว : ไม่มีอะไร..แค่นอนไม่หลับ          หันไปบอกเพื่อนแล้วลุกจากโซฟา  เดินไปหาปอที่ยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้องนอนพร้อมกับชวนปอให้เข้านอนด้วยกัน  

ปอมองตามเพื่อนที่เดินไปที่เตียงหากบอกว่าบัวนอนไม่หลับเพราะเปลี่ยนที่คงไม่ใช่เพราะบัวไม่เคยมีอาการนั้นเมื่อมาค้างที่นี่  มองเพื่อนที่กำลังล้มตัวลงนอนและห่มผ้าเมื่อบัวนิ่งไปจึงเดินกลับไปที่เตียง  เมื่อตอนเย็นขณะกำลังทานอาหารด้วยกันได้ถามถึงแผนของบัวในสองวันนี้ก่อนที่จะกลับบ้าน  ดูบัวลังเลและเหมือนมีอะไรในใจบอกแค่ว่าขอคิดดูก่อนซึ่งเธอคิดว่า  นั่นไม่ใช่คำตอบของคนที่มีแผนการล่วงหน้าก่อนที่จะทำอะไรอยู่แล้ว และอาการนอนไม่หลับนี้อีก..บัวกำลังมีเรื่องไม่สบายใจอะไร?..

                                             // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //        

               เมื่อมาส่งปอที่ห้างสรรพาสินค้าและเดินตามไปส่งที่หน้าธนาคารแล้วบัวก็ไปเดินเลือกซื้อของต่อเมื่อเสร็จก็กลับไปที่คอนโด  ซื้อของสดมาไว้สำหรับทำอาหารตอนเย็นด้วยและเย็นนี้ปอจะนั่งรถแท็กซี่กลับมาที่คอนโดเอง ทำธุระส่วนตัวเสร็จก็เตรียมขนมกับเครื่องดื่มเพื่อทาน  นั่งลงที่โซฟาแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ชั่งใจอีกครู่หนึ่งก็โทรหา..คุณลุงทิว

ทองทิวแปลกใจเล็กน้อยจากเรื่องที่คุยกับบัวเมื่อครู่  แต่ครู่หนึ่งก็ยิ้มพอใจ..หนูบัวโทรมาบอกว่าตัดสินใจที่จะเข้ามาทำงานร่วมกับเขาดังที่เขาเคยได้ชวนเธอหลายครั้งก่อนหน้านี้ และพรุ่งนี้เธอจะเข้ามาที่นี่เพื่อเขียนใบสมัครงานและสัมภาษณ์และบอกด้วยว่าขอเข้าพักที่บ้านของเขาดังที่เขาเคยได้ชวนเธอหลายครั้งก่อนหน้านี้ด้วยเช่นกัน  แน่นอนเขายินดีและตอบตกลงเพราะเขาก็คาดหวังว่าอยากให้เป็นอย่างนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว  ยิ้มพอใจอยู่ครู่หนึ่งก็โทรศัพท์หาภรรยา

ยายเปเดินเข้ามาหาแหน๋นที่ห้องซักผ้าเพื่อบอกว่าให้ขึ้นไปทำความสะอาดห้องชั้นบนทางด้านทิศตะวันตกถัดจากห้องนอนของคุณไทไปสองห้องและให้ทำความสะอาดไว้สัปดาห์ละสองถึงสามครั้งเพราะอีกราวสองสัปดาห์ข้างหน้าจะมีแขกมาพักที่บ้านด้วยหนึ่งคน   แหน๋นทำหน้าสงสัยและอยากรู้อยากเห็นพยายามซักไซ้ยายเปว่าเป็นใครแต่ยายเปอุบไว้ไม่ตอบแล้วเดินออกไป  แหน๋นนิ่งทำหน้าคิดและสงสัยหนักพยายามคิดหาคำตอบว่าหากเป็นญาติหรือหลานๆของคุณทิวหรือคุณสุรีพรแล้ว  นั่นไม่น่าจะใช่เพราะแค่แวะมาพักบ้างเป็นครั้งคราว หรือหากเป็นแฟนคุณไทแล้วคงไม่ใช่แน่ๆเพราะพึ่งเปิดตัว แล้วเป็นใครกันที่จะมาเป็นสมาชิกใหม่ของที่บ้านนี้เพิ่มอีกคน..ใคร?..  ยืนขมวดคิ้วทำท่าทางสงสัยอย่างหนัก                

                                                   // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

                บัวเตรียมอาหารเย็นไว้สำหรับรอปอที่กำลังจะกลับมาถึงและทานด้วยกัน   พึ่งทอดปลาส้มเสร็จไปเมื่อครู่กำลังทำน้ำตกหมูเพิ่มอีกหนึ่งอย่างและก่อนหน้านั้นลงไปซื้อส้มตำมารอไว้แล้ว  เมื่อมาถึงปอก็ยิ้มอารมณ์ดีเพราะอาหารที่เพื่อนเตรียมไว้ให้นั้นถูกใจ  รีบไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื่อผ้าเพราะถึงจะเป็นอาหารเย็นแต่ก็สามทุ่มกว่าและบัวก็รอทาน  นั่งทานอาหารกันคุยกันไปหัวเราะกันไปพรุ่งนี้ตอนเย็นบัวจะกลับบ้านแล้ว  บัวยิ้มพูดเป็นนัยว่าอาจจะได้เจอกันบ่อยๆ  ปอหุบยิ้มลงเล็กน้อยทำหน้าสงสัยเมื่อครู่เห็นว่ามีเสื้อผ้าที่แขวนอยู่ในตู้และถูกรีดไว้เรียบร้อยแล้วเป็นชุดใหม่และสำหรับใส่ไปทำงาน 

                 บัว :  พรุ่งนี้จะเข้าไปสมัครงานที่บริษัทฯของคุณลุงทิว             บอกเพื่อนไปตรงๆ 

ปอยิ้มกว้างด้วยความตื่นเต้นและดีใจ นั่นหมายความว่าบัวจะกลับมาใช้ชีวิตที่นี่อีกครั้งและจะได้อยู่ด้วยกันหรือไม่ก็ได้เจอกันบ่อยๆ  ครู่หนึ่งทำหน้าเหลอชั่งใจอยากจะถามแล้วถาม..เรื่องคุณไท  

                 บัว : ไม่ใช่ เขามีแฟนแล้ว                  ตอบและมองหน้าเพื่อนจริงจัง

ปอทำหน้างง  แต่ครู่หนึ่งก็คิดว่าไม่ใช่เรื่องแปลกแม้ว่าคุณไทจะมีแฟนหรือปฏิกิริยาของบัวเรื่องคุณไท  มองเพื่อนอีกนึ่งไปเล็กน้อยแล้วจึงถามจริงจังถึงเหตุผลที่บัวจะกลับมาทำงานอีก  บัวตอบไปว่าคุณลุงทิวเคยชวนหลายครั้งและคิดดูแล้วเห็นว่างานของบริษัทฯคุณลุงทิวก็น่าสนใจเลยอยากลองทำ  ตอบคำถามเพื่อนไปแค่นั้นแล้วทานอาหารต่อ   ปอยังมองเพื่อนและยังทำหน้าสงสัยอีกเล็กน้อยเพราะเหตุผลที่บัวบอกมานั้นปอรู้สึกว่ายังไม่เพียงพอถึงขนาดว่าทำให้บัวอยากจะกลับมาทำงานอีก   แต่ครู่หนึ่งก็ยิ้มไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ปอก็ดีใจเพราะจะได้เจอกันบ่อยขึ้นและดีใจที่จะได้อยู่ด้วยกัน แต่ก็ชะงักเมื่อบัวบอกว่าจะพักที่บ้านของคุณลุงทิว

                                                   // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

             ไทนัดกับมาร์คไปดื่มกันตอนดึกที่ร้านเดิมและถามถึงเรื่องงานหลังจากที่ทราบว่ามาร์คเข้าไปทำงานกับครอบครัวแล้ว มาร์คบอกว่ายังต้องเรียนรู้อีกเยอะแต่ก็ไม่เป็นปัญหาอะไรแล้วถามไทกลับเรื่องงานบ้างเพราะเห็นว่าช่วงนี้ยุ่ง  ตั้งแต่ครั้งที่แล้วที่นัดดื่มกันก็ไม่ได้นัดอีกพอจะแบ่งเวลาได้ก็วันนี้

            ไท : อื้ม.เยอะ เหนื่อยมากแหล่ะ  แต่ก็ดีมีอะไรให้ปวดหัวให้ได้คิดเยอะดี      พูดไปยิ้มไป พูดเสร็จก็ขำเล็กน้อย

มาร์คยิ้มมองหน้าเพื่อน ไทเป็นคนจริงจังตั้งใจมาแต่ไหนแต่ไรชอบคิดและแก้ปัญหาด้วยตัวเองตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนหนังสือเพราะที่บ้านปล่อยให้คิดและตัดสินใจด้วยตัวเองต่างจากเขาเล็กน้อย     

            มาร์ค : ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยได้ไปเดทน่ะสิ           พูดเชิงถาม มองหน้าเพื่อนอยู่ครู่หนึ่งก็หันกลับแล้วยกแก้วขึ้นมาดื่ม  วันก่อนได้ยินข่าวเมาท์กันมาบ้างและเขาก็ยินดีกับข่าวนั้น 

ไทถอนหายใจเบาๆเพราะงานของเขายุ่งมากมีโปรเจคอพาร์ทเมนท์กับงานที่เขาใหญ่ที่กำลังเดินหน้าและโปรเจคใหม่ที่เข้ามา นี่ก็แทบจะเรียกได้ว่าต้องเจียดเวลา

            ไท : อื้ม..ก็ยังหรอก ค่อยเป็นค่อยไปเรื่อยๆ มีเวลาค่อยว่ากัน         พูดไปเรื่อยโดยที่ไม่หันไปมองเพื่อน  ทั้งเขาและเธอต่างคนต่างยุ่งและพึ่งไปงานด้วยกันเมื่อวันก่อน       

            มาร์ค : อืม..              รับคำสั้นๆตอบเพื่อน แล้วฟังไทพูดต่อ      

ไทบอกว่าดูกันไปเรื่อยๆและเขายังไม่เร่งรัดอะไรมากและอยากให้เวลากับคุณแอ๋มด้วยและก็พยายามหาเวลาว่างไปพักผ่อนต่างจังหวัดด้วยกันอยู่  มาร์คพยักหน้าและรับคำสั้นๆอีกว่าอืมอย่างตั้งใจฟังเพื่อนพูด  เมื่อพูดเรื่องของตัวเองไปเรื่อยและได้ยินคำตอบรับจากเพื่อนสักพักไทหยุดแล้วหันไปมองเพื่อนบ้างเห็นว่านั่งทำหน้าลอยๆเหมือนกำลังคิดอะไร  ครั้งก่อนที่ไปซื้อนาฬิกาด้วยกันนั้นเขาไม่อยากถามเซ้าซี้อะไรมากคิดว่าเดี๋ยวมาร์คคงจะบอกเขาเองและตอนนี้ดูท่าว่าเพื่อนกำลังมีความสุข 

             ไท : แล้วมีไอเดียอะไรอื่นๆอีกไหม ว่าอยากจะทำอะไรเพิ่ม?            ถามเรื่องงานต่อ

มาร์คหันไปตอบคำถามและบอกว่ายังเพราะเขายังต้องปรับตัวที่จะทำงานร่วมกับคุณพ่อและน้องๆอีกเยอะและมีหลายอย่างที่อยากจะนำเสนอคุณพ่อ   ไทยิ้ม นั่งมองเพื่อนเล่าเรื่องงานอย่างกระตือรือล้นและน่าสนใจ  มาร์คดูมีความสุขขึ้นเพราะพูดไปยิ้มไปและหัวเราะบ้างเขาดีใจที่เห็นอย่างนั้น  มาร์คกำลังกลับมาเป็นมาร์คที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง  ปัญหาส่วนตัวนั้นผ่านมานานมากแล้วแต่มาร์คจมปรักความรู้สึกตัวเองไว้กับมันและตอนนี้มาร์คกำลังปล่อยมันผ่านไปได้  ไทยิ้มตอบรับว่าอืมบ้าง  มาร์คบอกว่ามีนัดแฮงค์เอาท์ที่บ้านอีกเฉพาะเพื่อนสนิทกันเหมือนคราวก่อนและบอกว่าหากไทจะชวนคุณแอ๋มไปด้วยก็ไม่เป็นปัญหา ไทตอบตกลง

                                                       // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ // 

                  หอมกับแหน๋นกำลังช่วยกันทำความสะอาดห้องที่ยายเปสั่งไว้ว่าให้ทำความสะอาดไว้รอ  แต่ทำงานไปแหน๋นก็ยังทำท่าทางคิดไป ครู่หนึ่งก็หันไปถามหอม 

                 แหน๋น :  ไอ้หอม แกไม่อยากรู้จริงๆเหรอว่าใครที่จะมาพักที่บ้านน่ะ?      หยุดทำความสะอาดแล้วถามจริงจัง   

หอมตอบไปว่าไม่อยากรู้ถึงเวลาเดี๋ยวก็เห็นเอง  พูดไปพลางทำงานไปโดยที่ไม่ใส่ใจแหน๋นเหลือบมองเล็กน้อยก็เห็นว่ายังยืนทำหน้าคิดเหมือนกับว่าอยากจะคิดให้ออกให้ได้ 

              หอม : อาจจะเป็นคุณบัวก็ได้มั้ง เพราะคุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายเอ็นดูคุณบัวมาก เห็นพี่สารัตน์บอกว่าคุณผู้ชายเคยชวนคุณบัวให้มาทำงานด้วยนี่          พูดไปเรื่อยแบบไม่คิดอะไรและไม่คิดว่าจะใช่ เพราะพี่สารัตน์บอกว่าคุณบัวปฏิเสธ  พูดไปแค่แสดงความคิดเห็นเพราะเห็นว่าแหน๋นทำหน้าสังสัยและอยากจะนึกให้ออกให้ได้  พูดเสร็จก็หันไปกำลังจะเปิดเครื่องดูดฝุ่น  

            แหน๋น :  เออใช่!.จริงด้วย!จริงๆด้วยต้องเป็นคุณบัวแน่ๆ คุณผู้ชายเคยชวนคุณบัวให้มาพักที่นี่ด้วย!           พูดพร้อมกับทำตาโตเหมือนนึกอะไรออกและพยักหน้าไปด้วยทำท่าทางว่าเห็นด้วยกับสิ่งที่หอมพูด

หอมชะงักและนิ่งเร่ิ่มคิดดูและก็คิดว่าอาจจะเป็นคุณบัวจริงๆก็ได้ที่จะเป็นแขกมาพักที่นี่  แต่ครู่หนึ่งก็ทำหน้าเหลอแล้วหันไปเปิดเครื่องดูดฝุ่นเพื่อทำงานต่อพร้อมกับคิดว่า ไม่แปลกใจหรอกเพราะเคยเห็นคุณบัวมาที่นี่ตอนที่เอาของมาฝากเห็นว่าเธอดูเป็นคนสุภาพและเรียบร้อยดี  ไม่แปลกใจหากคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงจะเอ็นดู  เหลือบมองแหน๋นก็ยังเห็นว่าแหน๋นยังทำหน้าอย่างไม่วายสงสัย  แหน๋นกำลังคิดว่าพี่สารัตน์เคยบอกว่าคุณบัวปฏิเสธ แต่ครู่หนึ่งก็บอกว่าคุณบัวอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้  ทำท่าทางอย่างกับว่านึกออกแล้วจริงๆแล้วก็ยิ้มแล้วลงมือทำงานต่อ  หอมอมยิ้มแล้วส่ายศีรษะและบอกว่าคิดออกเสียที 

                                                      // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ // 

                ไทแแปลกใจและทำหน้าเหลอเมื่อเห็นว่าคนที่เดินเข้ามาในห้องสัมภาษณ์งานนั้นคือบัว เขาได้รับเรื่องโดยตรงจากเลขาฯของคุณพ่อเมื่อเช้านี้ว่าต้องสัมภาษณ์งานและไม่รู้มาก่อน  หันไปมองพี่ชายเล็กน้อยว่าจะทราบเรืองนี้ด้วยหรือไม่แต่ก็คิดว่าแม้พี่แทนจะรู้เรื่องก็คงไม่แสดงออก บัวยิ้มเมื่อเปิด ประตูแล้วเดินเข้ามาเห็นว่าคุณลุงทิว คุณแทนและคุณไทนั่งรออยู่  นึกสนุกอยู่ในใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของคุณไทเมื่อครู่ที่เมื่อเห็นเธอเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา  เขาทำหน้าตื่นเล็กน้อยอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนคงจะไม่คาดคิดว่าเธอจะมา  ยิ้มแล้วเดินตรงไปนั่งยังเก้าอี้เพื่อรับการสัมภาษณ์งาน

                                                      // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ // 

 

 

 

 

 

 

 

           

           

โพสท์ใน บทความ | แสดงความเห็น