นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนเจ็ด

                                                       // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

                สายๆราวสิบเอ็ดโมงบัวกับแม่เดินกลับออกมาจากสวน วันนี้บัวช่วยงานแม่หลายชั่วโมงเพราะพ่อออกไปที่นาข้าวจ้างคนมาหว่านปุ๋ยให้  ส่วนปอพาย่าไปถวายเพลพระที่วัดและถือโอกาสไปทำบุญด้วยเมื่อมาถึงบ้านบัวกับแม่เลยเตรียมตัวจะอาบน้ำเพราะรู้สึกว่าร้อนและเหนื่อย

ปอขับรถยนต์พาย่ากลับจากวัดซึ่งอีกไม่กี่ร้อยเมตรก็จะถึงบ้านและเห็นว่ารถยนต์คันที่แล่นอยู่ข้างหน้านั้นเป็นรถยนต์ยี่ห้อของยุโรปราคาแพงและเห็นว่าขับไปจอดที่ริมรั้วของสวนเพื่อนบ้านซึ่งอยู่ตรงข้ามกับหน้าบ้าน  ปอฉงนเล็กน้อยและเหลือบมองขณะขับรถเลี้ยวเข้าบ้านและเมื่อจอดรถก็เก็บปิ่นโตและตะกร้าใส่ของลงจากรถพร้อมกับเหลือบมองไปที่รถยนต์คันเมื่อครู่อีกครั้งก็เห็นว่า คนที่เปิดประตูแล้วลงมาจากรถนั้นเป็นผู้ชายผิวขาว สวมเสื้อยืดโปโลสีเข้มกับกางเกงยีนส์ ค่อนข้างสูงดูท่าจะเป็นคนสำอางหน่อยๆอายุน่าจะใกล้เคียงกับเธอและบัว  ย่าใบลงจากรถก็มองไปที่รถยนต์คันนั้นเช่นกันเห็นว่าเป็นคนหนุ่มแปลกหน้าแต่งตัวดีไม่เคยเห็นมาก่อนก็ฉงนเล็กน้อยไม่แน่ใจว่าจะเป็นแขกมาที่บ้าน  ปอเอาตะกร้าและปิ่นโตไปวางที่แคร่เล็กก่อนแล้วเดินตรงไปยังหน้าบ้านเพื่อทักทายแขกเมื่อเห็นแน่ชัดแล้วว่ามาที่บ้านหลังนี้ 

ทองไททำหน้าเหลอเล็กน้อยเมื่อเดินมาที่ประตูรั้วหน้าบ้านและเห็นว่าผู้หญิงที่ลงจากรถเมื่อครู่กำลังเดินตรงมายังเขาและเหมือนกับว่าดูท่าทีของเขาอยู่พร้อมกับเหลือบไปทางคุณยายที่ลงจากรถยนต์เมื่อครู่เล็กน้อยเช่นกัน  เขาค่อนข้างแน่ใจว่าใช่บ้านหลังนี้ตามที่คุณพ่อกับสารัตน์บอกทางมา

            ปอ : สวัสดีค่ะ มาพบใครเหรอคะ?           ถามทันทีเมื่อเห็นคนที่ลงจากรถแล้วมาก็ยืนเก้ๆกังๆ    พร้อมกับในมือที่ถือถุงใส่ของ    อมยิ้ม

            ไท : สวัสดีครับ ใช่บ้านคุณบัวหรือเปล่าครับ?                 ถามสุภาพปรกติ

            ปอ : ใช่ค่ะ แต่บัวทำธุระส่วนตัวอยู่ค่ะ เชิญนั่งก่อนสิคะ        พูดพลางผายมือไปที่ชุดม้านั่งไม้ใต้ร่มต้นมะม่วงหน้าบ้าน 

            ไท : ไม่เป็นไรครับ คุณพ่อของผมท่านฝากของมาให้ครอบครัวคุณบัว..ฝากของเสร็จผมก็จะกลับกรุงเทพฯเลยน่ะครับ ขอบคุณครับ       ยิ้มเล็กน้อย

            ปอ : อ่อ…ค่ะ             พยักหน้ารับทราบพลางหันไปทางย่าใบที่เดินมายืนข้างๆกัน

ทองไทยกมือไหว้สวัสดีย่าใบทันทีเพราะพอจะเดาได้ว่าเป็นคุณย่าของบัว ย่าใบยิ้ม

            ไท : สวัสดีครับ         ยกมือไหว้และกล่าวคำทักทายอย่างสุภาพ

            ย่าใบ : สวัสดีค่ะ        พยักหน้าพร้อมกับยกมือรับไหว้และกล่าวคำทักทายอย่างใจดี ยิ้มเล็กน้อย

            ไท : ผมไทครับ ลูกชายคุณทองทิว  คุณพ่อให้ผมเอาของฝากมาให้ พอดีว่าผมมาทำงานแถวเขาใหญ่ท่านเลยฝากมา         พูดพร้อมกับขยับเข้าไปใกล้ย่าใบเพื่อยื่นของให้

            ย่าใบ : อ๋อจ้ะ ขอบคุณมากนะคะ         พูดอย่างเกรงใจพร้อมพยักหน้าและรับของฝากจากมือของไท ยิ้ม      “  ฝากขอบคุณคุณทิวกับคุณสุรีด้วยนะคะ…อุตส่าห์ฝากของมาให้.. ขอบคุณๆด้วยค่ะ  “  ประโยคหลังเสียงต่ำลงอย่างรู้สึกเกรงใจทองไท 

            ไท : ครับ                           พยักหน้าและยิ้มเล็กน้อยอย่างสุภาพ

            ย่าใบ : เชิญนั่งก่อนสิคะ         พูดพร้อมกับผายมือไปที่ชุดม้านั่งกับแคร่ที่อยู่ใต้ร่มต้นมะม่วง  ยิ้ม

            ไท : ไม่เป็นไรครับ ผมว่า…          พูดค้างไว้เล็กน้อยเมื่อเหลือบไปที่ประตูบ้านและเห็นว่าบัวกำลังเดินออกมาและค้างไว้อย่างนั้น   ย่าใบกับปอก็หันไปมองที่บัวเมื่อเห็นว่าคุณไทมองเหมือนกับว่าเห็นใครและยังอึกอักเล็กน้อย

            บัว :  สวัสดีค่ะ           พูดทักทายพร้อมกับยกมือไหว้  เธอได้ยินเสียงรถยนต์ที่ไม่คุ้นแล่นมาจอดที่หน้าบ้านตอนอาบน้ำใกล้จะเสร็จและชะโงกมองไปที่หน้าบ้านตอนออกจากห้องน้ำก็เห็นว่าเป็นเขา  เธอแปลกใจมาก

            ไท : คุณพ่อฝากของมาให้ครับ ให้คุณย่าแล้ว..และก็..กำลังจะกลับครับ          เสียงต่ำลง กระด้างขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเรียบเฉยขึ้นเล็กน้อยต่างจากเมื่อครู่

ทั้งย่าใบกับปอทำหน้าเหลอกันเล็กน้อยพร้อมกับมองไปที่บัวเมื่อปฏิกิริยาของคุณไทและน้ำเสียงที่พูดกับบัวแตกต่างจากเมื่อครู่  บัวเองก็ทำหน้าเฉยๆต่างจากปรกติเช่นกัน

            ปอ : ถ้าไม่รีบก็เชิญนั่งก่อนสิคะ ปอกับย่าทำกล้วยบวดชีไปถวายเพลพระ..แบ่งไว้กินด้วย เยอะเลยค่ะ          รีบเสนอทันทีเมื่อเห็นว่าชักจะมีอะไร  ยิ้ม

            ไท : เอ่อ……                      ทำหน้าเหลอๆและอึกอัก

            ย่าใบ : กินข้าวเที่ยงด้วยกันสิคะ ทำไว้เรียบร้อยแล้ว และก็..เดี๋ยวจะเข้าสวนไปเก็บผลไม้ฝากไปให้ที่บ้านด้วย เป็นของฝากตอบแทนกัน          ยิ้มใจดี

ทั้งไทกับบัวทำหน้าเหลอกันทั้งคู่และต่างเหลือบมองกันเล็กน้อย บัวรู้สึกว่าเขาคงอึดอัด

            บัว : เอ่อ…คุณไทคงจะรีบน่ะจ้ะย่า คงมีงานต้องทำอีก เอาไว้ครั้งหน้าบัวเข้ากรุงเทพฯค่อยเอาไปฝากก็ได้        พูดอย่างเกรงใจทองไททั้งมองไปที่เขาและมองไปที่ย่า

            ย่าใบ : อ๋อ.เหรอ?                   พยักหน้าเข้าใจไปแบบซื่อๆ

ลัคณายกสำรับอาหารออกมาพอดีและวางที่ชุดม้านั่งไม้เสร็จก็เดินตรงมายังที่ทั้งสี่คนนั้นยืนคุยกันเพราะได้ยินเสียงแว่วๆตั้งแต่ยังอยู่ในบ้านแล้วพอจะทราบที่มาที่ไป  ทองไทยกมือไหว้สวัสดีลัคณาอีกคนและเดาว่าคงจะเป็นคุณแม่ของบัว ลัคณายิ้มพร้อมกับยกมือรับไหว้และกล่าวคำทักทายสวัสดีตอบเช่นกัน  ปอเดินเลี่ยงเอาปิ่นโตกับตะกร้าเข้าไปเก็บในครัวปล่อยให้เจ้าของบ้านกับแขกคุยกันและเตรียมเอาน้ำฝรั่งที่ทำไว้ออกมาเสิร์ฟด้วย

            ลัคณา :  หากไม่รังเกียจก็เชิญทานข้าวด้วยกันก่อนกลับสิคะ แล้วก็ขอฝากผลไม้เป็นของฝากกลับด้วยค่ะ ทานข้าวเสร็จเดี๋ยวน้าเข้าไปเก็บมาให้           พูดย่างอ่อนโยนใจดี ยิ้ม

ไททำหน้าลังเลปนลำบากใจและเกรงใจทั้งคุณย่าและคุณแม่ของบัว เกรงใจเพราะทั้งสองชวนเขาให้ทานข้าวด้วยกัน 

            ไท : ครับ                    รับคำสั้นๆพร้อมกับพยักหน้าและยิ้มเล็กน้อย

            บัว : เอ่อ.มันเป็นอาหารอิสานน่ะค่ะ      รีบพูดทันทีบอกเขาให้รู้      “  ไม่รู้ว่าคุณจะทานด้วยได้หรือเปล่า?  “    เสียงเบาลง เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะทานด้วยได้ทั้งเหลือบมองที่ทองไทและมองไปที่แม่กับย่า    ” เอ่อ.รสชาติอาจจะรสจัดและเข้มข้นหน่อยน่ะค่ะ  ” 

ทั้งลัคณากับย่าใบก็ทำหน้าเหลอเล็กน้อยและคิดในใจว่าเออใช่  ไทเองก็ทำหน้าเหลอเล็กน้อยเช่นกันแต่ก็ตอบสั้นๆพร้อมกับพยักหน้าว่าได้ครับ  คิดว่าปฏิเสธมามากแล้วเดี๋ยวจะเสียมารยาทเกินไปและทุกคนก็เชิญเขาด้วยความจริงใจและเป็นกันเอง  ลัคณากับย่าใบยิ้มส่วนบัวทำหน้าเหลอๆไม่คิดว่าเขาจะตอบตกลง  ย่าใบเดินไปนั่งรอที่ม้านั่งส่วนลัคณาพาไทไปล้างมือที่ก๊อกน้ำที่บัวใช้รถน้ำต้นไม้ตอนเย็นแล้วตามไปนั่งกับย่าพอดีกับปอที่ยกน้ำออกมาเสิร์ฟให้ส่วนบัวเข้าไปเอาพัดลมออกมาเปิดเพราะอากาศร้อนอบอ้าวเสร็จแล้วก็เดินไปล้างมือแล้วมานั่งกับทุกคน  ย่าใบกับลัคณานั่งขนาบไทซ้ายขวาแต่คนละม้านั่งส่วนบัวกับปอนั่งด้วยกันและตรงข้ามกับไท

            ย่าใบ : กับข้าวเป็นอาหารอิสานกับข้าวเหนียว ไม่รู้ว่ากินได้หรือเปล่า?          บอกให้ทราบอีกครั้งพร้อมกับทำเป็นขำเล็กๆเก้อๆ    “  มีลาบหมู แกงเห็ดโคนแล้วก็ปลาส้มทอด  “    พูดเสร็จก็ยิ้มๆปนทำเป็นขำเล็กน้อยอีกเพราะชักจะไม่แน่ใจว่าแขกที่ชวนกินข้าวด้วยกันนั้นจะกินอาหารที่เตรียมไว้ได้   

            ลัคณา : เอ่อ..หากไม่ได้เดี๋ยวรอครู่หนึ่งน้าจะไปทำต้มจืดกับไข่เจียวมาให้         พูดพร้อมกับทำหน้าเหลอๆอีกเช่นกัน    “ เอ่อ ง่ายๆไปก่อนนะคะ ไม่ได้เตรียมไว้ไม่คิดว่าคุณไทจะแวะมา  “      ยิ้ม

            ไท : ไม่เป็นไรครับผมทานได้             ตอบพร้อมกับพยักหน้าอีกครั้งให้ทุกคนเบาใจ     “  ผมก็เคยกินบ้างเหมือนกัน บางครั้งก็ชวนกันกับเพื่อนๆไปหาอะไรกินกันง่ายๆบ้างครับ อาหารอิสานบ้าง  “     ยิ้ม     “  กินได้ครับ ส้มตำก็กิน “      อมยิ้ม   

บัวกับปอเหลือบมองหน้าไทอย่างเหลอๆเล็กน้อยประมาณว่าจริงเหรอ 

            ย่าใบ : จ้ะ แต่แกงเห็ดโคนใส่หน่อไม้ดองเล็กน้อยนะ นิดเดียวไม่เยอะหรอกแค่พอมีรสเปรี้ยว          บอกให้ไทรู้ ยิ้ม                

            บัว : เอ่อ.มันค่อนข้างเผ็ดน่ะค่ะ คงจะมีแต่ปลาส้มทอดที่คุณน่าจะพอกินได้  ไม่งั้นก็..เดี๋ยวฉันไปทำไข่เจียวเพิ่มให้ค่ะ…มีแหนมห่อด้วยค่ะ เดี๋ยวทอดแหนมเพิ่มให้         บอกให้เขาทราบและชักจะรู้สึกว่าเห็นใจเขาเช่นกันไม่รู้ว่าคิดถูกหรือคิดผิดที่ชวนเขาทานข้าวด้วย หากเข้าสวนเก็บผลไม้ให้ป่านนี้ก็คงได้มาเต็มตะกร้าแล้ว…คิดในใจ

ไทตอบบัวกับทุกคนอย่างมั่นใจอีกครั้งว่าได้เพราะจะได้ไม่เสียเวลาที่ทุกคนจะได้ทานข้าวกันทุกคนเบาใจแล้วลงมือทานข้าว บัวสังเกตุเห็นว่าดูเขาแหยๆคงจะไม่เคยกินปลาส้มทอดและลาบหมูก็เผ็ดเล็กน้อยหน้าเขาเริ่มแดงๆและเห็นเขาเริ่มทำปากซี๊ดๆเล็กน้อยคงจะเผ็ดและแกงเห็ดนั้นก็เห็นตักกินแต่ชิ้นเห็ด ไม่ใช่แต่บัวที่สังเกตทุกคนในวงข้าวก็สังเกตเห็นว่าเป็นอย่างนั้นแต่เขาก็ยังรักษามารยาท  ครู่หนึ่งเขาก็อิ่มก่อนใครปอบอกว่าจะไปตักกล้วยบวดชีมาให้ไทไม่ปฏิเสธย่าใบบอกไทว่านั่งรอที่แคร่เล็กก็ได้และบัวก็สังเกตุเห็นอีกว่าดูท่าเขาจะกินกล้วยบวดชีอร่อยกว่ากินข้าวและหน้าแดงๆเล็กน้อยและดูจะมีเหงื่อด้วยของเขานั้น..คงจะทั้งเผ็ดทั้งร้อนอบอ้าว..น่าสงสาร บัวคิดในใจ

เมื่อทานข้าวเสร็จลัคณากับบัวก็เข้าสวนเพื่อไปเก็บผลไม้ส่วนไทนั่งรอที่บ้านกับย่าใบและปอ  ราวครึ่งชั่วโมงก็พากันออกมาจากสวนบัวเดินตรงเข้าไปในบ้านเพื่อหาถุงมาใส่ผลไม้  รีบทำเพื่อเขาจะได้เอาขึ้นรถและจะได้กลับบ้านเพราะรู้สึกว่าสงสารเขาที่ต้องมานั่งรอและอากาศก็ร้อน   เมื่อเสร็จบัวกับปอก็จะช่วยกันยกของไปไว้ที่ท้ายรถให้เขา ไทบอกจะยกเองแต่บัวบอกว่าไม่เป็นไรของไม่เยอะจึงช่วยกันกับปอยกไปใส่ที่ท้ายรถให้

            ไท : ขอบคุณมากครับ           ยกมือไหว้ขอบคุณย่าใบกับคุณแม่ของบัวที่เทคแคร์เขา

            ลัคณา : ไม่เป็นไรค่ะ หากมาทำงานแถวนี้อีกแวะมาเยี่ยมได้ค่ะ        ยิ้ม   ” แต่บอกล่วงหน้านะคะ น้าจะได้เตรียมอาหารไว้ให้  ”      พูดปนขำ 

            ย่าใบ : ขอโทษด้วยนะคะที่วันนี้ฉุกละหุก ไม่ได้เตรียมอะไรไว้ให้ ไม่คิดว่าจะแวะมา        ยิ้ม      ” ถ้ามาอีกคราวหน้า ย่า.เอ่อ. ดิฉันจะเตรียมไว้ให้อย่างดีค่ะ ” 

             ไท : ไม่เป็นไรครับ นี่ก็ดีมากครับผมก็เคยทานหลายครั้ง..ตอนเป็นเด็กน่ะฮะ อร่อยครับแต่ผมไม่ค่อยทานรสจัด        บอกทั้งสองให้สบายใจ   ยิ้ม    “   งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ “       พูดพร้อมกับยกมือไหว้ลาย่าใบกับคุณแม่ของบัวซึ่งทั้งสองก็ยิ้มและยกมือรับไหว้จากเขา เสร็จแล้วก็เดินไปขึ้นรถซึ่งบัวกับปอก็กำลังเดินกลับมาพอดี บัวกับปอยกมือไหว้ลาไทเช่นกันเขาก็ยกมือรับไหว้พร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อยให้ปอและหันมาทางบัวด้วยแต่..อมยิ้มนั้นหุบลงเล็กน้อย  บัวกับปอยืนส่งไทตรงประตูรั้วหน้าบ้านและมองจนกระทั่งรถยนต์ของเขาแล่นพ้นแนวรั้วบ้านไปบัวจึงหันกลับเข้าบ้านทันทีพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อยกับท่าทางของเขาเมื่อ..ไม่รู้จะเคืองอะไรนักหนา คิดในใจ

                                                     // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

            แหน๋น : รู้สึกว่าเดือนนี้เราได้กินผลไม้จากสวนคุณบัวกันตลอดเลยนะจ๊ะป้า ฉันชอบนะ นี่ก็ชักอยากจะกลับบ้านไปทำสวนบ้างซะแล้วสิ…กลับไปอยู่บ้านนอกของเรา         พูดไปหั่นผักไปอย่างอารมณ์ดีขณะกำลังช่วยยายเปทำอาหารเย็นในครัว ประโยคท้ายทำเหมือนกับจะฮัมเพลงเล็กน้อย

            ยายเป : ก็รีบไปซะสิใครเขาห้ามหล่อนล่ะ จะรออะไร           ทำเป็นพูดประชดไปขณะกำลังเอาของแช่เย็นออกจากตู้เย็น

            แหน๋น : หืมม.. ป้าก็…  ฉันก็ยังอยากอยู่กับป้าก่อนน่ะจ้ะ บ้านนอกบ้านฉันน่ะจะกลับเมื่อไหร่ก็ได้มันไม่หนีไปไหนหรอก อยู่เป็นเพื่อนคลายเหงาให้ป้าก่อน เดี๋ยวป้าจะไม่มีคนคุยด้วยนะ          ทำเป็นพูดยอกย้อนและประจบเล็กน้อย ยิ้ม

            ยายเป : หล่อนไปฉันก็มีใหม่ย่ะ ยังมีแม่หอมอีกคน นี่ถ้าหล่อนไปนะฉันคงจะทั้งสงบปากและสงบหูน่ะ          ทำเป็นพูดใส่อย่างไม่แคร์เพราะรู้ว่าแหน๋นชอบกระเซ้าเย้าแหย่

แหน๋นทำเป็นหน้ามุ่ยแบบงอนๆใส่แต่ยายเปไม่สนใจกำลังล้างปลาหมึกเพื่อจะทำผัดผักรวมน้ำมันหอยใส่ปลาหมึกหนึ่งในเมนูอาหารเย็นวันนี้   แหน๋นทำเม้มปากพร้อมกับทำสะบัดหน้าเล็กน้อยที่ยายเปทำเป็นไม่แคร์แล้วหั่นผักต่อพร้อมเหลือบยายเปอยางเคืองๆไปด้วย

แทนเดินมายังห้องพักผ่อนที่คุณแม่กับภรรยากำลังนั่งคุยกันและถามหาน้องชายก็ได้รับคำตอบว่านอนหลับคงจะเพลีย แทนไทอมยิ้มเล็กน้อย 

            แทน : หลับตอนเย็นแบบนี้ก็คงจะตื่นตอนดึกๆล่ะฮะ คงจะเหนื่อย หรือว่าไปเดินสวนและเก็บผลไม้มาด้วย          พูดแบบขำๆไปเล็กน้อยขณะนั่งที่เก้าอี้ข้างๆภรรยา

            นิ : ค่ะ เห็นบ่นว่าเหนื่อยตอนมาถึง แล้วก็ขึ้นห้องเลย          พูดกับสามีแล้วหันไปทางคุณแม่สามี อมยิ้มเล็กน้อย 

            สุรีพร :   จ้ะ แม่เดินออกมาก็ไม่เห็นละ        สอดรับสิ่งที่ลูกสะใภ้พูดแล้วอมยิ้มแล้วหันไปถามลูกชาย      “  คุณพ่อยังอยู่ในห้องหนังสือเหรอลูก?  “     

            แทน : ครับ แต่เดี๋ยวคงลงมาบอกว่าจะเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวก็ถึงเวลาอาหารเย็นแล้วครับ          ยิ้ม  แลัวลังเลปนไม่แน่ใจ   ” คุณพ่อเหมือนกำลังมีเรื่องอะไรให้คิดเลยฮะ..หรือว่ามีเรื่องอะไรที่ท่านไม่สบายใจ ”          ถามคุณแม่เสียงต่ำลง 

สุรีพรทำหน้าคิดเล็กน้อย 

            สุรีพร : ไม่นี่ลูก        อมยิ้มเล็กน้อย      ”  หรืออาจจะเป็นเรื่องงานก็ได้ เดี๋ยวก็คงเล่าให้แม่ฟัง ”   อมยิ้ม เพื่อบอกลูกชายอย่างที่ตนเองพูด 

  นิยะดา : เดี๋ยวคุณพ่อก็เล่าให้คุณแม่ฟังล่ะค่ะ  หากเราไปเซ้าซี้ท่านไม่พูดแน่ๆ      พูดไปพร้อมกับเอื้อมมือไปแตะที่เข่าของสามีเพื่อให้เขาคลายใจ    ” คุณแทนกังวลมาพักหนึ่งแล้วล่ะค่ะ  ”   หันไปพูดกับคุณแม่ของสามี  

สุรีพรหุบยิ้มลงเล็กน้อยครู่หนึ่งก็พยักหน้าพร้อมกับอมยิ้มให้ลูกชายกับลูกสะใภ้เพื่อให้ทั้งคู่สบายใจและพูดอีกครั้งว่าไม่มีอะไรคงจะเป็นเรื่องงาน  คุยกันต่อได้ครู่หนึ่งทองทิวก็เดินเข้ามาสมทบและถามหาไทอีกคนเมื่อทราบว่าลูกชายคนเล็กหลับอยู่บนห้องเพราะคงเพลียก็อมยิ้มพร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อยแต่สีหน้าแววตาอ่อนโยนด้วยความเป็นห่วงเพราะช่วงนี้เห็นวิ่งรอกไปหน้าไซด์งานบ่อยๆ นั่งคุยกันสักพักก็ได้เวลาอาหารเย็นทั้งสี่คนจึงรับประทานอาหารเย็นโดยที่ไม่มีไทร่วมโต๊ะอาหารด้วยในวันนี้ 

                                                        // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

            บัวกับปอมาที่ร้านหมูกระทะในอำเภอตามที่ได้นัดกับเจษไว้ เมื่อเดินเข้ามาภายในร้านก็มองหาและเห็นว่าเจษกำลังยกมือให้อยู่ไวๆจึงพากันเดินเข้าไปหา  เจษลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นบัวพาเพื่อนมาด้วยพร้อมกับยิ้มอย่างมีไมตรีเพื่อรอบัวแนะนำให้รู้จัก 

            บัว : นี่ปอจ้ะ                  บอกเจษ แล้วหันไปทางปอ       “ เจษจ้ะ เพื่อนกันตั้งแต่มัธยม “      ยิ้ม

            เจษ : สวัสดีครับ             พูดพร้อมกับพยักหน้าให้ปอเล็กน้อยแล้วยิ้มอย่างมีไมตรี

            ปอ : สวัสดีค่ะ                พูดพร้อมกับพยักหน้าและยิ้มให้อย่างมีไมตรีเช่นกัน

            บัว : โอเครู้จักกันละ งั้น..นั่งๆ       พูดพร้อมกับทำท่าทางผายมือทั้งสองข้างให้ทั้งสองคนเพื่อนั่งและทำเป็นติดตลกเล็กน้อย

ทั้งเจษกับปอยิ้มแล้วก็นั่งลงเจษบอกว่าเดี๋ยวไปตักอาหารมาให้แล้วลุกขึ้นและเดินไปที่มุมอาหาร  ทั้งสามคนผลัดกันลุกไปตักอาหารพร้อมกับกินหมูกระทะและคุยกันทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานรวมทั้งพูดเรื่องของบัวตอนที่ยังเรียนหนังสือ เจษบอกปอว่าบัวค่อนข้างเปิ่นๆและโก๊ะ บัวทำเป็นค้อนเล็กน้อยและทำสายตาเหวี่ยงๆใส่เจษ

            บัว : แหม..มานั่งย่างหมูกระทะกันนะ ไม่ใช่มานั่งเผากันเอง                ทำเป็นค้อนทั้งเจษและปอ ทั้งคู่หัวเราะเล็กน้อย

            เจษ : พอเป็นน้ำจิ้มน่ะขำๆ ไม่ได้เมาท์เรื่องของบัวกับใครมานาน             พูดยิ้มๆเย้าแหย่บัวต่อ

            ปอ : ใช่ค่ะ ท่าทางตอนเรียนหนังสือกับตอนทำงานจะไม่ค่อยต่างกัน        พูดเสร็จก็ขำอีกคน

บัวเลยหันไปทำเป็นมองค้อนปอบ้างครู่หนึ่งก็หัวเราะ ปอกับเจษหัวเราะกับท่าทางของบัวนานแล้วที่ไม่ได้เห็นท่าทางขี้เล่นแบบนั้นตั้งแต่มัธยม เจษยิ้มมองบัวครู่หนึ่งก็หันไปถามปอว่าบัวพาไปเที่ยวที่ไหนบ้าง ปอตอบว่าไม่ได้ไปไหนเพราะตั้งใจมาเยี่ยมบัวและเจษยังบอกว่าหากมาคราวหน้าให้บอกเขายินดีจะพาไปเที่ยว ปอยิ้มและกล่าวขอบคุณเจษที่มีน้ำใจ  บัวปล่อยให้ปอกับเจษคุยกันและพูดบ้างเพราะทั้งเจษและปอเป็นคนคุยค่อนข้างเก่งด้วยกันทั้งคู่ดูท่าทางจะคุยเข้าขากันได้ดีและทั้งคู่ยังหันมาพูดกระเซ้าเย้าแหย่บัวอยู่ตลอด

เมื่อกลับมาถึงบ้านทั้งบัวกับปอก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและเมื่ออยู่กันที่ห้องนอนปอถามบัวแบบกระเซ้าเย้าแหย่พร้อมกับยิ้มว่าใช่เจษหรือเปล่าที่แชทหาบ่อยครั้งเวลาบัวไปที่กรุงเทพฯ  บัวบอกว่าใช่แต่เป็นเพื่อนกันปอทำหน้าแบบไม่ค่อยเชื่อเพื่อแกล้งบัวแต่เห็นบัวยังทำเฉยๆ จึงคิดในใจว่าสงสัยเจษคงชอบบัวฝ่ายเดียวและคิดว่า…

            ปอ : แล้ว..คนเมื่อตอนกลางวันล่ะ?         พูดปนไม่แน่ใจในสิ่งที่เย้าแหย่พร้อมกับเลิกคิ้วทั้งสองข้างเชิงเป็นการถามขณะนั่งอยู่บนเตียงนอนและบัวกำลังจัดเสื้อผ้าที่อยู่ในตู้เสื้อผ้าให้เรียบร้อย  

บัวชะงักเล็กน้อยแล้วจัดเสื้อผ้าในตู้ให้เข้าที่ต่อ ปอสังเกตเห็นปฏิกิริยานั้นก็เม้มปากอมยิ้มทำหน้าเหลอ

            บัว : คุณไทเขา…            ชะงักอีกเล็กน้อยแล้วพูดต่อ    “  ไม่ได้รู้จักอะไรกันหรอก รู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ของเขามากกว่า แล้ว..คุณพ่อกับคุณแม่ของเขาเคยมาที่นี่  พึ่งเจอกันครั้งที่สองเอง  “       อธิบายให้เพื่อนเข้าใจ พร้อมกับหันมาที่ปอเมื่อจัดเสื้อผ้าในตู้เรียบร้อยแล้วและเปลี่ยนเรื่องคุย    “  พรุ่งนี้กลับกี่โมงนะ?  “       ทำเป็นถามทวนเวลากลับของเพื่อน

            ปอ : บ่ายสอง                  ตอบสั้นๆพูดเสร็จก็ยิ้ม

            บัว : อืม..พอดีกินข้าวเที่ยงเสร็จก็เข้าไปเก็บเอาผลไม้ในสวนไปด้วย        พูดเสร็จก็ยิ้มแล้วเดินมานั่งและเอนตัวพิงกับหัวเตียงเพื่อคุยกับปอต่อ  ”  จะได้ไม่เสียเวลามาก เดินทางคนเดียว เป็นห่วง ” พูดพร้อมกับเหลือบมาทางเพื่อน  ปอก็เหลือบเพื่อนเช่นกัน  

           ปอ : แหม.เปลี่ยนเรื่องคุยเลยนะ ว่าจะถามต่อ.จะ..ซักไซ้ไล่เลียงประวัติคุณไทซะหน่อย       พูดและอมยิ้มแบบรู้ทันแล้วพูดต่อ   ” ก็.เดินทางสะดวกจ้ะ ไม่ต้องห่วงหรอกรถราบนท้องถนนเยอะแยะ ” 

             บัว : นั่นแหล่ะที่เป็นห่วงและ…อันตราย         คำท้ายเสียงต่ำทำหน้าเข้มใส่เพื่อน   

ปออมยิ้ม ทั้งสองสาวคุยกันจนดึกเกือบจะห้าทุ่มจึงเข้านอนแม้จะแชทบ้างโทรถามข่าวคราวกันบ้างอยู่เป็นระยะก็ตาม  บัวเองก็ไม่อยากให้ปอนอนดึกมากเพราะพรุ่งนี้ต้องขับรถกลับกรุงเทพฯ  อมยิ้มเล็กน้อยมองไปที่เพื่อนที่หลับไปก่อนแล้วเอื้อมมือไปปิดไฟที่หัวเตียงแล้วเข้านอน

                                                       // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

             ตอนสายทองไทอาบน้ำและเตรียมตัวจะออกไปทำงานช้ากว่าใครเพราะเกือบจะเก้าโมงแล้ว  เมื่อคืนเขามีอาการท้องเสียเล็กน้อยซึ่งก็ทำให้คุณแม่กับคุณพ่อเป็นกังวลแต่เขาปฏิเสธพี่ชายที่จะพาไปโรงพยาบาลตอนดึกและกินยาแก้ท้องเสียที่บ้านแทน สุรีพรเดินมาที่โต๊ะอาหารเมื่อเห็นว่าลูกชายคนเล็กลงมาแล้วและเธอได้เตรียมอาหารเช้าไว้ให้เขา

            สุรีพร : เป็นไงบ้างลูกดีขึ้นมากหรือยัง?  ค่อยไปทำงานพรุ่งนี้ไม่ได้เหรอ?       ถามอ่อนโยนอย่างเป็นห่วง

            ไท :  ดีขึ้นมากแล้วครับ           ยิ้ม     “  อาจจะมีอาการอีกเล็กน้อย แต่..ไม่เป็นไรหรอกครับ  “      พูดยิ้มๆ ยังเห็นคุณแม่ทำหน้าเป็นกังวล    “  ผมมีงานต้องทำเยอะมากครับกลับจากเขาใหญ่ก็มีงานเลยไม่อยากหยุด  “       ยิ้ม

สุรีพรถอนหายใจและยังมีสีหน้าเป็นห่วงแต่ก็ห้ามไม่ได้จึงบอกเขาให้ทานข้าวแล้วเดินออกไปไม่รบกวน และเมื่อเขาทานข้าวเสร็จก็เดินตามไปส่งที่หน้าบ้านรอจนกระทั่งรถของเขาแล่นพ้นประตูรั้วบ้านไปจึงกลับเข้าไปข้างใน 

แหน๋นกับหอมนั่งซุบซิบกันที่ม้านั่งไม้ด้านหลังครัวในช่วงเวลาเบรก แหน๋นเล่าให้หอมฟังว่ายัยตุ๊กที่เป็นเพื่อนกันและเป็นแม่บ้านที่บ้านของนักธุรกิจในแวดวงสังคมโทรมาเล่าเรื่องที่เขาใหญ่ของคุณไทกับเพื่อนให้ฟังเพราะเจ้านายของยัยตุ๊กเขาเมาท์กันในกลุ่มอีกแล้วเรื่องปาร์ตี้เล็กๆที่บ้านเขาใหญ่  หอมทำตาโตอีกแบบไม่เชื่อเพราะคุณไทคงจะแค่ชวนเพื่อนไปเที่ยวด้วยแค่นั้น  

            แหน๋น :  จริ้ง ยัยตุ๊กมันยืนยันว่าเจ้านายของมันยืนยันว่าจริง             ทำเสียงสูงแม้จะแอบคุยกันแบบแทบจะกระซิบ

            หอม : หืม.แค่ไปทำงานที่เขาใหญ่ หากคุณไทจะไปอะไรแบบนั้นคงไม่ต้องรอให้ไปทำงาน หรอกมั้ง ไปเมื่อไหร่ก็ได้        หอมแย้งเสียงสูงแทบจะกระซิบเช่นกัน

            แหน๋น : เอ้อ.จริงแฮะ          เริ่มทำหน้าเหลอๆและเออๆออไปกับหอม แต่ครู่หนึ่ง   “  แต่ยัยตุ๊กมันบอกว่าเขาเริ่มเมาท์กันอีกแล้วและอีกไม่นานก็เป็นข่าวซุบซิบเหมือนครั้งที่แล้ว เชื่อสิ!  “        ยังพยายามโน้มน้าว

หอมเริ่มทำหน้าคิดและถอนหายใจเล็กน้อยว่าข่าวที่ลือกันเรื่องของเจ้านายจะเป็นจริงหรือไม่จริงก็ตามเพราะเท่าที่เห็นคุณไทก็ธรรมดาแต่อาจจะค่อนข้างสำอางและรักสะอาดมากไปหน่อย  แต่ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงยายเปเรียกหาทั้งสองคนและบอกว่าหมดเวลาเมาท์กันแล้วทั้งคู่จึงลุกขึ้นและเดินแยกกันไปคนละทาง หอมเดินไปหายายเปตามเสียงเรียกส่วนแหน๋นเดินเลียบข้างบ้านไปเพื่อไปหน้าบ้านปล่อยให้หอมรับหน้ากับยายเปคนเดียว

                                                     // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

            ทองทิวเซ็นเอกสารเสร็จก็วางแฟ้มไว้ตรงหัวโต๊ะรอเลขามาเอาออกไปครู่หนึ่งก็นั่งนิ่งพร้อมกับสีหน้าที่กังวลกำลังคิดเกี่ยวกับเรื่องของลูกชายคนเล็กในใจ ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องทำงานไป

ขามาที่ห้องทำงานของไทเมื่อเปิดประตูเข้ามาก็เห็นว่าไทกำลังนั่งทำงานดูไฟล์งานในโน๊ตบุ๊คแล้วมองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มเมื่อเห็นว่าเขาเดินเข้ามา

            ทองทิว : เป็นไงบ้างคนป่วย?           ถามลูกชายยิ้มๆปนขำนานๆทีไทจะมีอาการท้องเสีย เดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกัน

ไทยิ้มปนขำเหมือนกันกับคำถามและท่าทางของคุณพ่อที่ดูเหมือนจะแซวเขาเล็กน้อยนั่น

            ไท : ดีขึ้นมากแล้วครับ                 ยิ้ม  

            ทองทิว : อื้ม..ไม่รอให้อาการดีกว่านี้ค่อยมาทำงานล่ะลูก แค่วันสองวันเองเดี๋ยวพ่อกับแทนดูให้     พูดเสียงต่ำอ่อนโยนลงอย่าง เป็นห่วง

            ไท : ไม่เป็นอะไรมากครับ เมื่อคืนก็เข้าห้องน้ำซะจน… “       พูดไปขำไปทำหน้าเหลอพร้อมกับคุณพ่อที่ขำเหมือนกัน       “  ไม่เป็นไรแล้วครับ “         พูดเสียงต่ำลงบอกคุณพ่ออย่างจริงจังเพื่อให้ท่านคลายกังวล  ยิ้ม

            ทองทิว : อื้ม..ถ้าไม่เป็นไรก็..ไม่เป็นไร   ยิ้ม    ” แล้ว..จะนัดประชุมเรื่องงานมั้ย?      

            ไท : เอ่อ.ผมขอประชุมกับแผนกวิศวกรก่อนครับ งานนี้ผมว่าไม่ค่อยมีอะไรมากอาจจะไม่รบกวนคุณพ่อกับพี่แทน  เอาไว้โปรเจคหน้าครับ

            ทองทิว : ลูกค้าเขาตกลงแล้วเหรอ? 

            ไท : ครับ                                รับคำสั้นๆ ยิ้ม

ทองทิวยิ้มกับสิ่งที่ลูกชายบอกแต่ยิ้มมองดูอย่างภูมิใจที่หลายเดือนมานี้ไทวิ่งรอกงานเองหลายอย่างจนกระทั่งได้ยินข่าวดีเมื่อครู่เขาภูมิใจในตัวลูกชายทั้งสองคนไม่ค่อยยุ่งเรื่องส่วนตัวหากลูกไม่ปรึกษา เพราะเขาปล่อยให้ลูกๆคิดเองและจัดการแก้ปัญหาด้วยตนเอง  นั่งคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับออกไปปล่อยให้ไทได้ทำงานของเขาต่อ

                                                        // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

            ปอยกมือไหว้เพื่อบอกลาย่าใบกับคุณแม่ของบัวพร้อมกับบอกว่าได้สูตรทำขนมหวานอร่อยๆจากย่าใบไปหลายสูตรจะไปลองหัดทำ ย่าใบหัวเราะแล้วบอกว่าหากมีอะไรให้โทรมาถามได้และแวะมาเยี่ยมเยียนกันบ่อยๆปอรับคำและบอกว่าจะกลับมาเยี่ยมย่าใบกับคุณแม่กับบัวอีกแน่ๆ 

            ลัคณา : เดินทางปลอดภัยนะลูก ขับรถระวังๆ              พูดอย่างอ่อนโยนและเป็นห่วง  ยิ้ม

ปอรับคำสั้นๆว่าค่ะแล้วเดินไปที่รถพร้อมกับบัวที่เดินตามไปส่งถึงรถแล้วพูดกับเพื่อนเช่นเดียวกับที่แม่พูดและยืนมองดูปอที่ขึ้นรถไป ครู่หนึ่งรถยนต์ของปอก็ค่อยๆแล่นห่างออกไปจนลับตาจึงหันหลังกลับแล้วเดินเข้าไปหาแม่กับย่าที่นั่งยิ้มรออยู่ที่แคร่เล็ก

            ลัคณา : หนูปอน่ารักดีนะคุยเก่งเชียว น่าจะมาบ่อยๆ              ยิ้ม อารมณ์ดี

            บัว : ไม่ค่อยสะดวกเรื่องเวลาน่ะค่ะ หากพอจะสะดวกก็..กลับไปเยี่ยมบ้านที่เชียงใหม่     อมยิ้ม  แล้วพูดเรื่องอื่นกับแม่ต่อ      “  ไว้อีกสักชั่วโมงค่อยเข้าสวนนะคะเดี๋ยวบัวช่วย  “    

            ลัคณา : ไม่ต้องหรอกลูกเดี๋ยวแม่ไปคนเดียว อีกไม่กี่ชั่วโมงพ่อก็เลิกงานกลับมาละ ไว้พรุ่งนี้ตอนเช้าค่อยช่วยแล้วกัน มันไม่มีอะไรมากหรอก 

            ย่าใบ : อื้ม.นั่นสิ แม่ลัคก็ด้วยเอาไว้ค่อยเข้าสวนพร้อมกับพ่อพจน์เขาก็ได้ สองสามวันมานี้ต้อนรับแขกกันเหนื่อย    พูดเสร็จก็ขำเล็กน้อย      “  พักผ่อนสักสองสามชั่วโมงค่อยไป  “ 

ลัคณาทำท่าคิดมองทั้งแม่สามีและลูกสาวก็เห็นว่าบัวมองอยู่และทำเลิกคิ้วสูงทั้งสองข้างแบบเห็นด้วยกับย่า ครู่หนึ่งก็พยักหน้าแล้วอมยิ้มทั้งสามสาวต่างวัยจึงนั่งคุยกันที่แคร่ทั้งเรื่องที่สวนและเรื่องที่สัปดาห์นี้มีแขกมาเยี่ยมบ้านถึงสองคนโดยเฉพาะแขกคนพิเศษที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

                                                    // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

            ตอนดึกราวสามทุ่มเศษหลังออกจากออฟฟิศไทขับรถมาที่ผับแห่งหนึ่งตามที่ได้นัดกันไว้กับเพื่อนเมื่อตอนสายวันนี้ เพื่อนสนิทตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยแล้วต่างแยกย้ายกันไปเรียนต่อปริญญาโทที่ต่างประเทศ  หลังเรียนจบไทใช้ชีวิตอิสระอยู่ที่ต่างประเทศราวครึ่งปีก็กลับมาช่วยงานคุณพ่อกับพี่ชายส่วนเพื่อนใช้ชีวิตที่นั่นจนกลับมาอยู่ที่บ้านเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อจอดรถและเดินเข้ามาข้างในก็มองหา  “ มาร์ค  อนันตพล  อมตะไพบูลย์  “  ก็เห็นว่านั่งอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ใกล้บริกรและยกมือให้เขาอยู่

             มาร์ค : เป็นไงงานยุ่งมั้ย?         ถามแบบขำๆพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยกึ่งแซว      “ ก็น่าจะยุ่งอยู่หรอกนะ..ไม่น่าถาม  “              พูดเสร็จก็ขำอีก ถามเองตอบเอง

            ไท :  ใช่ มากกก    ( ลากเสียงยาว ) ก็ไม่น่าจะถามนั่นล่ะ       พูดเสร็จก็หัวเราะขำๆรับมุกเพ่ื่อน ครู่หนึ่งบริกรก็เสิร์ฟเครื่องดื่มให้ ไทพยักหน้าพร้อมกับกล่าวขอบคุณเบาๆ

            มาร์ค : แล้วทำไมรับนัดล่ะ             ถามเสียงเบาลงเล็กน้อยอย่างเกรงใจเพื่อน  

ไทหันมายิ้มให้เพื่อนหลังจากที่ยกเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มแล้วและบอกว่าไม่เป็นไร มาร์คอมยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เหมือนรับทราบพร้อมกับขอบคุณไปในตัว

            ไท : ตัดสินใจหรือยังว่าจะช่วยงานที่บ้านหรือจะหาอะไรทำเอง?      

            มาร์ค : อื้ม.วันนี้ก็เข้าออฟฟิศมา…ก็…ทำงานกับครอบครัวเพื่อหาประสบการณ์ไปก่อนน่าจะโอเคกว่า เรียนรู้วิธีการทำงาน เรียนรู้เรื่องคนทำงานในบ้านเรา อื่นๆก็ค่อยว่ากันต่อไป         พูดไปเรื่อยๆโดยที่ไม่หันมามองไท

            ไท : อือ.ก็ดี ต้องปรับตัวพอสมควรเหมือนกันแหล่ะ     พูดไปพยักหน้าไปด้วยเล็กน้อย ยิ้ม         “ แล้วที่เข้าออฟฟิศวันนี้เข้าไปทำงานเลยเหรอ? “

            มาร์ค : ไม่หรอก        พูดพร้อมกับส่ายศีรษะและขำเล็กน้อย    “ เข้าไปดูอะไรบ้างเล็กน้อย… เมื่อวานตื่นเช้ามานึกอยากจะลองเข้าไปที่ออฟฟิศเลยบอกคุณพ่อว่าวันนี้ขอตามเข้าออฟฟิศด้วย “        พูดไปขำไปด้วยเล็กน้อย    “ แต่คงอีกสักพักหนึ่งนั่นล่ะถึงจะเข้าไปแบบเป็นเรื่องเป็นราว “      

ไทหันไปมองเพื่อนตลอดเวลาที่เขาพูดพร้อมกับพยักหน้าไปด้วยและอมยิ้มเมื่อเพื่อนพูดเสร็จก็หันไปยกแก้วเครื่องดื่มขึ้นมาดื่มแล้วนิ่งไปครู่เก็บบรรยากาศ มาร์คเองก็เช่นกัน ครู่หนึ่ง

            มาร์ค : เรื่องซุบซิบนั้น…..            หันไปมองไทแล้วพูดเสียงเบาลงและเห็นว่าเพื่อนนิ่งมองที่แก้วเครื่องดื่ม    “  โทษที  “     พูดเสียงเบาและต่ำลงคำขอโทษนั้นอย่างจริงใจ

 ไทก้มหน้าต่ำลงเล็กน้อยพร้อมกับถอนหายใจเบาๆแล้วหันไปมองมาร์คพร้อมกับอมยิ้ม

            ไท : ไม่เป็นไร      พูดเสียงเบาแต่ชัดเจนเพื่อบอกเพื่อนให้คลายกังวลว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆพูดเสร็จก็อมยิ้มเพื่อยืนยันคำตอบนั้น

มาร์คก็อมยิ้มอย่างที่รู้สึกว่าขอบคุณจริงๆ ไทเป็นเพื่อนที่เขาสนิทด้วยมากที่สุดตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัยและเป็นคนที่รับฟังและให้กำลังใจและเป็นคนที่เขาพึ่งพาได้ตลอดเวลามีปัญหาหรืออะไรก็ตาม  ต่างคนต่างอมยิ้มให้กันแล้วหันกลับไปยกแก้วเครื่องดื่มในมือของใครของเราขึ้นมาดื่มและคุยกันไปเป็นพักๆไปตามบรรยากาศและเสียงเพลงเพื่อผ่อนคลาย

ไทแยกกับมาร์คตอนสี่ทุ่มครึ่งเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นว่าคุณพ่อกับคุณแม่  พี่ชายและพี่สะใภ้กำลังนั่งดูรายการทีวีจึงเดินเข้าไปร่วมวงคุยด้วยอีกคน  คุยอยู่พักหนึ่งก็ขอตัวกลับขึ้นห้องเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพักผ่อน

                                                      // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

            บัวกำลังนั่งเขียนงานของตัวเองต่อที่โต๊ะทำงานริมหน้าต่างหลังจากที่ไม่ได้ทำมาสามวันเพราะดูแลปอที่มาเยี่ยมถึงบ้าน สองสามวันที่ผ่านมานี้มีทั้งความสนุกและ..แปลกใหม่จากแขกที่รับเชิญและคาดไม่ถึงเลยรู้สึกว่ากระตุ้นต่อมไอเดียของตัวเองได้อย่างดีเลยไม่อยากรอช้ารีบลงมือเขียนงานต่อ พิมพ์งานไปอมยิ้มหัวเราะขำๆไปด้วยเล็กน้อย ครู่หนึ่งก็อ่านทบทวนแล้วพิมพ์ต่อรู้สึกว่าสมองกำลังแล่น พร้อมกับคิดในใจว่าคืนนี้คงดึกมาแน่ๆหรือไม่ก็..สว่าง..

                                                        // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

           

โพสท์ใน นิยาย | แสดงความเห็น