เรื่องสั้น – ในความทรงจำหนึ่งของโม ตอนที่ 2 ” ความซื่อสัตย์ “

ตอน  2  ความซื่อสัตย์

วันนี้หลังจากเลิกเรียนกลับมาถึงบ้านตอน 5 โมงเย็นเพราะมัวแต่เล่นบอลลูนโป้งกับเพื่อนถูกพี่หม่อนค้อนให้นิดๆเพราะต้องนั่งรอตั้งครึ่งชั่วโมง โมวางกระเป๋านักเรียนบนโต๊ะหนังสือแล้วก็จะเปลี่ยนชุดนักเรียนแต่นึกขึ้นได้ว่ามีเงินเหรียญอยู่ในกระเป๋าเสื้อ  วันนี้ใช้เงินไม่หมดเหลือมา 1 บาท โมหยอดเงินเหรียญ 1 บาทลงในกระปุกออมสินหมีน้อยเสียงดังแก๊ง เสร็จแล้วหยิบขึ้นมาแนบหู เอียงศีรษะเล็กน้อยพร้อมเขย่าเบาๆ  ว้า จะมีถึง 10 เหรียญมั้ยนะโมคิดในใจพร้อมวางกระปุกออมสินหมีน้อยที่ทำมาจากปูนปลาสเตอร์ลงบนโต๊ะหนังสือ ไม่ทันไรพี่หม่อนก็เดินมาเรียก ” เสร็จหรือยัง ต้องไปซื้อใบตองกล้วยบ้านยายปุ่นนะ ” พี่หม่อนถาม ” ได้ๆ ” โมตอบแล้วรีบเปลี่ยนชุดนักเรียนเป็นชุดลำลองเสร็จแล้วเดินตามหลังพี่หม่อนไปตรงฟากครัว หยิบกล้วยน้ำว้ามา 2 ลูกแล้วเดินลงบันไดไปรอพี่หม่อนที่รถจักรยานที่จอดอยู่ใต้ถุนเรือนใหญ่ ส่วนพี่หม่อนไปเอาเงินกับป้านางที่กำลังกรองแป้งขนมอยู่ ” เงินวางอยู่บนตู้กับข้าวหยิบเอาเลย 10 บาท ” ป้านางบอก  พี่หม่อนหยิบเงินแล้วเดินลงบันไดมาพร้อมกับป้านางที่เดินตามหลังพี่หม่อนมาแล้วหยุดอยู่ตรงหัวบันไดใช้มือขวาลูบมือซ้าย มือซ้ายลูบมือขวาสลับกันไปมาเพราะมีแป้งติดมือเล็กน้อยหลังล้างมืออย่างลวกๆ ป้านางตะเบ็งเสียงบอกอย่างจริงจัง

” ไปถึงหน้าบ้านยายปุ่นแล้วให้รอที่หน้าบ้านนะ อย่าเข้าไปหมาแกดุ ให้เรียกชื่อแกเอาเดี๋ยวแกเดินออกมาเอง ”

“ครับ ” พี่หม่อนรับคำพร้อมหันหัวจักรยานจูงออกถนนใหญ่หน้าบ้านโดยมีโมนั่งซ้อนท้ายอยู่บนรถจักรยานแล้วพร้อมกินกล้วยน้ำว้าอย่างสบายใจเฉิบ

” อย่าเดินเข้าไปเองนะ ให้รออยู่หน้าบ้าน ” ลุงพันธ์สำทับอีกทีขณะกำลังกวนขนมเปียกปูนหม้อใหญ่อยู่บนเรือน

” ระวังรถใหญ่ด้วยนะ ” ป้านางตะโกนตามหลังมาอีก

โม 2.1

 

 

 

 

 

 

เช้าวันใหม่ตอนรับประทานอาหารเช้าป้านางบอกว่าวันนี้ไม่ได้ซื้อกับข้าวมาทำข้าวกล่องอาหารกลางวันให้ ป้าบอกว่ากับข้าวมีแต่แบบเดิมๆ หมูยอบ้าง ตับไก่ย่างบ้าง ไส้กรอกบ้างเกรงว่าจะเบื่อ วันนี้ให้กลับมาทานอาหารกลางวันที่บ้านหรือถ้าไม่ก็ทานที่โรงอาหารของโรงเรียนหรือออกไปกินก๋วยจั๊บที่ตลาดกับเพื่อนๆแทน

โม 2.2

เมื่อมาถึงโรงเรียนและวางกระเป๋านักเรียนไว้บนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว โมก็ชวนน้ำเพื่่อนสนิทไปที่ร้านค้าที่อยู่หน้าโรงเรียนเพื่อไปซื้อลูกโป่งวิทยาศาสตร์มาเป่าเล่นกัน โมซื้อลูกโป่งวิทยาศาสตร์กับนมเม็ดมาอย่างละอันส่วนน้ำไม่ชอบลูกโป่งวิทยาศาสตร์เพราะคิดว่ามันมีกลิ่นเหม็นฉุนจึงซื้อแต่นมเม็ดมาอมแทน แล้วทั้งสองก็เดินไปสมทบกับนิออนและเพื่อนคนอื่นๆที่กำลังแข่งกันเป่าลูกโป่งวิทยาศาสตร์อยู่บริเวณสนามหญ้าหน้าโรงเรียน

ตอนพักรับประทานอาหารกลางวัน พี่หม่อนกับโมก็ปั่นจักรยานกลับมาทานข้าวที่บ้านคุณตากับป้านางรออยู่ส่วนนนท์ไม่มา ลุงพันธ์แยกทานต่างหากเพราะเป็นมังสวิรัติ อาหารกลางวันที่ป้าเตรียมไว้วันนี้ก็มีแกงเห็ดฟางที่ป้าทำเองกับลาบไก่อาหารสำเร็จรูปที่ป้าซื้อมาตั้งแต่ตอนเช้า เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จพี่หม่อนก็ไปล้างหน้าล้างตา

โม 2.3

ส่วนโมรอให้ทุกคนลงจากเรือนไปแล้วก็ไปสาละวนอยู่กับกระปุกออมสินของพี่หม่อนที่วางไว้บนโต๊ะหนังสือใกล้กับที่นอน โมแอบแคะกระปุกออมสินของพี่หม่อน กระปุกออมสินของพี่หม่อนเป็นกระปุกออมสินที่ทำมาจากแผ่นพลาสติกที่เรียกว่าแผ่นเฟรม พี่หม่อนทำเองไม่รู้ว่าเรียนวิชาอะไรและโมเคยเห็นพี่หม่อนเอาแผ่นเฟรมนี้มาทำที่บ้านโดยใช้ไหมพรมกับเข็มถักๆเป็นกากบาท แต่ดีเพราะมันเป็นแผ่นพลาสติกกับไหมพรมเลยทำให้ไม่ได้ยินเสียงดังเวลาโมแคะกระปุกออมสินอันนี้ของพี่หม่อน โมแคะกระปุกออมสินและได้เงินเหรียญบาทมา 2 เหรียญเอาใส่กระเป๋าเสื้อนักเรียนแล้วรีบเดินลงจากเรือนทันทีก่อนที่พี่หม่อนจะล้างหน้าเสร็จ  โมรู้สึกว่ากระปุกออมสินของพี่หม่อนเริ่มเบาๆโหวงๆ  พี่หม่อนจะได้ค่าขนมพิเศษต่างหากเพราะต้องตื่นแต่เช้าไปช่วยป้ากับลุงขายขนมที่ตลาดแต่โมไม่รู้ว่าพี่หม่อนได้เงินพิเศษนี้ครั้งละกี่บาทเพราะบางครั้งโมเคยได้เหรียญ 5 บาทจากการแอบแคะกระปุกออมสินของพี่หม่อนด้วย

สองสามวันต่อมาขณะรับประทานอาหารเช้าก่อนไปโรงเรียนกับคุณตาและน้าทิน พี่หม่อนพูดขึ้นว่า ” เงินหายไปจากกระปุกออมสินเกือบหมดเลย ”

น้าทิน     : หือ  ได้แคะเอาเงินออกไปใช้บ้างหรือเปล่า ?

พี่หม่อน  : ไม่เคยครับ ตั้งใจจะหยอดกระปุกออมสินให้เต็มแล้วเอาไปฝากธนาคาร

คุณตาหัวเราะร่วนมองมาที่โม พูดไปหัวเราะไป

คุณตา  :  โมแอบแคะกระปุกออมสินของพี่หม่อนใช่ไหม ? โมเอ๊ยย! (คุณตาถามพร้อมหัวเราะเสียงดัง)

โมก้มหน้าไม่กล้าสบตากับใครสักคนทำทีเป็นตักอาหารเข้าปาก ที่สำคัญกลัวจะถูกน้าทินดุและตี

น้าทิน    : โมไปแอบแคะกระปุกออมสินของพี่เขาตอนไหน ?         น้าทินถามเสียงเรียบ

โมเงียบไม่ตอบเพราะความผิดจากสิ่งตนเองทำ   น้าทินถามอีก

น้าทิน  :  ได้ยินที่น้าถามไหม โมเป็นคนทำหรือเปล่า ?

โม       :   ตอนเย็นที่ทุกคนเผลอหรือไม่อยู่บนเรือนค่ะ

น้าทิน : โมรู้ใช่ไหมว่าการทำแบบนี้ดีหรือไม่ดี และเขาเรียกว่าอะไร?   น้าทินพูดด้วยน้ำเสียงเข้มและจริงจังมากขึ้น โมเงียบยังก้มหน้าก้มตาและตักอาหารเข้าปากไปแต่ในใจรู้สึกผิด

น้าทิน :  ตอบน้ามาซิ ที่ถามเมื่อกี้นี้

โม      :  ไม่ดีค่ะ         โมตอบและก้มหน้าเคี้ยวอาหารที่อยู่ในปากช้าๆ

น้าทิน :  ทั้งๆที่รู้ว่าไม่ดีแต่โมยังแอบแคะกระปุกออมสินทุกวัน  ไม่ดีแต่ยังทำทุกวัน เพราะอะไร ?  น้าทินถามเสียงเข้มๆเน้นๆ  โมยังก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบ

น้าทิน :  แบบนี้เขาเรียกว่าขโมย การลักเล็กขโมยน้อยสิ่งของเงินทองของคนอื่นมันเป็นสิ่งที่ไม่ดีจะถูกตำรวจจับนะ รู้ไหม ?  มันผิด!  คุณครูที่โรงเรียนก็สอนเรื่องนี้แล้วใช่ไหม ? พ่อกับแม่ไม่เคยสอนให้โมขโมยของๆคนอื่น น้ากับตาก็ไม่เคยสอนทีหลังอย่าทำ  น้าทินยังพูดเสียงเข้ม

คุณตามองโมเป็นระยะๆส่วนพี่หม่อนก็รับประทานอาหารเช้าไปแบบเงียบๆ  เมื่อเห็นโมเอาแต่ก้มหน้านิ่งน้าทินก็พูดด้วยเสียงที่เบาลง

น้าทิน  :  ค่าขนมที่ให้ไปโรงเรียนวันละ 3 บาทไม่พอเหรอ  โมซื้ออะไรบ้างในแต่ละวัน ?

โม       :   ซื้อลูกโป่งวิทยาศาสตร์ นมเม็ด และก็ขนมที่สหกรณ์โรงเรียนค่ะ

น้าทิน  :   เหลือมาหยอดกระปุกบ้างไหม ?

โม        :   บางวันก็ไม่เหลือค่ะ  ไม่ค่อยได้หยอดค่ะ        โมตอบ

น้าทิน  :  ลูกโป่งวิทยาศาสตร์ถ้าซื้อมาเล่นทุกวันมันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่าซื้อมาเล่นอีก และอย่าแอบแคะกระปุกออมสินของพี่หม่อนอีก  หากโมอยากมีเงินซื้อขนมเยอะๆโมต้องหยอดกระปุกออมสินเอาเอง โมต้องรู้จักประหยัดและอดออมโมถึงจะมีเงินไปซื้อของหรือซื้อขนม อยากได้อะไรต้องเก็บเงินซื้อเอาเองห้ามขโมยอีกเด็ดขาด ขอโทษพี่หม่อนซะและบอกว่าจะไม่ทำอีก

โม          :    ขอโทษ จะไม่ทำอีก           โมยังก้มหน้าพูดไม่กล้ามองหน้าพี่หม่อน

น้าทิน     :    หม่อนโกรธน้องไหม ?      น้าทินถาม

พี่หม่อน  :    ไม่โกรธครับ  ไม่เป็นไรครับ  พี่หม่อนตอบด้วยเสียงเบาๆ

คุณตา     :    หยอดกระปุกทุกวันไม่ได้ดูเหรอว่ามันใกล้เต็มหรือยัง มีแต่หยอดอย่างเดียว!   คุณตาถามพี่หม่อนขำๆ

น้าทิน      :   ถึงพี่หม่อนไม่โกรธโมก็อย่าเหลิงคิดว่าตัวเองไม่ผิดนะโม ครั้งนี้น้าถือว่าเป็นการตักเตือนจะไม่ลงโทษ  แต่ให้ทั้งสองคนจำให้ขึ้นใจไว้ว่าสิ่งที่โมทำนี้มันผิด คนเราต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต  น้ามีเงินให้หม่อนกับโมเป็นค่าขนมไปโรงเรียนเพราะน้าทำงาน ป้าทำขนมขายป้าถึงมีเงินไปซื้อกับข้าวมาให้พวกเราทาน เมื่อโตขึ้นหากเรียนจบหม่อนกับโมก็ต้องทำงานถึงจะมีเงิน น้าทินพูดพลางมองหน้าโมทีมองหน้าพี่หม่อนทีแล้วถามต่อ  เข้าใจใช่ไหมว่าทำไมตากับน้าถึงต้องให้หยอดกระปุกออมสิน ?

พี่หม่อน   :   เข้าใจครับ

โม            :   เข้าใจค่ะ

น้าทิน      :   รีบกินข้าวซะแล้วรีบไปโรงเรียน

จริงๆแล้วโมก็รู้ว่ามันไมดีที่แอบแคะกระปุกออมสินของพี่หม่อนและรู้สึกผิดทุกครั้ง ก็โมอยากกินขนมเยอะๆนี่นาแต่โมจะไม่ทำอีกเพราะมันไม่ดีสงสารพี่หม่อนด้วย ขอโทษนะพี่หม่อน โมคิดในใจขณะนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานที่พี่หม่อนเป็นคนปั่นเพื่อไปโรงเรียนด้วยกัน.

 

⇐  ⇑ ⇒   ⇐  ⇑ ⇒   ⇐  ⇑ ⇒   ⇐  ⇑ ⇒   ⇐  ⇑ ⇒   ⇐  ⇑ ⇒   ⇐  ⇑ ⇒

โพสท์ใน เรื่องสั้น | แสดงความเห็น