นิยาย  ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนยี่สิบ จบ

Cr.pic mustlimpostjung.com อ้างอิงภาพของเจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งราชวงศ์บรูไน

 …………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………….

วันต่อมาเจ็ดโมงเช้ารถของดลลี่แล่นมาจอดรอที่หน้าบ้านปริมถือกระเป๋าลงมาจากห้องและเดินออกไปที่หน้าบ้านเจอกับแม่ที่ประตู นุชนันท์ยิ้มบอกลูกสาวว่าเดินทางปลอดภัยนะลูก ปริมยิ้มรับคำว่าค่ะแล้วถือกระเป๋าไปขึ้นรถดลลี่ที่จอดรอที่หน้าบ้าน อาธรเดินออกมาเมื่อเห็นหลังลูกสาวอยู่ไวๆ

            อาธร : ไปไหนน่ะ        ถามฉงนปนงงๆ เพราะไม่คิดว่าจะไปแต่เช้าขนาดนี้

            นุชนันท์ : หัวหินค่ะ             หัวเราะขำๆเล็กๆ

credit pic bloggang.com ตัดภาพบางส่วน

อาธรทำหน้าเหวอ

            อาธร : ทำไมไม่มีใครบอก!        มองภรรยาแล้วหันไปทางปริมที่กำลังเปิดประตูเข้าไปในรถของดลลี่

            นุชนันท์ : เอ๊า! หากบอกคุณก็อาจจะตามไปด้วยน่ะสิ   ทำเป็นหัวเราะขำๆแล้วเดินเข้าไปในบ้าน

ปริมเก็บกระเป๋าไว้ที่เบาะหลังเพราะสัมภาระไม่เยอะไปแค่สองวันเสร็จแล้วเดินมาข้างหน้าเปิดประตูแล้วเข้ามานั่งในรถก็ชะงัก  ผ้าเช็ดหน้าผืนใหญ่ลายดอกสีฟ้าคลุมศีรษะแล้วผูกปลายผ้าไว้ที่ใต้คาง  สวมแว่นกันแดดอันใหญ่และยิ้มหวาน กว้างๆที่ยิ้มให้นั้น แล้วมองต่ำลง..ชุดเดรสแขนกุดลายดอกสีเข้มอย่างกับชุดนอนของคุณป้า หันไปส่งยิ้มหวานให้เพื่อนเสร็จดลลี่ก็หันไปขับรถเพื่อพาปริมไปหัวหิน

ราวสิบเอ็ดโมงนนทวัชรทำงานอยู่ก็ได้รับโทรศัพท์จากพิษณุชวนมาทานอาหารกลางวันที่บ้านพัก       นนทวัชรอึกอักเล็กน้อยเพราะมีแผนว่าจะไปกินข้าวกับพวกนาวินและผู้รับเหมา  พิษณุเซ้าซี้เล็กน้อย   นนทวัชรชั่งใจครู่หนึ่งก็ตอบตกลง ราวเที่ยงครึ่งเมื่อขับรถมาถึงบ้านพักก็เห็นพิษณุยืนรอที่หน้าบ้านแล้วพาเดินไปทางด้านข้างของบ้านเพื่อไปที่มุมพักผ่อนหลังบ้าน  ชุดโต๊ะอาหารสำรองถูกยกออกมาวางมีการจัดไว้เรียบร้อยแล้วและมีอาหารสามอย่างวางบนโต๊ะและข้าวสวยถูกวางไว้สี่จาน  นนทวัชรทำหน้าฉงนแล้วหันไปทางเพื่อน พิษณุยิ้มทำเหลอๆ สักครู่

            ดลลี่ : สวัสดีค่ะคุณนนท์                ยิ้มหวาน กระดี๊กระด๊ายกอาหารออกมาอีกหนึ่งอย่าง

นนทวัชรชะงักแล้วหันไปทางดลลี่อย่างลุ้นๆทันที ยิ้มกว้างและกล่าวคำทักทายสวัสดีดลลี่

            นนทวัชร : สวัสดีครับ             กล่าวคำทักทายสุภาพปรกติแล้วเหลือบไปมองคนที่เดินตามหลังดลลี่ออกมา ยิ้ม แสดงออกทางสีหน้าและท่าทางอย่างชัดเจน

ปริมอมยิ้มเล็กน้อยมองนนทวัชรแล้วมองไปทางพิษณุอีกทีเพราะเขิน ดลลี่ยิ้มมองนนทวัชร แล้วหุบยิ้มลงเล็กน้อย

            ดลลี่ : แหม..ยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ มองข้ามกันไปได้          แซวเล็กน้อย พูดเสร็จก็ยิ้มให้นนทวัชรแล้วหันไปมองเพื่อน

            นนทวัชร : เอ่อ..ครับ               รับคำแก้เก้อไปอย่างเสียมิได้      “ ให้ผมช่วยครับ “    

            ดลลี่ : ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณค่ะ เชิญคุณนนท์ที่โต๊ะได้เลยค่ะ    กระดี๊กระด๊าต่อ พร้อมกับเดินถือจานอาหารมาวางที่โต๊ะ ปริมเดินถือถาดใส่แก้วตามหลังดลลี่ไป พิษณุช่วยรับและช่วยจัดจานอาหารให้เข้าที่เข้าทางอีกครั้ง

ปริมเขิน ทั้งเรื่องเมื่อวานที่ไปบ้านของเขาทั้งไม่ได้คุยกับเขามาเป็นอาทิตย์ จึงเดินไปตักน้ำแข็งใส่แก้วและจะเสิร์ฟน้ำดื่ม นนทวัชรเดินเข้ามาใกล้ๆโต๊ะอาหารมองปริมแล้วมองไปทางดลลี่กับพิษณุ

            นนทวัชร : ใครทำอาหารเหรอครับ?                         

            ดลลี่ : ดลลี่……….  ( ค้างไว้ )  ซื้อมาค่ะ เฮอะๆๆๆ       ทำเป็นขำแล้วพูดต่อ    “  ก็คุณนุบอกว่าทำอาหารไม่ค่อยเป็น  “      พูดไปพร้อมกับมองไปทางพิษณุแล้วยิ้มหวานให้  พิษณุทำเหลอๆอีก

            พิษณุ : ดลลี่ก็บอกว่าทำไม่เป็น เลยซื้อเอา             รวนกลับคืนใส่ดลลี่    ดลลี่หุบยิ้มทำเป็นงอน

            นนทวัชร : ครับ                          ยิ้มกับพิษณุกับดลลี่ แล้วมองไปทางปริม

ปริมรินน้ำเปล่าใส่แก้วเสร็จก็เสิร์ฟน้ำดื่มให้ทุกคนแล้วก็นั่งลงจะทานอาหารกลางวันกัน ปริมนั่งตรงข้าม กับนนทวัชรเมื่อนั่งลงก็เหลือบขึ้นไปมองเขาก็เห็นเขามองอยู่และยิ้ม..ปริมเม้มปากเล็กน้อยเพราะเขินแล้ว.ยิ้มให้เขาเช่นกัน

นนทวัชรดีใจที่เมื่อคืนปริมอ่านข้อความแชทของเขาแต่วันนี้ดีใจยิ่งกว่าที่ปริมมาที่นี่ไม่คิดว่าจะมีอะไรให้ประหลาดใจขนาดนี้ ตักอาหารซึ่งเป็นปูผัดผงกะหรี่ให้ปริม ปริมกล่าวขอบคุณเสียงเบาว่าขอบคุณค่ะแล้วยิ้มซึ่งนนทวัชรก็ตอบรับเสียงอ่อนโยนว่าครับแล้วยิ้มเช่นกัน ดลลี่ทำเป็นนั่งนิ่งๆหันหน้าไปทาง  พิษณุแต่เหลือบหางตามองสองคนนั้นสักครู่เมื่อนนทวัชรตักอาหารให้ปริมเสร็จ ดลลี่ก็เหลือบกลับจ้องเขม็งไปที่พิษณุ พิษณุซึ่งขณะที่นนทวัชรตักอาหารให้ปริมนั้นก็ตักอาหารใส่จานให้ตัวเองเมื่อตักเสร็จเผลอมองไปที่ดลลี่ก็เจอกับสายตาที่จ้องเขม็งมานั้นก็สะดุ้งในสีหน้าเล็กน้อยแต่แสร้งทำเหลอหลา   ดลลี่ทำเป็นเหลือบต่ำลงไปที่จานอาหารแล้วเหลือบกลับไปมองพิษณุสองสามครั้งประมาณว่าส่งสัญญาณให้ พิษณุรู้แต่แกล้งทำเป็นฉงนและเหลอหลาต่อ แต่สายตาเขม็งที่จ้องมานั้นเลยพูดเสียง อ่อยๆกับดลลี่ว่าก็ได้แล้วก็ตักอาหารให้ ดลลี่ยิ้มกว้างกระดี๊กระด๊าต่อและกล่าวขอบคุณค่ะเสียงหวาน พิษณุแกล้งทำหน้างอใส่แล้วตักอาหารในจานทาน ดลลี่จีบพิษณุไปสายตาก็เหลือบสองคนนั้นไปด้วยก็เห็นว่าทานอาหารกันไปมองกันไปเขินกันไปเป็นระยะ

ทานอาหารเสร็จปริมกับดลลี่ก็ช่วยกันเก็บจานชามและเอาไปล้างในห้องครัว โดยมีนนทวัชรมองตาม พิษณุเหล่เพื่อน

            พิษณุ : จะบ่ายสองละ อาหารก็ทานเสร็จละ ยังไม่ไปทำงานต่อเหรอ?        ทำเป็นแซวทำหน้าเหลอหลา นนทวัชร เหล่หางตาไปทางเพื่อนแล้วหันกลับอมยิ้มเล็กน้อย     “  ไหนว่าไม่เกินบ่ายสองไง? ”     เย้าแหย่เพื่อนต่อ แต่นนทวัชรยังยิ้มเฉยๆ

ล้างจานเสร็จดลลี่ชวนพิษณุไปเดินเล่นที่ทะเลโดยแอบไปตอนที่ปริมเข้าห้องน้ำ  เมื่อปริมเดินออกมาจากห้องน้ำไม่เห็นใครจึงเดินออกไปที่หลังบ้านก็เห็นนทวัชรนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารคนเดียวกำลังโทรศัพท์เมื่อเห็นปริมเดินออกมาก็คุยโทรศัพท์เสร็จพอดีและกดวางสาย ปริมทำหน้าเหลอๆเมื่อกำลังคิดว่าดลลี่ชิ่งอีกแล้ว นนทวัชรยิ้มลุกขึ้นและเดินมาหา

            ปริม : ไม่ไปทำงานต่อเหรอคะ?                  ถามปรกติ แต่เขิน

            นนทวัชร : ฝากให้นาวินช่วยดูแทนครับ     พูดอ่อนโยนแล้วยิ้ม เดินเข้ามาใกล้ๆปริม ปริมตื่นเต้นมากแต่ไม่ขยับไปไหนเหลือบไปมองสบตาเขา ครู่หนึ่งก็หันไปทางอื่น

นนทวัชรถอนหายใจ

            นนทวัชร : ไม่อยากถาม….แต่ก็อยากรู้….ให้แน่ใจ   หายงอนแล้วเหรอ?           ถามเสียงเบาอ่อนโยน ยิ้ม

ปริมเหลือบขึ้นไปมองหน้าเขา แล้วตอบคำถาม

            ปริม : ไม่ได้งอน โกรธ          ทำเป็นพูดเสียงงอนๆ เม้มปากแล้วหลุบตาต่ำลงเสมองไปทางอื่น นนทวัชรยิ้มกว้าง

            นนทวัชร : แล้วหายโกรธหรือยังครับ?                น้ำเสียงแบบเดิม

ปริมเหลือบขึ้นไปมองหน้าเขาอีกครั้ง หลุบตาต่ำลงแล้วเสมองไปทางอื่นอีก

            ปริม : ค่ะ         ตอบสั้นๆเสียงแข็งๆเล็กน้อย   นนทวัชรยิ้ม   “  ขี้เกียจอ่านข้อความขอโทษ  “    ทำเป็นพูดเสียงแข็งๆงอนๆอีก  นนทวัชรยิ้มกว้างกว่าเดิมและมีเสียงหัวเราะเล็กน้อย

ปริมเม้มปากแล้วเปลี่ยนเป็นยิ้มเหลือบขึ้นไปมองหน้าเขาอีก

            นนทวัชร : ขอโทษครับ         หุบยิ้มลง สีหน้าแววตาอ่อนโยน  ปริมหุบยิ้มลงเล็กน้อยยังมองหน้าเขา   “  ขอโทษ ร้อยครั้ง พันครั้ง “    ปริมจ้องแววตานั้น อมยิ้มเล็กน้อย   “  จนกว่าจะหายโกรธ และยอมคุยด้วย “      น้ำเสียงสีหน้าแววตา อ่อนโยนเหมือนเดิม ไม่ยิ้ม

ปริมรู้สึกร้อนผ่าวที่หน้ากว่าเดิมและยังมองแววตานั้น สีหน้าและแววตานั้นและคำขอโทษ  เขารู้สึกผิดจริงๆ ปริมหลุบตาต่ำลงเสมองไปทางอื่นแล้วถอนหายใจ ชั่งใจครู่หนึ่งแล้วเดินเลี่ยงออกและคิดไปด้วย นนทวัชรมองตาม ปริมหยุดแล้วหันมา

            ปริม : จริงๆ..แกล้งโกรธ         พูดเหมือนเริ่มรู้สึกผิดบ้าง มองหน้าเขาก็เห็นเขาทำหน้าฉงน       “  แค่น้อยใจ “     ยังมองหน้าเขาก็เห็นเขาเริ่มทำคิ้วขมวดเล็กน้อย  ปริมเม้มปากเล็กน้อยและรู้สึกผิดเห็นเขาทำหน้าประมาณว่าอะไรนะ

นนทวัชรถอนหายใจแล้วถามอย่างไม่ค่อยเข้าใจ

            นนทวัชร : กลุ้มแทบแย่  ทำเพื่ออะไรครับ?  ขี้งอนแบบเด็กๆเหรอ?      เขาเริ่มรวนบ้าง รู้สึกว่าแค่ถูกปริมแกล้งงอนเหรอ เพราะเขาเครียดมาก  มองปริมอย่างคาดไม่ถึง

            ปริม : เปล่าค่ะ              รีบปฏิเสธ และรู้สึกผิด

นนทวัชรถอนหายใจ

            นนทวัชร : หรือว่าสนุกที่ล้อเล่นกับความรู้สึกของคนอื่นเขา…..เพราะเห็นว่าเขารัก?       พูด     เหมือนเคืองๆนิดๆแบบไม่ค่อยเข้าใจ แต่ไม่ได้รู้สึกว่าเคืองหรือโกรธ แต่เหมือนจะน้อยใจที่ปริมทำแบบนี้ มองปริมอย่างไม่เข้าใจ

ปริมชะงัก มองหน้าเขาเห็นอาการแบบนั้นของเขาก็ยิ่งรู้สึกผิดอย่างมาก

            ปริม : ไม่ใช่ค่ะ                     พูดเสียงเบาลง หลุบตาต่ำลงแล้วถอนหายใจ

            นนทวัชร : งั้นอะไร               ถามกลับทันทีจริงจัง

ปริมอึกอัก เหลือบไปมองหน้าเขาก็เห็นทำหน้าผิดหวังมองอยู่ ปริมหลุบตาต่ำลงยังอึกอักที่จะตอบ นนทวัชรถอนหายใจ

            ปริม : เอ่อ……………….        ยังอึกอัก ไม่รู้จะบอกเขายังไง   มองหน้าเขาแบบลังเลและอึกอัก

นนทวัขรยังมองปริมแบบผิดหวังอยู่และรอฟัง ปริมเม้มปากอีกและหลุบตาต่ำยังอึกอัก  นนทวัชรถอนหายใจแล้วจะเดินออกไปหน้าบ้านเปลี่ยนใจจะไปทำงาน  ปริมขยับตัวจะตามแต่ก็หยุดชั่งใจคิดหนักไม่อยากจะบอกเขาเพราะอาย ทำหน้าคิด ครู่หนึ่งและเมื่อนึกไปถึงเรื่องเมื่อวานที่บ้านเขาก็ตัดสินใจ เดินตามเขาไป

            ปริม : แค่..อยากให้สนใจ                 ตะเบ็งเสียงเล็กน้อยตามหลังเขาไป พูดเสร็จก็ถอนหายใจ  

นนทวัชรชะงักหยุดอยู่ตรงนั้น หันไปมองปริมที่ยืนห่างออกไปไม่กี่ก้าวก็เห็นปริมยืนทำหน้ารู้สึกผิดและเสียใจมองเขาอยู่ ครู่หนึ่งปริมก็ก้มหน้า

            ปริม : กลัวว่าจะถูกแย่งความสนใจ         พูดเสียงเบาลง ยังก้มหน้าพูด     “ ก็…เลิก.กับ..คุณไหมแล้ว.. “     ประโยคหลังเสียงเริ่มสั่นเพราะรู้สึกแย่ที่ทำให้เขาผิดหวังขนาดนี้และเขาคงจะไม่พอใจมากเหมือนโกรธ แต่หากไม่พูดความจริงก็ยิ่งรู้สึกแย่และน้ำตากำลังรื้นๆขึ้นมา  นนทวัชรตกใจที่ได้ยินเสียงปริมแบบนั้นรีบเดินเข้าไปหา เข้าไปยืนใกล้ๆห่างไปแค่หนึ่งก้าวมองปริมที่ยังก้มหน้านิ่ง

            นนทวัชร : ไม่มีเหตุผลอื่น นอกจากที่บอกไปครับ      พูดเสียงอ่อนโยน แต่ปริมยังก้มหน้านิ่ง    นนทวัชรถอนหายใจเล็กน้อยอมยิ้ม    “  นอกจากขี้งอนแล้ว ยังขี้แยอีกนะเนี่ย “   กระเซ้าเย้าแหย่ปริม อีกแต่น้ำเสียงเดิม

ปริมเงยหน้าขึ้นมามามองค้อนเขาทันทีพร้อมกับเม้มปากแล้วก้มหน้าลงต่อเพราะตัวเองร้องไห้อยู่       นนทวัชรอมยิ้มเล็กน้อยแววตาอ่อนโยนปริมร้องไห้ ครู่หนึ่งก็เอื้อมมือซ้ายไปกุมมือขวาของปริมไว้แล้วยกมือขวาขึ้นไปปาดน้ำตาที่แก้มของปริม อย่างอ่อนโยน ปริมเงยหน้าขึ้นมามองสบตาเขา

หนึ่งปีหลังจากที่เจอเขาครั้งแรกก็ได้เจอเขาอีกที่งานเลี้ยงของบริษัทในปีต่อมาเขามากับแฟน ก่อนหน้านั้นปริมได้ยินป๊าพูดถึงเขาเกี่ยวกับตัวเขากับแฟนอยู่บ้าง  ปริมเดินไปเอาของที่รถให้ม๊า

            นนทวัชร : ไม่ใส่รองเท้าผ้าใบแล้วเหรอ?                    เย้าแหย่เล็กน้อย

ปริมชะงัก โยกตัวกลับออกมาจากในรถเมื่อได้ยินเสียงทัก ก็เห็นว่าเป็นเขาที่ยืนยิ้มให้อยู่ดูร่าเริงเล็กน้อย  ปริมเก้ๆกังๆ

            ปริม : เอ่อ…ค่ะ          อึกอักเล็กน้อย ทั้งเขินทั้งตื่นเต้น ยิ้มเจื่อนๆเพราะเขิน

            นนทวัชร : ครับ จะได้ไม่ต้องคอยระวังว่าเชือกรองเท้าจะหลุด            แซวอีกเล็กน้อย ยิ้ม

ปริมยิ้มเขินๆ เก้ๆกังๆ

            ปริม : เอ่อ……                                      ยังไม่ทันได้พูด

            สิริมา : ไปหรือยังคะนนท์?                  เรียกนนทวัชรเพราะยืนรอได้ครู่หนึ่ง

นนทวัชรหันไปตามเสียงที่เรียกพยักหน้าเล็กน้อยแล้วหันกลับมาทางปริม

            นนทวัชร : งั้น พี่ไปนะครับ                  พูดอ่อนโยนปรกติ ยิ้ม  แล้วเดินไปที่รถ

ปริมยิ้มและรับคำว่าค่ะ ยืนมองดูเขาที่กำลังเดินไปที่รถที่จอดห่างกันไปราวสี่ห้าคันเพื่อไปหาแฟนของเขา แล้วหันกลับก้มลงมองดูรองเท้าของตัวเอง ครั้งนี้ปริมใส่รองเท้าคัทชูสวยแบบผู้ใหญ่..อยากจะแต่งตัวสวยขึ้นอีกเล็กน้อย..ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถแล้วก็เห็นรถของเขาถอยออกแล้วก็แล่นออกจากบริษัทไป ปริมมองตามและรู้สึกว่าใจแป้ว…….

ปริมนึกถึงครั้งนั้น มองหน้าเขาก็เห็นเขายิ้มอ่อนโยน

            ปริม : ขี้หึงต่างหาก               ทำเป็นพูดแบบงอนๆนิด เม้มปากแล้วอมยิ้ม

นนทวัชรยิ้มกว้าง ปริมยิ้มครู่หนึ่งก็เม้มปากแล้วก้มหน้าต่ำลงเพราะเขิน  นนทวัชรขำเล็กๆ

            นนทวัชร : ครับ                     รับคำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม ยิ้มมองปริมที่ก้มหน้าเพราะเขิน

ปริมเขินหนักดึงมือออกจากมือเขาแล้วหันกลับจะเดินไปที่หลังบ้านแต่นนทวัชรเอามือกันไว้และใช้มือค้ำไว้กับผนังข้างบ้านกันตัวปริมไว้พราะจุดที่อยู่นั้นอยู่ตรงข้างบ้านพอดี ปริมมีปฏิกิริยากับกับสิ่งที่เขาทำเลยหันหน้าขึ้นไปจะมองค้อนเขาก็เห็นว่าหน้าเขาอยู่ใกล้กันแค่คืบนี่เองหันกลับทันทีเขินหนัก ตัวติดผนังบ้านหันข้างให้เขา นนทวัชรยิ้ม ถือโอกาสแกล้งคืน

            นนทวัชร : ทำให้คนเขากลุ้มใจแทบแย่ จะชดเชยให้ยังไงนะ  (น้า ลากเสียงยาว)   มองปริมที่ยืนหันข้างให้ก็เห็นว่าหน้าปริมแดงถึงใบหู เพราะปริมรวบผมครึ่งศีรษะ   นนทวัชรยิ้ม

ปริมทำหน้าเหลอๆเหล่หางตาไปทางเขาเล็กน้อยแล้วเหลือบกลับ ยังนิ่ง เพราะตื่นเต้นมากจนจะพูดไม่ออก  นนทวัชรยังยิ้มมองปริม เมื่อเห็นอาการที่นิ่งเพราะคงจะเขินหนักครู่หนึ่งก็ปล่อยมือแล้วถอยออกไม่อยากแกล้งปริมไปมากกว่านี้ ถอยออกไปสองก้าวและยืนยิ้มยังมองปริมอยู่ ปริมเม้มปากเล็กน้อยหันไปมองเขาเมื่อเขาถอยออกเห็นเขายืนยิ้มอยู่ ปริมอมยิ้มเล็กน้อยแล้วหันกลับ

            นนทวัชร : ปล่อยให้รอที่ร้านอาหารด้วย ใจร้ายมาก        ทำเป็นพูดกดดันปริมอีกเล็กน้อย อมยิ้ม

ปริมทำหน้าเหลอเม้มปากแต่ไม่หันไปมองเขา ยังเงียบ ครู่หนึ่งก็หันหน้าไปทางเขาและเหลือบมองเขาเริ่มทำเป็นเชิ่ดเล็กน้อยกลบความเขิน

            ปริม : ก็… เรื่องนัดทานข้าว ก็เจ๊ากันไป..  แล้วก็…กลุ้มใจเหมือนกันเพราะยกเลิกนัดแล้วไป… ….กับแฟนเก่า            ทำหน้าเหลอหลาพูดแบบกระเง้ากระงอด พูดเสร็จก็เม้มปากแบบอมยิ้มเล็กน้อย เห็นนนทวัชรยังอมยิ้มและทำหน้าประมาณว่าอ๋อเหรอ แล้วปริมก็ขยับตัวจะเดินเลี่ยงไปที่หลังบ้าน แต่ นนทวัชรคว้าตัวไว้แล้วดึงเข้ามากอด มือสองข้างของปริมยันที่หน้าอกของเขาไว้เงยหน้าขึ้นไปสบตาเขาแล้วเสมองไปด้านข้างเขินมาก เม้มปาก     นนทวัชรยิ้ม ปริมตื่นเต้นมากใจเต้นตึกตัก ครู่หนึ่งก็ทำเป็นกระเง้ากระงอดแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอีกครั้ง

            ปริม : ทำแบบนี้   ขออนุญาตคุณอาหรือยัง?      พูดเสียงเบาลง อมยิ้มเล็กน้อย เขิน นนทวัชรยิ้ม

            นนทวัชร : ถ้าขออนุญาต คุณอาก็ไม่ยอมสิ           พูดเสร็จก็ยิ้ม ปริมอมยิ้ม เม้มปากเขินหนักแต่ยังมองสบตาเขา ครู่หนึ่งก็เสมองไปด้านข้างซ้าย

นนทวัชรยังยิ้ม ครู่หนึ่งก็ก้มหน้าลงเล็กน้อยหอมที่ข้างแก้มขวาของปริม ปริมไม่เงยหน้าขึ้นไปมองเขาเขินมากจนหน้าแทบจะซุกที่อกของเขา..และรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นตึกตักของเขา เขาเองก็ตื่นเต้นเช่นเดียวกับเธอ

พิษณุเดินมาสะกิดดลลี่ที่ทำตัวเป็นปาปารัซซี่อยู่ริมรั้วพยายามหามุม พยายามแหวกต้นไม้ซึ่งเป็นแนวรั้วขนานไปกับรั้วบ้านนั่นก็แทบจะปีนรั้วอยู่แล้ว ตั้งแต่ที่ดลลี่ชวนออกไปเดินเล่นที่ทะเลก็ยังไปกันไม่ถึงไหนยังอยู่ที่นอกรั้วท้ายบ้านเพราะดลลี่พยายามถ่ายภาพนนท์กับปริม

            พิษณุ : ไปกันหรือยังครับ มายืนฟังคู่รักเขาคุยกันมันจั๊กกะจี้นะ   พูดเสียงเบากลัวว่านนท์กับปริม จะได้ยิน จริงๆเขายืนรอห่างออกไปหน่อยหนึ่งแล้วเดินมาสะกิดเมื่อเห็นว่าดลลี่ทำตัวเป็นปาปารัซซี่อยู่ครู่หนึ่งแล้ว

            ดลลี่ : สักครู่ค่ะ ได้มาหลายภาพล่ะ ใจเย็นๆนะคะ เดี๋ยวก็ถึงเวลาของเรา      หันมาจีบปากจีบคอพูดกับพิษณุแล้วยิ้มกว้าง แล้วดูภาพที่ตัวเองถ่ายมา

พิษณุทำหน้าเหวอ แล้วถอนหายใจ สักครู่ดลลี่ก็เดินมาหา

            ดลลี่ : ได้ภาพเด็ดๆมาหลายภาพเลยค่ะ ภาพหลังๆนี่เด็ดสุดค่ะ ดูสิคะ คุณนุว่าภาพไหนดี       กระดี๊กระด๊า แล้วยี่นโทรศัพท์ให้พิษณุดู  พิษณุทำหน้าเหวอ

            พิษณุ : เอ่อ มันเป็นส่วนตัวไป เดี๋ยวจะกลายเป็นประจานนนท์กับปริมเขา      พิษณุทำหน้าหยีๆ

            ดลลี่ : อืมม.. ภาพนี้เอาไปทำพรีเว็ดดิ้งได้เลยนะคะ  หลายภาพด้วย                ยื้มกระดี๊กระด๊า

            พิษณุ : ครับ ก็เก็บไว้ให้พวกเขาเอาไปทำพรีเว้ดดิ้งก็ได้ แต่ภาพที่ดลลี่จะโพสต์ ธรรมดาๆก็ได้ครับ       ยิ้มเจื่อนๆ

ดลลี่หุบยิ้มทำหน้าคิดครู่หนึ่ง

            ดลลี่ : ไม่ได้หรอกค่ะ จะได้รู้กันไปเลยว่า แฮปปี้เอ็นดิ้งค่ะ               พูดเสร็จก็ยิ้ม กระดี๊กระด๊าต่อ

            พิษณุ : ภาพที่ดลลี่เซลฟี่ตอนที่นั่งกินข้าวกันน่ะครับ ดีแล้ว       พิษณุแสดงความคิดเห็นต่อ      “ ภาพสวยๆเก็บไว้เป็นโมเม้นท์ส่วนตัวพวกเขาดีกว่าครับ “       พูดไปพยักหน้าไป เห็นดลลี่ตั้งใจฟังและพยักหน้าออๆไปด้วย

            ดลลี่ : อืมค่ะ       กำลังทำหน้าคิดและชั่งใจ     “  ก็ได้ค่ะ “     ยิ้มกระดี๊กระด๊า แล้วเลือกภาพและพิมพ์ข้อความโพสต์พร้อมกับแท็กหาพิษณุ ภาพที่ดลลี่ยกมือถือเซลฟี่ในมุมสูงดลลิ่ยิ้มแฉ่งอีก พิษณุที่นั่งตรงข้ามและทำคิ้วขมวดมองดลลี่และนนทวัชรที่นั่งข้างๆพิษณุนั้นกำลังตักอาหารให้ปริมซึ่งนั่งอยู่ข้างๆดลลี่ เมื่อโพสต์ภาพเสร็จก็ยิ้มแบบเบะปากเล็กน้อยทำตาลอยๆมองไปข้างหน้าอย่างกับนางอิจฉาในละครแล้วมองดูที่โทรศัพท์อีกครั้งหลังจากที่โพสต์ไป  พิษณุทำหน้าเหลอๆเหลือบดลลี่  ครู่หนึ่ง    

            ดลลี่ : เรียบร้อยค่ะ          ยิ้มกว้าง แล้วเริ่มทำหน้าทำตาประมาณว่าได้ทีของฉันแล้ว มองไปที่พิษณุ    “ แล้วก็…ได้เวลาของเราเสียที เฮอะๆๆๆๆ ”       เดินยิ้มหวานกว้างเข้ามาไปหาพิษณุ

            พิษณุ : เอ่อ วันนี้ผมเป็นคู่ควงให้ชั่วคราวไปก่อนนะฮะ           

            ดลลี่ : พรุ่งนี้ด้วยค่ะ           พิษณุหุบยิ้ม ทำหน้าเหลอๆ      “ ดลลี่ขออนุญาตคุณนตเรียบร้อยแล้ว เฮอะๆๆๆ “  กระดี๊กระด๊าอารมณ์ดีสุดๆเพราะทริปนี้ได้ควงพิษณุ   พิษณุทำหน้าเหลอๆแล้วถอนหายใจ    “  ทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะ ฮะๆๆๆ  “

ปริมเงยหน้าขึ้นไปมองสบตากับนนทวัชรอีกครั้งเขายังยิ้มมองอยู่ แล้วเขาเริ่มคลายแขนออกหลังจากที่ก่อนหน้านี้กอดเธอแน่นแล้วก็ค่อยๆปล่อยปริมอย่างจำใจเพราะไม่อยากยืนกอดกันกลางบ้านให้ใครมาเห็นอย่างนี้ แล้วกุมมือซ้ายปริมไว้ ยิ้ม ปริมก็ยิ้มมองเขาอยู่เช่นกัน ครู่หนึ่งก็ขยับเดินไปสองก้าวและดึงมือปริมเพื่อจะพาเดินไปนั่งที่โซฟาหวายที่หลังบ้าน ปริมทำเป็นรั้งไว้เล็กน้อย เม้มปากและอมยิ้ม นนทวัชรชะงักเล็กน้อยหันไปมองแบบฉงนเล็กน้อย ปริมทำเหลอๆ ครู่หนึ่งก็พูด

            ปริม : มันไม่สมดุล        พูดเสียงเบา พูดเสร็จก็เม้มปากอีกและทำหน้าเหลอๆ มองเขาที หลุบตาต่ำที

นนทวัชรขมวดคิ้วเล็กน้อย ฉงน  ปริมเหลือบมองเขาอีก อมยิ้มพร้อมกัดริมฝีปากล่างแล้วยกมือขวาขึ้นมาใช้นิ้วชี้ๆไปที่แก้มด้านซ้ายสองครั้ง นนทวัชรยิ้มกว้างปนขำเล็กๆมีเสียงหัวเราะ  ปริมอมยิ้มมองเขาเขินๆ แล้วนนทวัชรก็ขยับเท้ามาหนึ่งก้าวเพื่อเข้าใกล้ปริมพร้อมกับโน้มตัวเอียงหน้าลงด้านขวาหอมแก้มซ้ายของปริมเข้าไปเต็มฟอดแล้วโยกตัวกลับ ยิ้ม ปริมยิ้มกว้างแววตาเป็นประกาย เขิน  ทำเป็นแกล้งเพื่อเอาใจเขาเล็กน้อยเพราะทำให้เขาเสียใจ.แต่.ไม่ใช่แต่จมูกเขาที่ชนแก้ม เขาจุ๊บที่ริมฝีปากเธอด้วย..เขาตั้งใจ   ยิ้มให้กันและมองกันครู่หนึ่งก็เดินไปที่โซฟาหลังบ้านเพื่อปรับความเข้าใจกันและคุยกันมากกว่านี้

                 …………………………………… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………………………………………

สิริมาอยู่ที่ร้านที่กำลังทำการตกแต่งดูภาพที่ดลลี่โพสต์ด้วยสีหน้าแววตาเศร้า พลอยซึ่งกำลังเดินดูร้านเพราะร้านตกแต่งไปแล้วครึ่งหนึ่งและวันนี้ผู้รับเหมาขอหยุด หันไปหันมาหันไปเห็นสิริมายืนนิ่งและจ้องที่โทรศัพท์นั้นก็พอจะเดาได้ว่าคงมีอะไรเพราะสิริมาหยุดชะงักไป ครู่หนึ่งพลอยก็ถอนหายใจแล้วเดินดูร้านต่อพร้อมกับเหลือบมองเพื่อนเป็นระยะ ปล่อยให้เวลาเป็นตัวปล่อยผ่านอะไรๆก็คงจะดีขึ้นเอง พลอยคิด

              ………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

ดลลี่กระดี๊กระด๊าควงพิษณุทำเป็นวิ่งไปบริเวณขอบฝั่งทะเลทั้งเซลฟี่คู่พิษณุทั้งให้พิษณุถ่ายรูปให้และทำเป็นโพสต์ท่าอย่างกับนางแบบมืออาชีพริมทะเล พิษณุก็ทั้งทำเป็นหลอๆบ้างๆขำๆไปบ้างถูกดลลี่ลวนลามบ้างทั้งทางคำพูดและสายตาและแตะเนื้อต้องตัวแต่ไม่ได้ถือสาอะไรรับมุกรับไม้กันไปตามน้ำ สนุกมาพอประมาณก็ควงแขนพิษณุเอียงศีรษะซบที่ไหล่ของเขาเดินชมวิวทะเลทำเป็นโรแมนติคไป แล้วพูดกับพิษณุว่า     “  คนคี่มีความสุขค่ะ  “

              …………………………………… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

นนทวัชรกับปริมนั่งคุยกันที่โซฟาหวายมุมพักผ่อนหลังบ้าน นนทวัชรนั่งไขว่ห้างเอียงตัวหันหน้าไปทางปริมเล็กน้อยแขนซ้ายพาดไปบนพนักพิงโซฟา ปริมก็นั่งเอียงตัวหันหน้าไปทางเขาห่างกันแค่ไม่กี่คืบ เขาบอกว่าเห็นลูกๆของคุณอาอาธรตอนกำลังจะเดินไปขึ้นรถเพื่อไปมหาวิทยาลัยตอนเรียนปีสี่เห็นว่าคนโตเป็นเด็กผู้หญิงและคนเล็กเป็นเด็กผู้ชายวิ่งเล่นกันตรงสนามหญ้าใกล้ทางเดินไปโรงจอดรถและดูท่าทางพี่สาวจะรักน้องมาก ปริมยิ้ม..ยืนมองดูหนุ่มวัยรุ่นที่เห็นแต่หลังเขาไวๆเดินไปที่โรงจอดรถชะโงกหน้าตามเล็กน้อย…คงจะเป็นลูกชายของคุณลุงที่บอกว่ากำลังเรียนมหาวิทยาลัยเมื่อกี๊นี้ก็เห็นพี่เขายืนคุยกับป๊าตรงทางเดินออกไปหลังบ้าน ปริมคิดในใจ.ครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงสตาร์ทรถและเสียงประตูรถถูกปิดแล้วก็ได้ยินเสียงรถแล่นออกจากบ้านไป ปริมจึงหันมาเล่นกับปานต่อ..  

                    ………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………

โพสท์ใน นิยาย | แสดงความเห็น