เรื่องสั้น – ในความทรงจำหนึ่งของโม ตอนที่ 1″ หน้าที่ความรับผิดชอบ “

ตอน 1  หน้าที่ความรับผิดชอบ

ณ บ้านหลังหนึ่งที่ต่างจังหวัดตอนรุ่งสาง

05.50น. “โมตื่นหรือยัง? ตื่นได้แล้วนะ” เสียงเรียกปลุกให้ตื่นของลุงพันธ์แว่วขึ้นมาจากใต้ถุนเรือนหลังใหญ่คละไปกับเสียงไม้กวาดทางมะพร้าวที่กำลังเสียดสีกับพื้นผิวดิน ลุงพันธ์กำลังกวาดเศษใบไม้ใต้ถุนเรือนหลังใหญ่ สาวน้อยรู้สึกตัวงัวเงียพร้อมกับบิดขี้เกียจซ้ายขวา “เอาขนมไปส่งบ้านยายหมายกับยายทองได้แล้ว จะหกโมงเช้าแล้วเดี๋ยวเขาจะใส่บาตรพระไม่ทัน” ลุงพันธ์พูดอีก เท่านั่นล่ะสาวน้อยวัย 9 ขวบรีบลุกจากที่นอนทันทีพับเสื่อและเก็บหมอนกับมุ้งให้เข้าที่แล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน  เมื่อเช็ดหน้าและหวีผมเรียบร้อยแล้วก็เดินเข้าไปในครัวหยิบถุงพลาสติกที่มีห่อหมกสีเขียวๆอยู่ข้างในออกมาจากชั้นบนสุดของตู้กับข้าว  ห่อหมกสีเขียวนั้นกลัดด้วยไม้กลัดที่ทำจากไม้ไผ่  มันคือขนมเปียกปูนที่ยายหมายกับยายทองเพื่อนบ้านสั่งไว้สำหรับใส่บาตรพระทุกเช้า ถุงละ 5 บาทแต่ละถุงมี 7 ห่อ

“มาแล้วเหรอลูก เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหล่ะ”  ยายหมายซึ่งกำลังเตรียมมีดกับเขียงเพื่อจะหั่นผักหันมาถามเมื่อเห็นโมเดินมาที่ประตูครัวหลังบ้าน  “หวานหยิบเงินมาให้น้องหน่อย น้องเอาขนมมาส่งแล้ว” พร้อมกับเรียกพี่หวานลูกสาวคนเล็กให้เอาเงินค่าขนมมาให้โม เมื่อส่งขนมเสร็จและกลับมาถึงบ้านโมก็วางเงินเหรียญ 5 บาททั้งสองเหรียญไว้ในตู้กับข้าวตรงที่เคยวางแล้วไปที่ระเบียงหลังครัวเพื่อล้างหม้อทำขนมที่ป้าแช่ไว้ หม้อทำขนมจะถูกแช่ทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็น แช่ทิ้งไว้ทั้งคืนเพื่อให้คราบไหม้ของขนมที่ก้นหม้อร่อนออกจะได้ล้างง่ายๆ  ยังไม่ทันจะล้างหม้อขนมเสร็จหม่อนพี่ชายวัย 11 ปี ก็เข็นรถเข็นกลับมาพร้อมเอาถาดสังกะสีเปล่าที่ใส่ขนมไปขายมาวางไว้ให้โมล้างต่อ

“ขายหมดแล้วเหรอ ป้าล่ะ? โมถามพี่ชาย

“หมดแล้ว ป้ากำลังหาซื้อกับข้าวเดี๋ยวก็มา” หม่อนตอบแล้วเดินเลี่ยงออกไป หยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำและเตรียมตัวทานอาหารเช้าและไปโรงเรียน

โมแต่งตัวในชุดนักเรียนเรียบร้อยก็เดินมานั่งลงตรงลานกลางบ้านเพื่อร่วมวงรับประทานอาหารเช้ากับคุณตาจันทร์ พี่หม่อนและน้าทินน้องชายของแม่ซึ่งเป็นครูสอนที่โรงเรียนมัธยม วันนี้พี่หม่อนแต่งตัวในชุดพลศึกษา ป้ากลับมาจากตลาดแล้ว เตรียมอาหารเช้าให้คนในบ้านแล้วก็ล้างเผือกต่อเพื่อนึ่งเตรียมไว้ใส่ขนม ป้ากับลุงทานที หลัง พี่เบญลูกสาวคนโตของป้าไปเรียนแล้ว พี่เบญเรียนที่วิทยาลัยอาชีวะในตัวจังหวัดเดินทางไป-กลับเช้าเย็นวันละประมาณ 90 กิโลเมตร รถบัสเที่ยวแรกออกจากท่าตอนหกโมงเช้า ทานอาหารเช้าเสร็จโมก็เดินไปหยิบกล่องอาหารกลางวันพร้อมกับเงินเหรียญบาท 3 เหรียญที่ป้าเตรียมไว้ให้ ซึ่งวางอยู่บนโต๊ะใกล้กับตู้กับข้าว กล่องอาหารกลางวันเอาใส่ในกระเป๋าใส่หนังสือเรียนส่วนเงินเอาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อนักเรียน  เหลืออยู่สองกล่องของพี่หม่อนกับโมส่วนอีกกล่องนนท์ลูกชายคนเล็กของป้าอายุน้อยกว่าโมหนึ่งปีหยิบไปแล้วและไปโรงเรียนก่อนหน้าแล้ว

“วันนี้อาหารกลางวันเป็นหมูยอนะ” ป้าพูดพลางหยิบเผือกใส่หม้อนึ่ง โมทำหน้าหยีเล็กน้อยเพราะไม่ชอบหมูยอชอบหมูหยองมากกว่าเพราะหวานดี ทั้งสองพี่น้องปั่นจักรยานไปโรงเรียน หม่อนเป็นคนปั่นส่วนโมนั่งซ้อนท้ายแบบคร่อมเพราะต้องเอากระเป๋านักเรียนทั้งสองใบวางใส่ตักตัวเอง มือหนึ่งจับกระเป๋าอีกมือหนึ่งเกาะเอวพี่ชาย โรงเรียนที่โมกับหม่อนเรียนอยู่ไม่ห่างจากบ้านเท่าไรสักประมาณหนึ่งกิโลเมตรออกไปทางทิศตะวันตกของบ้าน อยู่ใจกลางเมืองผ่านชุมชนและศาลากลางหมู่บ้านไป  โรงเรียนตั้งอยู่ข้างๆสถานีตำรวจภูธรประจำอำเภอ ส่วนนนท์เรียนอยู่คนละโรงเรียนทางทิศตะวันออกอยู่ใกล้บ้านมากกว่าและนนท์ก็ปั่นจักรยานไปโรงเรียนเอง

พี่น้องจักรยาน207.20น. เมื่อมาถึงโรงเรียนและจอดรถจักรยานเรียบร้อยแล้วโมกับหม่อนก็แยกย้ายกันไปเข้าห้องเรียน โมเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ส่วนหม่อนเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โมวางกระเป๋านักเรียนลงที่เก้าอี้พร้อมกับเหลือบดูเก้าอี้ตัวที่อยู่ข้างๆก็เห็นกระเป๋านักเรียนวางอยู่ น้ำมาแล้ว โมเดินออกไปสมทบกับเพื่อนๆตรงระเบียงหน้าห้องเพื่อรอไปเข้าแถวเคารพธงชาติ

“เฮ้อ วันนี้ไม่อยากนั่งสมาธิเลย” เสียงห้าวๆและดังของนิอร เพื่อนตัวสูง ผมหยักศก ผิวสีน้ำผึ้งบุคลิกออกแนวทอมบอยพูดกับเพื่อนๆอยู่หน้าห้อง “ใช่ๆ นั่งสมาธิทีไรเท้าชาทุกที” นงลักษณ์เพื่อนอีกคนพูด ทุกคนเห็นด้วย ใช่ ไม่อยากนั่งสมาธิเลย ต้องนั่งพับเพียบด้วยเท้าชาแน่ๆ โมคิดในใจ

ตอนเที่ยงนงลักษณ์ลงไปซื้อส้มตำที่โรงอาหาร โม นิอร นุ่นและน้ำนำโต๊ะเรียนสองตัวมาต่อกัน แต่ละคนลากเก้าอี้ของใครของเรามาเพื่อจัดที่นั่งเป็นวงกลมและจัดอาหารกลางวันที่แต่ละคนห่อมาใส่ฝากล่องใส่อาหารกลางวันรอนงลักษณ์ อาหารกลางวันมื้อนี้ของโมกับเพื่อนๆมีทั้งส้มตำ กุนเชียงทอด หมูยอ ตับไก่ย่างและไข่เจียว นิอรกับน้ำห่อกุนเชียงทอดมาเหมือนกัน

16.00น. เสียงออดดัง “เย้ ได้เวลาเลิกเรียนแล้ว” โมดีใจพูดกับน้ำเพื่อนสนิทที่นั่งเรียนข้างๆกัน พร้อมกับเสียงคุณครูอุปกรณ์คุณครูวัย 55 ปี ผิวขาว รูปร่างอวบๆใส่แว่นสายตาใสๆคุณครูประจำชั้นพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “วันนี้หมดเวลาเรียนแล้ว กลับบ้านได้และก็อย่าลืมทำการบ้านวิชาภาษาไทยด้วยนะ พรุ่งนี้เช้าเอามาวางไว้บนโต๊ะครูได้เลย”

“ครับ/ค่ะ” เสียงโมและเพื่อนๆประสานเสียงกันตอบรับคำสั่งของคุณครู

“ไปก่อนนะน้ำ”  โมพูด

“จ้ะ เจอกันพรุ่งนี้นะ”  น้ำตอบ โมยิ้มรับแล้วหิ้วกระเป๋านักเรียนวิ่งลงไปชั้นล่างที่เป็นที่สำหรับจอดรถจักรยานของนักเรียนซึ่งอยู่ใต้อาคารเรียนที่โมเรียนนั่นเองเพื่อรอพี่หม่อนที่เรียนอยู่อีกอาคารถัดไป

16.15น.กลับมาถึงบ้านหม่อนจอดรถจักรยานไว้ใต้ถุนเรือนหลังใหญ่ ลุงพันธ์กำลังตัดผมให้ลูกค้าและมีลูกค้านั่งรอที่แคร่อีก 3 คน โมลงจากรถจักรยานก็เดินตรงขึ้นไปบนเรือนครัวหลังเล็กที่อยู่ด้านโม3หลังและติดกับเรือนหลังใหญ่เพื่อเอากระเป๋านักเรียนไปเก็บและเปลี่ยนชุดนักเรียน ที่เรือนครัวหลังเล็กนี้นอกจากจะเป็นเรือนครัวแล้วอีกฟากหนึ่งของเรือนยังเป็นที่ๆโม คุณตาจันทร์และพี่หม่อนใช้สำหรับนอนและพักอาศัย ส่วนเรือนหลังใหญ่ซึ่งเป็นบ้านไม้ใต้ถุนโล่งแต่มีแคร่สำหรับนั่งเล่นลุงพันธ์ยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับตัดผมให้ลูกค้าด้วย เรือนครัวก็ใต้ถุนโล่งแต่มีของวางไว้ใต้ถุนซะเยอะเหมือนเป็นที่เก็บของๆลุงพันธ์มากกว่า แต่ก็พอมีที่ว่างสำหรับวางแคร่อันเล็กๆไว้สำหรับนั่งพักผ่อนหย่อนใจและงีบตอนกลางวัน เพราะด้านหลังเรือนครัวอยู่ติดกับรั้วไม้และมองเห็นผืนที่นาของเพื่อนบ้าน ลมโชยอากาศเย็นสบายดีเป็นที่โปรดของหลายๆคนในบ้าน เรือนครัวหลังเล็กจะต่ำกว่าเรือนหลังใหญ่เมื่อมองลอดใต้ถุนเรือนหลังใหญ่ออกไปที่หน้าบ้านก็จะเห็นถนน เห็นผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา ที่หน้าบ้านมีต้นหูกวางด้วย ลุงพันธ์ ป้านาง พี่เบญ นนท์และน้าทินพักที่เรือนหลังใหญ่ ที่โมกับคุณตาและพี่หม่อนต้องพักที่เรือนครัวหลังเล็กนี้ก็เพราะว่า บ้านไม้หลังใหญ่ขนาดสองชั้นสองห้องคล้ายอาคารพาณิชย์แต่ทำจากไม้ทั้งหลังที่ปลูกไว้สำหรับให้คนเช่าซึ่งอยู่ข้างๆกันกำลังถูกรื้อถอนเพื่อที่คุณตาจะสร้างบ้านหลังใหม่สำหรับอยู่อาศัยแทน โม คุณตาและพี่หม่อนคงต้องพักอยู่ที่นี่ไปอีกสักระยะหนึ่งรอจนกว่าบ้านหลังใหม่จะสร้างเสร็จ ถึงเมื่อนั้นทั้งโม คุณตา น้าทินและพี่หม่อนก็ย้ายเข้าไปอยู่บ้านหลังใหม่

เมื่อขึ้นไปบนเรือนมองไปทางฟากครัวก็เห็นป้านางกำลังยกหม้อขนมขึ้นตั้งไฟและเตรียมไม้พายเพื่อจะกวนขนมรอลุงพันธ์ ซึ่งคงต้องรออีกพักใหญ่ๆกว่าลุงพันธ์จะตัดผมให้ลูกค้าเสร็จ

“กลับมาแล้วเหรอ หิวไหม? มีแกงเห็ดฟางอยู่ในหม้อกินได้เลย  มีกล้วยน้ำว้าด้วยแขวนอยู่ตรงข้างๆชั้นวางจานชามนั่น”  ป้านางถามเมื่อเห็นหม่อนกับโมขึ้นมาบนเรือน  “ไม่หิวครับ”  พี่หม่อนตอบแล้วรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็รับไม้พายกวนขนมจากมือป้านางและนั่งที่เก้าอี้แทนที่ป้านางเพื่อช่วยกวนขนม  ป้านางไปกรองแป้งเพื่อทำขนมหม้อถัดไปต่อ โมเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เดินเข้าไปในครัวหยิบกล้วยมากิน 1 ลูก โมชอบกินกล้วยน้ำว้าป้าจะซื้อมาทุกวันเพราะหมดทุกวัน น้าทินเป็นครูสอนวิชาเกษตรบอกว่ากล้วยน้ำว้ามีประโยชน์ กินกล้วยเสร็จโมก็เอาใบตองกล้วยมานั่งฉีกให้ได้ขนาดที่พอเหมาะสำหรับห่อหมกขนมแล้วเอาผ้าเช็ดให้สะอาด รอกวนขนมหม้อเล็กที่จะกวนเป็นหม้อสุดท้าย เป็นหม้อกะทิเพื่อใช้ราดหน้าขนมเปียกปูนสีขาวไส้เผือกที่พี่หม่อนกำลังใช้ไม้พายกวนขนมกวนอยู่ สักพักน้าทินกับนนท์ก็กลับมา นนท์เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จก็เก็บกระบอกที่ใช้กรอกน้ำแช่ตู้เย็นไปล้างและกรอกน้ำเข้าแช่ตู้เย็นเสร็จแล้วก็ไปเตะฟุตบอลที่สนามหญ้าที่โรงเรียนกับเพื่อน ส่วนน้าทินทำธุระส่วนตัวเสร็จก็มานั่งที่เก้าอี้ตัวที่ถัดจากพี่หม่อนเพื่อกวนขนมหม้อที่สองรอลุงพันธ์ซึ่งป้านางกรองแป้งเสร็จพอดี ขนมหม้อที่สองเป็นสีเขียวทำจากใบเตย

“ช่วยงานบ้านเสร็จค่อยไปเล่นกับเพื่อนๆ แล้วกลับมาทานอาหารเย็นกัน” น้าทินพูดกับหม่อนและโม โมมองออกไปที่ถนนหน้าบ้านปรายก็เห็นปราย หนูนาและพี่เอกถือไม้ตีแบดมินตันกันคนละอัน บ้านของปรายอยู่ถัดจากบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านที่โมอยู่ไปทางซ้ายมือ บ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันนั้นเป็นบ้านขนาดสองห้องมีสองชั้น ครึ่งบนสร้างจากไม้เจ้าของบ้านใช้สำหรับพักอาศัยกับครอบครัว ส่วนครึ่งล่างเป็นคอนกรีตทำเป็นโรงผลิตไอติมแท่ง ฝั่งซ้ายของบ้านถูกปิดตายไว้ตั้งแต่ประตูหน้าบ้านซึ่งเป็นประตูเหล็กพับเพราะทำเป็นห้องเย็นผลิตไอติม โมมองลอดใต้ถุนเรือนใหญ่ไปที่บ้านฝั่งตรงข้ามก็เห็นเถ้าแก่เจ้าของโรงไอติมนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานพร้อมกับหยิบกระดาษคว่ำไปมาอีกมือหนึ่งก็จิ้มอะไรสักอย่างเล็กๆสีดำๆ  ส่วนคนงานอีก 3-4 คงกำลังง่วนกับการทำไอติมเป็นแน่เห็นเดินเข้าเดินออกจากห้องเย็นและได้ยินเสียงน้ำแข็งก้อนถูกโยนเข้าเครื่องบดน้ำแข็ง เพราะจะมีคนมารับไอติมไปขายกันตั้งแต่เช้ามืด หรือแม้แต่ตอนสายๆในช่วงวันหยุดที่ไม่ได้กลับบ้านโมเคยเห็นรถจักรยานหลายคันจอดเรียงกันที่หน้าบ้านหลังนั้น แต่ละคันจะมีถังสแตนแลสทรงสี่เหลี่ยมสีเทาจางๆมีสายยางห้อยมีน้ำหยดออกจากสายยางวางไว้ตรงที่นั่งคนซ้อน ถังสี่เหลี่ยมนั้นไว้สำหรับใส่ไอติม! คนงานหรือเจ้าของรถจักรยานจะหิ้วเข้าไปข้างในแล้วสักพักพวกเขาก็จะช่วยกันหิ้วออกมาแล้ววางไว้ตรงที่นั่งคนซ้อนจักรยานเหมือนเดิม แล้วเจ้าของรถจักรยานก็จะปั่นจักรยานที่มีถังสแตนเลสสี่เหลี่ยมสีเทาจางๆนั้นออกไปเพื่อเอาไอติมไปขายตามหมู่บ้านต่างๆ

“เย็นนี้ จะเลี้ยงไอติมกันคนละแท่ง ใครจะเอาสีอะไร? ป้านางถาม

“เอาไอติมไส้ถั่วดำครับ” พี่หม่อนตอบ ไอติมไส้ถั่วดำก็อร่อยหวานดี แต่เราไม่ชอบถั่ว โมคิดในใจ

“แล้วโมล่ะ เอาสีอะไร?” ป้านางถามโม

“หนูเอาสีส้มค่ะ” โมตอบ

“ไม่เอาไส้ถั่วดำเหรอ หวานอร่อยดีออก” ป้านางพูด

“ไม่ค่ะ หนูชอบรสส้มมากกว่าค่ะ” โมตอบ ป้านางยิ้ม

“ให้กินหลังจากทานอาหารเย็นเสร็จนะ ต้องทานข้าวก่อน” น้าทินพูดขึ้นบ้าง

“แล้วนี่พ่อจะกลับมากี่โมงเหรอพี่นาง” น้าทินถามเรื่องคุณตากับป้านาง

“เห็นว่าจะกลับมาตอนมื้อค่ำนะ เพราะจะเอาลูกปลาไปปล่อยที่สระน้ำที่ทุ่งนา” ป้านางตอบน้าทิน

คุณตากลับบ้านไปหาพ่อกับแม่ของโมที่หมู่บ้านซึ่งอยู่นอกตัวอำเภอออกไปทางทิศตะวันออกประมาณ 10 กิโลเมตร คุณตาพาพี่หม่อนกับโมมาอยู่บ้านในตัวอำเภอ พี่หม่อนมาอยู่ได้ 2 ปีแล้ว ส่วนโมมาทีหลังเมื่อปีที่แล้ว คุณตาซื้อที่ดินไว้และปลูกบ้านไว้ให้คนเช่า พ่อกับแม่มีอาชีพทำนา ป้านางทำขนมขายที่ตลาดสดตอนเช้า ส่วนลุงพันธ์เป็นช่างตัดผมทั้งตัดที่บ้านหรือบางครั้งลุงพันธ์ก็เอาอุปกรณ์ตัดผมใส่ตะกร้าแล้วเอาแขวนที่แฮนด์รถจักรยานบ้าง หรือวางไว้ตรงที่นั่งคนซ้อนบ้างแล้วเอาเชือกรัดจากนั้นก็ปั่นจักรยานไปตัดผมตามชุมชนต่างๆที่อยู่รอบๆตัวอำเภอ

ทุกเช้ามืดตั้งแต่ประมาณตี 4 ลุงและป้าจะเข็นรถเข็นเอาขนมไปขายที่ตลาด ประมาณตี 5 ลุงพันธ์ก็จะกลับมาเพื่อมาทำงานบ้านอื่นๆและดูความเรียบร้อยทั่วไปของบ้านและผลัดกันกับพี่หม่อนกับพี่เบญให้ไปช่วยป้าขายขนมต่อ ไปช่วยขายขนมสักพักพี่เบญค่อยกลับมาแล้วอาบน้ำแต่งตัวไปเรียน แต่ถ้าเป็นวันหยุดพี่เบญก็จะช่วยขายขนมจนหมดแล้วค่อยเข็นรถเข็นกลับมา ส่วนโมจะตื่นประมาณก่อนหกโมงเช้าเอาขนมไปส่งให้เพื่อนบ้านเสร็จแล้วก็กลับมาล้างชามกับหม้อขนม นนท์จะตื่นทีหลังคนอื่นและเอากระโถนรองเยี่ยวไปเททิ้งและล้าง

โมรีบเช็ดใบตองจะได้เสร็จเร็วๆเพื่อเตรียมตัวจะกวนกะทิหม้อเล็กเพื่อทำเป็นหน้าขนมเสร็จแล้วจะได้ไปตีแบดมินตันกับเพื่อนๆ แล้วเย็นนี้ก็จะได้กินไอติมด้วย ที่สำคัญพรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ตอนเย็นพ่อกับแม่จะมารับโมกลับบ้าน ส่วนพี่หม่อนไม่กลับเพราะชินแล้วไม่ค่อยคิดถึงบ้านแล้วและพี่หม่อนจะไปช่วยป้าขายขนมที่ตลาด  แต่เอ๊ะ! ต้องหัดท่องสูตรคูณแม่สิบสองนี่นา คืนนี้ตอนทำการบ้านเป็นคิวของโมที่จะต้องท่องสูตรคูณให้น้าทินฟังเป็นคนแรก แล้วโมก็เดินไปหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าใส่หนังสือเรียนแล้วพลิกที่ด้านหลังของสมุดเพื่อดูตารางสูตรคูณ แล้วสาวน้อยก็ท่องสูตรคูณไปเช็ดใบตองกล้วยไปอย่างอารมณ์ดี  ^_^
พ่อแม่2

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน เรื่องสั้น คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.