เทียนพรรษางามล้ำเมืองอุบล

DSC02564

หากพูดถึงช่วงเข้าพรรษาหลายท่านคงนึกถึงงานแห่เทียนพรรษาและหากพูดถึงงานแห่เทียนพรรษาหลายท่านก็คงนึกถึงงานแห่เทียนพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานี งานแห่เทียนวันเข้าพรรษาของจังหวัดอุบลราชธานีเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน  แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นวิถีปฎิบัติแบบชาวพุทธทั่วไปคือเมื่อถึงวันเข้าพรรษาก็มีการนำเทียนพรรษาและวัตถุปัจจัยอื่นๆไปถวายพระสงฆ์เพื่อพระสงฆ์ได้ใช้วัตถุปัจจัยเหล่านั้นระหว่างจำพรรษา แต่เหตุที่ต้องเปลี่ยนจากการถวายเทียนพรรษาแด่พระสงฆ์มาเป็นการแห่เทียนพรรษานั้นเล่ากันว่า ในสมัยรัชกาลที่ 5 พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์สำเร็จราชกาลมณฑลลาวกาว ( มณฑณอิสาน ) ประทับ ณ เมืองอุบล ทรงเห็นประชาชนบาดเจ็บและถึงแก่ชีวิตเหตุจากทะเลาะวิวาทในงานแห่บั้งไฟที่จัดขึ้นที่วัดกลาง รวมถึงการบาดเจ็บจากบั้งไฟระเบิดและบั้งไฟตกใส่ครัวเรือน  ทรงเห็นว่าไม่ดีจึงให้มีการยกเลิกประเพณีแห่บั้งไฟให้เปลี่ยนมาเป็นการแห่เทียนแทน

แต่เดิมประเพณีแห่เทียนไม่ได้ใหญ่โตมากนักแต่ก็มีชาวบ้านจากคุ้มต่างๆให้ความร่วมมือในการบริจาคเทียนและร่วมกันทำเทียนและประดับตกแต่ง แต่ภายหลังมีการให้รางวัลความสวยงามจึงมีการประกวดแข่งขันเกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านแต่ละคุ้มต้องพัฒนาฝีมือแกะสลักและออกแบบลวดลายเทียนในรูปแบบต่างๆให้วิจิตรงดงามมากขึ้น พร้อมกันนี้มีการสอดแทรกประเพณีต่างๆซึ่งแสดงถึงวิถีชีวิตของผู้คนในแถบภาคอิสานเข้าด้วย ดังจะเห็นได้จากการแกะสลักบนตัวเทียนหรือการฟ้อนรำและร้องรำทำเพลงในขบวนแห่

สำหรับประเพณีแห่เทียนวันเข้าพรรษาประจำปี พ.ศ. 2559 ที่จังหวัดอุบลราชธานีในปีนี้ไม่แตกต่างจากทุกปี ขบวนเทียนยังงดงามด้วยลวดลายการแกะสลักและการออกแบบที่สอดแทรกการเล่าเรื่องราวตามวิถีชาวพุทธ ประชาชนเองก็ยังคงให้ความสนใจมากมายเหมือนเดิมรวมถึงนักข่าวและช่างภาพ

DSC02467  DSC02469

DSC02481 DSC02496

ขบวนเทียนถูกแห่โดยใช้รถลากไปตามถนนชยางกูรบริเวณหน้าทุ่งศรีเมือง ตลอดสองข้างทางมีประชาชนอยู่เนืองแน่นและกางร่มกันแดดกันแทบทุกคนก็ว่าได้ เป็นไปได้ยากหากอยากจะได้ภาพขบวนแห่เทียนแบบเต็มขบวนโดยไม่มีสิ่งรบกวนใดๆ การส่งขบวนเทียนเข้าร่วมประเพณีนี้นอกจากประชาชนจากคุ้มต่างๆในพื้นที่อำเภอเมืองอุบลที่ร่วมมือกับทางวัดส่งเทียนเข้าประกวดแล้ว ยังมีขบวนเทียนจากต่างอำเภอเกือบทุกอำเภอในจังหวัดอุบลฯและหน่วยงานภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาต่างๆให้ความสนใจในการส่งขบวนเทียนเข้าร่วมประกวดด้วย

DSC02486 DSC02539

ภาพแรกน้องๆนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตจังหวัดอุบลราชธานีแต่งตัวสวยงามเดินนำหน้าขบวนเทียนที่ทางมหาวิทยาลัยส่งเข้าร่วมประกวด ส่วนภาพที่สองน้องๆนักศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษาโปลีเทคนิคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัดอุบลราชธานีกำลังฟ้อนรำตามหลังขบวนเทียนที่ทางวิทยาลัยส่งเข้าร่วมประกวดเช่นกัน

DSC02595  DSC02515 DSC02524 DSC02527

การประกวดขบวนเทียนแบ่งออกเป็นสองประเภทคือ ประเภทแกะสลักบนตัวเทียนและประเภทติดแบบพิมพ์และยังแบ่งออกเป็นขบวนใหญ่ ขบวนกลางและขบวนเล็ก ประเภทแกะสลักคือการแกะสลักลวดลายลงไปบนตัวเทียนโดยตรงส่วนประเภทติดแบบพิมพ์คือทำเป็นแบบพิมพ์แล้วแกะสลักเสร็จแล้วนำไปติดบนตัวเทียน

เมื่อขบวนแห่เสร็จสิ้นแล้วจะคงเหลือแต่ขบวนเทียนที่ได้รับรางวัลเท่านั้นที่ยังตั้งไว้ให้ประชาชนได้ชมเป็นระยะเวลาราวๆสองวันก่อนที่จะถูกส่งกลับวัดหรือหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อเก็บไว้  เทียนจะถูกนำไปเก็บไว้เพื่อหล่อหลอมใหม่ในกิจกรรมนี้ในปีถัดไป

DSC02619 DSC02620

DSC02626  DSC02635

เทียนบนขบวนแห่แม้ไม่สามารถนำไปจุดเทียนได้จริงๆ เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาด้วยวัตถุประสงค์ดังที่กล่าวไว้ข้างต้น แต่นอกจากนี้ประโยชน์และความสำคัญส่วนอื่นๆคือ การอนุรักษ์วิถีไทยพุทธของชาวอุบล ช่างฝีมือหรือช่างแกะสลักเทียนซึ่งเป็นบุคคลรุ่นเก่าๆที่ดำรงไว้ซึ่งงานฝีมือที่มีคุณค่าและควรค่าแก่การได้จัดแสดงงานฝีมือ รวมถึงการที่ชาวบ้านในคุ้มต่างๆร่วมมือกับทางวัดเพื่อการสมัครสมานสามัคคีในการทำกิจกรรมชุมชนร่วมกันเพราะวิถีพุทธวิถึไทยมีวัดเป็นศูนย์รวมจิตใจกันมาอย่างยาวนาน

DSC02604

 

 

ขอบคุณข้อมูลบางส่วน     http://www.ubonguide.org/book14/formcover14_1.html

ข้อความนี้ถูกเขียนใน บทความ คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.