นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนหก

            ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

          นนทวัชรกับยศนันท์เดินออกมาพร้อมกันและหยุดรอนาวินอยู่ตรงทางเดินหน้าแผนก มองเข้าไปในแผนกก็เห็นปริมกับนาวินนั่งด้วยกันที่โต๊ะทำงานของปริม นาวินกำลังอธิบายงานให้กับปริมและปริมเองก็ใส่ใจงานอย่างขะมักเขม้น  มีน้องพนักงานคนหนึ่งเรียกนาวินว่าคุณนนท์มารอแล้ว  ทั้งปริมและนาวินจึงเงยหน้าขึ้นไปมอง  พอเงยหน้าขึ้นไปมองปริมก็เห็นว่านนทวัชรกำลังมองอยู่และสาวสวยก็ยืนยิ้มหวานอยู่ข้างๆและกำลังมองปริมอยู่ด้วยเช่นกัน เมื่อนาวินพูดจึงหันมา

          นาวิน  :  เอ่อ.คุณปริมดูไปก่อนนะครับติดขัดอะไรถามน้องๆได้  ผมจะออกไปพบลูกค้ากับคุณนนท์คงกลับเข้ามาสักช่วงบ่าย

         ปริม  :  ค่ะ          ยิ้มและพยักหน้ารับแล้วทำงานต่ออย่างทำเป็นไม่ใส่ใจนนทวัชร  นาวินพูดเสร็จก็เดินกลับไปที่โต๊ะเพื่อเอากระเป๋ากับแฟ้มงานที่เตรียมไว้และเดินนำหน้านนทวัชรกับยศนันท์ออกไป   ปริมจึงเหลือบมองตามหลังไปอย่างรู้สึกตะหงิดๆ โทรศัพฺท์ที่โต๊ะทำงานดังคุณลุงวัชรเรียกให้ขึ้นไปพบ

           ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

           เลขาวัชรพงษ์เคาะประตูและเดินนำปริมเข้ามาในห้อง เมื่อเข้ามาก็เห็นป๊านั่งอยู่ด้วย

           วัชรพงษ์  :  หนูปริม!          วัชรพงษ์ดีใจอย่างมากที่ได้เห็นปริมมาร่วมงานกันในวันนี้และต่อๆไป

            ปริม :  สวัสดีค่ะ คุณลุง            ยิ้มพูดทักทายและยกมือไหว้สวัสดีวัชรพงษ์อย่างสุภาพ

           วัชรพงษ์ :  หวัดดีจ้ะเป็นไงบ้าง เห็นพ่อบอกว่าพามาด้วยแต่เช้าเลย หื้มม?      พูดไปยิ้มไปอย่างอารมณ์ดี   “ นั่งก่อนสิลูก “      ผายมือให้ปริมนั่งลงตรงโซฟารับแขก เมื่อปริมนั่งลงเสร็จก็พูดกับ         วัชรพงษ์ต่อ

           ปริม  :  ค่ะ ป๊า..เอ่อ.คุณพ่อชอบมาทำงานแต่เช้าปริมเลยขอมาด้วยน่ะค่ะ  พรุ่งนี้ค่อยขับรถมาเอง       พูดและยิ้มเขินๆ

           วัชรพงษ์ :  อื้ม.ก็ดี  ไปมาจะได้สะดวกส่วนตัวเรา บางทีเวลาไม่ตรงกัน          พูดไปยิ้มไป

            อาธร :  นึกว่าจะมีคนขับรถให้นั่งซะแล้วนะครับเนี่ย        พูดขำๆ วัชรพงษ์ก็ขำ ปริมเองก็ขำเล็กๆ

           วัชรพงษ์ : นั่นสิ ใครจะขับให้ใครนั่งละเนี่ย      พูดขำๆกับอาธรแล้วหันไปทางปริมพร้อมกับผายมือมาที่อาธร   “ ลุงจะหาคนขับรถให้แต่ไม่เอา บอกชอบขับรถเอง “       อาธรก็ขำเล็กน้อย  ปริมยิ้มมองไปทางพ่อ

           ปริม :  ค่ะ                           ปริมยิ้มรับคำสั้นๆ เพราะไม่ชินกับบรรยากาศในการเจอกับวัชรพงษ์ในการทำงานอย่างเป็นทางการ    

           วัชรพงษ์ : ลุงดีใจนะที่หนูปริมมาทำงานด้วย พี่นนท์เขาก็ดีใจ แต่ช่วงนี้พี่เขาอาจจะยุ่งๆหน่อยหากมีอะไรไม่สะดวกก็บอกลุงได้        พูดไปยิ้มไป แต่ปริมชะงักนิดหนึ่งตรงที่พี่นนท์เขาก็ดีใจ เพราะ ปริมนึกไปถึงหน้านนทวัชรและท่าทางของเขาเมื่อเช้าตั้งแต่อยู่หน้าลิฟท์   แต่ก็ยิ้มตามบรรยากาศเพราะความเมตตาของวัชรพงษ์

            ปริม :  ค่ะ  ปริมก็ดีใจค่ะที่ได้มาทำงานให้คุณลุง        พูดประโยคต่อประโยคเพราะเขิน เหมือนถามคำตอบคำเพราะยังใหม่กับบรรยากาศ  ปรกติปริมจะเจอวัชรพงษ์กับอัญชนาในเวลาส่วนตัวแต่ไม่บ่อย

           วัชรพงษ์ :  แล้วเป็นไง.เอ่อ.ดูๆแล้วที่นี่พอจะโอเคมั้ย      ถามด้วยความเป็นห่วงอยากจะเทคแคร์

           อาธร :   แหมพี่งจะมาเองครับ                          พูดขำๆแบบปล่อยมุก วัชรพงษ์ก็ขำเขินๆ

           วัชรพงษ์ :  แหม.ก็อยากให้หนูปริมอยู่ที่นี่ได้          พูดเสร็จก็ขำ อาธรก็ขำ ปริมยิ้ม

           อาธร :  ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ เขาอยู่ได้.. ปรับตัวเก่ง     พูดยิ้มๆมองไปทางลูกสาวเป็นการแซวเล็กน้อย       ปริมยิ้มกับพ่อและหันไปพูดกับวัชรพงษ์

           ปริม :  ค่ะ ปริมอยู่ได้ค่ะ ขอบคุณๆลุงที่เป็นห่วงค่ะ      ปริมยิ้มรับในความเมตตาของวัชรพงษ์ พูดเสร็จก็มองไปทางพ่ออีกครั้ง อาธรยิ้มและพยักหน้าให้

ทั้งสามคุยกันต่อสักเล็กน้อยปริมก็ขอตัวกลับไปทำงาน วัชรพงษ์ชวนปริมไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันปริมตอบตกลงเพราะไม่สามารถตอบปฏิเสธความเมตตาของวัชรพงษ์ได้ถึงแม้ในใจจะคิดเล็กน้อยว่าเกรงจะถูกซุบซิบก็ตาม

            ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

          ช่วงบ่ายเมื่อนนทวัชกับนาวินกลับเข้ามา ทั้งคู่ก็เดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของนนทวัชรเหมือนคุยงานกันต่อครู่หนึ่งนาวินก็เดินออกมาและบอกปริมว่าคุณนนท์เรียกพบ  ปริมเคาะประตูห้องนนทวัชร ได้ยินเสียงตอบรับจึงเปิดประตูและเดินเข้าไป 

เมื่อเข้ามาก็เห็นนนทวัชรนั่งรอประสานมือทั้งสองข้างบนโต๊ะและมองมาที่ปริม เขารออยู่แล้วสีหน้าดูเรียบเฉย ปริมก็พยายามทำหน้าตาเรียบเฉยและพยายามเก๊กฟอร์มแบบผู้หญิงที่มีความมั่นใจในตัวเองสูง ปริมมีความเป็นตัวของตัวเองเมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่นแต่เมื่อมาอยู่ต่อหน้าเขาเธอพยายามสร้างบุคลิกสไตล์สาวมาดมั่นและเปลี่ยนลุ๊คเป็นสาวเปรี้ยว เพราะเธอต้องการกวนประสาทเขาเล็กๆนั่นเองและเห็นว่าอดีตคนรักของเขาเป็นผู้หญิงสวยหวานเรียบร้อย

          นนทวัชร  :  เชิญนั่งครับ      มองปริมอย่างไม่ละสายตา ใบหน้าเรียบเฉยนั้นตั้งแต่ปริมเปิดประตูและเดินเข้ามาแล้ว

          ปริม :  ขอบคุณค่ะ             นั่งโดยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้เชิ่ดหน้าเล็กน้อยมองเขา อมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  นนทวัชรยังมองหน้าปริมและทำเฉยกับพฤติกรรมนั้นและพูดต่อ

          นนทวัชร :    เป็นไงบ้าง.. หมายถึงว่า โอเคไหมกับงานที่ให้ทำที่ไม่ใช่โฆษณา    พูดด้วยน้ำเสียงปรกติ

          ปริม : ก็ดีค่ะ          พูดห้วนๆสั้นๆแต่ยังอมยิ้มเหมือนไม่แคร์ สบตานนทวัชรไม่หลบสายตา  

 นนทวัชรสูดลมหายใจเข้าและถอนหายใจออกเบาๆ หลุบตาต่ำและมองกลับไปที่ปริม

          นนวัชร : แล้วเรื่องอื่นๆเป็นปัญหามั้ย?  เช่น การเดินทาง ออฟฟิศ เรื่อง..     พูดด้วยน้ำเสียงปรกติธรรมดาในการสื่อสาร แต่ยังไม่ทันได้พูดต่อ

          ปริม :  ไม่มีปัญหาค่ะ                 ชัดถ้อย ชัดคำและชัดเจน หน้านิ่งจ้องตาไม่ลดละ

นนทวัชรสูดหายใจเข้าออกเบาๆ เอนหลังไปพิงพนักเก้าอี้ พูดด้วยน้ำเสียงปรกติเหมือนเดิม

          นนทวัชร :  ก็ดี หากไม่มีปัญหาอะไรก็..เชิญคุณไปทำงานต่อ          สีหน้าเรียบเฉยยังมองปริม       เขารู้ว่าปริมต้องการยียวนเขาตั้งแต่เมื่อเช้าที่อยู่หน้าลิฟท์แล้ว

          ปริม  :   แหม..นึกว่าจะเรียกเข้ามาทำความรู้จักกันซะอีก  เห็นเร่งเห็นรีบเรียกให้มาทำงานก็นึกว่าอยากจะรู้จัก         จีบปากจีบปากคอพูดประชดประชันเล็กน้อยพูดเสร็จก็อมยิ้มกว้าง ยังจ้องตาไม่ลดละ

          นนทวัชร :   ก็..ได้รู้จักแล้ว        นนทวัชรตอบเลี่ยงๆน้ำเสียงและสีหน้าแบบเดิม  รู้สึกเหมือนเริ่มถูกปริมไล่บี้และตีรวน

          ปริม :   ค่ะ  มาวันแรกก็ได้รู้…ได้.เจอตัวพอดี                 พูดช้าเน้นๆเสียงต่ำ

          นนทวัชร  :  หมายถึงอะไร?                        เสียงเข้มเล็กน้อยถามกลับทันที

          ปริม  :    ก็ผู้หญิงสวยที่มาวันนี้ไงคะ  แหม..ยืนอยู่ข้างๆกันแท้ๆ             น้ำเสียงและอมยิ้มยียวน

          นนทวัชร  :  คุณนต ครอบครัวเธอทำธุรกิจอยู่ที่ชั้นห้า เป็นเพื่อนกัน       ปริมทำหน้าเหลอหลาเหมือนไม่เชื่อ นนทวัชรยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยตีรวนกลับ  “  หึงเหรอ?  นี่ขนาดยังไม่ทันได้หมั้นหมายกันเลย “          พูดเสร็จก็อมยิ้มและทำสีหน้าแววตาเป็นประกายใส่ปริม ยียวนกลับ

ปริมชะงักในสีหน้าหุบยิ้มทันทีเม้มปากเล็กน้อยสูดหายใจเข้าออกเบาๆเชิ่ดหน้าเล็กน้อย จ้องหน้านนทวัชรครู่หนึ่ง  

           ปริม :  ไม่ค่ะ  ไม่มีอะไรต้องหึง…ขอตัวนะคะ        ลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูและออกไป   นนทวัชรมองตามจนกระทั่งประตูปิดแล้วก็ถอนหายใจอีก

เดินออกมาจากห้องนนทวัชรด้วยสีหน้างอเล็กน้อยรู้สึกตะหงิดๆยืนอยู่ครู่หนึ่ง รู้ตัวจึงหันไปมองเมย์ที่นั่งทำงานที่โต๊ะและกำลังมองอยู่ ก็เปลี่ยนสีหน้าและยิ้มให้เมย์แบบเป็นมิตรปรกติและเดินกลับไปที่แผนก  เมย์ยิ้มและมองตามอย่างงงๆ

            ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

          เมื่อเลิกงานกลับมาถึงที่บ้านปริมก็ขึ้นไปบนห้องทันที พรุ่งนี้จะขับรถไปทำงานเองเพราะเวลาเลิกงานของปริมกับป๊าต่างกัน  วางกระเป๋าเสร็จก็ยืนคิดกับเหตุการณ์วันนี้ตั้งแต่เช้าจนถึงช่วงบ่ายๆและ..นึกไปถึงตอนที่นนทวัชรเรียกเข้าไปพบก็ยิ่งตะหงิดๆ ถอนหายใจและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาดลลี่

           ดลลี่  :  เป็นไงบ้าง?  ทำงานวันแรก      กระดี๊กระด๊าดีใจที่ปริมโทรมาเพราะรอถามไถ่เรื่องราวอยู่ จีบปากจีบคอถาม

          ปริม  :  ก็..โอเคน่ะ ยังไม่มีอะไรมาก

          ดลลี่ :  หืมม นึกว่าจะสนุกซะอีก เลยรอให้โทรมาเมาท์ให้ฟังอยู่เนี่ย     ดลลี่จีบปากจีบคอพูดเชิงกระเซ้าเย้าแหย่เพื่อนพร้อมกับยิ้ม

          ปริม :   แหม.ก็.พึ่งจะทำงานวันแรกเอง มันก็ยังไม่มีอะไร

          ดลลี่ :  โอเค  งานน่ะไม่มีอะไรแล้ว…คนน่ะ.มีอะไรมั้ย?     ถามด้วยความอยากรู้ ปริมอึกอักเล็กน้อย  ดลลี่ถามต่อ    “ ว่าไง “     ยิ้มและลุ้น

          ปริม  :   ไม่มี                 

 ดลลี่หุบยิ้มผิดหวังเล็กน้อย

          ดลลี่ :  โอเค้  ไม่มีก็ไม่มี       ดลลี่ตัดบทไม่เซ้าซี้เพื่อนต่อ หากมีอะไรก็คงเล่าให้ฟังเอง

          ปริม :  เอ่อ. เสาร์หรืออาทิตย์นี้ว่างมั้ยมาที่บ้านหน่อยสิ เรื่อง.แต่งหน้าทำผมเพิ่มน่ะ

          ดลลี่ :  ได้จ๊า วันเสาร์นะ วันอาทิตย์ลูกค้าเข้าร้านเยอะ          ยิ้ม กระดี๊กระด๊า

          ปริม  :  โอเคจ้ะ  เจอกัน

ปริมตัดสายจากดลลี่เสร็จก็คิดเล็กน้อยเรื่องที่ดลลี่ถาม เม้มปากแบบเบะปากเล็กน้อยเมื่อนึกถึง           นนทวัชร ถอนหายใจและไปอาบน้ำ

ที่ด้านล่างหลังจากเข้าครัวช่วยกันกับใจ แม่บ้านเตรียมอาหารเย็นเสร็จ นุชนันท์ก็เดินมานั่งกับสามีที่ห้องนั่งเล่น

          นุชนันท์ :  วันนี้ ลูกเป็นไงบ้างคะ?

          อาธร   :  ก็น่าจะโอเคอยู่นะ น่ะ..พึ่งทำงานวันแรก         พูดไปก็นึกถึงเรื่องการแต่งตัวของปริม แล้วถอนหายใจ

          นุชนันท์ :  แล้วตอนที่ขับรถกลับบ้านได้คุยกันบ้างหรือเปล่า?  เอ่อ.ยัยปริมพูดถึง….?      นุชนันท์ หมายถึงนนทวัชรและทำหน้าอยากรู้

          อาธร  : ไม่เลย  คงยังไม่ค่อยได้คุยอะไรกันมากมั้ง ก็.ต้องทำงาน  วันนี้ตานนท์ก็ออกไปพบลูกค้า

          นุชนันท์ :  อ๋อค่ะ

          อาธร :  เอ่อ  คุณช่วยบอกลูกเรื่องการแต่งตัวหน่อยสิ  ทำไมเป็นแบบนี้         

นุชนันท์ยิ้มพอใจ

          นุชนันท์  :   สวยดีจะตาย!  แต่งองค์ทรงเครื่องบ้างก็ไม่เห็นจะเป็นไรนี่คะคุณ    พูดเสร็จก็ลุกออกไปอย่างไม่สนใจ อาธรทำหน้าเหวอที่ภรรยาเห็นดีเห็นงาม

          อาธร  :  คุ้ณณ… อ้าว.         จะพูดต่อแต่ภรรยาเดินพ้นออกจากประตูห้องไปแล้วก็ถอนหายใจกลุ้มใจอีก

             ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

ที่บ้านนนทวัชรขณะกำลังรับประทานอาหารเย็นพร้อมกับวัชรพงษ์และอัญชนาผู้เป็นพ่อกับแม่ วันนี้เลิกงานก็กลับบ้านเร็วอีกหนึ่งวันเพราะเขาพยายามแบ่งเวลาให้ครอบครัว

          อัญชนา  :  วันนี้ออกไปพบลูกค้ามา เป็นไงบ้างลูก?

          นนทวัชร  :  ลูกค้าพอใจฮะ แต่มีส่วนที่ต้องปรับเปลี่ยนไม่กี่จุดแล้วก็เข้าไปคุยอีกครั้ง

อัญชนายิ้มและพยักหน้ารับทราบสิ่งที่ลูกชายบอก 

         วัชรพงษ์  :  วันอาทิตย์นี้ไปไดร์ฟกอล์ฟกับพ่อมั้ย?  พ่อนัดกับคุณอาอาธรกับเพื่อนๆอีกสองสาม คน     วัชรพงษ์ถามลูกยิ้มๆ

          นนทวัชร  :   ไม่ไหวล่ะครับ เสาร์นี้ว่าจะเข้าออฟฟิศและตอนเย็นจะเข้าไปที่ร้านนัดกับนุไว้

          อัญชนา  :  เอ่อ.แล้ว ไม่มีนัดอื่นนอกจากเรื่องงานเหรอลูก?        ถามยิ้มๆ แต่จริงๆก็อยากจะถามเรื่องปริมแต่เกรงใจ

          นนทวัชร  :  ไม่มีฮะ  แต่หลังจากเสร็จงานที่ร้านก็อาจจะแวะหาอะไรทานหรือดื่มกับนุต่อน่ะฮะ  พูดไปยิ้มไปเล็กน้อยกับแม่แล้วทานอาหารต่อ 

อัญชนาผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็เข้าใจ เธอคาดหวังเล็กน้อยว่าเขากับปริมจะสานสัมพันธ์กันแต่ก็คิดว่าพึ่งเริ่มต้นมันอาจจะเร็วไป คงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าลูกชายของเธอกับปริมจะมีความสนิทสนมกัน

           ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

เกือบห้าทุ่มปานกำลังจะลงไปเอาน้ำดื่มที่ห้องครัวด้านล่างได้ยินเสียงเหมือนพี่สาวกำลังเปิดคลิปอะไรสักอย่างแต่ได้ยินไม่ค่อยถนัดเลยเดินเข้ามาใกล้ๆประตูห้องนอนของปริมและเอียงหน้าด้านหนึ่งเข้าไปใกล้ประตูเพื่อเงี่ยหูฟังให้ถนัดเพราะความอยากรู้ ขมวดคิ้วสักครู่ก็ได้ยินประมาณว่ารองพื้นก่อนแต่งหน้า….ปานก็ส่ายศีรษะแล้วเดินลงไปเอาน้ำดื่ม

ข้างในห้องนั้นปริมกำลังหัดแต่งหน้าตามคลิปอย่างตั้งอกตั้งใจ

             ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

            เช้าวันศุกร์ปริมแต่งตัวเสร็จเดินออกมาหน้าบ้านจะไปขึ้นรถเจอม๊ากับปานอยู่หน้าบ้านกำลังดูแปลงดอกไม้อยู่ วันนี้ปานตื่นแต่เช้าสงสัยจะมีกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยหรืออะไรแต่ไม่ใส่ใจ

          ปริม :  ไปนะคะม๊า ไปนะจ๊ะน้องรัก              ยิ้มหวานให้ ปานเบะปาก

          ปาน  :  นี่จะไปทำงานหรือจะไปเดินแฟชั่นเนี่ย!         ปานตะเบ็งเสียงเหน็บแนมตามหลังพี่สาว

อาธรแต่งตัวเสร็จเดินลงมาพอดีได้ยินเสียงปานที่หน้าบ้านจึงเดินไปดูว่ามีอะไรกัน

          อาธร  :   ยัยหนู..       เสียงแบบอ่อนอกอ่อนใจเห็นการแต่งตัวของลูกสาวที่ชักจะเปรี้ยวขึ้นทุกวันก็เหนื่อยใจ

         ปริม :  ปริมไปนะคะป๊า เจอกันที่ทำงานค่ะ          หันมายิ้มให้ป๊า   อาธรถอนหายใจ  นุชนันท์ยิ้มพอใจ

        อาธร :  คุณบอกลูกหน่อยสิ!         

นุชนันท์ขำๆพอใจ

         นุชนันท์ :  เห็นมั้ยคะคุณสวยจะตาย       ยิ้มพอใจ  ปานมองแม่แล้วหันไปมองพี่สาวแล้วเบะปากและส่ายศีรษะ

           ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………     

credit pic ภาพวาดประกอบ muslimpostjung.com , www.bloggang.com ตัดภาพบางส่วน

     แต่พอมาถึงที่ทำงานปริมก็ง่วนกับหน้าจอคอมพิวเตอร์และแฟ้มเก็บเอกสารที่นาวินสอนงานเธอเมื่อวานว่าให้ดูและศึกษาข้อมูลงานไปก่อน ได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังทำความสะอาดมาจากห้องทางด้านในก็คิดว่าคงเป็นป้าอ๋อยที่กำลังทำความสะอาด ครู่หนึ่งป้าอ๋อยก็เดินออกมา  

        ป้าอ๋อย :  สวัสดีค่ะคุณปริม  มาทำงานแต่เช้าเลยนะคะ          ยิ้ม

          ปริม :  สวัสดีค่ะ  ปริมชอบมาทำงานแต่เช้าน่ะค่ะ                ยิ้มทักทายตามมารยาทปรกติ

          ป้าอ๋อย :  เหมือนคุณนนท์เลยค่ะ คุณนนท์ก็มาทำงานแต่เช้าอีกสักครู่ก็คงมา      ยิ้ม พูดไปตามประสาโดยที่ไม่ได้คิดอะไร  แต่ปริมชะงักกึกในสีหน้าเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มตอบ

          ปริม : ค่ะ  ป้าก็เหมือนกันนะคะ               ยิ้มพูดไปตามน้ำ

          ป้าอ๋อย :  ค่ะ    แล้ว.ทานอะไรมาหรือยังคะ จะรับกาแฟมั้ยเดี๋ยวป้าเสิร์ฟให้ค่ะ

           ปริม :  ไม่เป็นไรค่ะ ปริมยังไม่หิวเดี๋ยวปริมจัดเองป้าอ๋อยทำงานเถอะค่ะ            ยิ้มทั้งเกรงใจและตอบรับน้ำใจของป้าอ๋อย

           ป้าอ๋อย : ค่ะ  งั้นป้าไปทำงานของป้าก่อนนะคะ มีอะไรเรียกได้ค่ะ         

ปริมยิ้มพยักหน้ารับคำว่า ค่ะ ป้าอ๋อยเดินไปจึงนั่งลงทำงานต่อ

นนทวัชรมาถึงที่ทำงานราวเจ็ดโมงครึ่งกำลังจะเดินผ่านไปยังห้องทำงานก็ชะงักเล็กน้อยที่เห็นปริมมาถึงแต่เช้าและกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่

           นนทวัชร   :   ทานอาหารเช้าหรือยัง?          ปริมชะงัก เมื่อได้ยินเสียงเขา จริงๆปริมได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินเข้ามาแต่ไม่ได้ใส่ใจเพราะสนใจแต่งานตรงหน้า

           ปริม  :   ยังค่ะ  ยังไม่หิว         ตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพราะผลพวงจากงานตรงหน้าที่เธอกำลังพยายามทำความเข้าใจกับมันอยู่ทำให้เธอยังไม่มีอารมณ์ยียวนเขาแต่เข้า   นนทวัชรมองปริมเล็กน้อยก่อนเดินไปที่ห้องทำงาน  ปริมมองตามหลังเขาไปและหันกลับมาหน้านิ่วคิ้วขมวดต่อ

ที่นี่เริ่มงานแปดโมงครึ่งเลิกงานห้าโมงครึ่ง มีอาคารพาณิชย์ทั้งฝั่งเดียวกันและฝั่งตรงกันข้ามมีร้านขายอาหารและเครื่องดื่มหลายร้าน อาคารพาณิชย์บางแห่งเป็นออฟฟิศขนาดเล็กของหลายๆธุรกิจจึงมีคนที่ทำงานออฟฟิศแถวๆนี้เยอะทีเดียว  ครู่หนึ่งนนทวัชรก็เดินออกมา

           นนทวัชร  :  ไปทานข้าวกัน           หน้านิ่งเสียงนิ่ง แต่ปริมทำหน้าตื่นและลุกขึ้นยืนไม่คิดว่าเขาจะมาชวนไปกินข้าว

           ปริม :  เอ่ออ  ดิฉันไม่หิวค่ะ             รีบปฏิเสธ ยังเหวออยู่

           นนทวัชร  :   เดี๋ยวก็หิว  ยังต้องทำงานอีกหลายชั่วโมงกว่าจะพักเที่ยง     น้ำเสียงปรกติ สีหน้าเรียบเฉย

           ปริม  :  เอ่ออ…เดี๋ยวดิฉันลงไปเองค่ะ         อึกอักกับสถานการณ์

           นนทวัชร :   นี่ก็เจ็ดโมงสามสิบห้าแล้ว  ลงไปหาอะไรทาน.กลับขึ้นมาก็ถึงเวลางานพอดี   น้ำเสียงแบบเดิม

           ปริม  :   เชิญคุณเถอะค่ะ  ดิฉันไม่….       ปริมพูดยังไม่ทันจบเมย์ก็มาถึง

           เมย์  :  สวัสดีค่ะคุณนนท์  สวัสดีค่ะคุณปริม    เมย์พยักหน้าทักทายนนทวัชรกับปริมอย่างสุภาพพร้อมกับยิ้ม   “  จะรับอะไรหรือคะให้เมย์ลงไปซื้อให้ก็ได้ค่ะ? “   พูดพร้อมกับยิ้มให้นนทวัชรและปริม น้อยครั้งที่เจ้านายของเธอจะลงไปหาอะไรทานข้างล่างเขาจะรับกาแฟกับพวกขนมปังขนมเบเกอรี่สักชิ้นสองชิ้นมากกว่า และที่เธอถามนั้นก็เผื่อของคุณปริมด้วย  เธอถามเพราะเป็นเรื่องปรกติในการดูแลเจ้านายแต่ดูจากสถานการณ์แล้วเธอก็ไม่อยากเป็นส่วนเกินตรงนี้

            นนทวัชร  :  อืม..ไม่เป็นไร   

ยังไม่ได้พูดอะไรต่ออาธรก็เดินเข้ามาอีกคนพอดี เมย์จึงเดินเลี่ยงไปที่โต๊ะทำงาน

            อาธร :  ยัยหนู ..เอ่ออ  ปริม       เรียกยัยหนูเพราะความเคยชิน เมื่อเห็นนนทวัชรอยู่ตรงนั้นจึงเรียกใหม่     “ ตานนท์  สวัสดีตอนเช้า ทานอะไรมาหรือยัง? “   ยิ้มทักทายนนทวัชรปรกติ

           นนทวัชร :  สวัสดึครับคุณอา   ยังครับ      พยักหน้าทักทายอย่างสุภาพพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย

           อาธร  :    อาเอาข้าวมาให้ปริมเขาน่ะ มาแต่เช้ายังไม่ได้ทานอะไร  แล้วนี่จะลงไปหาอะไรทานมั้ยให้อาไปนั่งเป็นเพื่อนมั้ย?

           นนทวัชร  :  ไม่เป็นไรครับ      ยิ้มเล็กน้อยแต่สุภาพให้อาธรเป็นปรกติ  แล้วมองไปทางปริมเล็กน้อยแต่หุบยิ้มแล้วหันกลับมาพูดกับอาธรต่อ   “ ผมขอตัวก่อนนะครับ “    พูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าให้อาธรแล้วเดินกลับไปที่ห้อง

            ปริม  :  ป๊า  ไม่ต้องเอามาให้ก็ได้ค่ะ

           อาธร :  ก็ม๊าให้เอามาให้ ป๊าก็เป็นห่วงด้วย  ไปทานเถอะลูกจะได้ทำธุระส่วนตัวอื่นๆด้วยเดี๋ยวก็ได้เวลาทำงานแล้ว    อาธรพูดด้วยความเป็นห่วงลูกสาวตอนนี้เธอมาทำงานใกล้ๆก็พอจะได้รู้ได้เห็นว่าเธอดูแลตัวเองอย่างไร แต่..กลับมีเรื่องอื่นให้กลุ้มใจแทน

           ปริม :  ขอบคุณค่ะ    ปริมรับถุงกระดาษที่มีกล่องใส่อาหารเช้าจากพ่อ และเดินไปที่ห้องทานอาหาร

             ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

            สายๆที่ห้องทำงานขณะที่วัชรพงษ์กำลังเซ็นเอกสารในแฟ้มนนทวัชรเคาะประตูห้องและเดินเข้ามาเลยพร้อมกับถือแฟ้มเอกสารมาอีกหนึ่งแฟ้มเข้ามาด้วยเพื่อให้คุณพ่อเขาเซ็นอนุมัติงบค่าใช้ จ่ายสำหรับโฆษณาของลูกค้าซึ่งผลิตรองเท้ายี่ห้อหนึ่ง

           นนทวัชร  : โฆษณารองเท้าทั้งทางทีวีและบอร์ดโฆษณาครับ     นนทวัชรบอกพ่อเมื่อวางแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้าม   วัชรพงษ์หยิบแฟ้มเอกสารที่ลูกชายพึ่งวางบนโต๊ะมาเปิดดู

           วัชรพงษ์  :  ออ     พยักหน้ารับทราบ  “อืม.แล้วสื่อโซเชียล เว็บไซต์อะไรต่างๆลูกค้าเขาไม่สนใจเหรอ?”

            นนทวัชร :  ลูกค้าเขาขอดูอีกทีหนึ่งครับเห็นบอกว่าอาจจะติดต่อเองสักเว็บสองเว็บผมก็เลยให้ภาพถ่ายสินค้ากับลูกค้าไป..ลูกค้าเขาก็ขอด้วยครับ    พูดยิ้มๆ

           วัชรพงษ์  :    อืมม    พูดพลางพยักหน้าหงึกๆตามที่ลูกชายบอก    “ให้เราติดต่อให้ก็ได้นี่ ในเว็บไซต์ก็ไม่ต่างจากในทีวีหรือบนบอร์ดโฆษณา ก็เป็นภาพเคลื่อนไหว“

            นนทวัชร  :  ลูกค้าบอกว่าอยากได้ภาพนิ่งมากกว่าฮะ เห็นบอกว่าเกรงว่าจะรบกวนสายตาคนชมเว็บเผลอๆอาจจะทำให้ไม่ชอบสินค้ามากขึ้นก็ได้      นนทวัชรพูดไปแบบยื้มๆ

            วัชรพงษ์ :  ออๆ อืม.. เนาะ.พ่อเองยังรู้สึกรำคาญเลยเวลาเข้าไปอ่านข่าวสารในเว็บไซต์ โฆษณาเยอะแยะ       พูดเสร็จก็พยักหน้าหงึกๆแบบเข้าใจอีกครั้งพร้อมกับยิ้ม

            นนทวัชร :  ครับ

            วัชรพงษ์ :  แล้วงานออกแบบตกแต่งที่ไปนำเสนอมาเมื่อวาน ลูกค้าเขานัดอีกเมื่อไหร่?

            นนทวัชร  :  มันต้องแก้ไขไม่เยอะ ผมเลยขอเวลาลูกค้าสักสี่ถึงห้าวันพรุ่งนี้ก็จะเข้ามาทำงานกับนาวินและ..อีกสองสามคนครับ

            วัชรพงษ์ :  หนูปริมต้องมาด้วยมั้ย?

             นนทวัชร :  ไม่ครับ  มันเป็นเรื่องของการออกแบบหนูปริม…เค้าคงไม่ต้องมาหรอกฮะ             วัชรพงษ์ยิ้มเมื่อรู้สึกว่าประโยคหลังนั้นเหมือนประชดประชันใครเล็กๆ

              วัชรพงษ์ :  แล้ว..ทำไมไม่ให้หนูปริมเขาช่วยงานส่วนโฆษณาล่ะ

               นนทวัชร :  อื่มม เขารู้ทางด้านนี้อยู่แล้วก็เลยอยากให้ลองทำอย่างอื่นแต่ก็คิดว่าคงไม่ต่างจากที่เขาเคยทำหรอกครับ     นนทวัชรเหลือบมองหน้าพ่อเล็กน้อยแบบสงสัย เลยถามต่อ                    “ หนูปริม..ของคุณพ่อเขาพูดอะไรหรือบอกอะไรคุณพ่อเหรอครับ? ”      วัชรพงษ์ยิ้ม

              วัชรพงษ์ :  เปล่า.. พ่อแค่แปลกใจ หนูปริมไม่ได้พูดอะไร..ก็.แล้วแต่นนท์ก็แล้วกัน        ยิ้ม

นนทวัชรพยักหน้ารับทราบสิ่งที่คุณพ่อพูดและยิ้มเล็กน้อย คุยกันสักพักก็ขอตัวกลับไปที่ห้องทำงาน วัชรพงษ์ยิ้มมองตามหลังลูกชายจนประตูห้องทำงานถูกปิดลงแล้วทำงานต่อ

            ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

          บ่ายสองปริมรู้สึกมึนๆงงๆกับรายงานงบประมาณออกแบบตกแต่งเพราะดูมาตั้งแต่เมื่อวานจึงละจากการดูข้อมูลงานเหล่านั้นเพื่ออยากพักสมองบ้าง มองดูเพื่อนร่วมงานสองสามคนในแผนกที่นั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศเพราะบางส่วนออกไปที่หน้างานของลูกค้าก็รู้สึกว่าไม่อยากรบกวน และบรรยากาศในแผนกเงียบๆหันไปข้างหลังอีกทีเห็นนาวินมองมาพอดีและยิ้มให้ เห็นปริมหน้าเหลอๆนาวินเลยขอให้ปริมเอาใบเสนอราคาสินค้าจากซัพพลายเออร์ที่รีไวซ์ราคาสินค้าสำหรับงานออกแบบตกแต่งภายในที่เขาติดต่อเองและดูแล้วไปส่งให้เมย์บอกว่าคุณนนท์อยากดูเลย ขณะที่ปริมส่งแฟ้มเอกสารให้เมย์เสร็จและกำลังจะเดินกลับไปที่แผนกนนทวัชรไปห้องน้ำและเดินกลับมาพอดี ทั้งคู่ชะงักเล็กน้อยต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันเล็กน้อยปริมจึงเดินเลี่ยงออกเพื่อจะกลับไปที่แผนก แต่นนทวัชรเรียกให้เข้าไปข้างในห้องด้วยกัน

          นนทวัชร :  เชิญนั่งครับ             พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยและน้ำเสียงเรียบๆพร้อมกับผายมือให้ปริม  นั่ง  แต่ในขณะที่ปริมกำลังนั่งลงที่เก้าอี้นนทวัชรก็แอบอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยกับท่าทีนิ่งเฉยของปริมวันนี้ซึ่งแตกต่างจากเมื่อวาน  “ เบื่อไหม …งานน่ะ “    ถามต่อเมื่อนั่งลงที่เก้าอี้แล้วและอมยิ้มเล็กน้อย ปริมเห็นก็ตะหงิดๆ

          ปริม :  ไม่ค่ะ  มันยังไม่มีอะไร                        เริ่มเชิ่ดเล็กน้อยเพราะเห็นท่าทีของนนทวัชร

          นนทวัชร :  อื้มม.. หากไม่อยากทำก็บอกจะได้ให้ทำอย่างที่ถนัดมันอาจจะดีกว่า     พูดเสียงปรกติธรรมดา

ปริมโยกตัวมานั่งตัวตรงทันทีทันใดและรีบพูด

           ปริม :  ไม่ค่ะอะไรก็ได้แล้วแต่คุณ . ( แล้วก็เหวอเพราะรีบพูดเกินไป ) ..เอ่อ..ดิฉันหมายถึงอะไรก็ได้..เพราะยังไงดิฉันก็อยากช่วยงานคุณลุงท่านน่ะค่ะ      รีบพูดเพราะไม่อยากให้นนทวัชรคิดว่าเธอทำไม่ได้เดี๋ยวเขาจะดูถูกเอา

นนทวัชรพยักหน้ารับทราบสิ่งที่ปริมพูดและยิ้มเล็กน้อยกับท่าทีของปริมเพราะคิดว่านั่นคือตัวเธอ แต่ปริมเห็นนนทวัชรยิ้มแบบนั้นก็ชักจะตะหงิดๆขึ้นมาอีกเล็กน้อย  เลยชักสีหน้าแบบงอนนิดๆออกมา

          นนทวัชร :  ครับ             รับคำแบบโอเครับทราบ อมยิ้มเล็กน้อย  มีเสียงเคาะประตูจึงตอบรับให้เข้ามา เมย์เคาะประตูเสร็จก็เดินเข้ามาพร้อมกับถือแฟ้มเอกสารที่ปริมเอามาส่งให้เมื่อครู่พร้อมกับแก้วน้ำเข้ามาเสิร์ฟให้ปริม  ปริมกล่าวขอบคุณ

          เมย์  :   แฟ้มของอินทีเรียค่ะ ใบเสนอราคาจากซัพพลายเออร์

          นนทวัชร :  อื้มม    พรุ่งนี้ผมจะเข้ามาทำงานกับอินทีเรียสองสามคนคุณไม่ต้องมา    พยักหน้ารับทราบกับสิ่งที่เมย์บอกและพูดกับเมย์ขณะรับแฟ้มมาดู

          เมย์ :  ค่ะ

ปริมทำหน้าฉงนเพราะไม่มีใครบอกเธอเรื่องนี้

          นนทวัชร :  คุณก็ไม่ต้องมา                       เห็นปริมทำหน้างงเล็กน้อยเลยบอกปริมให้รู้

          ปริม :  เอ่ออ.ค่ะ   แต่..หากมีอะไรที่ดิฉันพอจะช่วยได้ก็..ดิฉันมาด้วยก็ได้ค่ะ       ปริมพูดและมีท่าทีกระตือรือล้นอยากช่วยงาน

         นนทวัชร :  ขอบคุณครับ แต่มันยังไม่มีอะไรมาก.เรื่องเอกสารเขาทำกันเกือบเสร็จแล้ว เป็นเรื่องของการออกแบบงานที่ต้องแก้ไขให้ลูกค้า      พูดด้วยน้ำเสียงปรกติเมื่อเห็นท่าทีของปริมที่อยากช่วย

          ปริม :  ค่ะ                        ปริมรับทราบอย่างจำใจเพราะรู้สึกแย่ที่เธอไม่ได้มาในขณะที่คนอื่นยุ่ง

         นนทวัชร :  เอ่อ. งั้นเดี๋ยวอันนี้ผมฝากคุณปริมไป ขอผมดูอีกนิดหนึ่ง        หันไปพูดกับเมย์และหันมาทางปริมด้วย    เมย์กับปริมรับคำว่า “ค่ะ “  เกือบจะพร้อมกัน เมย์เดินออกจากห้องไป

นนทวัชรดูเอกสารในแฟ้มอย่างตั้งใจ ปริมมองนนทวัชรที่กำลังก้มหน้าก้มตาดูเอกสารนั้น เผลอมองดูเขาครู่หนึ่ง.

          ปริม :  คุณต้องดูเองเหรอคะ?               ถามด้วยน้ำเสียงปรกติ

          นนทวัชร :  แล้วแต่ มีบ้างที่อยากจะดูเป็นบางรายการ อย่างอันนี้มันรีไวซ์ราคาก็อยากดูเลย     พูดพร้อมกับอธิบายปรกติ 

ปริมพยักหน้ารับทราบ นนทวัชรก้มหน้าดูเอกสารต่อ  .  เมื่อนนทวัชรเซ็นเอกสารเสร็จก็ส่งแฟ้มให้ปริม

          นนทวัชร :  งั้น.ผมไม่รบกวนเวลางานคุณ หวังว่าจะโอเคกับที่นี่     พูดพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย

          ปริม :   ค่ะ       ปริมรับแฟ้มเอกสารและลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปโดยนนทวัชรมองตามจนประตูห้องทำงานถูกปิด

ปริมเดินพ้นประตูห้องทำงานของนนทวัชรออกมาก็ชะงัก..เมื่อเห็นหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งดูแล้วไม่ใช่พนักงานยืนหันหลังให้และกำลังคุยกับเมย์อยู่ที่โต๊ะทำงานของเมย์   เมย์เห็นปริมเดินออกมาก็ยิ้มกว้าง

          เมย์  :  คุณปริม  เรียบร้อยใช่ไหมคะ      เมย์พูดพร้อมกับเดินมาหาปริมพร้อมๆกับที่หญิงสาวคนนั้นก็หันมาทางปริมเช่นเดียวกัน

          ปริม  :  จ้ะ           ปริมยิ้มและพูดกับเมย์พร้อมกับเหลือบไปทางหญิงสาวคนนั้นที่หันมาทางเธอพอดี.เธอคือ.สิริมา..ปริมจำได้  

สิริมาเองก็ชะงักเช่นกันที่เห็นพนักงานสาวสวยเดินออกมาจากห้องทำงานของนนทวัชร เธอไม่เคยเห็นพนักงานคนนี้มาก่อน

          เมย์ :  ให้เมย์ช่วยถือแฟ้มไปส่งที่แผนกให้ค่ะ             ยิ้ม

          ปริม :  ขอบคุณค่ะ  ปริมถือไปเองดีกว่าคุณเมย์ทำงานเถอะค่ะ      ปริมยิ้มขณะพูดกับเมย์  เมย์ยิ้มตอบและถือโอกาสแนะนำปริมกับสิริมาให้รู้จักกัน

          เมย์ :   คุณปริมคะ  นี่คุณไหมเพื่อนคุณนนท์ค่ะ    แล้วหันไปทางสิริมาแนะนำปริมให้สิริมารู้จัก     “  คุณปริมค่ะ  เอ่ออ.ทำที่แผนกอินทีเรียค่ะ “

          ปริม :  สวัสดีค่ะ           ยกมือไหว้และยิ้มอ่อนโยนพูดทักทายสิริมาอย่างสุภาพ นั่นไม่ใช่เพราะว่าเธอเคยเห็นสิริมาเมื่อหลายปีก่อนแต่เป็นเพราะเมื่อหลายวันก่อนเธออ่านข่าวเรื่องส่วนตัวของสิริมาซึ่งทำให้เธอนึกเห็นใจ

          ไหม :  สวัสดีค่ะ  ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ              ยิ้มอ่อนโยนทักทายอย่างสุภาพเช่นกัน

          ปริม :  ค่ะ       ยิ้มและพยักหน้าตอบรับคำทักทายของสิริมา   “  ปริมขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ “   พูดกับทั้งสิริมาและเมย์และเดินเลี่ยงออกไป

สิริมามองตามเล็กน้อยก่อนหันกลับมายิ้มให้กับเมย์และเดินไปเคาะประตูห้องทำงานของนนทวัชรและเปิดประตูเข้าไป

เมื่อเดินเข้ามาภายในห้องทำงานของนนทวัชรและเดินมายังเก้าอี้ ก็เห็นแก้วน้ำวางอยู่จึงนึกฉงนในใจเล็กน้อยว่า หากแก้วน้ำนี้ถูกนำมาเสิร์ฟให้กับปริมเมื่อสักครู่..ทำไม.?.ถึงต้องเสิร์ฟ  เมย์เดินตามเข้ามาและยกแก้วน้ำนั้นออกไปและนำกาแฟกับน้ำดื่มชุดใหม่เข้ามาเสิร์ฟให้สิริมา

          นนทวัชร :  ไหม.ไปธุระมาเหรอครับ?                  ยิ้มเล็กน้อย

          สิริมา :  ค่ะ  มีหลายอย่างต้องทำน่ะค่ะ เลยไม่ได้มาหานนท์…แต่วันนี้ไหมไม่มีขนมมาฝากนะคะ   พูดพร้อมกับยิ้มหวานให้นนทวัชร    นนทวัชรยิ้มตอบ

          นนทวัชร :  ไม่เป็นไรครับ  ไม่ต้องซื้อมาฝากก็ได้ หากไหมอยากจะแวะมาคุยก็มาได้

          สิริมา  :  ค่ะ       ยิ้ม     ” แล้วช่วงนี้งานของนนท์ยุ่งมากมั้ยคะ? ” 

          นนทวัชร :  มากเลยครับทั้งโฆษณาทั้งอินทีเรีย

          สิริมา :  ว้า..ไหมว่าจะชวนนนท์ไปทานข้าวหรือไปช้อปปิ้งหรือดูหนังหน่อยน่ะค่ะ          ยิ้ม

          นนทวัชร :  โทษทีช่วงนี้ผมไมว่างเลยครับ     พูดเสร็จก็ยิ้ม เขาสังเกตุเห็นว่าไหมร่าเริงขึ้น ช่วงที่ผ่านมาไหมไม่ได้โทรมาคุยเรื่องส่วนตัว แต่แชทข้อความทักทายมาหรือถามไถ่สั้นๆ เขาเองก็ยุ่งมากเพียงแค่แชทข้อความตอบบ้างถามไถ่บ้างเท่านั้น คิดว่าไหมคงทำใจได้บ้างแล้วกับปัญหาส่วนตัว

          สิริมา :   ค่ะ..ก็คิดว่าอย่างนั้นล่ะค่ะ เพราะเมื้อกี้ไหมพึ่งเห็นพนักงานใหม่     สิริมาได้โอกาสถาม

          นนทวัชร :  ครับ  ปริมลูกสาวคุณอาอาธร ต่อไปก็จะทำงานที่นี่ พึ่งมาเมื่อวานนี้เอง       อธิบายปรกติ

          สิริมา :  อ๋ออ..ค่ะ      สิริมาพยักหน้าประมาณว่าถึงบางอ้อ  เพราะหลายปีก่อนเคยมาร่วมงานเลี้ยงที่บริษัทกับนนท์เหมือนจะเคยถูกแนะนำให้รู้จักกับครอบครัวของคุณอาธร  นนทวัชรยิ้ม   “ แล้ว..เย็นนี้นนท์ก็ไม่ว่างเหรอคะ? “

          นนทวัชร :   ครับ  มีงานต้องเคลียร์อีกเยอะ และต้องแก้ไขงานให้ลูกค้าอีก

สิริมาทำหน้าผิดหวังเล็กน้อย

          สิริมา :  จริงๆ ไหมก็ว่าอยากจะชวนนนท์กับนุไปเที่ยวต่างจังหวัดบ้างน่ะค่ะเห็นนนท์ทำงานหนักตลอด เลยอยากชวนไปพักผ่อนตากอากาศที่ต่างจังหวัดบ้าง แต่เอาไว้ให้นนท์ยุ่งน้อยลงกว่านี้ไหมค่อยชวนนนท์อีกครั้งดีกว่า

          นนทวัชร :  คงอีกสักพักใหญ่ๆ แต่ก็ไม่รับปากนะว่าจะว่าง  หากนุหรือเพื่อนคนอื่นว่าง ไหมก็ลองชวนไปเลยนะครับไม่ต้องรอ

นนทวัชรพูดพร้อมกับยิ้มเหมือนอารมณ์ดีและสิริมาก็สังเกตุเห็นว่าเป็นอย่างนั้นทั้งๆที่งานของนนท์เองก็ยุ่งมากแต่เธอก็รู้สึกว่านนท์มีท่าทีผ่อนคลายไม่เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา  อะไรที่ทำให้นนท์มีท่าทีสดชื่นขึ้นขนาดนั้น หลายวันที่ผ่านมาที่เธอยุ่งกับธุระส่วนตัวไม่ค่อยได้ติดต่อมาทำให้เธอพลาดอะไรไปหรือเปล่า?..คุณนตเหรอ? …ไม่.ไม่น่าใช่..เพราะรู้จักมาระยะหนึ่งแล้วและคุณนตก็มาที่นี่หลายครั้ง..หรือว่าจะเป็น.ลูกสาวของคุณอาอาธรเมื่อครู่..ทั้งสองครอบครัวเองก็สนิทสนมกัน..สิริมาคิด

          สิริมา :  ก็.ไม่ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกันนานแล้ว ก็เลยอยากชวนน่ะค่ะ  แต่ไหมก็ยังไม่ได้ถามนุนะคะเห็นบอกว่าพึ่งกลับจากทำงานต่างประเทศเมื่อสองสามวันก่อน      นนทวัชรพยักหน้า

          นนทวัชร :   ครับ  อืมม.ไหมไม่ลองชวนเพื่อนไปเที่ยวต่างประเทศเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง            นนทวัชรพูดไปมองหน้าสิริมาไปก็นึกได้   “  เอ่ออ หมายถึงเพื่อนกลุ่มอื่นน่ะหากเขาพอจะว่างไปกับไหมได้ “        สิริมายิ้ม

           สิริมา :  ไหมก็คิดค่ะ  แต่..รอให้คนที่ไหมอยากจะไปด้วยว่างค่ะ อาจจะไม่ต้องไปถึงต่างประเทศก็ได้แค่ในประเทศก็ดีค่ะ..หากเขาจะว่าง         พูดและมองหน้านนทวัชรตลอด   นนทวัชรยิ้มรู้ในคำพูดของสิริมา

          นนทวัชร :  ครับ        นนทวัชรรับคำสั้นๆ  จริงๆเขาก็พอมีเวลาว่างไปต่างจังหวัดได้หากจะไปเพียงแต่เขาต้องการทำงานมากกว่า  หากเป็นวันหยุดยาวเขาเองก็ไปเที่ยวกับครอบครัวให้เวลากับคุณพ่อคุณแม่   หากเป็นวันทำงานเขาจะให้เวลาเต็มที่กับการทำงานหรือจนถึงวันเสาร์หากยุ่งจริงๆ  และวันอาทิตย์ก็พักผ่อนส่วนตัวหรืออยู่กับครอบครัวหรือออกไปที่ร้านบ้างหากอยากจะไป   เขารู้ถึงความรู้สึกของไหมหากแต่ความสัมพันธ์แบบคนรักมันเปลี่ยนไปนานแล้วและมันไม่ได้จะกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีก เขาพยายามถนอมน้ำใจไหมและดูแลเธอแบบเพื่อนจึงต้องเว้นระยะของความสัมพันธ์  คาดว่าไม่นานเธอก็คงจะเข้าใจได้เอง

            ……………………………….♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥…………………………………

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.