นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบ

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

          เสาร์นี้นนทวัชรกับพิษณุมาที่ร้านซึ่งเขาตั้งใจมาสาขานี้เพราะบอกปริมเรื่องร้านเสื้อของยศนันท์ที่ห้างนี้ นั่งๆดูเอกสารอยู่กับพิษณุก็เห็นว่าไม่มีอะไรมากจึงบอกเพื่อน

          นนทวัชร :  เดี๋ยวมานะ            พูดเสร็จก็เดินออกไป

          พิษณุ :  อื้ม                             มองตามเพื่อนที่เดินออกไปก็ทำงานต่อ

นนทวัชรเดินมาที่ร้านเสื้อของยศนันท์เห็นปริมกำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่ จึงเดินเข้าไปทัก

          นนทวัชร :  หวัดดีครับ            พูดเสียงปรกติและอมยิ้มเล็กน้อย   ปริมชะงักกึกเมื่อได้ยินเสียงทัก

          ปริม :   สวัสดีค่ะ                 ทำเป็นเชิ่ดเล็กน้อยหันมาทางเขา มองหน้าแต่ไม่พูดอะไรต่อซึ่งเขาก็มองอยู่และอมยิ้มเล็กน้อย 

          นนทวัชร :  น่าจะใช่สไตล์  คงจะได้หลายชุดอยู่         เสียงเรียบอมยิ้ม เย้าแหย่เล็กน้อย  

 ปริมเม้มปากเล็กน้อยมองหน้าเขาเพราะเคืองกับคำพูดนั้น..เหน็บแนมกันนี่นา

          ปริม : ค่ะ ก็กำลังเลือกอยู่ แล้ว..เจ้าของร้านไปไหนเหรอคะจะได้ให้ช่วยแนะนำ     พูดเชิงประชดประชันเล็กน้อยพร้อมกับทำหน้าเชิ่ดๆ มองที่เขา

          นนทวัชร :  เอ่อ.คุณนตคงไม่อยู่มั้ง         พูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาๆปนไม่แน่ใจว่ายศนันท์อยู่ไหมพร้อมกับมองไปรอบๆร้าน เขาไม่ได้บอกคุณนตว่าปริมจะเข้ามาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านเธอเพราะไม่อยากให้เธอเย้าแหย่ปริม

          ปริม :   นึกว่าอยู่ด้วยกันตลอด            พูดเสียงต่ำเบาๆเชิงเหน็บแนมแต่ก็.เผื่อเขาจะได้ยิน 

นนทวัชรชะงักหันมามองปริม ปริมทำหน้าเหลอ 

 ดลลี่ลองชุดเสร็จก็ออกมาพอดี พอเห็นว่าเพื่อนยืนอยู่กับหนุ่มหล่อก็ยิ้มกว้างสายตาเป็นประกายทันที พนักงานเดินเข้ามาหา

          ดลลี่ : ไว้ก่อนนะจ๊ะ เดี๋ยวพี่ตัดสินใจอีกที       พูดพร้อมกับยื่นชุดให้พนักงานเอาไปเก็บและเดินยิ้มหวานตรงไปทางเพื่อนกับหนุ่มหล่อคนนั้น 

นนทวัชรหันไปเห็นดลลี่ทีกำลังเดินยิ้มหวานมาทางนี้และเดินมาถึงพอดี

          ปริม :  นี่ดลลี่เพื่อนดิฉันค่ะ        พูดแนะนำนนทวัชรให้รู้จักกับดลลี่  และแนะนำดลลี่ให้รู้จักกับนนทวัชร        “ คุณนนท์..เอ่อ..เจ้านาย.. “          พูดเสียงปรกติแนะนำทั้งคู่ตามมารยาท  

ดลลี่ยกมือไหว้อย่างสุภาพสุด ลดมือต่ำลงแล้วค้างอีกมือไว้เพื่อขอเช็คแฮนด์กับนนทวัชร ยิ้มหวานส่งสายตาหวานสุดๆ เก็บอาการกระดี๊กระด๊าไว้พร้อมกับแนะนำตัว 

          ดลลี่ :  ดลลี่ค่ะ  ดลวัฒน์  ใจเกษมสุข      จีบปากจีบคอแนะนำตัวแบบสุภาพที่สุดและยิ้มหวานให้

นนทวัชรยื่นมือออกมาเช็คแฮนด์กับดลลี่ตามมารยาทและแนะนำตัว

          นนทวัชร :  นนท์ครับ …นนทวัชร           เสียงปรกติตามมารยาทแนะนำตัวสั้นๆยิ้มเล็กน้อยและจะปล่อยมือ แต่ดลลี่รั้งไว้เล็กน้อยไม่ยอมปล่อย…แต่ก็ปล่อย  นนทวัชรอมยิ้มไม่ถือสา  

ปริมทำหน้าตาขมึงใส่เพื่อนแต่ดลลี่ไม่เห็นเพราะมัวแต่ยิ้มหวานให้หนุ่มหล่อ  แล้วปริมจึงเหลือบมองไปที่นนทวัชรก็ทำหน้าเหลอหลาเล็กน้อยที่เห็นว่าเขาไม่ถือสาดลลี่และรับสถานการณ์ได้อย่างเฉยๆ  

          ดลลี่ :    บังเอิญจังเลยนะคะที่ได้มาเจอเจ้านายของเพื่อน  เอ่อ..คุณนนท์มาคนเดียวเหรอคะ?    ดลลี่กลับเข้าสู่โหมดของตัวเองจีบปากจีบคอพูดกระดี๊กระด๊าต่อ พร้อมกับยืดคอทำเป็นมองหาใครสักคนประมาณเป็นการถามว่าไม่ได้มากับใครใช่มั้ย..

          นนทวัชร  :  ครับ ..ผมมีร้านอาหารอยู่ที่ชั้นล่างถัดไปนี่เอง วันนี้มาที่ร้านน่ะครับ

          ดลลี่ :  อุ้ยต๊าย!  งั้น..ก็สะดวกน่ะสิคะ ดลลี่ว่าหากซื้อของเสร็จก็จะไปหาอะไรทานกับปริม กัน….เน๊าะ?     พูดแล้วก็หันมาทางปริมเลิกคิ้วเชิง..ที่คิดว่าไม่น่าจะเป็นการถามแต่เป็นการบอกว่า ไปเถอะมากกว่า    ปริมทำหน้าเหลอหลามองหน้าเพื่อนแล้วเหลือบไปมองนนทวัชร 

          ปริม :  เอ่อ. จ้ะ              พูดเสียงต่ำๆคล้อยตามอย่างเสียมิได้หากปฏิเสธดลลี่ก็ตื๊อต่อเแน่ๆ         นนทวัชรยิ้ม

          นนทวัชร :  ครับ  งั้นเชิญที่ร้านได้เลยนะครับ ยินดีต้อนรับ          พูดกับดลลี่และปริมอย่างจริงใจ

          ดลลี่ :  ขอบคุณค่า                    ดลลี่กระดี๊กระด๊าดีใจสุดๆคำสุดท้ายลากเสียงยาว

          นนทวัชร :  งั้น..ผมไม่รบกวนนะครับ              นนทวัชรพูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยให้ปริมและดลลี่

          ดลลี่ :  ค่า  อีกสักครู่หนึ่งเจอกันค่า               ดลลี่กระดี๊กระด๊ารีบตอบรับ

นนทวัชรเดินไปคุยกับพนักงานของยศนันท์ครู่หนึ่งก่อนเดินออกไป  ดลลี่มองตามด้วยสายตาเป็นประกายกรุ้มกริ่มพอหันมาทางปริมก็สะดุ้งเล็กน้อยกับสายตาขมึงของเพื่อนก็ทำหน้าเหลอหลา  ปริมทำสายตาเหวี่ยงใส่ดลลี่เล็กน้อยก็เดินไปเลือกเสื้อผ้าต่อดลลี่ยิ้มพอใจเดินตามไปช่วยเลือก

นนทวัชรกลับมาที่ห้องทำงานในร้านอาหารและนั่งลงที่โซฟา พิษณุรออยู่

          พิษณุ :  ไปไหนมาซะนาน นึกว่าไปห้องน้ำ        ถามด้วยความฉงน ที่นนทวัชรออกไปพักใหญ่    นนทวัชรยิ้มเล็กน้อย

          นนทวัชร :  ไปธุระมาเล็กน้อย                                      พูดโดยไม่มองหน้าเพื่อน 

พอดีพนักงานเคาะประตูและเปิดเข้ามา

          พนักงาน :  คุณนนท์จะนั่งข้างในหรือข้างนอกนะครับ?  น้องไม่แน่ใจเลยให้ถามอีกครั้ง

นนทวัชรสั่งจองโต๊ะไว้สำหรับสองที่แต่ปรกติหากทานที่ร้านก็จะทานข้างในห้องทำงาน พนักงานเลยไม่แน่ใจ  นนทวัชรเองก็เหวอเล็กน้อยเพราะไม่อยากให้พิษณุรู้ แต่..

          นนทวัชร :  ข้างนอก            พูดเสียงเรียบๆพร้อมพยักหน้าเล็กน้อย  พนักงานรับทราบแล้วเดินออกไป  พิษณุฉงน

          พิษณุ :  วันนี้จะนั่งข้างนอกกันเหรอ?              ถามด้วยความฉงน

          นนทวัชร :  เปล่า..       ลากเสียงยาว โดยไม่เงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อนกำลังดูโทรศัพท์ ยิ่งทำให้พิษณุฉงนหนักต้องรู้ให้ได้

          พิษณุ :  แล้วข้างในข้างนอกนั่นอะไร..ใคร..จะนั่งข้างนอก?      พูดด้วยน้ำเสียงแบบให้รู้ว่าสงสัยหนักและต้องได้คำตอบ

นนทวัชรวางโทรศัพท์ มองหน้าพิษณุครู่หนึ่ง

          นนทวัชร :  …ปริม…กับเพื่อน                                   เสียงเรียบๆปรกติ

พิษณุทำหน้าทำตาเป็นประกายมองเพื่อนเขม็ง และอมยิ้ม

          พิษณุ :   กี่คน                       เอียงหน้าเล็กน้อย ถามเสียงต่ำแต่เน้นเอาคำตอบแล้วอมยิ้ม

          นนทวัชร  :  สอง               เรียบปรกติ อมยิ้มและแววตาเริ่มเป็นประกายเล็กน้อยเพราะเห็นอาการของเพื่อน

          พิษณุ :  ต้องสี่ที่สิ!              พูดเน้นๆชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับยิ้ม

นนทวัชรยิ้มกว้างปนขำๆ แต่พิษณุยิ้มแบบมีเลศนัยมองหน้ากันและกัน ยิ้มกันคนละความหมาย เพราะพิษณุจะได้เจอกับดลลี่  ส่วนพิษณุนั้น..คิดว่า.ได้เจอกันเสียที..ปริม..

ปริมกับดลลี่เลือกของเสร็จก็มาชำระเงินที่เคาท์เตอร์แต่พนักงานบอกว่าคุณนนทวัชรชำระแล้ว..ปริม เหวอแต่ดลลี่ยิ้มกว้าง

ก่อนออกจากร้านของยศนันท์นนทวัชรคุยกับพนักงานว่าจะเป็นผู้ชำระค่าซื้อสินค้าของปริมกับเพื่อนเองและจะคุยกับคุณนต ซึ่งพนักงานรับทราบเพราะรู้ว่าคุณนนท์เป็นเพื่อนกับคุณนตเห็นแวะเวียนมาคุยกันหลายครั้งเวลามาที่ร้าน

           นนทวัชรกับพิษณุเดินออกมายืนรอปริมกับดลลี่อยู่ทางด้านหน้าใกล้ประตูทางเข้าร้าน พิษณุสดชื่นอารมณ์ดีรอที่จะได้รู้จักกับคนที่เพื่อนหมายจะหมั้น..แล้วปริมกับดลลี่ก็เดินมา  พิษณุมองไปทางที่สายตาเพื่อนมองก็เห็น….สาวสวยสองนางที่กำลังเดินตรงมาทางนี้.นางหนึ่งนั้นไม่ถึงกับว่าสวยจัดแต่น่าจะน่ารักใสๆมากกว่าหากไม่แต่งตัวเปรี้ยวและ….อีกนางหนึ่งนั้น…ท่าทางจะมาดมั่นกว่าคุณนต..ยิ้มหวานมาแต่ไกลเชียว…พิษณุหันไปเหลือบมองเพื่อนก็เห็นเพื่อนมองไม่ละสายตา..ด้วยสายตาที่เขาไม่ได้เห็นเพื่อนมองผู้หญิงคนไหนแบบนี้มานานทีเดียว ไม่บอกก็รู้ว่ามองใคร…

           ดลลี่ :   สวัสดีค่าคุณนนท์ รอนานมั้ยคะ ฮ่ะๆๆ        เสียงไปก่อนตัวไปถึงทีหลังกระดี๊กระด๊าสุดๆเพราะไม่ใช่แต่นนทวัชรที่ยืนรอมีอีกหนึ่งหนุ่มหล่อที่ยืนข้างๆกัน ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้ทั้งสองหนุ่ม  ทั้งสองหนุ่มยิ้มรับอย่างมีไมตรี

          นนทวัชร :  ไม่นานครับ พึ่งมารอเมื่อครู่นี้เอง  นี่นุเพื่อนผมครับ ….นี่คุณดลลี่และ..ปริม        รับความอัธยาศัยดีจากดลลี่ทันทีพร้อมกับแนะนำเลย และคำสุดท้ายนั้นก็มองไปที่เจ้าของชื่อ

ดลลี่กับปริมยกมือไหว้และกล่าวคำทักทายพิษณุเกือบจะพร้อมๆกัน

          ปริม : สวัสดีค่ะ               ยิ้มอย่างมีไมตรีที่ได้รู้จัก

          พิษณุ :  สวัสดีครับ        รับไหว้จากปริมและดลลี่ แล้วพอจะเอามือลงก็มีมือของดลลี่ที่ยื่นรอขอเช็คแฮนด์และยิ้มหวานให้รออยู่  ดลลี่ค้างมือหนึ่งไว้แล้วลดต่ำลงรอขอเช็คแฮนด์กับพิษณุหลังไหว้เสร็จ

          ดลลี่ :  ดลลี่  ดลวัฒน์  ใจเกษมสุขค่ะ       พูดเสียงต่ำๆหวานๆ ลดความกระดี๊กระด๊าในน้ำเสียงลง แน่นอนสายตาหวานหยาดเยิ้มนั้นส่งมาตั้งแต่เดินมายังไม่ถึงล่ะ  พิษณุยื่นมือออกมาเช็คแฮนด์กับดลลี่

          พิษณุ :  พิษณุครับเรียกนุก็ได้        พร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อยอย่างมีมารยาทและจะปล่อยมือแต่ดลลี่ทำเป็นรั้งเล็กน้อยใช้วิธีเดียวกับที่ทำกับนนทวัชร แต่ก็ปล่อย  แต่สายตาหวานหยาดเยิ้มนั้นส่งไปอย่างไม่ลดละ  พิษณุก็อมยิ้มตอบรับกับสถานการณ์ได้ไม่ใช่เรื่องแปลก

          นนทวัชร :  เชิญข้างในเลยนะครับ อาหารสั่งไว้แล้ว              นนทวัชรพูดกับทั้งดลลี่และปริม

          ดลลี่ :   แล้วคุณนุกับคุณนนท์จะทานด้วยกันหรือเปล่าคะ?       รีบถามเกรงว่าทั้งสองหนุ่มจะไม่อยู่ทานด้วย

          พิษณุ :  ครับ จองไว้สี่ที่ครับ           

          ดลลี่ :  ดีค่ะ  แหม..นึกว่าจะไม่ทานด้วยกัน                  ดีใจ ยิ้มหวาน

          พิษณุ :  เชิญครับ             พยักหน้ารับพร้อมกับผายมือให้ทั้งสองสาว

ดลลี่ยิ้มรีบเดินนำหน้าไปก่อนใครปริมเดินตาม มีพนักงานมาต้อนรับและเดินนำไปที่โต๊ะที่จองไว้  ปริม นั่งข้างดลลี่และตรงข้ามกับนนทวัชรเหมือนวันก่อน  ไม่นานพนักงานก็เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟและตามมาด้วยอาหาร

          ดลลี่ :  น่าอร่อยทั้งนั้นเลยนะคะ                         ดลลี่พูดกับสองหนุ่มที่นั่งตรงข้าม

          พิษณุ : ครับ ไม่ต้องเกรงใจนะครับ ตามสบาย        พิษณุต้อนรับในอัธยาศัยไมตรีของดลลี่  

          ดลลี่ :    ค่า         ยิ้มหวานให้พิษณุแล้วกระดี๊กระด๊าต่อ        “ คุณนนท์กับคุณนุเป็นหุ้นส่วนกัน  เหรอคะ?  ”        

          นนทวัชร :  ใช่ครับ  ก็ช่วยๆกันดูและเลือกเมนูเข้าร้านด้วย         พูดอย่างมีมนุษยสัมพันธ์ดี อมยิ้มเล็กน้อย

          ดลลี่ :    งั้น..ก็ต้องรู้เรื่องอาหารสิคะ ถึงได้เลือกเมนูอร่อยๆเป็น              ดลลี่หุบยิ้มทำหน้าฉงนเล็กน้อย

          นนทวัชร :  ก็..เล็กน้อยน่ะครับ                  

          พิษณุ :   นนท์เขาทำอาหารเก่งน่ะครับผมทำไม่ค่อยเป็นหรอก บางเมนูก็เป็นไอเดียของนนท์เขา

นนทวัชรยิ้ม  

          ดลลี่ :   อุ๊ย!  แล้วนี่มีอาหารที่เป็นไอเดียของคุณนนท์มั้ยคะ?       

          นนทวัชร :  ไม่มีครับ มันจะเป็นอาหารแบบทานเป็นอาหารว่างก็ได้หรือเป็นแบบจานเดียวแต่ไม่ได้สั่งให้ อยากให้ทานข้าวกันมากกว่า แต่ว่าสั่งเพิ่มได้ครับหรือเอาใส่ห่อกลับบ้าน        อธิบายอมยิ้ม  ดลลี่ดีใจ

          ดลลี่ : ขอบคุณมากค่า  ดีค่ะดลลี่อยากจะเอากลับไปทานที่บ้าน..จะได้รู้รสชาตินั้นคนเดียว..   เฮอะๆๆ         จีบปากจีบคอพูดทำเป็นเขินยิ้มหวานให้นนทวัชร     นนทวัชรยิ้มรับ

          พิษณุ :  หากว่างมาอุดหนุนกันได้ครับให้ส่วนลดพิเศษคุณดลลี่ทุกสาขา จะพาเพื่อนมาทานด้วยก็ดีครับ            พูดเสร็จก็ยิ้ม  รับไม้ต่อถือโอกาสขายของด้วยซะเลย

          ดลลี่ :  ขอบคุณค่า                              ยิ้มกว้างกระดี๊กระด๊า แล้วทำเป็นเขิน

ปริมมองนนทวัชรที่ดูสบายๆและมองทุกคนที่คุยกันโดยตั้งแต่มาก็ยังไม่ค่อยได้พูดอะไรปล่อยให้ดลลี่กระดี๊กระด๊าเต็มที่  พิษณุจึงหันมาทางปริมบ้าง

          พิษณุ :  คุณปริมเงียบเลยนะครับ  วันนี้ซื้ออะไรบ้าง?        ถามสุภาพตามมารยาทปรกติ   ปริมยิ้ม

          ปริม :  เอ่อ เสื้อผ้า..กระเป๋า.และก็รองเท้าค่ะ          พูดยิ้มๆเสียงเบาเล็กน้อยเพราะเขินกับสิ่งที่กำลังจะบอก  ดลลี่รีบพูดสำทับ

          ดลลี่ :  ครบเซ็ตค่ะ                            แซวเพื่อนเล็กน้อยขำๆ

ปริมยิ้มเพราะเขิน พิษณุก็ขำๆไปกับดลลี่ นนทวัชรยิ้มมองปริม  ดลลี่ช่วยทำให้บรรยากาศผ่อนคลายและเป็นกันเอง และนั่นปริมก็พึ่งเห็นนนทวัชรผ่อนคลายสบายๆอย่างมาก

          ปริม :  ค่ะ  ซื้อจากร้านเพื่อนคุณนนท์        พูดพร้อมกับหันมาทางนนทวัชร  นนทวัชรรับและบอกพิษณุ

          นนทวัชร : ร้านคุณนต        

          พิษณุ  :   อ้อ..ครับ                        พิษณุถึงบ้างอ้อไม่แปลกหากทั้งสองคนจะรู้จักกันแล้ว

          ดลลี่ :  เอ่ออ แล้ว…ลงมือได้หรือยังคะ…อยากชิมค่าาา.เฮอะๆๆๆ      ดลลี่ทำสายตาหวานเยิ้มให้พิษณุพร้อมกับทำเป็นหัวเราะทำตัวสั่นๆ

          พิษณุ :  คร้าบ เชิญครับ  เชิญคุณปริมตามสบายด้วยนะครับ              พิษณุยิ้มรับพร้อมกับผายมือให้ทั้งดลลี่และปริม

ดลลี่จึงก้มลงตักอาหารให้ตัวเองขณะที่กำลังช้อนอาหารในจานก็เหลือบไปเห็นนนทวัชรตักอาหารให้ปริม  ปริมมองนนทวัชรและพูดขอบคุณ

          ปริม : ขอบคุณค่ะ         พูดขอบคุณเสียงเบาพร้อมกับมองหน้าเขา  นนทวัชรพยักหน้าเล็กน้อยและอมยิ้มเล็กน้อยรับคำขอบคุณจากปริม  พิษณุทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นส่วนดลลี่ก็ตักอาหารเข้าปากไปแบบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

บรรยากาศในการทานอาหารเป็นกันเองครื้นเครงเล็กน้อยเพราะดลลี่ที่ส่งสายตาให้ทั้งสองหนุ่มตลอดและหยอดคำหวานใส่อยู่เรื่อยๆ  หลังจากทานอาหารกันเสร็จดลลี่ก็รีบชิ่งทำเป็นว่ามีลูกค้าเยอะต้องรีบกลับ ส่วนพิษณุก็ขอตัวไปทำธุระนนทวัชรจึงต้องไปส่งปริมที่บ้าน เมื่อทั้งดลลี่และพิษณุไปแล้วปริมจึงปฏิเสธว่าจะกลับแท็กซี่เอง  แต่นนทวัชรไม่ยอมเพราะการแต่งตัวของปริม คุยกันยื้อคำพูดกันเล็กน้อยปริมก็เริ่มกระเง้ากระงอดว่าอะไรกันเรื่องของเธอ แต่ยังไงนนทวัชรก็ไม่ยอมสุดท้ายปริมก็เดินตามเขาไปที่ลานจอดรถ

เมื่อมาถึงรถก็ยื่นมือขอถุงกระดาษที่ปริมช้อปปิ้งมาเพื่อจะเก็บไว้ที่ท้ายรถ ปริมลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยื่นให้เมื่อเก็บของเสร็จก็เดินมาเปิดประตูให้ปริม

          นนทวัชร :  เชิญครับ        พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย เปิดประตูรถให้ แต่ปริมยังไม่ขึ้นชั่งใจเล็กน้อย มองหน้านนทวัชรและแน่นอนเขารออยู่  ปริมถอนหายใจก่อนเดินขึ้นรถ

นนทวัชรเปิดประตูแล้วเข้ามานั่งในรถก็เห็นปริมนั่งทำตัวลีบๆเอียงๆหันหน้ามาทางเขาเล็กน้อยแต่ตัวติดประตูรถ  มือทั้งสองพร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็กนั้นปิดขาตัวเองไว้เพราะกระโปรงสั้น นนทวัชรถอนหายใจและมองหน้าปริม

          นนทวัชร :  หากกระโปรงมันสั้นขนาดนี้จะใส่ทำไม แล้วยังจะกลับแท็กซี่อีก       น้ำเสียงเรียบสีหน้านิ่ง หงุดหงิดเล็กน้อยในความรั้นของปริมตั้งแต่อยู่ในห้าง  คำพูดที่พูดไปในแบบที่คิดความหมายของมันคือใส่ตัวอื่นหรือแต่งตัวมิดชิด  แต่ปริมไม่ได้เข้าใจแบบนั้นปริมเคืองไม่พอใจมาก

          ปริม :  ทำไมคะ ชุดแบบนี้ใส่ได้แต่คุณนตหรือยังไง?      ทั้งน้ำเสียงและคำพูดประชดประชันแบบ งอนๆ มองหน้าเขา

          นนทวัชร :  จะชุดแบบไหนหากใส่แล้วมั่นใจไม่ทำให้ตัวเองลำบากก็ใส่ไปเถอะ ..นี่ทั้ง..พลาสเตอร์แปะที่เท้า..ทั้ง..นั่งตัวลีบอย่างนั้น..ยังอยากจะไปนั่งแท็กซี่อีก        น้ำเสียงและสีหน้ายังแบบเดิมและยังมองอยู่ตั้งแต่เข้ามาในรถแล้ว

ปริมเคืองหนักและเจ็บใจพูดเหน็บแนมเขา

          ปริม :  คงจะดีกว่ากลับกับคุณมั้งคะ             พูดช้าลงเสียงต่ำ ทำเสียงเชิงเหน็บแนมแล้วทำหน้าเหลอหลา ตั้งใจยียวนกวนอารมณ์หงุดหงิดของเขาเพระท่าทีและคำพูดของเขาตั้งแต่เข้ามาในรถแล้ว  

นนทวัชรจ้องหน้าปริมแล้วถอนหายใจ ครู่หนึ่งก็หันมองไปข้างหน้า  ปริมเริ่มรู้สึกแย่ในคำพูดของตัวเองมองหน้าเขาครู่หนึ่งก็หันมองไปข้างหน้าเหมือนกัน 

          นนทวัชร :  นี่หากว่าคนเขาไม่เป็นห่วง..ก็ไม่มีใครสนใจหรอก       พูดเสียงปรกติแต่แบบอ่อนใจและไม่หันไปมองปริม

ปริมรู้สึกในสีหน้ากับคำพูดและน้ำเสียงนั้นแต่ไม่หันไป  ครู่หนึ่งนนทวัชรก็ขับรถออกเพื่อไปส่งปริมที่บ้าน

เมื่อรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้านปริมก็เปิดประตูลงไปยืนรอข้างรถ นนทวัชรเปิดประตูลงมาแล้วไปเอาของที่ท้ายรถแล้วส่งให้ ปริมรับมาและกล่าวขอบคุณโดยที่ไม่มองหน้าเขาและเดินเข้าบ้านไป นนทวัชรมองตามครู่หนึ่งเพราะตลอดทางที่นั่งรถมาด้วยกันเขาก็ทำเฉยๆไม่ได้คุยอะไรเพราะคิดว่าหากพูดก็คงจะทำให้ปริมงอนและมีคำพูดประชดประชัน  แล้วก็ขึ้นรถและขับออกไป

ปริมขึ้นมาบนห้องปิดประตูแล้วเดินมานั่งลงปลายเตียงแล้วถอนหายใจ ด้วยความรู้สึกแย่กับตัวเองนิดๆกับเหตุการณ์ตั้งแต่ที่ลานจอดรถ

……………………………  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………. 

 

อ้างอิงภาพจาก bloggang.com ตัดภาพบางส่วน

       สายวันถัดมาหลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จปริมก็ขึ้นมาบนห้องและอยู่ในห้องตลอด  นุชนันท์ขึ้นมาตามลูกสาวเพื่อจะไปบ้านวัชรพงษ์  เมื่อปริมเปิดประตูห้องนุชนันท์ก็ฉงนเล็กน้อย

           นุชนันท์ :  ยังไม่แต่งตัวอีกเหรอลูก         พูดขณะเดินเข้ามาเมื่อปริมเปิดประตูให้

           ปริม :   ปริมไม่ไปค่ะม๊า                      พูดเสียงธรรมดาปรกติ

           นุชนันท์  :  อ้าว ทำไม่ล่ะ คุณลุงชวนหนูไม่ใช่เหรอ?    นุชนันท์ฉงน

           ปริม :  ปริมไม่สะดวกน่ะค่ะ  เอ่ออปริมมีธุระ ม๊ากับป๊ากับปานไปกันเถอะค่ะ    เห็นแม่ทำหน้าฉงนและมองเธอเหมือนกับว่ามีอะไรหรือเปล่า  จึงพูดต่อ  “ ปริม.มีธุระจริงๆน่ะค่ะม๊า..ปริม.ฝากขอโทษคุณลุงท่านด้วยนะคะ “       พยายามพูดตัดบทเพื่อให้แม่เลิกทำหน้าสงสัยและมองแบบนั้น  แต่..

           นุชนันท์ :  หนูมีอะไรหรือเปล่าลูก              ทำเสียงต่ำ ยังไม่หายสงสัยเพราะเห็นว่าวัชรพงษ์ชวนปริมด้วยตัวเองและปริมไม่ปฏิเสธแต่วันนี้กลับเปลี่ยนใจ 

           ปริม :  ไม่มีอะไรค่ะ  ปริม…ติดธุระน่ะค่ะ            ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะเอามาอ้างพยายามตัดบท

นุชนันท์ก็ยังฉงนแต่เมื่อลูกสาวตัดบทปฏิเสธแบบนั้นก็คิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะตื๊อ และวันนี้ท่าทางของลูกสาวที่นิ่งไม่ค่อยร่าเริงเหมือนทุกวัน

           นุชนันท์ :  ก็ได้ลูกหากหนูไม่อยากไป  จะออกไปข้างนอกเหรอ?

           ปริม :  เอ่อออ ค่ะ                              ลังเลและตอบสั้นๆ

           นุชนันท์ :  ได้จ้ะ  งั้นม๊าไปก่อนนะบ่ายๆก็กลับ           พยักหน้ายิ้มเล็กน้อยแบบเข้าใจแม้ยังไม่ค่อยเข้าใจ

เมื่อแม่ออกไปก็ถอนหายใจแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะเครื่องแป้งเพื่อจะดูอุปกรณ์แต่งหน้าแล้วก็เหลือบไปเห็นหลอดยาสำหรับทาแผลที่เขาซื้อให้จึงหยิบขึ้นมาและมองดูพร้อมกับนึกไปถึงเจ้าของยาหลอดนี้.ที่วันนี้จะเป็นพ่อครัวทำอาหารว่างให้รับประทานกัน..จะเป็นยังไงนะ..

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

            เช้าวันถัดมาปริมมาถึงที่ทำงานแต่เช้าเช่นเคยทานอาหารเช้าเสร็จก็นั่งทำงาน  สักพักพนักงานก็เริ่มทยอยมากันทีละคนสองสามคนแต่..นนทวัชรยังไม่มา ปรกติเขาจะมาก่อนหรือหลังเธอเล็กน้อย และ..เมื่อวานมัวแต่คุยกันเรื่องไปส่งเธอที่บ้านและบรรยากาศภายในรถเลยไม่ได้พูดกับเขาเรื่องค่าช้อปปิ้งที่เขาจ่ายให้…..ก็ไม่น่าจะเลยไปพบลูกค้าเลยนี่นาคุณนาวินก็มาแล้วหรือว่าจะไปกับพวกโฆษณา..ปริมนั่งคิดเล็กน้อยแล้วจึงทำงานต่อ  แต่เมื่อรู้สึกว่ามีใครเดินเข้ามาในออฟฟิศทีไรก็เหลือบไปทีคาดว่าจะเห็นใครบางคนเดินเข้ามาแต่..ก็ยังไม่เห็นมา

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

            วัชรพงษ์กับอาธรนั่งคุยกันที่ห้องทำงานของวัชรพงษ์ไม่ได้คุยกันเรื่องงานแต่คุยกันเรื่องนนท์กับปริม  เพราะเมื่อวานปริมไม่ไปที่บ้านเขาส่วนนนท์ก็มีท่าทีเคร่งขรึมผิดปรกติ  หากเป็นวันหยุดและพักผ่อนที่บ้านนนท์จะผ่อนคลายและสบายๆ

            วัชรพงษ์ :  หนูปริมเป็นยังไงบ้าง? 

            อาธร :  ก็..ค่อนข้างปรกตินะครับอาจจะเงียบไปบ้างแต่..ก็ธรรมดานะครับ ยัยปริมก็ไม่ได้ร่าเริงตลอด 

            วัชรพงษ์ :  อืมม.เสียดาย        วัชรพงษ์พยักหน้าพร้อมทำท่าครุ่นคิด   “  แม๊..วันนั้นนึกว่ากำลังไปได้ดีทีเดียวเลยเชียว “    ( หมายถึงวันที่ทานอาหารกลางวันร่วมกัน )         อาธรก็ยิ้มเจื่อนๆ

            อาธร :  ผมขอโทษคุณวัชรแทนลูกด้วยนะครับ  อุตส่าห์ชวนยัยปริมด้วยตัวเอง   

            วัชรพงษ์ : โอ๊ย! ไม่เป็นไรหรอก อย่าคิดมากนะและไม่ต้องเกรงใจ      วัชรพงษ์รีบพูด     “ ผมแค่… อยากหาโอกาสให้พวกเขาได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น “     ยิ้มเพื่อให้อาธรสบายใจ    “ เอ่อ.ก็ไม่อยากให้อาธรคิดว่าผมเจ้ากี้เจ้าการหรือบังคับใจหนูปริมเขานะ อย่างที่คุยกัน..แล้วแต่พวกเขา “       ยิ้ม

            อาธร :  ครับ                               ยิ้มเจื่อนๆรับ 

            วัชรพงษ์ :  ตานนท์ก็ทำแต่งานๆนี่สิ                      วัชรพงษ์เหมือนบ่น

 อาธรยังทำหน้าเจื่อนๆและมองหน้าวัชรพงษ์ก็เห็นเหมือนกำลังคิดหรือจะหาโอกาสอะไรอีก จึงหันมองไปทางอื่นแล้วถอนหายใจเบาๆเรื่องนนท์กับปริม   

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

         นนทวัชรเดินเข้ามาในออฟฟิศตอนเก้าโมงครึ่งปริมเหลือบไปมองด้วยความดีใจในสีหน้า แต่         เขาเดินผ่านไปเฉยๆไม่มองเธอแม้แต่น้อยเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา ไม่แม้แต่จะเหลือบมาสักนิด ปริมรู้สึกว่าใจแป้วไป

เมื่อนนทวัชรเข้ามาในห้องทำงานก็คร่ำเคร่งกับงานเลยทันที เมื่อเช้าเขาตั้งใจออกจากบ้านสายเล็กน้อยและแวะที่ออฟฟิศของยศนันท์เพราะนัดกันไว้เพื่อคุยเรื่องส่วนตัวเรื่องค่าเสื้อผ้าของปริมกับดลลี่เมื่อวันเสาร์และถูกยศนันท์ไม่เชิงว่าบังคับแกมขอร้องหรือกดดันว่าไปทานข้าวเที่ยงด้วยกัน

ตอนใกล้เที่ยงปริมได้รับโทรศัพท์จากวัชรพงษ์ชวนไปทานอาหารกลางวันด้วยกันอีกปริมตอบตกลงเพราะวันอาทิตย์เธอไม่ได้ไปที่บ้านของวัชรพงษ์ตามคำชวนและคิดว่านนทวัชรก็ไปด้วย  ขณะที่พูดโทรศัพท์อยู่นั้นนนทวัชรเดินออกมาพอดีและเดินผ่านไป พอปริมวางสายก็มองดูนาฬิกาทำหน้าฉงนว่ามันอีกยี่สิบนาทีถึงจะเที่ยงนี่นาคุณลุงก็ไม่ได้บอกว่าให้ลงไปเลย ปริมลังเลครู่หนึ่งเพราะไม่แน่ใจแต่ก็หยิบกระเป๋าแล้วเดินไปบอกนาวินว่าจะออกไปทานข้าวกับคุณวัชรพงษ์  ปริมเดินมาที่ลิฟท์นนทวัชรก็ลงไปแล้ว พอลงมาถึงด้านล่างและเดินออกจากลิฟท์ก็เห็นหลังของเขาไวๆแต่เขาไม่ได้เดินไปคนเดียว เดินคุยกันไปอย่างสนิทสนมกับสาวสวยที่ดูจากข้างหลังก็รู้ว่า..คุณนต  ปริมมองดูทั้งคู่ที่เดินไปขึ้นรถของเขา สักครู่รถก็แล่นออกไป ปริมรู้สึกว่า.เจ็บแปลบๆในใจ

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

            ตอนบ่ายหลังจากไปทานอาหารกลางวันกลับมาวัชรพงษ์กับอาธรก็คุยกันหลังจากเห็นอาการของปริมที่ระหว่างทานข้าวดูใจลอยๆหน้าเศร้าเล็กน้อยไม่ร่าเริงเลย  ทั้งๆที่เมื่อวานอาธรยังรู้สึกว่าลูกสาวดูปรกติดี วัชรพงษ์คิดว่าคงต้องมีแผนจัดทริปหรือจัดฉากให้ซะละ  อาธรหน้าทำเหวอ

นนทวัชรกลับเข้ามาตอนเกือบบ่ายสอง ปริมก็ยังแอบเหลือบมอง..แต่เขา..ผ่านไปเฉยๆเหมือนตอนช่วงสาย นาวินเอาสัญญาจ้างงานมาให้ปริมช่วยดู

            นาวิน :  สัญญาจ้างงานทั้งจากลูกค้ากับผู้รับเหมาครับ เอ่อของเราก็มีหากลูกค้าบางรายไม่มีสัญญาก็ใช้ของเรา  รบกวนคุณปริมอ่านดูก่อนนะครับมันจะมีจุดสำคัญๆเช่น ความรับผิดชอบและค่าเสียหายหากงานมีปัญหาหรือไม่เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้น่ะครับ อื่นๆก็ไม่ค่อยมีอะไร..มีเรื่องค่าปรับค่าชดเชยหากงานไม่เสร็จตรงตามเวลา ประมาณนี้น่ะครับ

            ปริม :  ค่ะ  ต้องจ่ายค่าปรับด้วยเหรอคะ                 ปริมสงสัย

            นาวิน : ครับ งานของลูกค้าบางงานก็เป็นโครงการ เช่น คอนโดอะไรอย่างนี้ เขาก็มีแผนที่จะเปิดทำการของเขาหากเสร็จไม่ทันก็ทำให้งานของลูกค้าเสียแผนหรืออะไรเสียประโยชน์ไปประมาณนี้ครับ มันก็ต้องทำให้เสร็จตามที่ตกลงในสัญญา

            ปริม :  อ๋อ ค่ะ                            ยิ้มพยักหน้า

            นาวิน :  มีเรื่องให้คุณปริมมึนอีกแล้ว               ยิ้ม 

            ปริม :  ได้ค่ะ                     ตอบชัดเจน ยิ้ม

พอนาวินลุกออกไปก็ถอนหายใจเสียงดังเล็กน้อย แต่ไม่ใช่หนักใจแล้วก็ก้มหน้าอ่านสัญญาจ้างทำงาน

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

          ราวสี่โมงเย็นหลังจากกลับจากออฟฟิศยศนันท์ก็มาที่ร้านขณะกำลังจะเดินเข้าไปในร้านก็มีเสียงทักจากด้านหลัง

            กฤษณะ :  สวัสดีครับคุณนต                        

ยศนันท์หันไปก็เห็นเป็นกฤษณะที่ยืนยิ้มแววตาเป็นประกายเจ้าชู้ให้อยู่  จึงยิ้มตอบตามมารยาท

            ยศนันท์ : สวัสดีค่ะ  มาทำธุระเหรอคะ?               ถามตามมารยาท

            กฤษณะ :  ครับ จะบอกว่าบังเอิญก็คงไม่ใช่เพราะผมมาทำธุระที่ห้างนี้บ่อย..แต่ไม่เคยเจอคุณนตเลย      พูดพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อยแต่สายตาเช้าชู้นั้นไม่ปิดบังเลย

            ยศนันท์ :  ค่ะ ส่วนใหญ่จะอยู่ในห้องทำงานน่ะค่ะออกแบบเสื้อผ้าบ้าง ทำงานอย่างอื่นบ้าง  อมยิ้ม

            กฤษณะ : อ๋อครับ มาทุกวันเหรอครับ?                  พยักหน้ารับทราบพร้อมกับยิ้ม

            ยศนันท์ : ไม่ค่ะ แต่ก็เกือบจะทุกวัน..มีงานอย่างอื่นที่ทำอีกน่ะค่ะ              

            กฤษณะ :  อืมม.ครับ แล้วก็จะอยู่จนปิดร้านเลยเหรอครับ?

           ยศนันท์ : ก็..แล้วแต่นะคะ บางทีก็ไปทำธุระอย่างอื่นบ้าง วันนี้ก็พึ่งกลับมาจากออฟฟิศ     อมยิ้ม 

          กฤษณะ : อืม.ครับ        ทำเหลอหลาเล็กน้อย      “ แล้ว..จะทำงานต่อเลยเหรอครับ?      

          ยศนันท์ : ค่ะ                                    ชัดเจน  อมยิ้ม

          กฤษณะ : ครับ เอ่อ..พอดีผมผ่านมาแล้วเห็นคุณนตก็เลยว่าจะ…ชวนไปหาอะไรทานหรือนั่งกินกาแฟกันน่ะครับ     อมยิ้ม    “ แต่.หากคุณนตยุ่งผมก็คงไม่รบกวน “          ยิ้ม  ยศนันท์ก็ยังอมยิ้มให้อยู่   “ ผมเองก็มาที่ห้างนี้บ่อยๆ..หวังว่าจะได้เจอคุณนตบ่อยๆนะครับ     ประโยคท้ายเสียงต่ำ ทั้งน้ำเสียง สีหน้า แววตาและคำพูดสอดคล้องกันหมดอย่างไม่ปิดบัง

ยศนันท์อมยิ้มมองกฤษณะแต่ไม่ได้ตอบรับใดๆกับคำพูดของกฤษณะ

           กฤษณะ :  งั้นผมไม่รบกวน ขอตัวนะครับ      ยิ้ม  มองยศนันท์ ซึ่งยศนันท์ก็อมยิ้มให้ปรกติ 

 ยศนันท์ :  ค่ะ                                อมยิ้ม

กฤษณะพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเดินออกไป ยศนันท์มองตามหลังกฤษณะไปเล็กน้อยก็เข้าไปในร้าน เธอไม่ฉงนไม่แปลกใจกับท่าทีของกฤษณะเพราะพอจะรู้ข่าวจากวงในเรื่องนิสัยส่วนตัวของเขาอยู่บ้างและวันนั้นคุณนุก็เตือนเธอเล็กน้อย เธอก็แค่รับสถานการณ์ไปตามมารยาท

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

          เลิกงานตอนเย็นปริมกำลังจะออกจากออฟฟิศดูนาฬิกาหนึ่งทุ่ม  ปริมถอนหายใจวันนี้อ่านสัญญาจ้างงานที่นาวินเอามาให้ก็ไม่รู้เรื่องสลับกับทำบัดเจ็ทก็.เกือบจะไม่รู้เรื่อง..เพราะในใจ..ว้าวุ่นกับท่าทีของนนทวัชรวันนี้ ปริมหันไปบอกเพื่อนร่วมแผนกบางคนที่ยังทำงานอยู่กับนาวินที่ยังไม่กลับ และเหลือบไปทางห้องด้านในที่ยังไม่เห็นนนทวัชรเดินออกมาเลยตั้งแต่กลับมากจากทานอาหารกลางวัน..ก็เดินออกไป

ห้าทุ่มกว่าก็ยังนอนไม่หลับปริมนั่งนึกถึงตอนช่วงสายๆและบ่ายที่นนทวัชรเดินผ่านไปโดยที่ไม่สนใจก็ใจแป้วอีก และนึกไปถึงตอนที่เห็นนทวัชรกับยศนันท์เดินขึ้นรถไปด้วยท่าทีที่สนิทสนมกันก็รู้สึกเจ็บแปลบในใจ..แล้วก็มีสายเข้า

           ดลลี่ :  หวัดดีจ้า ฮ่ะๆๆ  เป็นไงบ้าง?       ดลลี่โทรมาด้วยน้ำเสียงร่าเริงกระดี๊กระด๊าเพราะตั้งแต่ที่ชิ่งปริมเมื่อวันเสาร์ก็ไม่ได้โทรหาไม่กล้าคุย แค่แชทข้อความกันก็ถูกปริมบี้จะแย่อยู่แล้ว

           ปริม :  จ้ะ อืมม.ก็ดี              เหมือนพูดลอยๆน้ำเสียงไม่ร่าเริง.ผิดปรกติ

ดลลี่ชะงักในทันทีเพราะเพื่อนไม่ค่อยเป็นแบบนี้นอกจากเรื่องงาน  ก็พึ่งเข้าไปทำงานนี่นาและทำกับ.. เมื่อวันเสาร์ก็ยัง…   ดลลี่ขมวดคิ้วคิดและสงสัยในใจ

          ดลลี่ :  มีอะไร               ความกระดี๊กระด๊าหายไปทันทีทำเสียงต่ำลงลากเสียงยาวเล็กน้อยและถามด้วยความเป็นห่วง     ปริมนิ่งไปครู่

          ปริม :   ไม่มีอะไร           เริ่มกลับมาห้วนเล็กน้อย หนึ่งตัดใจไม่คิดเรื่องคนนั้น สองกำลังคุยกับดลลี่ก็นึกได้      “ แล้ว..เธอเงียบไปหลายวันเลยนะจ๊ะ ตั้งแต่ชิ่งจากชั้นเมื่อวันเสาร์ “    เริ่มต่อว่าเพื่อน    ดลลี่ทำหน้าเหวอแต่ทำเป็นหัวเราะเจื่อนๆกลบเกลื่อน

          ดลลี่ : เฮอะๆๆๆ ก็..แหม พอดีลูกค้าเยอะน่ะ ฮ่ะๆๆๆ                 ทำเป็นขำ

         ปริม :  ไม่ต้องมาทำเป็นหัวเราะเลย!         ดลลี่หยุดทำเป็นหัวเราะเปลี่ยนเป็นยิ้มแทนจีบปากจีบคอพูด

          ดลลี่ :  ฮื้ม.ม ก็.แหมม..ใครจะอยากอยู่เป็น กอขอคอล่ะ          แซวเพื่อน   ปริมทำหน้าเหลอหลา

          ปริม :  กขค อะไร?           ห้วนเหมือนเดิม    ดลลี่ยิ้มจีบปากจีบคอพูดต่อ

          ดลลี่ :   เอ๊า!   ก็..แสดงออกขนาดนั้น เพื่อนก็.รู้สึกว่า  เอ๊ะ.เป็นส่วนเกินหรือเปล่าน้าา  เฮอะๆๆๆ ..เลยชิ่ง        จีบปากจีบคอพูด ทำเป็นหัวเราะขำๆ  คำสุดท้ายนั้นเสียงต่ำแผ่วๆอย่างกับว่ารู้สึกผิด

            ปริม :  แสดงออกอะไร บ้า ! ก็..ธรรมดา เขา.ก็..ตามมารยาทแค่นั้น       ยังทำเป็นเหลอหลาอยู่แต่เขินในน้ำเสียง ลึกๆพอใจกับที่ดลลี่พูดและนึกถึงเรื่องวันเสาร์ไปพร้อมกับที่ดลลี่พูดเลยเขิน..และยิ้ม         ดลลี่อมยิ้ม

          ดลลี่ : อ๊ะ จะทำเป็น ไม่ รู้ ไม่ ชี้ ก็แล้วแต่น้า หากเขาไม่สนใจจริงๆ..จะ..เสียใจน้า      พูดเป็นจังหวะจะโคน ประโยคสุดท้ายพูดเพื่อสะกิดความรู้สึกของเพื่อนนิดๆ

ปริมนิ่งคิดเริ่มกลับมาคิดวนถึงเรื่องยศนันท์ตั้งแต่ครั้งแรกๆกับวันนี้อีกครั้ง

          ปริม :  ไม่รู้ไม่ชี้อะไร ก็..เขาไม่ได้แสดงอะไร .มันเรื่องปรกติธรรมดาของเขา            ทำเหลอหลาอีกแต่น้ำเสียงกระเง้ากระงอดเพราะนึกถึงสองคนนั้น 

ดลลี่นิ่งคิดจับน้ำเสียงเพื่อนว่าเท่าที่คุยมาวันนี้มีหลายความรู้สึก คงมีอะไรทำให้ปริมรู้สึกเสียใจเกี่ยวกับเรื่องคุณนนท์เพราะพอรับสายเพื่อนก็เศร้า  ตั้งแต่รุ่นพี่มาจีบตอนเรียนปีหนึ่งปริมก็ไม่ได้มีความรักอีก ดลลี่นิ่งไปครู่ 

          ดลลี่ :  ธรรมดาอะไร…เขาชอบเธอ..            พูดเสียงต่ำและน้ำเสียงจริงจัง เพื่อบอกให้ปริมรู้ว่าจริงจังแต่แอบยิ้ม 

          ปริม :  ไม่ใช่หรอก รู้ได้ไง!            รีบปฏิเสธทันทีแบบกระเง้ากระงอดพยายามทำไม่รู้ไม่ชี้ เม้มปาก ทำเป็นไม่ยิ้มแต่ลึกๆกลับรู้สึกสดชื่นในใจ

          ดลลี่ :  เอ๊า  รู้สิจ๊ะก็เขาแสดงออกชัดเจน ใครก็ดูออก         ดลลี่เริ่มจีบปากจีบคอพูดต่อเพราะเพื่อนทำเฉไฉพยายามปฏิเสธ สงสัยเพราะอาย        ยิ้ม

          ปริม :  ใครดูออก ไม่มีใครดูออกซะหน่อย.นี่.อย่ามาทู่ซี้ความรู้สึกแทนคนอื่นนะ…เขา.ก็แค่อาจจะเห็นว่าเป็นคนทำงานด้วยกัน          ปริมรวนไปเรื่อยเพราะเขิน ทำเฉไฉต่อ พยายามปฏิเสธสิ่งที่ดลลี่พูด

          ดลลี่ :  อ๊ะ! ก็ฉันนี่ไงจ๊ะที่ดูออก ฉันก็เป็นผู้ชาย.ทำไมจะดูไม่ออก            ดลลี่จีบปากจีบคอพูด ตั้งใจพูดขำๆเพื่อให้เพื่อนรู้สึกดี พูดเสร็จก็ยิ้มๆขำๆ  เห็นชัดว่าปริมพยายามปฏิเสธเพราะเขิน ในความเป็นจริงก็เห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่ตั้งแต่วันเสาร์แล้ว..และที่ปลายสายนั้นรู้สึกว่าจะได้ยินเสียงหัวเราะเล็กน้อย   หลังจากที่ได้ยินแต่เสียงเพื่อนทำเฉไฉทำเหลอหลาดลลี่ก็ทำหน้าเหลอหลาบ้าง

ปริมขำเล็กน้อยที่ดลลี่พูดแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียวคิดวนเรื่องต่างๆเกี่ยวกับนนทวัชร  ต่างฝ่ายต่างนิ่งไปครู่ ดลลี่พูดต่อ

          ดลลี่ : บางทีก็.หยุดทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้.และลองทำเป็นตามน้ำไปบ้างอาจจะเห็นอะไรๆก็ได้นะ  ชั้นว่ามันชัดเจนอยู่แล้ว       จีบปากจีบคอพูดช้าๆเน้นๆเชิงเป็นการแนะนำเพื่อสะกิดให้เพื่อนรู้ตัวอีกรอบ

          ปริม :  พูดอย่างกับรู้ว่าอะไรเป็นอะไรเลยนะ      ปริมพูดไปตามน้ำตามคำสนทนา   ดลลี่เฉไฉบ้าง

          ดลลี่ :  รู้อะไร ก็..เห็นๆอยู่ นี่ขนาดแค่วันเสาร์นะนั่น.แล้ว..ที่ทำงานด้วยกันทู้กวันทุกวัน  ยังมีใครบางคนทำเป็นไม่รู้อีก…เหรอ?…        เฉไฉและจีบปากจีบคอพูดตีรวนกลับคืนใส่เพื่อน

ปริมยิ้ม นิ่งคิดวนเกี่ยวกับนนทวัชร เม้มปากแววตาเริ่มสดใสเป็นประกาย..เขิน  ดลลี่ยิ้ม ทำเป็นเอียงหน้าแนบหูเข้าใกล้โทรศัพท์อีกนิดทำหน้าตาเหลอหลาเพื่อฟังว่าปลายสายนั้นเป็นยังไง เพราะนิ่งไป 

          ดลลี่ :  ฮาโล้….                             ยิ้ม

         ปริม :  บ้า!  นี่ยังไม่ได้คิดบัญชีที่ชิ่งเมื่อวันเสาร์นะ เอาไว้ก่อนแค่นี้นะ     พูดเสร็จกดวางสายเลยเพราะเขิน 

ดลลี่หุบยิ้มทันที แหม.อุตส่าห์ทำรู้เห็นเป็นใจให้ ฮื้มม (ถอนหายใจ)   บ่นคนเดียว

……………………………….  ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………… 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.