นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบเอ็ด

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

            เช้าวันถัดมาปริมเจอกับยศนันท์ที่ลาดจอดรถ ยศนันท์เข้ามาประชุมตอนเช้าเพราะเมื่อวานช่วงบ่ายนัดประชุมถูกยกเลิก ปริมฉงนเพราะมาทำงานได้เกือบสองอาทิตย์ไม่เคยเห็นยศนันท์ตอนเช้าขนาดนี้ ปริมมาถึงก่อนเมื่อจอดรถและเก็บของเสร็จก็ลงจากรถ เสียงยศนันท์ทักทายจากด้านหลัง

            ยศนันท์ :  สวัสดีค่ะ น้องปริม                   สาวสวยยิ้มหวานทักทาย   

ปริมฉงนเล็กน้อยแต่ก็จำเสียงนั้นได้จึงหันไป        

            ปริม :   สวัสดีค่ะ                               เสียงเรียบๆหน้าตาแฉยๆ ไม่ยิ้ม           

ยศนันท์ทำเป็นมองดูปริมเพราะเห็นว่าปริมใส่ชุดที่ซื้อจากร้านของเธอก็ยิ้ม ซึ่งปริมก็มองอยู่แล้วแต่ทำหน้าเฉยๆ

            ยศนันท์ : ได้ข่าวว่ามาทำงานแต่เช้าทุกวัน  น่ารักจังเลยนะคะ      พูดไปยิ้มไป แซวปริมเล็กน้อย

 ปริมเหลือบเห็นรถของนนทวัชรที่แล่นเข้ามาพอดี ก็หันมาพูดกับยศนันท์

            ปริม :  ค่ะ เจ้านายก็มาแต่เช้าน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ               พูดเสร็จก็กำลังจะเดินไป

            ยศนันท์ : แหม.น่าจะมีโอกาสได้ทานอาหารเที่ยงด้วยกันนะคะ ตอนเย็นก็ได้หรือวันหยุดก็ได้       อมยิ้ม

            ปริม :   ขอบคุณค่ะที่ชวน ก็คงมีโอกาส                       อมยิ้มเล็กน้อย สีหน้าแววตาเฉยๆแบบเดิม

นนทวัชรลงจากรถและกำลังเดินมา ปริมเหลือบมองเขาเล็กน้อยซึ่งเขาก็มองมาที่เธอ ปริมจึงเหลือบมองไปทางยศนันท์แล้วมองไปทางอื่น

            ยศนันท์ : สวัสดีค่ะคุณนนท์ นตกำลังชวนน้องปริมไปทานข้าวด้วยกันน่ะค่ะ       หันไปทักทาย  นนทวัชร พร้อมกับยิ้มหวาน     

            นนทวัชร :  เอ่ออ  ครับ                        รับคำสั้นๆกับยศนันท์แล้วมองไปทางปริม

            ยศนันท์ :  เสียดายเมื่อวานไม่ได้ชวนน้องปริมไปด้วย     พูดไปยิ้มไปมองหน้าปริม ปริมชะงักในสีหน้าหันมามองยศนันท์  ยศนันท์ยังยิ้มแล้วพูดต่อ     “ เมื่อวานพี่ชวนคุณนนท์ไปทานข้าวน่ะค่ะ  อยากจะเลี้ยงข้าวตอบแทนที่…อุดหนุนเสื้อผ้าที่ร้านพี่.น่ะค่ะ “     ประโยคท้ายลากเสียงยาวเล็กน้อย

นนทวัชรทำสีหน้าไม่ถูก ปริมมองยศนันท์เสร็จก็เหลือบมองนนทวัชร  ตาบ้านนท์! ปริมคิดในใจและไม่พอใจเขาเล็กน้อย ไม่รู้ว่าคุณนตคนนี้มองเธออย่างไรหรือเมื่อวานตอนที่พวกเขาขึ้นรถก็เห็นเธอ…

            นนทวัชร :  เอ่ออ ปริม…                   พูดพร้อมกับขยับมาหาปริมและจะพูดต่อแต่ปริมพูดก่อน 

            ปริม :  ขอตัวนะคะ                          พูดห้วนเล็กน้อยกับทั้งสองคน มองยศนันท์แล้วหันไปมอง          นนทวัชรแล้วเดินเข้าไปในตึกเพื่อรอลิฟท์

นนทวัชรมองตามปริม ยศนันท์ทำหน้าเหลอหลายิ้มๆเหลือบดูนนทวัชรที่มองตามหลังปริมไป       

 ปริมขึ้นมาก็กำลังเก็บกระเป๋าและเตรียมกล่องอาหารเช้าที่เอามาด้วยจะไปที่ห้องทานอาหาร นนทวัชรเดินเข้ามาก็ชะลอเล็กน้อยและเหลือบมองปริมเมื่อเห็นว่าปริมไม่สนใจก็เดินเข้าห้องทำงานไปแต่ปริมแอบมองตามหลัง เมย์ก็มาถึงที่ทำงานพอดีต่างฝ่ายต่างทักทายและยิ้มให้กัน ปริมจึงคิดว่าเอาไว้ค่อยคุยกับเขาทีหลังเรื่องค่าซื้อของ

เมื่อเข้ามานั่งในห้องทำงานนนทวัชรก็นั่งลงนิ่งไปเล็กน้อยก็ถอนหายใจเบาๆ สักครู่เมย์เคาะประตูห้องและเปิดเข้ามาเอากาแฟมาเสิร์ฟ

ตอนใกล้เที่ยงอาธรโทรลงมาชวนปริมไปทานข้าวด้วยแต่ปริมปฏิเสธเพราะคิดว่านนทวัชรก็ไปด้วยและบอกว่าจะไปทำธุระที่ธนาคารด้วย

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

            บ่ายๆอัญชนาเดินเข้ามาในครัวเห็นวาสกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารคนเดียวก็ยิ้ม เพราะวัตถุดิบที่อัญชนาเห็นในมือวาสนั้น อัญชนาถามวาสยิ้มๆกึ่งๆแซว

             อัญชนา :  ทำอะไรอยู่จ๊ะ?                   

            วาส  :  คุณผู้หญิง!  วาสกำลังทำแหนมเนืองค่ะ     พูดพร้อมกับยิ้มอารมณ์ดีเขินๆ  “ วันก่อนที่คุณนนท์ทำอร่อยมากค่ะบอกว่าเอาสูตรมาจากอินเตอร์เน็ต วาสก็เลยขอสูตรจากคุณนนท์ต่อเลยลองทำค่ะ คุณผู้หญิงรอสักครู่นะคะใกล้จะเสร็จแล้วค่ะ เหลือน้ำจิ้มค่ะ “     พูดด้วยความอารมณ์ดี

             อัญชนา : อ้าว แล้วไม่มีใครช่วยเลยเหรอ?         อัญชนาฉงน

             วาส :  เขาทำงานบ้านกันค่ะ ให้วาสลองทำแหนมเนืองให้ชิม        พูดไปยิ้มไป  อัญชนายิ้มคิดครู่หนึ่ง

              อัญชนา :  ทำเยอะหรือเปล่า?   แบ่งให้ได้มั้ย?

              วาส :  เยอะค่ะ ทำให้คุณผู้หญิงและก็เผื่อคนอื่นๆหากเขาติดใจเดี๋ยวไม่พอกินกันน่ะค่ะ คุณผู้หญิงจะรับเยอะมั้ยคะ?     อารมณ์ดีต่อ

              อัญชนา :  อืม.ชุดหนึ่งช่วยจัดใส่กล่องให้หน่อยสิ                  อัญชนาพูดยิ้มๆ

              วาส :  ได้ค่ะ รอสักครู่ค่ะ                        ยิ้ม

อัญชนาให้วาสจัดชุดแหนมเนืองให้แล้วให้คนขับรถเอาไปส่งให้นุชนันท์

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

             ตอนบ่ายปริมขึ้นมาที่ออฟฟิศหลังจากกลับมาจากทานข้าวกำลังจะเดินไปที่โต๊ะเมย์ก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งแบบรีบๆกำลังจะสวนออกไปและยิ้มให้  ปริมขำเล็กน้อยและถามว่าจะรีบไปไหน เมย์บอกว่าจะรีบลงไปที่ออฟฟิศคุณนตที่ชั้นสามเพราะคุณนนท์รออยู่ เห็นปริมทำหน้างงงวยก็บอกว่าคุณนตเช่าออฟฟิศที่ชั้นสามและให้คุณนนท์ออกแบบตกแต่งให้  ปริมก็อ๋อพยักหน้ารับทราบ

ผ่านไปราวสองชั่วโมงนนทวัชรกับเมย์ก็ขึ้นมา ปริมเหลือบมองและ..เขาก็มองมาเหมือนกัน

            เมื่อนนทวัชรเข้ามาในห้องทำงานก็โทรหานาวินพอนาวินวางสายก็บอกว่าพรุ่งนี้สิบโมงคุณนนท์ขอประชุมแผนกอินทีเรียและการตลาด และหันมาบอกปริมว่าคุณนนท์ขอไฟล์สัญญาจ้างทำงานให้ส่งอีเมล์ให้แล้วก็ปริ้นเป็นเอกสารออกมาหนึ่งชุดให้ด้วย ปริมพยักหน้ารับทราบเมื่อส่งไฟล์สัญญาจ้างงานให้นนทวัชรเสร็จแล้วก็ปริ้นเป็นเอกสารออกมาอีกหนึ่งชุดและใส่แฟ้มเดินเอาไปวางที่โต๊ะเมย์ แต่เมย์ไม่อยู่คงเอาแฟ้มไปส่งแผนกต่างๆ  นนทวัชรเปิดประตูออกมาพอดีเพื่อจะไปห้องน้ำ ทั้งคู่ชะงัก แววตานนทวัชรเป็นประกายเล็กน้อยแต่ปริมก้มหน้าต่ำและขยับหลีกทางให้เขา ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันเมย์ก็เดินกลับมาที่โต๊ะ นนทวัชรจึงเดินผ่านไป ปริมหันมายิ้มให้เมย์ก่อนเดินไป

ตั้งแต่กลับขึ้นมาจากชั้นสามนนทวัชรก็ยุ่งตลอดและอยู่ในห้องทำงานเกือบจะตลอดจึงไม่มีโอกาสได้คุยกับเขาปริมคิดว่าเอาไว้วันหลังค่อยคุย

วันนี้ปริมก็กลับบ้านเร็วแต่คนอื่นๆในแผนกรวมทั้งนนทวัชรยังไม่กลับและช่วงเย็นก่อนเลิกงานก็เห็นเขากับเมย์ลงไปที่ชั้นสามกันอีก ทานอาหารเย็นเสร็จและทำธุระส่วนตัวอื่นเสร็จก็เอาสัญญาจ้างทำงานที่นาวินให้มาเมื่อวันก่อนออกมาอ่าน ตั้งใจจะอ่านและทำความเข้าใจเพราะวันก่อนอ่านหลายรอบก็ยังไม่ได้ใจความเพราะมีเรื่องให้คิดในใจเกี่ยวกับ..เขา คิดไปคิดมาก็นึกไปถึงเรื่องที่ดลลี่พูดก็เม้มปากเล็กน้อย อมยิ้มเล็กน้อย..เขิน แต่เขินปนกลุ้มใจ  ถอนหายใจหนักๆ ตัดใจไม่คิด ต้องอ่านสัญญาให้รู้เรื่อง! 

ปานเดินหนีบๆเล็กน้อยกำลังจะเดินไปที่ห้องเพราะพึ่งกลับมาถึงบ้านก็หยุดก่อนเมื่อกำลังจะเดินผ่านห้องพี่สาว  แล้วขยับเข้าไปใกล้ๆประตูห้องนอนของพี่สาวเอียงหน้าเอาแก้มแนบเข้าใกล้ประตูล็กน้อยเพื่อเงี่ยหูฟังว่าพี่สาวกำลังทำอะไรทำไมเงียบๆ เอียงไปเอียงมาเพื่อจะฟังให้แน่ชัดว่าจะได้ยินเสียงอะไรแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร หลังๆมานี้จะได้ยินเสียงเปิดคลิปเกี่ยวกับแต่งหน้าทำผมหรือบำรุงความสวยความงามหรืออะไรเกี่ยวกับความงามสักอย่าง  ครู่หนึ่งเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรก็เดินส่ายหน้าไปที่ห้อง วันนี้ไม่เสิร์ฟนมเพราะพึ่งกลับมาถึงบ้านและไม่ค่อยสบายและพี่ปริมติดเงินปานห้าร้อยตั้งแต่งวดก่อนโน้น  คิดในใจขณะเดินไปที่ห้อง

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

          ตอนเย็นสิริมาโทรหาพิษณุนัดทานข้าวแต่พิษณุบอกว่าวันนี้นัดกับคุณนตไว้และบอกว่าขอโทรหาคุณนตก่อน สิริมานิ่งเล็กน้อยแล้วตอบไปว่าไม่เป็นไรไม่ไปทานข้าวแล้วก็ได้แต่ไปนั่งดื่มด้วยกันแทนพิษณุโอเค  ยศนันท์มาถึงก่อนแล้วตามมาด้วยสิริมา เมื่อมาถึงก็มองหาเห็นยศนันท์ยกมือให้

          สิริมา : สวัสดีค่ะคุณนต                        พูดเสียงต่ำ ยิ้มเล็กน้อยทักทาย

          ยศนันท์ :  สวัสดีค่ะ ไม่ได้เจอกันพักหนึ่งเลยนะคะ นตเองก็ยุ่งๆค่ะ        ยิ้มชวนคุยธรรมดาอย่าง มีไมตรรี

           สิริมา : ค่ะ  ไหมก็ยุ่งเล็กน้อยเหมือนกัน       ยิ้ม        “ มาที่นี่กันประจำเหรอคะ?”

           ยศนันท์ :  ก็หลายครั้งค่ะตั้งแต่ที่คุณนนท์แนะนำให้ ..ถือว่าบ่อยค่ะแต่มาดื่มกับคุณนุมากกว่า คุณนนท์ไม่ค่อยมาหรอกค่ะ          พูดยิ้มๆแบบอธิบายให้ฟังไปเรื่อยๆ

            สิริมา :  อ๋อค่ะ                   พยักหน้ารับทราบ

            ยศนันท์ :  คุณไหมจะดื่มอะไรดีคะ?  เดี๋ยวนตสั่งให้       เทคแคร์สิริมาด้วยความจริงใจพร้อมกับยกมือเรียกพนักงาน

            สิริมา :  อะไรก็ได้ค่ะที่มีแอลกอฮอล์น้อย ไหมไม่ค่อยได้เข้าร้านลักษณะแบบนี้ก็เลยไม่ถนัดเรื่องเครื่องดื่มน่ะค่ะ              พูดพร้อมกับยิ้มและมองดูยศนันท์ที่ดูผ่อนคลาย

ยศนันท์รับทราบและตอบว่าโอเคค่ะและก็สั่งเครื่องดื่มให้สิริมา เมื่อสั่งเครื่องดื่มเสร็จยศนันท์ก็หันมายิ้มและมองดูสิริมาดูเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อยสีหน้าสดใสขึ้น การแต่งตัวและท่าทางทีดูท่าจะสดชื่นขึ้นบ้าง สิริมาก็ยิ้มตอบและมองดูยศนันท์เหมือนกัน

            สิริมา :  เอ่ออ คุณนตมีความรู้เรื่องผ้าเกือบทุกชนิดหรือเปล่าคะ?             ถามแบบเกรงใจ

            ยศนันท์ :  อื่ม..ก็หลายประแภทค่ะทั้งผ้าไทยและก็ผ้าของต่างประเทศแต่ไม่ทุกชนิด    ยิ้ม พูดแบบถ่อมตัว      “ แล้วคุณไหมอยากทราบเกี่ยวกับอะไรคะ “

            สิริมา :  ไหมว่าอยากจะทำเกี่ยวกับผ้าม่านน่ะค่ะงานเก่าของคุณพ่อ   นุบอกว่าที่บ้านคุณนตทำธุรกิจเกี่ยวกับผ้าและก็มีนำเข้าด้วยก็เลยลองถามดู  แต่ไหมยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำนะคะกำลังคิดอยู่ ก็แค่.เผื่อมีคำแนะนำจากคนที่รู้เรื่องผ้าเยอะๆน่ะค่ะ     

            ยศนันท์ :  ยินดีค่ะ  ที่ร้านและที่ออฟฟิศมีแคตตาล็อกผ้าเยอะเลยทั้งผ้าไทยและต่างประเทศเดี๋ยวนตช่วยแนะนำให้หรือจะไปดูที่โรงงานก็ได้นะคะนตยินดีพาไป       ยิ้ม    ” หากคุณไหมอยากจะไปดูเมื่อไหร่บอกนตได้ค่ะ ”       พูดเสร็จก็ยิ้มกว้างและยินดีจะเทคแคร์สิริมาด้วยความเต็มใจและเห็นด้วยหากเธอจะทำอะไรเพราะเธอต้องเดินหน้าชีวิตของเธอต่อ   สิริมายิ้มกว้างตอบในความใจกว้างของยศนันท์จากท่าทีของเธอ

            สิริมา :  ขอบคุณค่ะ                                  พูดขอบคุณจากใจจริง

การสนทนายังไม่ได้ไปต่อพิษณุก็มาถึงที่ทำงานอยู่ชานเมืองรถค่อนข้างติด

            พิษณุ :  ไหมมานานหรือยัง?                  ถามด้วยความห่วงใยและการเทคแคร์เพื่อน

            สิริมา :  พึ่งมา                ส่ายศีรษะและตอบคำถามเพื่อน พิษณุพยักหน้ารับทราบ ไม่ทันไรพนักงานก็เอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้ทั้งของเธอกับของพิษณุ  เมื่อครู่คุณนตสั่งเครื่องดื่มสองแก้วคงสั่งให้นุด้วย รู้ใจกันขนาดนั้นเหรอ? หรือเป็นเพราะว่ามาดื่มด้วยกันบ่อย…คิดในใจ

            สิริมา :  งานยุ่งมั้ย                                           ถามพิษณุ  

            พิษณุ : ไม่เท่าไหร่                                        พูดพร้อมกับส่ายศีรษะ  อมยิ้มเล็กน้อย

            สิริมา : เมื่อกี้พึ่งถามคุณนตเรื่องผ้า คุณนตแนะนำดีมากเลย            พูดยิ้มๆมองไปทางยศนันท์ ยศนันท์ยื้มตอบ พิษณุก็ยิ้มให้ยศนันท์

            พิษณุ : ขอบคุณมากนะครับ                           ขอบคุณยศนันท์อย่างจริงใจ

            ยศนันท์ : ค่ะ               รับคำพร้อมกับยิ้มหวานอย่างผ่อนคลาย

สิริมาเหลือบมองยศนันท์และก็เหลือบมองพิษณุอย่างฉงนในใจเล็กน้อยดูอาการของทั้งคู่ก็ค่อนข้างธรรมดาแต่เหมือนไม่ค่อยธรรมดาเล็กน้อย ไม่แสดงออกเท่าไหร่ สองคนนี้จะปิ๊งกันเหรอ? หรือแค่จะควงกันเล่นๆ  แล้ว.นนท์ล่ะ คุณนตไม่จีบนนท์แล้วเหรอ? เรื่องของปริมยังไม่เป็นทางการนี่ ยังเป็นแค่ข่าวซุบซิบในออฟฟิศของนนท์อยู่  

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

             เช้าวันต่อมาปริมมาถึงที่ทำงานก็เห็นรถของนนทวัชรจอดอยู่แล้ว เมื่อขึ้นมาที่ออฟฟิศเก็บกระเป๋าเสร็จก็ชั่งใจครู่หนึ่งเพราะได้ยินเสียงป้าอ๋อยกำลังทำความสะอาดอยู่ด้านในรอให้ป้าอ๋อยทำความสะอาดเสร็จค่อยไปคุยกับเขาแต่อีกสักครู่เมย์ก็คงมาไม่สะดวกอีกและสายวันนี้ต้องประชุมเขาคงเตรียมงานเพื่อประชุมก็ยังไม่สะดวกที่จะคุยกับเขาอีก ถอนหายใจเบาๆแล้วหยิบเอากล่องอาหารเช้าเข้าไปที่ห้องทานอาหารแล้วกลับมาทำงาน 

ราวเก้าโมงกว่าปริมเหลือบไปมองเมื่อนนทวัชรกับเมย์เดินเข้ามาเพราะปริมได้ยินนาวินพูดกับน้องที่แผนกว่าคุณนนท์อยู่ที่ชั้นสามตั้งแต่เมื่อเช้านี้ที่มาถึง ก็เห็นเขาเดินถือกระเป๋ามาด้วยและตรงเข้าไปในห้องทำงานเลย อีกสักครู่ก็ได้เวลาประชุม

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

นนทวัชรขึ้นไปพบวัชรพงษ์ที่ชั้นบนต่อหลังประชุมเสร็จ เคาะประตูห้องและเดินเข้าไปก็เห็นคุณพ่อของเขากำลังคร่ำเคร่งกับงาน อมยิ้มเล็กน้อยเพราะท่านก็ยังไม่ยอมวางมือและนั่นคือสิ่งที่เขาเห็นมาตั้งแต่แรกๆที่ท่านเริ่มก่อตั้งบริษัทบุคลิกปรกติท่านเป็นคนร่าเริงแต่หากเป็นเวลาทำงานก็จริงจังอย่างนั้น

              วัชรพงษ์ :  มาแล้วเหรอลูก               เงยหน้าขึ้นมาเมื่อลูกชายเดินเข้ามา ก็ยิ้มอารมณ์ดีให้

              นนทวัชร :  ครับ                                 เดินมานั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้ามกับพ่อ

              วัชรพงษ์ : เป็นไงบ้าง หากเครียดพ่อจะไม่ถามต่อ          ทำเป็นตลกถามเรื่องประชุม เอียงหน้าเล็กน้อยและทำหน้าตาเหมือนรอลุ้นอะไรสักอย่าง และไม่ยิ้ม

              นนทวัชร :  ดีครับ ไม่มีปัญหาอะไร                   พูดยิ้มๆขำเล็กน้อยกับท่าทางของคุณพ่อ  พอได้ยินคำตอบวัชรพงษ์ก็หัวเราะ เพราะแกล้งลูกชายเล็กน้อยด้วยความอารมณ์ดี

             วัชรพงษ์ :  พ่อมีงานให้ทำต่อ วันก่อนไปงานเลี้ยงเจอคุณอาเกรียงศักดิ์เกริ่นๆเรื่องอยากให้ทำโฆษณาสินค้าตัวใหม่เป็นขนมกรุบกรอบรสชาติใหม่น่ะลูกแต่คงอีกสักพักหนึ่ง แต่พ่อบอกนนท์ก่อนจะได้จัดสรรงาน

            นนวัชร : ได้ครับ  งานอื่นผมเริ่มปล่อยๆบ้าง มีแค่งานคุณนตที่รับเต็มที่

            วัชรพงษ์ : ก็ดีลูก ปล่อยๆบ้างจะได้ไม่หนักเกินไป คนทำงานเองเขาก็จะได้แสดงศักยภาพของเขาเต็มที่ นนท์ก็จะได้มีเวลาให้ตัวเองมากขึ้นด้วย     ยิ้ม  “ แล้ววันนี้จะกลับไปทานข้าวที่บ้านมั้ย “ 

            นนทวัชร :  วันนี้ดึกครับเรื่องงานของคุณนต                พูดเสร็จก็อมยิ้ม

            วัชรพงษ์ :  อืมม  วันนี้พ่อกลับเร็วตอนเย็นไปงานแต่งลูกชายเพื่อนที่ตีกอล์ฟด้วยกันคุณอาอาธรก็ไป เย็นนี้แม่เขาก็เหงานั่งทานข้าวคนเดียว         พูดเสร็จก็หัวเราะแซวไปถึงภรรยา

นนทวัชรก็หัวเราะกับคุณพ่อ จะมีบรรยากาศลักษณะแบบนี้บ้างในวันทำงานเพราะคุณพ่อเขาเป็นคนอารมณ์ดี ซึ่งบางครั้งหากเขาเครียดท่านก็จะทำเป็นเครียดตามบ้างตลกบ้างเพื่อให้เขาคลายเครียด

            วัชรพงษ์ : แล้วเที่ยงนี้ล่ะ                                             ถามต่อ ยิ้มๆ

            นนทวัชร :  ไปทานข้างนอกกับคุณนตครับ                 อมยิ้มเล็กน้อย

           วัชรพงษ์ : อืม         เม้มๆปาก พยักหน้ารับทราบพร้อมกับเลิกคิ้วสองข้าง แล้วถามลูกชายต่อ    “  รีบไหมพ่อขอเซ็นเอกสารแฟ้มนี้เสร็จแล้วฝากลงไปข้างล่างให้บัญชี  “     พูดพร้อมกับชี้มาที่แฟ้มเอกสาร นนทวัชรพยักหน้าและรับคำว่าครับ  วัชรพงษ์จึงรีบซ็นเอกสารของฝ่ายบัญชีของอินทีเรียเพราะเขามีชื่อเป็นกรรมการร่วมกับลูกชาย

สองพ่อลูกคุยกันไปเซ็นเอกสารไปอย่างอารมณ์ดี เมื่อเสร็จนนทวัชรก็กลับลงไปเพราะนัดทานอาหารกลางวันกับยศนันท์ตอนเที่ยงครึ่ง วัชรพงษ์มองตามลูกชายยิ้มๆเห็นลูกยิ้มผ่อนคลายบ้างก็สบายใจและดีใจมากหากเขาจะเริ่มปล่อยวางเรื่องงานลงบ้าง

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

หลังประชุมเสร็จก็ใกล้เที่ยงปริมกับเพื่อนร่วมแผนกบางคนออกไปทานอาหารกลางวัน  อีกส่วนหนึ่งออกไปทานข้างนอกและจะไปที่หน้างานของลูกค้าต่อ เมื่อกลับขึ้นมาปริมก็เก็บกระเป๋าไว้ในลิ้นขักโต๊ะแล้วเดินไปที่ห้องทานอาหารเพื่อเอาน้ำดื่มก็ได้เจอกับเมย์แล้วคุยกันเรื่องประชุมเล็กน้อยเมย์ยิ้มๆแซวว่าคุณปริมไม่ต้องเครียดนะแล้วก็ออกไป  หลังเมย์ออกไปปริมก็ยืนอมยิ้มแบบปลื้มๆคนเดียวหลังจากที่นั่งปลื้มในห้องประชุมไปครั้งหนึ่งแล้ว วันนี้นนทวัชรเรียกประชุมแผนกอินทีเรีย การตลาดและฝ่ายจัดซื้อก็เข้าร่วมด้วย  งานที่รับมาสามจ๊อบก่อนหน้าแบ่งทีมและงานเดินหน้าแล้วแต่มีงานของยศนันท์ซึ่งเขาจะทำเองแต่ต้องการนักออกแบบตกแต่งหนึ่งคนเพื่อช่วยเขา จึงประชุมเพื่อขอแบ่งคนมาช่วยงานพร้อมสอบถามถึงความเคลื่อนไหวของงานที่รับมา แม้เขาจะนิ่งแต่การประชุมไม่เครียดและมีความเป็นกันเองและปริมได้เห็นว่าเขาเอาใจใส่และเห็นความสำคัญในความคิดเห็นและความรู้สึกของคนอื่นและเห็นเขายิ้มเป็นระยะๆ ปริมนั่งฟังเขาพูดไปและฟังคนอื่นพูดไปอย่างปลื้มๆที่ได้เห็นบุคลิกนั้นของเขา เมื่อประชุมขอแบ่งคนและถามความคืบหน้าของงานเสร็จก็ถามเธอด้วยอีกคนเกี่ยวกับเรื่องงาน แน่นอนเธอไม่ได้มีปัญหาอะไรและพร้อมจะช่วยเขาช่วยงานทุกคนเต็มที่

             ป้าอ๋อย :  คุณปริมคะ                                                      ยิ้ม  

ปริมชะงักกึกหันไปทางเสียงเรียก ก็ยิ้มแหยๆเขินๆ

             ปริม :  ค่ะป้า  ปริมกำลังคิดอะไรเพลินน่ะค่ะ                   ยิ้มเขินๆ 

             ป้าอ๋อย : ก็ว่าอย่างนั้นล่ะค่ะป้าเรียกสองสามครั้งแล้วเห็นคุณปริมกำลังเพลิน   ยิ้ม แซวเล็กน้อย

             ปริม :  ค่ะ มาเอาดื่มน้ำน่ะค่ะ                                          ยังเขินอยู่

              ป้าอ๋อย : ค่ะ  หากอยากได้กาแฟก็บอกป้าได้นะคะป้าเสิร์ฟให้ ตอนบ่ายอาจจะอยากง่วง      ยิ้ม

              ปริม :  ค่ะ  ขอบคุณค่ะ  งั้น…ปริมไปทำงานก่อนนะคะ       ยิ้ม พูดเสร็จก็เดินเลี่ยงออกไปเลยยังไม่ได้ดื่มน้ำและตะหงิดๆตัวเองเล็กน้อยที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

ปริมเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานหลังไปที่ห้องทานอาหารเพื่อจะดื่มน้ำ สักครู่อั๋นซึ่งเป็นผู้ที่จะช่วยงาน      นนทวัชรก็ลงไปที่ชั้นสาม นอกจากปริมกับอั๋นแล้วก็เหลือโก้กับณัฐอีกสองคนเพราะคนอื่นออกไปหน้างานของลูกค้าต่อหลังจากประชุมเสร็จแต่อีกสักพักทั้งโก้กับณัฐก็จะออกไปเช่นกัน   นั่งทำงานสักครู่ณัฐก็รับโทรศัพท์ส่วนตัวและเดินไปหยิบอะไรสักอย่างที่โต๊ะอั๋นและกำลังจะออกไปแต่โทรศัพท์ส่วนตัวดังอีกก็เดินไปที่โต๊ะของนาวินเพื่อหาอะไรสักอย่าง ปริมเห็นณัฐง่วนอยู่และโก้พึ่งเดินออกไปไหนได้สักครู่จึงหันไปถามเพื่อจะช่วย ก็ทราบว่าจะเอาสมุดโน้ตลงไปให้อั๋นที่ชั้นสามแต่คุณนาวินโทรมา บอกให้ช่วยดูเอกสารที่โต๊ะให้ ณัฐเลยขอให้ปริมช่วยเอาสมุดโน้ตลงไปให้อั๋นที่ชั้นสามแทน ปริมยินดี เมื่อลงมาที่ชั้นสามก็เห็นอั๋นกำลังเดินดูตรงโน้นตรงนี้คนเดียว

                    อั๋น :  ขอบคุณคุณปริมมากครับ ว่าจะยังไม่ใช้แต่เปลี่ยนใจ                   ยิ้ม

                    ปริม : ไม่เป็นไรค่ะ          ยิ้ม      “ ต้องจดข้อมูลใหม่หมดเหรอคะ “  

                    อั๋น : ครับ คุณนนท์กับคุณเมย์ก็เก็บไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่ผมอยากดูเองทั้งหมดอีกครั้งหนึ่งครับ 

                    ปริม : ค่ะ          ยิ้ม       “ งั้นพี่ไม่รบกวนละ “        อั๋นพยักหน้าพร้อมกับตอบรับว่าครับและยิ้มแล้วหันไปทำงานของตัวเอง

ปริมจึงหันหลังกลับและเดินไปที่ประตูและเห็นว่าด้านนอกนั้นเมื่อประตูลิฟท์เปิดออกก็เห็นยศนันท์เดินยิ้มร่าออกมาและตามมาด้วย..นนทวัชร จากสีหน้าร่าเริงเปลี่ยนเป็นยิ้มหวานทันทีเมื่อเห็นปริม ซึ่งปริมเองก็คิดว่ายิ้มนั้นเป็นยิ้มเพื่อต้องการกวนประสาทหรือเย้าแหย่เธอ นนทวัชรสีหน้านิ่ง ปริมก็สีหน้านิ่งมองทั้งยศนันท์และนนทวัชร เมื่อเดินไปใกล้ประตูก็เดินเลี่ยงออกข้างจากทางเดินเล็กน้อยเพื่อหลีกทางให้แล้วหยุดรอให้ทั้งสองคนนั้นเดินผ่านประตูเข้ามาเพราะมาถึงหน้าประตูก่อน ยศนันท์เดินเข้ามาตามมาด้วยนนทวัชรและหยุดทักทายปริม

                    ยศนันท์ : สวัสดีค่ะน้องปริม                ยิ้มหวาน

                    ปริม : สวัสดีค่ะ                                  พูดเสียงปรกติเพราะอั๋นก็อยู่ในห้องนี้ด้วย แต่ไม่ยิ้ม

                    ยศนันท์ : แหม..น่าเสียดายอีกละไม่ได้ชวนน้องปริมไปทานข้าวด้วยกัน     ยิ้ม   “ พี่ขอให้คุณนนท์เลี้ยงข้าวน่ะค่ะ.. ถือว่าตอบแทนกัน “      ยิ้ม 

นนทวัชรทำสีหน้าไม่ถูกอีกครั้งเหลือบมองยศนันท์เล็กน้อยแล้วมองไปที่ปริม

                    ปริม : ค่ะ  เป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจค่ะ          ตอบเสียงเรียบๆ อมยิ้มเล็กน้อยมองยศนันท์ 

                    นนทวัชร : ลงมาทำอะไร                       ถามเสียงปรกติ 

                    ปริม : เอาสมุดบันทึกมาให้อั๋นค่ะ         ตอบเสียงปรกติมองนนทวัชรแล้วเหลือบยศนันท์ก็เห็นทำหน้ายิ้มๆแบบเหลอหลา    “ ขอตัวนะคะ “    แล้วจะเดินไปแต่ปริมไม่ทันระวังเลยสะดุดเศษวัสดุเป็นกล่องเก็บเอกสารที่ไม่ใช้แล้วและถูกพับให้แบนกองหลงเหลืออยู่บริเวณนั้นยังไม่ถูกเก็บให้เรียบร้อยและตัวปริมถลาไปข้างหน้า

                    นนทวัชร : ปริม!        ทั้งตกใจและปฏิกิริยาไวรีบคว้าตัวปริมไว้ก่อนจะถลาไปชนขอบประตู 

ยศนันท์เองก็ตกใจปฏิกิริยาไวขยับจะช่วยเหมือนกันแต่หยุดชะงักเมื่อเห็นปฏิกิริยาของนนทวัชรที่ไวกว่าที่พุ่งตัวและเอื้อมแขนไปคว้าตัวปริมไว้

                    ปริม :  ขอบคุณค่ะ           เสียงตื่นๆเงยหน้าขึ้นมามองเขาด้วยสีหน้าตื่นๆตกใจมากกว่าเขินแม้จะรู้ตัวว่าแขนเขารั้งที่หน้าท้องเธอและที่ปลายมือนั้นจับที่สะโพกเธอไว้…เขารั้งเธอไว้แน่น  และที่เห็นคือสีหน้าเขาเองก็ตื่นตกใจเหมือนกัน

อั๋นเองก็ตกใจตั้งแต่ได้ยินเสียงนนทวัชรเลยหันมาและรีบวิ่งมาดู

                    อั๋น : คุณปริมเป็นอะไรหรือเปล่าครับ            

                    ปริม : ไม่เป็นไรค่ะ         หันไปบอกอั๋นโดยที่แขนของนนทวัชรยังช่วยพยุงตัวเธอไว้ด้วยสีหน้าหยีๆตื่นๆอยู่และมองไปที่ยศนันท์ก็เห็นเธอทำหน้าตกใจเหมือนกัน

แต่นนทวัชรยังไม่ปล่อยยังช่วยพยุงปริมต่อเพราะเขายังไม่แน่ใจว่าเท้าเธอจะแพลงหรือไม่

                    นนทวัชร : เท้าแพลงหรือเปล่า?                        ถามเสียงอ่อนโยน เป็นห่วง

ปริมมองหน้าเขาแบบไม่แน่ใจเหมือนกัน

                    ปริม : เอ่อ..ไม่แน่ใจค่ะ   

                    นนทวัชร : งั้นค่อยๆลองขยับ          ปริมพยักหน้า  นนทวัชรเลยค่อยๆปล่อยปริมให้ยืนและลองขยับเท้า

เมื่อลองขยับแล้วไม่รู้สึกว่าเจ็บปริมก็พยักหน้าให้เขาและบอก

                    ปริม :  ไม่เป็นไรค่ะ        บอกเขาพร้อมกับหันไปทางยศนันท์กับอั๋นด้วยแล้วหันกลับมามองเขาอีก

อั๋นยิ้มโล่งใจ ส่วนยศนันท์ก็ยิ้มเล็กน้อยและมองทั้งคู่ในสีหน้านั้นบ่งบอกว่าคงจะต้องยอมยกธงขาว  เหตุการณ์เมื่อครู่อธิบายหมดแล้ว…เหมือนทั้งโลกของเขาอยู่ตรงนั้น

 เมื่อปริมไม่เป็นอะไรมากอั๋นจึงขอตัวไปทำงานต่อปริมก็ขอตัวกลับขึ้นไปที่ออฟฟิศ เมื่อปริมเดินออกไปแล้วยศนันท์ก็เดินไปสมทบกับอั๋นก่อนปล่อยให้นนทวัชรมองตามหลังปริมไปเพราะสายตาที่เธอเห็นเขามองตามปริมนั้น.คงไม่จำเป็นต้องอธิบาย….

ราวสองชั่วโมงผ่านไปปริมนั่งทำงานที่แผนกคนเดียวเพราะโก้กับณัฐออกไปแล้วนนทวัชรกับอั๋นก็ขึ้นมา เมื่อจะเดินผ่านเขาก็ชะลอเล็กน้อยมองด้วยสีหน้าแววตาห่วงใย ปริมทำหน้าเขินๆแบบตื่นๆเพราะนอกจากจะเขินเพราะเขามองแล้วยังเขินเขาเพราะความซุ่มซ่ามของตัวเอง..แล้วเขาก็เดินเข้าไปที่ห้องทำงานด้านใน

วันนี้งานของปริมค่อนข้างยุ่งเพราะต้องประสานงานอื่นๆในแผนกด้วยและช่วงนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ มองดูนาฬิกาหกโมงครึ่งก็มองไปรอบๆออฟฟิศหลายๆคนทยอยกลับกันไปแล้วตั้งแต่เลิกงานเหลือแค่ราวห้าหกคนรวมทั้งปริมกับอั๋น หันไปข้างหลังก็เห็นอั๋นก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง จึงเตรียมกระเป๋าและเปลี่ยนรองเท้าเตรียมตัวจะกลับแต่ชั่งใจครู่หนึ่ง มองไปทางห้องด้านใน.เมย์กลับไปราวสิบห้านาทีก่อนเพราะมีธุระแต่ปรกติเขาก็ไม่ค่อยให้เมย์อยู่เย็นมากหากงานเสร็จก็ไม่จำเป็นต้องอยู่เทคแคร์เขา  ถอนหายใจเบาๆแล้วเดินเข้าไป

นนทวัชรกำลังนั่งทำงานได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาที่หน้าห้องก็เงยหน้าขึ้นและมองไปที่ประตูแววตาเป็นประกายเพราะจำเสียงฝีเท้าแบบนั้นได้  เมื่อมีเสียงเคาะประตูห้องจึงตอบรับเชิญให้เข้ามาและเมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา..ใช่..แสดงออกทางสีหน้าอย่างไม่ปิดบังว่าดีใจ ยิ้ม ปริมเดินเข้ามาก็เห็นว่าเขามองอยู่แล้วจึงรู้สึกเขินและตื่นเต้น

            ปริม :   ดิชั้นจะคืนค่าซื้อของที่คุณจ่ายให้ค่ะ  จริงๆว่าจะคุยตั้งแต่วันจันทร์แต่ไม่มีโอกาส      พูดด้วยเสียงปรกติธรรมดา พยายามทำหน้านิ่งๆมองหน้าเขา      นนทวัชรอมยิ้มเล็กน้อย

            นนทวัชร  :  เชิญนั่งครับ                  น้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับผายมือให้ปริมนั่ง

            ปริม : ขอบคุณค่ะ  คิดว่าแค่คุยธุระเล็กน้อยสักครู่ก็กลับแล้วค่ะ    สีหน้ายังนิ่งอยู่ ยังเฉยอยู่และที่ไม่นั่งเพราะคิดว่าคุยกันแป๊บเดียวและก็..เขินตั้งแต่เมื่อตอนบ่ายเลยไม่อยากนั่งคุยกับเขา

นนทวัชรมองปริมครู่หนึ่งก็หลุบตาต่ำเล็กน้อยและอมยิ้มแล้วเหลือบสายตากลับขึ้นไปพูดกับปริมต่อ  

              นนทวัชร : ไม่เป็นไรครับซื้อให้..เห็นว่าอยากจะเปรี้ยว       พูดยิ้มๆเย้าแหย่เล็กน้อย เสียงอ่อนโยนปรกติ แล้วอมยิ้ม

ปริมทำตาโตเล็กน้อยเม้มปากทำท่ากระเง้ากระงอดและจะพูด   นนทวัชรพูดต่อ  

            นนทวัชร :     ก็อยากซื้อให้                 เสียงต่ำอ่อนโยน แววตาอ่อนโยนและไม่ยิ้ม

ไม่ยิ้มที่ทำให้รู้สึกว่าตะหงิดๆเหมือนเมื่อครู่แต่..แววตา.ที่มองมานั้น  ปริมเม้มปากเล็กน้อย ใจเต้นแรงมองสบตาเขาเขินมาก ครู่หนึ่งก็เสมองไปทางอื่น  นนทวัชรยังมองอยู่อย่างนั้น ปริมเชิ่ดหน้าขึ้นเล็กน้อยกลบความเขิน

            ปริม :  ขอบคุณค่ะ แต่ไม่ต้อง          ทำเป็นพูดเสียงต่ำแบบกระเง้ากระงอดเพราะเขิน พูดกับเขาแต่ไม่มองหน้าเขา หลุบตาต่ำแล้วหันกลับไปมองสบตากับเขาอีกครั้งแลh;พูดต่อ    “ คุณ..จะได้ไม่ถูกใคร เอาไปเป็นข้ออ้างว่าอยากจะเลี้ยงข้าว “     พูดปรกติแต่เขินเลยดูออกจะยังกระเง้ากระงอดเล็กน้อยแล้วก็เม้มปาก

นนทวัชรยิ้มกว้าง ปริมเม้มปากแล้วค่อยๆกลายเป็นอมยิ้ม..และกลายเป็นยิ้มกว้างเหมือนกัน..มองสบตาเขาอย่างเขินๆ  นนทวัชรลุกขึ้นและเดินมาหา ปริมรู้สึกว่าใจเต้นแรงกว่าเดิม เขาเดินยิ้มเข้ามาหาและมองตลอดเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้า ปริมเสมองไปด้านข้างเพราะเขินหนัก

 นนทวัชรเอาเมื่อไพล่หลังยืนมองปริม  ปริมมองเขาตั้งแต่ตอนที่เขาลุกขึ้นและจะเดินมาหาแล้วและมองไปทางอื่นจนตอนนี้….ปริมเขิน  เขารู้สึกว่าหัวใจตัวเองเต้นแรง

            นนทวัชร :   แล้ว..คนที่อยากให้ไปด้วย..เขาจะไปหรือเปล่า?       ถามเสียงเบาอ่อนโยนเชิงกระเซ้าเย้าแหย่ปริมเบาๆ     ยิ้ม

ปริมเขินมากเพราะเสียงเขาที่เหมือนกระซิบข้างๆหูนี่เองรู้สึกร้อนที่หน้าจนถึงใบหู ปริมนิ่งว่าจะพูดแต่เกรงว่าเสียงจะสั่นจึงยังไม่พูด.ทั้งเขิน.จึงยังก้มหน้านิ่งและหันไปทางอื่นอยู่  นิ่งไปครู่ก็จะพูดแต่ยังไม่ทันได้พูดก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาที่โต๊ะเมย์นนทวัชรก็ได้ยินและได้ยินเสียงกุญแจกระทบกัน

นนทวัชรอมยิ้มยังมองปริมครู่หนึ่งแม้เธอจะไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขาก็ตามแล้วก็ขยับถอยห่างออก ปริมเหลือบมองตามนนทวัชรที่ขยับห่างออกไปสักสี่ห้าก้าวไปยืนอยู่ข้างโต๊ะทำงานอย่างเขินๆเหมือนเดิมเพราะสายตาเขายังไม่ละไปจากเธอเลยแล้วหันกลับและหลุบตาต่ำ 

ได้ยินเสียงเปิดและปิดลิ้นชักโต๊ะของเมย์สักครู่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาเคาะประตูห้อง นนทวัชรตอบรับให้เข้ามา

            เมย์ : เจ้านายคะเมย์ลืมบอกว่า…     เปิดประตูแล้วโผล่แต่หน้าเข้ามาพูดยิ้มๆด้วยความอารมณ์ดีปรกติแล้วหน้าเหลอเล็กน้อยเมื่อเห็นคุณปริมอยู่ในห้องกับเจ้านายด้วย ทำให้รู้สึกว่ากำลังมาขัดจังหวะคนทั้งคู่อยู่หรือเปล่าเลยรีบพูดต่อ     “ เอ่อ.เมย์ลืมของน่ะค่ะและลืมถามเจ้านายว่าหากพรุ่งนี้เมย์เข้าสายและไม่ได้ซื้อขนมมาด้วย..     ยิ้ม   ปริมหันมายิ้มและพยักหน้าให้  เมย์ยิ้มและพยักหน้าตอบ

            นนทวัชร :  ไม่เป็นไรครับ                             พูดปรกติกับเมย์  แล้วอมยิ้มเล็กน้อย

            เมย์ :  ค่ะ   งั้นเมย์ขอตัวกลับก่อนนะคะ     ยิ้มให้ทั้งคู่แล้วรีบปิดประตูแล้วยืนทำหน้าเหลอหลาอยู่หน้าประตูอีกครั้งที่เห็นนั้นคือ คุณปริมหน้าแดงกำลังเขิน    ยิ้ม แล้วรีบดินออกจากตรงนั้นไป

ปริมถือโอกาสเพื่อจะออกไปจากตรงนี้

            ปริม :  งั้น..ดิฉันกลับนะคะ                              พยายามบังคับเสียงพูดให้ปรกติ 

            นนทวัชร :  ครับ          นนทวัชรรตอบรับและยิ้ม  ปริมจึงหันไปและกำลังจะเปิดประตู  นนทวัชรพูดต่อ    “ยิ้มน่ารักดี “    ปริมหันกลับมามองก็เห็นเขายืนยิ้มให้อยู่  อมยิ้มให้เขาอย่างเขินๆแล้วรีบเปิดประตูแล้วเดินออกไป

เมื่อลงมาที่รถเปิดประตูแล้วเข้ามานั่งข้างในรถก็นั่งยิ้มเขินอยู่คนเดียว ครู่หนึ่งก็เอามือทั้งสองข้างประกบข้างแก้มตัวเองและทำหน้าหยีด้วยความอายอีกครั้งแต่คราวนี้อายคนละแบบกับวันแรกที่มาและรู้สึกว่าร้อนจัดที่หน้า 

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

            เวลาอาหารเย็นที่บ้านของนนทวัชรวาสกับอูบกำลังเสิร์ฟอาหารอัญชนาที่โต๊ะ วันนี้อัญชนาทานอาหารเย็นที่บ้านคนเดียวเพราะสามีไปร่วมงานแต่งงานของลูกชายเพื่อน ส่วนลูกชายของเธอเขายุ่งเป็นปรกติจะได้ทานอาหารเย็นด้วยกันสัปดาห์ละสองวันหรือดีหน่อยก็สามวันแล้วแต่เขาจะจัดเวลาให้

                    อัญชนา :  ขอบใจจ้ะ                                                    ยิ้ม

                    วาส  :  ทานเยอะๆนะคะคุณผู้หญิง       พูดด้วยความอารมณ์ดีน้ำเสียงร่าเริงเชิงเย้าแหย่เจ้านายเล็กน้อยเพื่อสร้างบรรยากาศขณะกำลังช่วยกันยกอาหารวางบนโต๊ะ เพราะวันนี้คุณอัญชนาทานข้าวคนเดียว  

                    อัญชนา :  จ้า             ลากเสียงยาวเล็กน้อยเพราะรู้ว่าวาสเย้าแหย่ ทำให้พลอยอารมณ์ดีไปด้วยในแต่ละวัน   ยิ้ม

                    วาส :  หืม….(ลากเสียงยาวเล็กน้อย)  แล้วเมื่อไหร่คุณนนท์จะหาใครสักคนมานั่งทานข้าวเป็นเพื่อนคุณผู้หญิงล่ะคะ?                     พูดเสร็จก็ยิ้มให้เจ้านาย   

                    อัญชนา :  ทำไมไม่ถามเองล่ะ          ทำเป็นรวนใส่วาส  ยิ้ม

                    วาส :  เคยถามแล้วแต่คุณนนท์ก็ไม่ตอบค่ะ ทำเฉไฉอีกค่ะ        ทำคิ้วขมวด   อัญชนายิ้ม

                    อัญชนา :  เดี๋ยวก็คงพามาเองแหล่ะ      อัญชนาทำเป็นพูดลอยๆไปเสียงเบาลงและตักอาหารใส่จานพร้อมกับยิ้ม 

                    วาส : จริงเหรอคะ!  แสดงว่ามีแล้ว…แต่คุณนนท์ยังไม่เปิดตัวใช่มั้ยคะ       ยิ้มปนตื่นเต้น

อัญชนายิ้มและส่ายศีรษะเล็กน้อยแล้วตักอาหารทานไป วาสมักทำให้อารมณ์ดีเสมอหากเธอไม่ได้ออกไปไหนเมื่อวาสทำงานเสร็จก็จะมานั่งคุยเป็นเพื่อนคงเกรงว่าเธอจะเหงาเพราะคุณวัชรกับตานนท์ต้องออกไปทำงาน ซึ่งมันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเธอมานานแล้ว…และเรื่องที่วาสถามนั้นเธอก็คิดว่า..คงจะไม่นานอย่างที่ได้พูดไป

……………………………………   ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ………………………………………………

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.