นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนแปด

                         ………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

            นนทวัชรกลับมาถึงบ้านตอนสี่ทุ่มกว่าวันนี้กลับเร็วเล็กน้อยแต่แวะทำธุระส่วนตัวอีกเล็กน้อยเลยกลับมาถึงบ้านช้าเอางานกลับมาทำที่บ้านด้วย อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อเสร็จก็ทำงานเลย โทรศัพท์ดัง พิษณุโทรมาชวนไปหาอะไรดื่มหรือหาอะไรกินดึกๆ แต่นนทวัชรปฏิเสธบอกว่าพึ่งกลับมาถึงบ้านเลยบอกให้ชวนคุณนตแทน เมื่อวางสายก็ยิ้มเล็กน้อยเพราะนุบอกว่าเมื่อวานเข้าไปที่ร้านและพึ่งไปทานข้าวกับคุณนตมา ฟังจากน้ำเสียงเพื่อนเหมือนประหม่าเล็กน้อยเมื่อพูดเรื่องคุณนต

                     ………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

           เช้าวันจันทร์ปริมก็มาถึงที่ทำงานแต่เช้าตามเคยซึ่งมันเป็นเรื่องปรกติของเธอในการมาทำงานแต่เช้า แต่วันนี้เอาอาหารเช้ามาด้วยเพราะแท้เตรียมไว้ให้  ตั้งแต่วันแรกที่มาทำงานก็เห็นทุกคนยุ่งกันหมดปริมจึงกระตือรือร้นที่อยากจะช่วยงานทุกคนได้ สักพักนาวินก็มาถึง  ทั้งคู่ยิ้มทักทายกัน

       นาวิน :  สวัสดีครับคุณปริม  มาแต่เช้าทุกวันเลยนะครับ             

       ปริม :  สวัสดีค่ะ  ปริมชอบตื่นแต่เช้ามาทำงานน่ะค่ะเช้าๆอากาศสดชื่น     ปริมพูดพร้อมกับเดินมาที่โต๊ะของนาวิน ขณะนาวินกำลังวางกระเป๋าและเอกสารงานต่างๆซึ่งเอากลับไปทำที่บ้านด้วย

       นาวิน :  ครับ  แล้ว.เอ่อ.ตอนเช้าทานอาหารมาจากที่บ้านหรือว่ามาหาอะไรทานแถวนี้ครับ

       ปริม :  เอาอาหารเช้ามาด้วยค่ะ แม่ทำไว้ให้

        นาวิน :  อ่อ ครับ น่ารักจัง                  นาวินพูดยิ้มๆปนแซวในความน่ารักของคุณแม่ปริม ปริมยิ้ม

       ปริม :  ค่ะ  เอ่อ..แล้วเมื่อวันเสาร์งานเป็นยังไงบ้างคะ  มีอะไรที่จะให้ปริมช่วยได้มั้ยคะ?

       นาวิน : ก็..ยังไม่เสร็จหรอกครับน้องๆกำลังแก้ไขแบบงานบางส่วนกันน่ะครับ..ส่วนงานอื่นๆนอกจากเรื่องบัดเจ็ทก็มีอีกแต่เอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้มีงานสามโปรเจคครับ คุณปริมทำบัดเจ็ทไปก่อน

       ปริม :  ได้ค่ะ                             ยิ้ม  กระตือรือล้นทันที

       นาวิน :  ครับ  ยังไม่มึนเท่าไหร่ใช่มั้ยครับ     พูดขำๆแซวปริมเล็กน้อย ปริมก็ขำ    “ งั้น..ตอนชั่วโมงทำงานเดี๋ยวผมให้น้องส่งงานให้แล้วเดี๋ยวผมมาแนะนำคุณปริมอีกที  แต่..คุณปริมทานข้าวหรือยังครับ?  ผมว่าจะลงไปหาอะไรทานเมื่อเช้าออกจากบ้านแต่เช้าเกรงว่ารถจะติดมากเลยยังไม่ได้กินอะไร”                นาวินพูดยิ้มๆ

       ปริม :  ค่ะ  ปริมก็คิดว่ากำลังจะเอาข้าวไปทานในห้องทานอาหารน่ะค่ะ      ปริมยิ้ม

       นาวิน  :  อ๋อครับ  งั้นจะเอาอะไรเพิ่มมั้ยครับเดี๋ยวผมซื้อขึ้นมาให้

       ปริม :  ไม่ค่ะ  ขอบคุณค่ะ                      ปริมยิ้มและกล่าวขอบคุณ

ทั้งคู่ยืนคุยกันโดยที่ยังไม่รู้ตัวว่านนทวัชรมาถึงแล้วและยืนอยู่ตรงนั้นได้สักครู่หนึ่งแล้ว  นาวินลุกจากโต๊ะกำลังจะเดินออกไปจึงเห็นว่านนทวัชรมาแล้วและยืนอยู่ตรงนั้น

       นาวิน :  คุณนนท์  สวัสดีครับ    นาวินกล่าวทักทายอย่างสุภาพ  ปริมหันขวับไปทางที่นนทวัชรยืนอยู่ทันที เขามาถึงตอนไหนเนี่ย!  ปริมคิดในใจ

       นนทวัชร : ครับ                           นนทวัชรอมยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าตอบนาวิน

       นาวิน :  ผมจะลงไปทานข้าว คุณนนท์จะรับอะไรมั้ยครับ?

       นนทวัชร :  ไม่  ขอบคุณมาก     พูดพร้อมกับส่ายศีรษะเบาๆ

นาวินพยักหน้ารับทราบและเดินเลี่ยงออกไป นนทวัชรหันมาทางปริมซึ่งก็เห็นว่าปริมกำลังมองเขาอยู่แล้ว  มองปริมเล็กน้อยก็เดินเข้าห้องทำงานไป  ปริมคิดในใจว่า อะไร? ..ท่าทางจะอารมณ์ไม่ดีแต่เช้า หรือเรื่องงานที่ยังมีปัญหา….  ถอนหายใจเล็กน้อยก็เดินไปหยิบกล่องอาหารเช้าถือเข้าไปในห้องทานอาหาร

นนทวัชรนั่งลงที่เก้าอี้เมย์เดินถือเอาน้ำดื่ม กาแฟและขนมเข้ามาเสิร์ฟ เมย์กำลังจะเดินออกไป

        นนทวัชร  :  เอ่อ โทรบอกเบียร์ว่าบ่ายนี้ผมขอประชุมเรื่องโฆษณา…ทั้งแผนก..

       เมย์ :  ค่ะ

เมย์รับคำสั่งของเจ้านายและเดินออกไป นนทวัชรถอนหายใจเล็กน้อยแล้วทำงานต่อ

ปริมเดินเข้ามาที่ห้องทานอาหารก็เห็นป้าอ๋อยกำลังนั่งจดอะไรใส่กระดาษอยู่และรีบเก็บเมื่อเห็นปริมเดินเข้ามา ปริมยิ้ม ป้าอ๋อยก็ยิ้มพยักหน้าให้

       ป้าอ๋อย :  คุณปริมมีกล่องอาหารมาทุกวันนี่เอง ทำเองเหรอคะ?    ชวนคุยพร้อมกับหยิบแก้วเพื่อใส่น้ำดื่มมาเสิร์ฟปริม

       ปริม :  คุณแม่ทำให้น่ะค่ะ       ยิ้ม    “ ขอบคุณค่ะ “      กล่าวขอบคุณเมื่อป้าอ๋อยยกน้ำดื่มมาเสิร์ฟให้    “ ป้าอ๋อยทานอาหารเช้าหรือยังคะ ทานด้วยกันก็ได้ค่ะเดี๋ยวปริมแบ่งให้ “

       ป้าอ๋อย : ขอบคุณมากค่ะ แต่ป้ามีอาหารแล้วค่ะหิ้วมาทุกวัน เชิญคุณปริมตามสบายเลยนะคะ    ยิ้มดีใจในความใจกว้างของปริม  “ แต่จะได้กินก็ตอนสายๆหน่อยน่ะค่ะทำความสะอาดเสร็จ เสิร์ฟกาแฟผู้จัดการเสร็จ ค่อยกินค่ะ “     ยิ้ม  “ คุณปริมตามสบายเลยนะคะเดี๋ยวป้าออกไปดูก่อนว่าใครมาบ้าง “  ยิ้ม

       ปริม : ค่ะ                       ปริมยิ้มและตอบรับ ป้าอ๋อยเดินออกไป

ปริมจึงลงมือทานอาหาร เมื่อป้าอ๋อยเดินออกไปเมย์ก็เดินเข้ามาเอาถาดมาเก็บพร้อมกับจะทานอาหารเช้าปริมจึงชวนให้นั่งทานด้วยกันพร้อมๆกับมีพนักงานเดินเข้ามาทีละคนสองคนเป็นพักๆบางคนถือถุงอาหารสำหรับทานตอนเที่ยงมาเก็บไว้ปริมก็เรียกทุกคนให้ทานข้าวด้วยกัน ด้วยบรรยากาศที่เป็นกันเอง

………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

          ตอนดึกหลังออกจากร้านยศนันท์มาตามที่พิษณุนัดเพราะครั้งก่อนเธอเป็นคนชวนเขาเพราะอยากหาเพื่อนดื่มและเธอก็ชอบร้านนี้ ครั้งนี้เธอเลยไม่ปฏิเสธที่พิษณุชวนบ้าง  มาถึงก่อนก็มองหาที่นั่งและสั่งเครื่องดื่มมาดื่มรอผ่านไปสักพักพิษณุก็มาถึง

       พิษณุ :  หวัดดีครับ ขอโทษทีครั้งนี้เป็นผมที่มาช้า             พูดและยิ้มแบบรู้สึกผิด

       ยศนันท์ :  ไม่เป็นไรค่ะ รถติดหรืองานยุ่งนตเข้าใจ ว่าแต่..วันนี้ทานข้าวมาแล้วใช่มั้ยคะ?   พูดยิ้มๆเอียงหน้าเล็กน้อยมองพิษณุ

       พิษณุ :  ครับ             ยิ้มเขินๆ

       ยศนันท์ :  นตสั่งเครื่องดื่มให้แล้วค่ะ      พูดเสร็จก็หันไปทางพนักงาน เครื่องดื่มก็ถูกยกมาเสิร์ฟให้พอดี

       พิษณุ :  ขอบคุณครับ            ขอบคุณเขินๆที่ยศนันท์ใส่ใจ  “ คุณนตก็ทานข้าวมาแล้วใช่มั้ยครับ?

       ยศนันท์ : ค่ะ วันนี้นตอยู่ที่ร้านตลอดตั้งแต่บ่าย ตอนหัวค่ำเลยไปอุดหนุนร้านคุณนุกับคุณนนท์ค่ะ    ยิ้มแบบกันเอง

       พิษณุ :  ขอบคุณครับ                   ยิ้มและพูดปรกติ

ทั้งคู่คุยกันไปตามปรกติแต่ไม่รู้ตัวว่ามีสายตาของใครคนหนึ่งกำลังมองอยู่และมองตั้งแต่ที่ยศนันท์เดินเข้ามาแล้ว

       กฤษณะ :  หวัดดีครับคุณนุ                      พูดทักทายปรกติและหันไปทางยศนันท์และยิ้มเล็กน้อยเป็นการทักทายสีหน้าและแววตาเป็นประกายกรุ้มกริ่มเล็กน้อย

พิษณุชะงักเล็กน้อยและก็หันไปทักทายปรกติตามมารยาท

       พิษณุ :  หวัดดีครับคุณกฤษ                           ยิ้มและพยักหน้าให้เล็กน้อย

       กฤษณะ :   เจอคุณนุที่นี่อีกแล้ว มาประจำเหรอครับ        ยิ้มปรกติตามมารยาท

       พิษณุ :  ก็..บ้างน่ะครับแล้วแต่ ถ้าวันไหนเลิกงานแล้วไม่ได้เข้าร้านหรือไปทำธุระต่อก็..มาที่นี่บ้าง    พูดและยิ้มเล็กน้อยอธิบาย   “ นั่งก่อนสิครับ “   ชวนให้กฤษะนั่งเมื่อกฤษณะนั่งลงเสร็จก็ถามต่อ  “  คุณกฤษก็มาที่นี่บ่อยเหรอครับ?”     ชวนคุยตามมารยาท

       กฤษณะ :  ครับ  บ้าน….เพื่อนอยู่แถวนี้น่ะครับ แล้ว.คุณนุ..เอ่อ      ทำเป็นพูดอึกอักและมองไปทางยศนันท์     พิษณุรู้ตัวและรู้ว่ากฤษณะทำเป็นอึกอักเพราะตั้งแต่ที่เดินเข้ามาทักก็เห็นมองไปทางคุณนตเป็นระยะๆ   จึงหันไปทางยศนันท์และแนะนำให้รู้จักกันกับกฤษณะ

       พิษณุ :  นี่คุณนตครับ    และหันไปทางยศนันท์    “  คุณกฤษครับ “       ยิ้มเล็กน้อยและเหลือบท่าทีของกฤษณะเล็กน้อยแล้วเหลือบไปทางยศนันท์

       กฤษณะ :  สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ                  ยิ้ม ทั้งสีหน้าและแววตาเป็นประกาย

       ยศนันท์ :  สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ       ยิ้มตามมารยาทรับสถานการณ์ลักษณะแบบนี้เป็นปรกติ

พิษณุกังวลเล็กน้อยเพราะเรื่องอุปนิสัยใจคอของกฤษณะ แต่ดูท่าทีของคุณนตแล้วเหมือนเธอรับสถานการณ์ได้ไม่น่าเป็นห่วง

       กฤษณะ :  พักนี้ไม่ค่อยเห็นคุณนุตามงานเลี้ยง ยุ่งเหรอครับ?     ชวนคุยปรกติแบบกันเอง

       นนทวัชร : ใช่ครับคุมออร์เดอร์ที่โรงงานก็เลยไม่ค่อยได้ไปให้น้องไปแทนน่ะฮะ

       กฤษณะ : อ่อครับ   .นึกว่า.เอ่อ.. ….    ยิ้มเล็กน้อยเหลือบไปทางยศนันท์และทำเป็นลากคำพูด  พิษณุมองหน้ากฤษณะเล็กน้อยและหันไปทางยศนันท์เข้าใจในท่าทางและคำพูดของกฤษณะ  กฤษณะพูดต่อ  “ เห็นมีสาวสวยข้างๆก็เลยคิดว่า ถึงว่าไม่ค่อยเห็นคุณนุน่ะครับ “   พูดไปแต่มองที่ยศนันท์ พูดเสร็จจึงหันมายิ้มให้พิษณุ

พิษณุมองไปทางยศนันท์อีกเล็กน้อย

       พิษณุ :     เป็นเพื่อนกันครับ                       บอกกฤษณะให้รู้

ยศนันท์ยิ้มรับ

       ยศนันท์ : ใช่ค่ะ  นตรู้จักกับคุณนนท์น่ะค่ะแล้วรู้จักกับคุณนุทีหลัง        ยิ้มอธิบายตามมารยาท

กฤษณะชะงักในสีหน้าเล็กน้อยที่ได้ยินชื่อนนท์ และนึกไปว่ามีสาวๆสวยๆให้รู้จักนอกจากอดีตภรรยาของเขา

พิษณุเองก็ชะงักในสีหน้าเล็กน้อยเช่นกันที่ยศนันท์พูด แต่เข้าใจว่าคงพูดอธิบายไปแบบไม่ได้คิดอะไรเพราะอาจจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร

       กฤษณะ :  อ่อ ครับ  ไม่งั้นก็คงจะได้ยินข่าวซุบซิบแล้วสิครับ        พยักหน้าเล็กน้อยถึงบางอ้อพร้อมกับพูดยิ้มๆและเอียงหน้าเชิงถามพิษณุเล็กน้อยในลักษณะแซวๆ และหันไปยิ้มให้ยศนันท์อีกเล็กน้อยและหันกลับ แล้วพูดต่อ  “  ผมไม่รบกวนคุณนุกับคุณนตดีกว่านะครับ ขอตัวไปหาเพื่อนก่อน “   พูดพร้อมกับยิ้มตามมารยาทปรกติให้กับทั้งสองคนและเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกับเพื่อน

เมื่อกลับมานั่งที่โต๊ะกับเพื่อนแล้วกฤษณะก็ยังมองไปทางพิษณุกับยศนันท์อยู่เป็นระยะๆดูท่าทีของทั้งคู่และนึกไปถึงอดีตภรรยาของเขาว่า ดูท่าจะมีคู่แข่งซะแล้ว

…………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

           ฝ่ายจัดซื้อส่งสำเนาพีโอให้ปริมหลายรายการเพราะอีกสองโปรเจคกลางๆนั้นงานกำลังคืบหน้า นาวินกับนักออกแบบตกแต่งคนอื่นให้รายละเอียดงานกับปริมมาก่อนหน้า  ผ่านไปช่วงสายๆยศนันท์มาหานนทวัชรอีกและเข้าไปคุยกับนนทวัชรในห้องได้พักหนึ่งแล้ว แต่ปริมไม่ค่อยใส่ใจมากนักเพราะตั้งใจกับงานตรงหน้ามากกว่า

         นาวิน :  คุณปริมครับ  ผมรบกวนคุณปริมเอาแฟ้มเอกสารส่งให้คุณนนท์น่ะครับผมดูเสร็จแล้ว ผมจะออกไปข้างนอกไปดูหน้างานของลูกค้าบ่ายๆจะกลับเข้ามาครับ      นาวินยิ้มๆพูดพร้อมเตรียมเอกสารและกระเป๋า

         ปริม :    ได้ค่ะ        ปริมพูดขณะเดินไปหยิบเอาแฟ้มเอกสารและเดินไปหาเมย์  แต่ไม่เห็นเมย์คิดว่าคงไปห้องน้ำไม่นานคงมา ปริมรอสักครู่โทรศัพท์ที่โต๊ะเมย์ดังพอดีปริมชั่งใจว่าจะรับหรือไม่รับ แต่..โทรศัพท์ก็ดังสามครั้งแล้ว   “ สวัสดีค่ะ  คุณเมย์ไม่อยู่ที่โต๊ะค่ะ “     ปริมพูดเสียงปรกติ นนทวัชรชะงัก

        นนทวัชร :  เอ่ออ… ผมว่า…งั้นไม่เป็นไร  คุณเอาเอกสารมาเหรอ เอาเข้ามาได้เลย

         ปริม :  ค่ะ                 ปริมก็ชะงักที่ได้ยินเสียงนนทวัชร เพราะเธอไม่ได้ดูว่าเบอร์ไหนหรือของใคร

ปริมเคาะประตูห้องนนทวัชรเมื่อได้ยินเสียงตอบรับให้เข้าไปจึงเปิดประตูเข้าไป  ก็เห็นยศนันท์นั่งอยู่ที่เก้าอี้ตรงข้ามกับนนทวัชร ยศนันท์หันมายิ้มให้และทักทาย

         ยศนันท์ :   สวัสดีค่ะ น้องปริม

         ปริม  :  สวัสดีค่ะ       ปริมยิ้มทักทายตอบอย่างสุภาพตามมารยาท  และเดินเอาแฟ้มไปวางบนโต๊ะนนทวัชร และกำลังจะเดินออกไป

         ยศนันท์ :  แหมใจร้ายจังเลยนะคะไม่ยอมบอกคุณนนท์ ว่าวันก่อนพี่มาพบ       นนทวัชรทำหน้าฉงน ปริมทำหน้าเหวอๆเล็กน้อย ใช่ เธอลืมบอกเขาเพราะยุ่งเรื่องงานเลยไม่ได้ฝากเมย์ให้บอก

         ปริม :  ขอโทษจริงๆค่ะ  ปริมลืมเพราะมัวแต่ยุ่งเรื่องงาน             ปริมหน้าเจื่อนพูดขอโทษด้วยความจริงใจ

        ยศนันท์ :  ไม่เป็นไรค่ะ                ยิ้ม จริงๆเธอแค่กระเซ้าเย้าแหย่ปริมเล่นๆ

         นนวัชร :   คุณนตมาเหรอครับ   เอ่อ..ปริมยุ่งน่ะครับเพราะว่าผมของานต้องการสรุปข้อมูล..อาจจะลืม        พูดกับยศนันท์และมองไปทางปริมอย่างที่เขาอยากปกป้องเธอ ปริมมองสบตานนทวัชรอย่างรู้สึกแย่เพราะลืมบอกเขา  เข่นกันยศนันท์ก็รู้สึกได้ทั้งน้ำเสียง สายตาและท่าทางของนนทวัชร…จึงเหลือบมองทั้งคู่

         ยศนันท์ :  แหม มันไม่ได้สำคัญอะไรมากหรอกค่ะ นตก็แค่แวะมาทักทายเป็นปรกตินั่นล่ะค่ะ   พูดพร้อมกับยิ้มหวานให้นนทวัชรตามเคยซึ่งเป็นปรกติและหันมายิ้มให้ปริม 

ปริมรู้สึกอึ้งที่เห็นยศนันท์บริหารเสน่ห์ใส่นนทวัชรอย่างกับว่าไม่อายเพราะอยู่ต่อหน้าเธอ (หมายถึงคนอื่น) และนนทวัชรเองก็เฉยๆเหมือนกับว่ามันเป็นเรื่องปรกติ.เหรอ? ปริมรู้สึกตะหงิดๆกับท่าทางของ  ยศนันท์

         ปริม :  เอ่อ  ค่ะ แล้ว.ไม่ได้โทรคุยกันหรือแชทกันเหรอคะ?    ถามด้วยเสียงปรกติ คำถามเหมือนประชดชันแต่ตั้งใจถามแบบนั้น 

นนทวัชรมองหน้าปริมเพราะรู้สึกว่าปริมกำลังจะเริ่มตีรวนใส่ยศนันท์    ยศนันท์ยิ้ม

         ยศนันท์ :  ก็แชทกันทุกวันค่ะ  แต่บางทีบางเรื่องก็ไม่ได้คุยก็..เซย์ฮัลโหล..และก็เซย์..กู้ดไนท์กันน่ะค่ะ   ยศนันท์ยิ้มหวานให้ปริม   ปริมเริ่มรู้สึกว่าถูกยศนันท์แกล้งเย้าแหย่หรือยียวน

         นนทวัชร :   คุณนตแค่แวะมาทักทายปรกติ เวลาเข้ามาที่ออฟฟิศ           อธิบายปรกติให้ปริมรู้

         ยศนันท์ :  ค่ะ พี่มีออฟฟิศที่ตึกนี้และยังมีร้านขายเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าสไตล์น้องปริมด้วยนะคะ  หากว่างแวะไปช้อปปิ้งได้ค่ะพี่ยินดีต้อนรับ…ที่ห้างไหนนั้นถามคุณนนท์ได้ค่ะ..คุณนนท์รู้      หันไปยิ้มหวานให้นนทวัชรอีกแล้วหันมาทางปริมอมยิ้มให้  แม้จะมีข่าวซุบซิบภายในเกี่ยวกับเรื่องปริมแต่ยังไม่มีการแนะนำกันอย่างเป็นทางการโดยเฉพาะจากปากคุณนนท์เองก็ถือว่าทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ไป

         ปริม :  ขอบคุณค่ะที่แนะนำ        พูดเสียงต่ำลงและมองไปทางยศนันท์ แต่ไม่ยิ้ม   ยศนันท์ยิ้มรับ

นนทวัชรมองยศนันท์เล็กน้อยและมองหน้าปริมเพราะรู้ว่ายศนันท์เย้าแหย่ปริม

         ปริม :   ดิฉันขอตัวไปทำงานนะคะ         พูดธรรมดา รู้สึกตะหงิดๆทั้งสองคน

เดินออกมาทันทีด้วยความรู้สึกว่าชักจะตะหงิดๆยศนันท์มากขึ้นทุกที นี่เป็นคนแบบไหนกันนะทำไมถึงไม่อาย ปริมคิดในใจ    เมย์อยู่ที่โต๊ะพอดีจึงบอกเมย์ว่านนทวัชรโทรหาตอนที่เมย์ไม่อยู่เมย์จึงเดินไปเคาะประตูห้องนนทวัชรแล้วเดินเข้าไป

 ปริมเดินกลับมาที่โต๊ะเหลือบเห็นรองเท้าส้นสูงอยู่ใต้โต๊ะจึงก้มมองดูเท้าตัวเองที่ใส่รองเท้าแตะและ..นิ้วเท้าที่มี พลาสเตอร์แปะอยู่นั้น..นึกไปถึงสองคนข้างในเมื่อครู่..บ้าเอ้ยย.รีบจนลืม  ปริมคิดในใจและเจ็บใจตัวเอง ถอนหายใจและนั่งลงทำงานต่อ

………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

           หลังจากไปหาดูทำเลที่จะทำร้านขนมกับกาแฟและแยกกับเพื่อนเพราะเพื่อนต้องกลับเข้าไปทำงานต่อ สิริมาเลยแวะที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อเดินเล่นผ่อนคลายหรือเผื่ออยากจะซื้อของ แล้วก็เหลือบไปเห็นใครคนหนึ่งซึ่งเคยคุ้นเคยกันและกลายเป็นอดีต กฤษณะมาเดินช้อปปิ้งกับสาวสวยคู่ควงคนใหม่ สิริมาอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยพร้อมกับส่ายศีรษะพลางคิดในใจว่าดีแล้วที่หย่าขาดจากกฤษณะเพราะเธอไม่จำเป็นต้องทนใช้ชีวิตคู่กับคนแบบนี้  แม้ทั้งคุณย่าและคุณแม่ของเขาจะเมตตาเธอแต่เมื่อเกิดปัญหาท้ายที่สุดย่อมยืนอยู่ข้างลูกชายของตัวเอง   สิริมาเดินเลี่ยงออกไปทางหนึ่งแล้วโทรศัพท์หานนทวัชร

         นนทวัชร :  สวัสดีครับไหม                     อมยิ้มเล็กน้อย

         สิริมา :  สวัสดีค่ะนนท์  เอ่อ ไหมออกมาทำธุระข้างนอกค่ะ ว่าจะแวะเข้าไปหานนท์ได้ไหมคะ?

         นนทวัชร :  โทษที วันนี้ผมไมว่างเลย เตรียมงานไปนำเสนอลูกค้าพรุ่งนี้น่ะครับ

         สิริมา :  ค่ะ  งั้นเอาไว้วันหน้าก็ได้  ไหมไม่รบกวนแล้วนะคะ สวัสดีค่ะ

         นนทวัชร :  หวัดดีครับ            เมื่อวางโทรศัพท์ก็นิ่งคิดครู่หนึ่งแล้วทำงานต่อ

ส่วนสิริมาวางสายจากนนทวัชรก็กำลังจะเดินต่อ ก็มีเสียงเรียกทัก

         กฤษณะ  :  มาช้อปปิ้งเหรอ         สิริมาหันไปทางกฤษณะก็เห็นว่ายืนอยู่คนเดียวไม่เห็นสาวสวยเมื่อครู่

         สิริมา : ก็..มาเดินเล่นหาอะไรจรรโลงใจน่ะค่ะ         พูดเสียงเรียบๆหน้าตาเรียบเฉย  กฤษณะยิ้มแบบเยาะๆ

         กฤษณะ :  แหม สบายใจจังเลยนะ ว่างง..มาเดินเล่น   พูดเสร็จก็มองสิริมาเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยกับการแต่งตัวและแต่งหน้าก็พูดต่อ    “  หย่าไม่ทันไรก็แต่งตัวซะ..กลัวว่าคนเขาจะไม่รู้เหรอว่า.ดีใจ. “        ทั้งเหน็บแนมและยิ้มเยาะ

สิริมาชะงักในสีหน้ากับคำพูดของกฤษณะเล็กน้อย แต่ก็เหน็บแนมตอบ

         สิริมา :  ขนาดคนไม่ว่างอย่างคุณยังมาได้ ทำไมชั้นจะมาไม่ได้       น้ำเสียงและสีหน้ายังเรียบเฉย

          กฤษณะ :  ก็มีว่างบ้างไม่ว่างบ้างจะทำงานตอนไหนก็ได้หน่ะนะ.. เลยมาหาอะไรจรรโลงใจบ้างเหมือนกัน ไม่ได้นั่งสบายๆรอค่าเลี้ยงดูแล้วเอามาช้อปปิ้งหรอก      

สิริมากัดริมฝีปากเล็กน้อยกำลังจะเดินหนี  กฤษณะยิ้มเยาะและพูดตามหลัง  

          กฤษณะ  :  ว่าแต่…ชัวร์หรือยังกับแฟนเก่าหรือว่า..เขา..ก็ไม่เอา

 สิริมาหยุดกึกเจ็บใจ ถอนหายใจแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว…   กฤษณะหัวเราะเยาะเบาๆมองตามหลังสิริมาไปอย่างสะใจ

………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

           สายๆที่บ้านของนนทวัชรอัญชนาชวนนุชนันท์มารับประทานของว่างที่บ้านโดยให้คนขับรถไปรับ  สักพักใหญ่ๆแล้วที่ทั้งสองไม่ได้เจอกันเพียงแต่โทรคุยกันบ้างเท่านั้น  อัญชนาจะให้คนขับรถไปรับนุชนันท์มาพบปะพูดคุยกันบ้างตามประสาเพราะกลางวันสามีกับลูกๆออกไปทำงาน  แต่พอมีเรื่องปริม กับนนท์ทั้งคู่จึงเว้นระยะไปพักหนึ่งโดยเฉพาะที่บ้านนุชนันท์ที่บรรยากาศอืมครึมไปเล็กน้อยเพราะถูกปริมงอน

         นุชนันท์ :  ช่วงนี้นุชไม่ค่อยได้มาคุยด้วย คุณพี่ไม่ว่ากันนะคะ                 ยิ้มอารมณ์ดี

         อัญชนา :  ไม่หรอก  ก็หาอะไรทำบ้าง เข้าครัวช่วยแม่บ้านทำอาหารบ้าง                ยิ้ม

         นุชนันท์ :  ค่ะ นุชก็เหมือนกัน   ทำอาหารเย็นเกือบทุกวันอยากทำให้พ่อกับลูกๆเขาทานกัน    ยิ้ม

          อัญชนา :  วันก่อนตานนท์ทำแหนมเนืองว่าจะให้คนขับรถเอาไปให้ แต่.พวกแม่บ้านเขาทานกันหมด  อร่อย.ของโปรดเขา.ไม่ได้แบ่งไว้        พูดเสร็จก็ยิ้ม  นุชนันท์ยิ้ม

          นุชนันท์  :  ไม่เป็นไรค่ะ ดีที่ตานนท์พอมีเวลาว่างทำอย่างอื่นบ้าง เห็นคุณอาธรบอกว่าทำงานหนักมาก

         อัญชนา :  อื้ม เห็นบอกว่าช่วงนี้มีหลายจ๊อบ ก็หนักหน่อย    พูดและยิ้มภูมิใจในตัวลูก   “  แต่ยังไม่กล้าถามเรื่องหนูปริมเลยปล่อยให้เป็นเรื่องของเขา แต่ดูท่าทางตานนท์จะสดชื่นขึ้นตั้งแต่หนูปริมมาทำงานด้วย “     พูดยิ้มๆด้วยความพึงพอใจ

         นุชนันท์ :  จริงเหรอคะ?  นุชก็ไม่กล้าถามยัยปริมเรื่องนั้น เห็นว่าพึ่งเข้าไปทำงานใหม่ๆคงปรับตัวเยอะ

         อัญชนา :  จ้ะ ค่อยๆปรับตัวทำความรู้จักกันไป ไม่ต้องเร่งหรอก แค่หนูปริมยอมมาทำงานด้วยก็ดีแล้ว จะได้มีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น             ยิ้มพอใจ

         นุชนันท์ :  ค่ะ       นุชนันท์ยิ้มและพยักหน้ารับ แล้วพูดต่อ   “  นี่นุชก็ว่าจะชวนคุณพี่ไปทำบุญที่วัดกันน่ะค่ะ เมื่อไหร่ก็ได้แล้วแต่คุณพี่สะดวก “

         อัญชนา :  อื้มม.ก็ดีก็ว่าจะชวนอยู่เหมือนกัน  ไปทำบุญถวายสังฆทานปล่อยนกปล่อยปลาซะหน่อย

         นุชนันท์ :  ใช่ค่ะนุชก็คิดอย่างนั้น  ช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหนหรอกค่ะอยู่แต่ที่บ้าน ตาปานพาไปทำธุระบ้างก็กลับ

          อัญชนา :   แล้วตาปานเป็นยังไงบ้าง?

          นุชนันท์ : จริงๆก็แทบไม่ค่อยว่างหรอกค่ะ ทำงานส่งอาจารย์               ยิ้ม

         อัญชนา : อื้ม หนักพอสมควรคงไม่ต่างกับสมัยที่ตานนท์เรียน    ยิ้ม   “ หากตาปานเรียนจบก็มาช่วยงานกันอีกก็ดีนะ  “      ยิ้ม

          นุชนันท์ :  ค่ะ  คุณอาธรก็บอกว่าคุณวัชรก็เคยพูด แต่ก็แล้วแต่เขาน่ะค่ะว่าจะยังไง

          อัญชนา :  จ้ะ ไม่ว่ากัน หากอยากหาประสบการณ์ที่อื่นก่อนค่อยมาร่วมงานกันภายหลังก็ได้.เหมือนหนูปริม        ยิ้ม

          นุชนันท์ :  ค่ะ

          อัญชนา :   พูดเรื่องออกไปข้างนอก ก็อยากชวนไปเที่ยวกันทั้งครอบครัว      พูดพลางนึกขึ้นได้      “ เราไม่ได้ไปเที่ยวด้วยกันมาสักพักล่ะ “

         นุชนันท์ :  เอ่อ..แต่หากว่าตานนท์หรือยัยปริม..ไม่ไปด้วยเหมือนหลายๆครั้ง…

         อัญชนา :  ไม่เป็นไร  เราไปกันเองพ่อกับแม่ก็ได้กับตาปานด้วยก็ได้หากเขาอยากจะไป..คงไม่ต่างจากที่ผ่านๆมาหรอก ..ยังไงตอนนี้ตานนท์กับหนูปริมก็เจอกันเกือบทุกวันอยู่แล้ว

         นุชนันท์ :  ค่ะ หากพวกเขาอยากไปเที่ยวคงไปกันเอง ….หากพวกเขาสนิทกันมากขึ้นน่ะค่ะ   ยิ้มอารมณ์ดี

         อัญชนา :  จ้ะ             อัญชนายิ้มรับ

         นุชนันท์ :   มีแต่คุณวัชรกับคุณอาธรที่เจอกันบ่อยเพราะไปตีกอล์ฟด้วยกัน  นี่ก็สักพักใหญ่ๆได้แล้วมั้งคะที่เราไม่ได้มานั่งคุยกัน                 นุชนันท์พูดยิ้ม

        อัญชนา :  ต่อไปอาจจะได้มาคุยกันบ่อยๆก็ได้         ยิ้ม

นุชนันท์ยิ้มรับ ทั้งคู่ก็เริ่มสนิทสนมกันตั้งแต่อาธรเข้าไปทำงานกับวัชรพงษ์ ในช่วงหลังๆอัญชนาออกงานสังคมบ้างโดยเฉพาะงานการกุศลงานเลี้ยงทางสังคมอื่นเธอก็ไปบ้างกับสามีโดยเฉพาะหากเป็นงานของคนที่สนิทสนมคุ้นเคยกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นวัชระพงษ์ที่ออกงานเดี่ยวหรือไปกับนนท์บ้างเพราะนนท์เองไม่ค่อยว่าง แต่หากเป็นช่วงกลางวันเธอจะไม่ค่อยออกไปไหนชอบอยู่ที่บ้านมากกว่า จึงให้คนขับรถไปรับนุชนันท์มาคุยด้วยอยู่เสมอ นุชนันท์เองก็ให้ความเกรงใจ เพราะนอกจากจะสนิทสนมกันแล้วทั้งอัญชนาและวัชรพงษ์ก็สนับสนุนครอบครัวของเธอมาโดยตลอด

………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

           หลังออกมาจากห้องนนทวัชรและทำงานต่อสักครู่ปริมก็เข้ามาทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำและเปลี่ยนพลาสเตอร์ปิดแผลที่เท้าหนึ่งอันเพราะรู้สึกว่ามันยับเยินเกินไปคงเป็นเพราะปิดไม่ดีตั้งแต่ตอนเช้า เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จและกำลังล้างมืออยู่ยศนันท์เดินเข้ามาจะเข้าห้องน้ำก่อนลงไปที่ออฟิฟศ  ปริมเหลือบยศนันท์ทางกระจกด้วยสายตาและท่าทีที่ทำเป็นไม่ใส่ใจและเหลือบกลับล้างมือไปเรื่อยๆ  เพราะตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าแบบนั้นกำลังเดินเข้ามาปริมก็รู้สึกว่า ใช่  ยศนันท์อมยิ้ม.เมื่อเดินเข้ามาแล้วเห็นว่าเป็นใครและ..กับท่าทีแบบนั้น.

         ยศนันท์ :  แหม  งอนพี่เหรอคะ?  แค่เย้าแหย่เล่นๆเอง                   อมยิ้ม

ปริมล้างมือเสร็จก็เช็ดมือแล้วหันไปหายศนันท์ มองยศนันท์ด้วยสีหน้าเฉยๆ แม้จะรู้สึกว่าอมยิ้มนั้นแบบตั้งใจยียวนเล็กๆ

        ปริม :  เปล่าค่ะ          พูดด้วยน้ำเสียงปรกติยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยมองยศนันท์และยังยิ้มอยู่อย่างนั้น

ลดความสุภาพลงเล็กน้อยเหมือนผู้หญิงสองคนประจัญหน้ากันมากกว่า เพราะท่าทีของยศนันท์ที่อยู่ในห้องนนทวัชรก่อนหน้า.. คงไม่ได้มีแต่ตานนท์แล้วมั้งที่ทำให้ปริมอยากกวนประสาท

ยศนันท์ยิ้มเมื่อเห็นท่าทีนั้น ก็ขำเล็กๆ

         ยศนันท์ : ค่ะ  ไม่ถือสานะคะ                       อมยิ้มมองตอบไม่ละสายตา

        ปริม :  ไม่ค่ะ                   ด้วยท่าทีแบบเดิม นิ่งไม่ไหวติง มองหน้ายศนันท์

        ยศนันท์ :  ดีค่ะ…เพราะคุณนนท์ก็ไม่ถือสา     พูดเสียงต่ำลงแต่ยังยิ้มแบบเดิม  แต่ปริมก็ยังนิ่ง.เหมือนเดิมไม่ใส่ใจ และจะเดินออกไปจากห้องน้ำยศนันท์หลีกทางให้

        ยศนันท์  :  ร้านพี่เปิดทุกวันนะคะ                 ยิ้ม เย้าแหย่ต่อเล็กน้อย  ปริมหันมา

         ปริม :  ขอบคุณอีกครั้งนะคะที่แนะนำ  ดูท่าจะถือโอกาสขายของให้กับพนักงานของคุณนนท์ทุกคนหรือเปล่าคะ?  แหม…คุ้มจัง…         ต่อปากต่อคำเหน็บแนมกลับ  อมยิ้มเล็กน้อย ยียวนกลับ เพราะรู้ว่ายศนันท์ตั้งใจ

        ยศนันท์ :  ไม่หรอกค่ะ เฉพาะคนที่…..พี่คิดว่าน่าสนใจ         อมยิ้ม      ประโยคท้ายเสียงต่ำ

        ปริม :  ค่ะ..ไม่งั้นคง..ได้เปรี้ยวกันทั้งออฟฟิศ  ขอตัวนะคะ        อมยิ้มยียวนแบบเดิม ประโยคท้ายเสียงต่ำเหมือนกันและเดินออกไปเพราะขืนอยู่คงได้เหน็บแนมกันไม่เลิกแน่

ยศนันท์มองตามหลังปริมไปก็ขำเล็กๆที่เย้าแหย่ แล้วเข้าไปทำธุระในห้องน้ำและกลับลงไปที่ออฟฟิศ

ปริมกลับมาที่โต๊ะก็มานั่งเคืองยศนันท์อีกครู่ อะไรกันนะผู้หญิงคนนี้จะแกล้งเย้าแหย่ ยียวนหรือเป็นเพราะไม่ชอบเธอเรื่องตานนท์กันนะ  บ่นในใจแล้วถอนหายใจ

………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

           ราวสองทุ่มกว่านนทวัชรเก็บของเพื่อเตรียมตัวจะออกไปที่ร้านว่าจะแวะไปดูสักเล็กน้อยค่อยกลับบ้าน เมื่อเก็บของและเดินออกมาออฟฟิศด้านนอกก็ถูกปิดไฟจนเกือบจะทั้งออฟฟิศแล้ว นนทวัชรเดินมายังแผนกอินทีเรียที่ไฟยังสว่างอยู่ ก็เห็นปริมยืนหันหลังให้กำลังดูแฟ้มเอกสารอยู่ตรงบริเวณตู้เก็บเอกสารของแผนก ปริมดูเอกสารในแฟ้มนั้นเสร็จก็เก็บเข้าที่เดิมและกำลังพยายามจะดึงเอาแฟ้มใหม่ออกมาแต่แฟ้มคงถูกเก็บอัดกันจนแน่นจึงยังดึงไม่ออก  นนทวัชรเดินมาและถามพร้อมกับเอื้อมมือมาช่วยกดแฟ้มข้างๆให้เพื่อให้ปริมดึงแฟ้มที่ต้องการออกมาได้

          นนทวัชร :  ยังไม่กลับอีกเหรอ?        

 ปริมสะดุ้งเล็กน้อยและหันไปเขาเดินมาถึงพอดีและเอื้อมมือมาช่วยกดอีกแฟ้มไว้ให้ จึงได้มองหน้าเขาในระยะใกล้ ปริมรู้สึกตื่นเต้นทันที แล้วรีบดึงแฟ้มให้ออก

         ปริม :  ขอบคุณค่ะ  ว่าอีกสักพักก็จะกลับค่ะ      ปริมกล่าวขอบคุณและตอบคำถามเสียงเรียบๆถือแฟ้มแนบอกไว้ เธอรู้ว่าเขาก็ยังไม่กลับ

ปริมรู้สึกตื่นเต้นมองหน้านนทวัชรแล้วหลุบต่ำรู้สึกเขิน  เพราะบรรยากาศที่เงียบของออฟฟิศและอยู่กันสองคนและเขาก็ยืนอยู่ใกล้ขนาดนี้ ปริมอดที่จะรู้สึกตื่นเต้นไม่ได้

        นนทวัชร :  ทานข้าวหรือยัง?            ถามเสียงเรียบปรกติแต่เป็นห่วง

        ปริม :  ยังไม่หิวค่ะ        พูดโดยไม่ได้มองหน้านนทวัชรแต่เสมองไปรอบๆออฟฟิศแทนไม่ใช่เพราะว่ากลัวแต่เป็นเพราะเขิน ทั้งคู่ยืนคุยกันตรงนั้นยังไม่ขยับไปไหน

        นนทวัชร :  ยังไม่หิวได้ไงมันสองทุ่มกว่าแล้ว..แล้วทำอะไรถึงอยู่ดึก?

        ปริม :  เอ่อ บัดเจ็ทงานจ๊อบใหม่น่ะค่ะ สองสามงาน

นนทวัชรทำหน้าฉงนเล็กน้อย

      นนทวัชร :  มันก็ไม่รีบนี่ทำตอนกลางวันก็ได้ก็น่าจะทำทันหรือว่ามีงานอย่างอื่นอีกที่นาวินเขาให้ทำ

       ปริม :  ยังไม่มีค่ะ มีเรื่องนี้เรื่องเดียว.แค่อยากทำให้เสร็จน่ะค่ะเผื่อจะได้มีเวลาดูเผื่อมีอะไรผิดพลาด

นนทวัชรถอนหายใจเล็กน้อย

       นนทวัชร : เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาทำต่อ       พูดเสียงอ่อนโยนลงมองปริมก็เห็นว่าก้มหน้าต่ำเกือบจะตลอด . สีหน้าและแววตาจึงเป็นประกายเล็กน้อยอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยตั้งใจยืนอยู่ตรงนั้นยังไม่ขยับไปไหน เพราะปริมกำลังเขิน

       ปริม :  เอ่ออ         คำที่ว่าเอ่อนั้นพูดพร้อมกับเหลือบขึ้นไปมองเขาก็เห็นเขามองอยู่ก็ยิ่งรู้สึกเขินมากขึ้นปริมรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าว เธอรู้ตัวว่าเพราะเขินอายเขานั่นเองหลุบตาลงต่ำทันที   “ ค่ะ “   ปริมขยับเพื่อจะเดินไปที่โต๊ะแต่นนทวัชรยังไม่ขยับปริมชะงักเหลือบขึ้นไปมองหน้านนทวัฃรอีกครั้ง           นนทวัชรยื่นมือมารับแฟ้มปริมรู้ตัวเลยส่งแฟ้มให้เขาเก็บแฟ้มเสร็จนนทวัชรค่อยขยับหลีกทางให้ปริม ปริมเดินไปที่โต๊ะทันทีโดยนนทวัชรมองตามหลังและอมยิ้มเล็กน้อย  ขณะที่ปริมเก็บเอกสารและของบนโต๊ะนนทวัชรก็ชั่งใจเล็กน้อยแล้วจึงพูด

       นนทวัชร :  …ไปทานข้าวกัน            พูดไม่เชิงว่าถามแต่ลองชวนให้ปริมตัดสินใจเองเพราะเขาก็เห็นว่าค่อนข้างดึกกว่าปริมจะขับรถกลับถึงบ้านก็คงใช้เวลาพอสมควร และเขาไม่เร่งรัดปริมไม่ว่าเรื่องใดๆ ปริมหันมามองนนทวัชรคิดเล็กน้อยก่อนตอบ

       ปริม :  เอ่ออ ไม่สะดวกค่ะ                    

       นนทวัชร :  ครับ                             รับคำสั้นๆ พยักหน้ารับทราบ

ปริมเก็บของบนโต๊ะเรียบร้อยแล้วและเตรียมกระเป๋ากำลังจะเปลี่ยนรองเท้าแตะ นนทวัชรมองดูที่เท้าปริมที่มีพลาสเตอร์แปะที่นิ้วเท้า เขาไม่ได้สังเกตุว่ามันขนาดนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้ๆถามด้วยความเป็นห่วง

       นนทวัชร :  ได้ทายาบ้างหรือยัง?      ปริมซี่งกำลังเก็บกระเป๋าอยู่ชะงักเล็กน้อยหันมา

       ปริม :  ทาค่ะ แต่มันก็..ยังไม่หายดีเท่าไหร่ ทาตอนก่อนนอน          พูดเสียงเบาลง

นนทวัชรพยักหน้าและขมวดคิ้วเล็กน้อยทำหน้าคิดไปด้วย  ปริมเห็นนนทวัชรทำหน้าฉงนก็พูดต่อ

       ปริม :  ก็..ตอนนอนก็ได้พักเท้ายา..ก็จะได้สมานแผลไง      ปริมพูดไปยังงั้นเอง จริงๆแล้วเป็นเพราะเขินไม่รู้ว่าจะพูดอะไรเพราะอยู่กับเขาสองต่อสองและบรรยากาศที่มันเงียบขนาดนี้และเขาขยับเข้ามาใกล้ ปริมทั้งพยายามบังคับเสียงและบังคับตัวเองว่าไม่ให้ตื่นเต้น 

แต่นนทวัชรยิ้มกับคำตอบของปริม คราวนี้ยิ้มกว้างแบบเห็นฟันไม่ใช่อมยิ้มแบบที่ทำให้เธอรู้สึกตะหงิดๆ  ปริมเผลอมองรอยยิ้มนั้น นนทวัชรก็มองปริมและรอยยิ้มหุบลงเล็กน้อยปริมรู้ตัวและเขินมากจึงรีบจะเปลี่ยนรองเท้า แต่นนทวัชรทักอีก

        นนทวัชร : แล้วจะเปลี่ยนรองเท้าทำไม ใส่ไปก็เจ็บ ใส่รองเท้าแตะก็ได้    คราวนี้ยิ้มน้อยลงแววตาอ่อนโยนด้วยความเป็นห่วง

ปริมชะงักอีกครั้งเหลือบมองเขา แล้วหลุบตาต่ำคิดสักครู่จึงไม่เปลี่ยนรองเท้า เอารองเท้าส้นสูงใส่ถุงกระดาษแล้วถือเอาพร้อมหยิบกระเป๋าเมื่อเสร็จเหลือบมองเขาอีกครั้งก็เขินแล้วรีบเดินเลี่ยงออกไปก่อน นนทวัชรอมยิ้มและเดินตามออกไป

………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………….

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.