นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบสอง

credit pic bloggang.com ตัดภาพบางส่วน

………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ………………………………..

      วันนี้ปริมกลับมาถึงบ้านค่อนข้างเร็วและยังไม่ได้นัดทานข้าวกับใคร..เพราะใครคนนั้นยุ่งตลอด เก็บกระเป๋าและกำลังเตรียมตัวจะไปอาบน้ำดลลี่ก็โทรมาชวนว่าวันเสาร์อยากไปดูเสื้อผ้าที่ร้านเดิมอีกเพราะชอบ ปริมตอบตกลงให้ดลลี่ขับรถมาหาที่บ้านและไปรถของปริมดลลี่ตอบตกลงคุยกันสักพักก็วางสายและเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างเครื่องสำอางค์ออก  เช็ดเครื่องสำอางค์เสร็จก็เอียงหน้าหันไปหันมาซ้ายขวาดูหน้าตัวเองในกระจกเพราะพักหลังๆแต่งหน้าจัดแล้ว..นึกไปถึงคำพูดของใครบางคนเมื่อตอนเย็น..ก็เขิน..อมยิ้มมองตัวเองอยู่หน้ากระจกแล้วก็เหลือบซ้าย.แลขวา..แล้วก็ลองยิ้มน่ารัก              ยิ้ม…. หุบยิ้ม

ยิ้มแรกยังไม่เต็มที่ ยิ้มใหม่อีกครั้ง ยิ้ม…. หุบยิ้ม  ยังไม่เต็มที่เท่าไหร่ยิ้มใหม่อีกที  ยิ้ม….หุบยิ้ม  เม้มปากเล็กน้อย..เขิน ยิ้มอีก ยิ้ม  มีเสียงเรียก เจ้! แต่ไม่ได้ยินเพราะอยู่ในโหมดยิ้มของตัวเองหน้ากระจก  หุบยิ้มแล้วเม้มปากอมยิ้ม หลุบตาต่ำก้มหน้าลงเล็กน้อยเพราะเขินตัวเองหน้ากระจก  แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองตัวเองหน้ากระจกอีกครั้ง 

ยิ้มใหม่อีกครั้งเต็มที่กว่าทุกครั้ง  ยิ้ม….. แล้วก็เอียงหน้าเล็กน้อยหันซ้ายหันขวาดูรอยยิ้มของตัวเอง    มีเสียงเรียกอีก นี่เจ้!  แต่ก็ยังไม่ได้ยิน  หุบยิ้มเพราะเขินตัวเองหน้ากระจกเม้มปากแล้วอมยิ้มหลุบตาต่ำอีกครั้ง….เขิน.. แล้วเหลือบมองกระจกอีกครั้ง ยิ้มเต็มที่อีกครั้ง ยิ้ม….. แล้วเอียงหน้าเล็กน้อยหันซ้ายหันขวาอีกทีเพื่อดูรอยยิ้มและหน้าของตัวเองเวลายิ้มอีกที…หันไปหันมาก็เหลือบเห็นในกระจกว่าใครบางคนยืนท้าวสะเอวทำหน้าไม่สบอารมณ์อยู่หน้าประตูห้องน้ำ

            ปาน :  มายืนแสยะยิ้มอะไรอยู่ได้หน้ากระจก เรียกตั้งนาน!      ปานทำเสียงต่ำเน้นๆแต่คำท้ายนั้นเสียงสูงเพราะโมโห   ปริมสะดุ้งเล็กน้อยทำหน้าหยีๆ 

            ปริม :   ว่าไง?                           ทำเสียงอ่อยๆหงอๆ ยิ้มเจื่อนๆ

            ปาน : ป๊ากับม๊าให้มาเรียกไปกินข้าว ถึงว่าเคาะประตูอยู่ตั้งนานก็ไม่เปิด เร็วๆด้วย! หิวข้าวแล้ว!   ปานพูดเสียงสูงเพราะโมโห   พูดเสร็จก็เดินออกไป

            ปริม :  จ้ะ                      หน้าเจื่อนๆเสียงอ่อยๆพูดตามหลังปานไป

ปริมรีบอาบน้ำและแต่งตัวแล้วลงไปทานข้าวงเพราะตั้งแต่กลับมาก็คุยกับดลลี่เพลินและล้างเครื่องสำอางค์ที่หน้าอีกเลยเสียเวลาพอสมควรเดี๋ยวปานจะโมโหเอาอีก

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

           เช้าวันต่อมาปริมมาถึงที่ทำงานหลังจากทานอาหารเช้าเสร็จก็ทำงานเลยเป็นปรกติ  เช้านี้นอก จากปริมกับป้าอ๋อยแล้วคนอื่นๆก็ยังไม่มีใครมาถึงที่ทำงานเลยแล้วก็มีคนเดินเข้ามา  ปริมตื่นเต้นใจเต้นตึกตักแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองเมื่อรู้ว่าคนนั้นหยุดและยืนอยู่ตรงหน้าแผนก  สักครู่เขาก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงด้านหน้าโต๊ะทำงานของปริม ปริมยืนขึ้นตั้งแต่ที่เห็นเขากำลังจะเดินเข้ามาแล้ว

            นนทวัชร :  วันนี้ทานอาหารเช้าหรือยัง?             ถามเสียงปรกติ อมยิ้มเล็กน้อยและแววตาเป็นประกายเล็กน้อยเช่นกัน

            ปริม :  ยังค่ะ…แต่เอามาด้วย                 พูดเสียงปรกติทำหน้าเหลอหลาเพราะเขิน  เหลือบมองเขาแล้วก้มหน้าต่ำเล็กน้อยเหลือบไปทางอื่น

            นนทวัชร : ไม่ได้จะมาชวนไปทานข้าวหรอก       พูดเสียงปรกติเย้าแหย่เล็กน้อย อมยิ้ม  ปริมเหลือบกลับไปมองเขาทันที ทำทีเป็นทำสายตาเหวี่ยงแบบงอนนิดๆใส่ เม้มปาก  นนทวัชรพูดต่อ         “ แต่..จะชวนไปทานมื้อค่ำพรุ่งนี้.ครับ “    พูดเสียงเบาลง อมยิ้มเล็กน้อยและมองหน้าปริม รอคำตอบ

แววตาปริมเป็นประกายเม้มปากเล็กน้อยเพราะเขินมองหน้าเขาแล้วเสมองไปทางอื่น คิดเล็กน้อย 

            ปริม :  ค่ะ                 ตอบเสียงเบา แล้วเหลือบกลับไปมองหน้าเขาอีกครั้ง ก็เห็นเขายิ้มกว้าง ปริมอมยิ้มแต่ไม่หลบสายตา

            นนทวัชร :  ครับ             ยิ้ม และยังมองปริม ปริมเสมองไปทางอื่นจึงเดินไปที่ห้องทำงาน ปริมมองตามหลังเขาไปเม้มปากเล็กน้อยเขินอายแล้วนั่งลงทำงานต่อ

สักครู่ป้าอ๋อยก็เดินออกมาทำความสะอาดตรงบริเวณโต๊ะทำงานของพนักงานและตรงทางเดิน ปริมจึงเหลือบมองก็เห็นป้าอ๋อยยิ้มให้ปริมก็ยิ้มตอบ แอบกังวลเล็กๆว่าป้าอ๋อยจะได้ยินหรือเปล่านะ ถอนหายใจเบาๆก็ทำงานต่อ

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

ฃ่วงสายอัญชนามารับนุชนันท์ที่บ้านแล้วไปทำบุญถวายสังฆทานและให้อาหารปลากัน ไปวัดที่ไม่ไกลจากบ้านนุชนันท์นักจะได้สะดวกถวายสังฆทานเสร็จก็ไปให้อาหารปลาที่แม่น้ำข้างวัด  ทั้งสองคุยกันเรื่องทั่วไปปรกติตามประสา นุชนันท์ขอบคุณอัญชนาที่ครั้งก่อนให้คนเอาแหนมเนืองมาให้อัญชนาบอกว่าวาสเป็นคนทำหากตานนท์มีเวลาว่างทำแหนมเนืองให้ทานอีกจะชวนไปทานที่บ้านด้วยกัน   อัญชนายังบอกนุชนันท์ให้ทราบด้วยความดีใจอีกว่าพรุ่งนี้ตานนท์กับปริมมีนัดทานมื้อค่ำด้วยกัน            นุชนันท์ ยิ้มดีใจเช่นกันเมื่อทำบุญกันเสร็จก็ชวนกันไปหาอาหารรับประทานต่อด้วยความอารมณ์ดีกันทั้งคู่

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

วันนี้ที่แผนกก็เหลือปริมกับอั๋นสองคนเช่นเคยเพราะคนอื่นไปที่หน้างานของลูกค้า สายๆ นนทวัชรออกไปดูที่หน้างานของลูกค้าสมทบกับคนอื่นและกลับเข้ามาตอนบ่ายสามโมง  ราวสี่โมงเย็นขณะที่ปริมกำลังจะเดินไปถ่ายเอกสารเมื่อเดินออกมาตรงหน้าแผนกก็ชะงัก.. สิริมาเดินมาถึงตรงหน้าแผนกอินทีเรียพอดี สิริมาเองก็ชะงักเล็กน้อย  ปริมยิ้ม สิริมาก็ยิ้มเช่นกัน

            ปริม :  สวัสดีค่ะ            ยกมือไหว้ทักทาย  ยิ้ม

            สิริมา :  สวัสดีค่ะ          พยักหน้าพร้อมกับยิ้มตอบ       “ พี่แวะมาเยี่ยมคุณนนท์น่ะค่ะ “  

           ปริม : ค่ะ  เชิญค่ะ        ยิ้มพร้อมกับผายมือให้สิริมาเดินเข้าไปด้านในห้องทำงานของนนทวัชร

สิริมาพยักหน้าและยิ้มให้แล้วเดินเข้าไปด้านใน ปริมมองตามเล็กน้อยราวหนึ่งสัปดาห์ได้แล้วมั้งที่ไม่เห็นคุณไหมสีหน้าท่าทางที่มาวันนี้เธอดูสดใสขึ้น  ปริมนิ่งคิดเล็กน้อยแล้วก็ เอ๊ะ! แล้วทำไมต้องบอกตัวเองว่ามาเยี่ยมคุณนนท์   ปริมทำเหลอหลาเล็กน้อยหันไปข้างหลังก็เห็นแต่อั๋นคนเดียวดีนะที่อั๋นยุ่งอยู่แล้วจึงเดินไปถ่ายเอกสาร

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังนนทวัฃรตอบรับเชิญให้เข้ามาเป็นปรกติ  เมื่อประตูถูกเปิดออกและเห็นว่าใครเดินเข้ามาก็ชะงักไปเล็กน้อยแล้วก็ปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นปรกติและลุกขึ้น ไม่ใช่เพราะว่าเลิกคบกับไหมแต่ตั้งแต่วันนั้นเขากับไหมก็ไม่ได้ติดต่อกัน แน่นอนเขาเงียบไปเพราะอยากให้เวลาเธอคิด และที่เห็นสีหน้าท่าทางเธอที่มาวันนี้ก็คิดว่าความรู้สึกของไหมคงดีขึ้นแล้ว  เธอยิ้มหวานให้เหมือนเดิม

            นนทวัชร :  ไหม  หวัดดีครับ                          ทักทายปรกติ ยิ้ม

            สิริมา :  หวัดดีค่ะ  งานยุ่งหรือเปล่าคะ?        ถามปรกติ เพราะพยายามปรับตัวให้เป็นปรกติ

            นนทวัชร :  เอ่ออ.ครับ แต่ว่าคุยได้  นั่งก่อนสิครับ              ยิ้ม

            สิริมา  :   ค่ะ     สิริมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามนนทวัชร    “ เอ่อ ไหมมาที่ออฟฟิศคุณนตน่ะค่ะก็เลยแวะขึ้นมาเยี่ยมนนท์ ตอนแรกว่าจะไม่ขึ้นมาเห็นคุณนตบอกว่าให้นนท์ออกแบบตกแต่งออฟฟิศใหม่ให้เกรงว่าจะยุ่งมาก แต่ไหนๆก็มาแล้วก็เลยแวะขึ้นมาน่ะค่ะ “              พูดไปยิ้มไป 

           นนทวัชร :  ครับ คุณนตให้ช่วยดูให้กับทำหน้าร้านอีกสามที่  แต่คุยได้ครับหากไหมมาก็แวะขึ้นมาคุยได้       พูดปรกติยิ้ม     “ แล้ว..เรื่องทำร้านขนมเป็นไงบ้าง? “

           สิริมา :  ก็..พึ่งจะหาคนเข้าไปทำร้านให้ได้น่ะค่ะ คงใช้เวลาสักพัก ไหมกับเพื่อนก็จะช่วยกันดูแลน่ะค่ะ

            นนทวัชร : ครับ                            อมยิ้ม  

สิริมาก็ยิ้มเก้ๆกังๆ นิ่งไปครู่

            สิริมา :  แต่..วันนี้ไหมไม่มีขนมมาฝากนะคะ                  พูดพร้อมกับยิ้ม

           นนทวัชร :   ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องซื้อมาก็ได้                  พูดแบบยิ้มๆขำๆเล็กน้อย 

 เพราะเขาก็รู้สึกว่าบรรยากาศมันเก้ๆกังๆ แก้เขินกันไป  แต่ไม่ใช่เขินแบบความรัก เขินเพราะพยายามปรับตัวให้เป็นปรกติและเป็นเพื่อนกันต่อไปเหมือนเดิม

           นนทวัชร :  คุณนตเล่าให้ฟังเหมือนกันว่าไหมถามเรื่องผ้าอาจจะเอางานเก่าของครอบครัวกลับมาทำ     

          สิริมา :  ค่ะ ก็เลยแวะเข้ามาดูแคตตาล็อกผ้า และก็มาขอนัดคุณนตเธอเพื่อเข้าไปที่โรงงานน่ะค่ะ 

           นนทวัชร :  ออ ครับ       พยักหน้ารับทราบ นิ่งไปครู่ หน้าเรียบๆ    “  หากมีอะไรให้ช่วย ก็บอกนะครับ“            พูดเสียงอ่อนโยนลงและมองหน้าสิริมาเพื่อบอกความรู้สึกสิ่งที่พูดจริงๆ

          สิริมา :  ค่ะ                 ยิ้มรับในความรู้สึกนั้นของนนท์เพราะที่เธอเห็นนั้นสอดคล้องกับคำพูดเขา  “ อืมม นี่ก็..แสดงว่ายังไม่ได้ไปเที่ยวต่างหวัดเลยนะสิคะ ตั้งแต่ที่ไหมเคยชวน ยุ่งตลอด “    พูดยิ้มๆ

            นนทวัชร :  ครับ                   ยิ้มรับ 

            สิริมา :  พักผ่อนบ้างนะคะ  ไหมไม่รบกวนดีกว่า ไหมกลับนะคะ      พูดไปยิ้มไปและพูดเสร็จก็ยิ้มหวานให้ปรกติ   

           นนทวัชร : ครับ  ขอบคุณที่เป็นห่วง           พูดเสียงปรกติแต่ต่ำลง  และลุกขึ้นยืนส่งสิริมาจนประตูห้องถูกปิดลง

นั่งลงก็อมยิ้มเล็กน้อย รู้สึกว่าโล่งใจขึ้นที่ไหมทำใจได้ แล้วทำงานต่อ

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

ปริมกลับมาถึงบ้านตอนเกือบสามทุ่มเพราะงานเริ่มยุ่งมากขึ้นเนื่องจากงานแต่ละโปรเจคกำลังเดินหน้า วันนี้ก็ไม่ทานอาหารเย็นเพราะไม่รู้สึกหิว..และพรุ่งนี้มีนัดทานอาหารเย็นกับเขา อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็นั่งเอนตัวที่เตียงนอนคิดอะไรหลายอย่างตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา ยิ้มๆเขินๆไปคนเดียว  สักครู่ก็มีเสียงเคาะประตูปริมขมวดคิ้วเพราะไม่ใช่ปานแน่ๆแล้วก็เดินไปเปิดประตู

            ปริม : ม๊า       ยื้มเล็กน้อย  แล้วมองซ้ายมองขวาว่าป๊ามาด้วยหรือเปล่า

            นุชนันท์ : จะพักผ่อนหรือยังลูก             ถามยิ้มๆพร้อมกับเดินผ่านประตูเข้ามาในห้องของลูกสาว ถือแก้วนมมาด้วยแล้วเอาไปวางที่โต๊ะทำงานของลูก  แล้วยืนคุย

           ปริม : ยังค่ะ พึ่งอาบน้ำเสร็จเมื่อครู่

           นุชนันท์ : วันนี้ไม่มีงานกลับมาทำที่บ้านเหรอ?         ถามยิ้มๆ

            ปริม : ไม่มีค่ะ ปริมยังไม่ยุ่งเท่าไหร่..เหมือนคนอื่นเขา        ยิ้ม 

           นุชนันท์ : ไม่มีอะไร ม๊ามาถามว่าทำงานมาสองอาทิตย์แล้วเป็นไงบ้าง?     ยิ้ม

            ปริม : ก็..สบายค่ะ  คนอื่นเขายุ่งกันหมดมีแต่ปริมที่ค่อนข้างว่างอยู่คนเดียว     พูดเสร็จก็ยิ้ม

นุชนันท์ขำเล็กๆ

            นุชนันท์ :  จ้ะ  งั้นก็พักผ่อนเถอะ ม๊าไม่กวนละ ม๊าแค่เอานมมาให้                ยิ้ม

            ปริม : ขอบคุณค่ะ             ยิ้มแล้วเดินไปส่งแม่หน้าประตู เมื่อปิดประตูเสร็จก็นิ่งเล็กน้อยแล้วยิ้ม สงสัยม๊าคงอยากถามความเคลื่อนไหวแต่ไม่กล้าถามมาก แล้วก็เดินมาดื่มนมที่วางบนโต๊ะแล้วเปิดโน้ตบุ๊คใช้ในอินเตอร์เน็ตก่อนนอนดีกว่า..

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

ห้าทุ่มเศษๆนนทวัชรกลับมาถึงบ้านพ่อกับแม่ก็รออยู่เหมือนเคย วันนี้หลังออกจากออฟฟิศก็แวะเข้าไปที่ร้านเพราะสองสามวันมานี้ให้นุเข้าร้านคนเดียวเลยชดเชยให้เพื่อนบ้าง

          อัญชนา : กลับมาแล้วเหรอลูก ดื่มอะไรหน่อยมั้ย ท่าทางเหนื่อยๆ          ยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชาย

          นนทวัชร : ขอบคุณครับ แต่ไม่รบกวนคุณแม่ดีกว่า เดี๋ยวจัดการเองครับ         ยิ้มให้คุณแม่       อัญชนายิ้ม

          วัชรพงษ์ : แล้วโอเคมั้ย?                                 หันมาถามลูกเรื่องร้าน

          นนทวัชร : โอเคครับ เดิมๆไม่มีอะไร       ยิ้มให้คุณพ่อคุณแม่       “ ไม่ต้องรอผมก็ได้นะครับมันดึกมากคุณพ่อกับคุณแม่พักผ่อนเถอะครับ “

          อัญชนา : ได้ไง ไม่รอลูกแล้วจะให้รอใคร แม่มีลูกชายคนเดียว                ยิ้ม

          นนทวัชร : คุณพ่อกับคุณแม่ก็ต้องการการพักผ่อนเยอะๆเช่นกันนะครับ รักษาสุขภาพ       ยิ้ม

          วัชรพงษ์ : ไม่ได้ว่าพ่อแก่ใช่มั้ย?        หันขวับมาทันทีทำเป็นเคือง    อัญชนายิ้มๆส่ายศีรษะ        นนทวัชรยิ้มกว้าง

          นนทวัชร : ไม่ใช่ครับผมเป็นห่วง ไม่อยากให้มานั่งรอกันดึกๆ          ยิ้ม  วัชรพงษ์ยิ้ม

          วัชรพงษ์ : ก็ว่าอย่างนั้นล่ะ เพราะแม่เขาก็ไม่เคยพูดว่าพ่อแก่           พูดเสร็จก็หัวเราะขำๆ    

 อัญชนาหันไปมองค้อน  นนทวัชรยิ้ม เมื่อสามีพูดเสร็จก็ส่ายศีรษะทำเป็นไม่ยี่หระ แล้วพูดกับลูก

          อัญชนา : ขึ้นไปอาบน้ำแล้วพักผ่อนเถอะลูก               ยิ้ม

          นนวัชร : งั้นผมขอตัวนะครับ                ยิ้มให้คุณแม่กับคุณพ่อ และก็ขึ้นไปบนห้องอาบน้ำแต่งตัวเสร็จเตรียมจะเข้านอนเลยหยิบโทรศัพท์มาดูข้อความราตรีสวัสดิ์เล็กน้อย ยิ้มแล้วก็เข้านอน

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

            เช้าวันศุกร์ปริมตื่นแต่เช้าเช่นเคยอาบน้ำเสร็จและจะแต่งตัวแต่เหมือนเสื้อผ้าสวยทุกชุดทำไมเลือกไม่ถูกว่าจะใส่ชุดไหน ปริมเลือกแล้วเลือกอีกอย่างรีบๆไหนจะแต่งหน้าทำผมอีกเกรงจะไปทำงานสายและ..ก็เลือกได้ ปริมวีดีโอคอลถึงดลลี่ ดลลี่สะดุ้งตื่นเพราะมีสายเข้าแต่เช้าก็งัวเงียๆ ปริมปรึกษาดลลี่เรื่องแต่งหน้าและทำทรงผมให้เข้ากับชุดที่เลือกดลลี่ตาสว่างทันที  มาถึงที่ทำงานช้ากว่าปรกติไปยี่สิบนาทีแต่ก็ยังถือว่าเช้าอยู่เพราะยังไม่เห็นใครอื่นนอกจากป้าอ๋อยซึ่งกำลังทำความสะอาดบริเวณโต๊ะทำงานของพนักงานแผนกต่างๆวันนี้รถคงติดมาก วันนี้คุณนาวินกับน้องในแผนกนักออกแบบหลายคนไม่เข้าออฟฟิศเพราะออกจากบ้านก็ตรงไปที่หน้างานของลูกค้าเลย

สายๆขณะที่ปริมกำลังนั่งทำงานอยู่ยศนันท์ก็มาพบนนทวัชร ปริมไม่ได้ใส่ใจเพราะตอนนี้ยศนันท์จ้างนนทวัชรให้ ออกแบบตกแต่งออฟฟิศให้คงมีงานต้องคุยต้องติดต่อกันมากขึ้น  สักครู่ทั้งคู่ก็เดินออกมา นนทวัชรเรียกอั๋นให้ตามลงไปที่ชั้นสามยศนันท์กับอั๋นลงไปก่อน นนทวัชรเดินเข้ามาคุยกับปริมเล็กน้อยว่าคุณนตโอเคเรื่องสัญญา   ให้ลงรายละเอียดอื่นๆไปก่อนเรื่องราคาจะแจ้งให้ทราบภายหลัง ปริมรับทราบว่าค่ะแล้วเขาก็เดินออกไป ปริมนั่งลงทำงานสักครู่ก็มีเสียงข้อความแชทดังจึงหยิบโทรศัพท์มาดูเพราะเสียงแชทนั้นเป็นแชทของเขา เขาแชทมาบอกชื่อร้าน ที่อยู่และเวลา อ่านเสร็จก็อมยิ้มแล้วเหลือบตาขึ้นไปมองด้านหน้ารอบๆดูเพื่อนร่วมงานแผนกอื่นก็เห็นว่ามีแต่คนยุ่งๆไม่เห็นมีใครมองมา หันไปข้างหลังก็ไม่มีใครเพราะอั๋นก็พึ่งลงไปจึงทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วทำงานต่อ

 ตอนเที่ยงปริมก็ทราบว่านนทวัชรออกไปทานข้าวกับยศนันท์แต่อั๋นก็ไปด้วย  คงไม่ต้องเลี้ยงข้าวตอบแทนที่จ้างงานอีกหรอกมั้ง ปริมคิดในใจแต่ไม่เคืองเท่าไหร่เพราะดูท่ายศนันท์จะกวนประสาทเธอมากกว่า แต่คิดไปคิดมาปริมก็คิดว่าแล้วตัวเราเองเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วก็ถอนหายใจ

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

ตอนเย็นปริมขับรถมาถึงร้านที่นนทวัชรจองยืนรอสักครู่เขาก็ขับรถเข้ามาจอดเดินลงจากรถและเดินมาหา   ปริมยืนมองดูเขาที่กำลังเดินมาหาอมยิ้มเล็กน้อยอย่างเขินๆใจเต้นแรงเขามองพร้อมกับยิ้มให้ตลอดระหว่างเดินมาหา ทั้งคู่เดินเข้าไปในร้านพร้อมกันนั่งลงที่โต๊ะสักครู่หนึ่งเครื่องดื่มและอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ  ปริมเขินมากแต่เขาดูปรกติ นนทวัชรตักอาหารใส่จานให้ปริม

            นนทวัชร : เชิญครับ                   พูดสุภาพปรกติพร้อมกับยิ้มให้

           ปริม : ขอบคุณค่ะ        พูดเสียงเบา  มองหน้าเขาเล็กน้อยแล้วมองต่ำที่อาหารในจานที่เขาตักให้

           นนทวัชร :  ร้านอยู่ไกลบ้านสักหน่อย  แต่เดี๋ยวขับรถตามไปส่ง      ชวนคุยเพื่อสร้างความคุ้นเคย

           ปริม :  ไม่เป็นไรค่ะดิฉันกลับได้            

นนทวัชรนิ่งคิดเล็กน้อย

           นนทวัชร : ครับ          รับคำสั้นๆ ยิ้มมองปริม   ปริมก็มองแต่ยังไม่ตักอาหารทาน ทำให้เขาเองก็เริ่มรู้สึกเขินขึ้นมาบ้างเล็กน้อย     “ เชิญครับ “    พูดยิ้มๆ 

 ปริมก็ยิ้มเขินๆและตื่นเต้นเลยตักอาหารให้เขาบ้าง ต่างคนต่างยิ้มให้กัน แล้วก็ทานอาหารไป นนทวัชพยายามชวนคุยเพราะปริมกลายเป็นคนเงียบๆไปถามคำตอบคำ หรือคงจะเขิน

           นนทวัชร : แล้วพรุ่งนี้จะพักผ่อนอยู่ที่บ้านเหรอ?

           ปริม :  จะไปที่ร้านคุณนตกับดลลี่ค่ะเขาชอบเสื้อผ้าร้านคุณนต               ยิ้มเล็กน้อย

           นนทวัชร :  ครับ                       ทำหน้าเหลอหลาเล็กน้อย

 ปริมอมยิ้ม 

           ปริม : คงจะไม่บังเอิญเจอกันหรอกค่ะ            หุบยิ้มลงเล็กน้อยและทำเหลอหลา

 นนทวัชรยิ้มกว้าง

           นนทวัชร :  ใครบอกว่าบังเอิญ          ยิ้ม       ปริมอมยิ้ม เม้มปากเล็กน้อยมองหน้าเขาแบบเขินๆ    “ พรุ่งนี้จะเข้าร้าน..แต่ไม่ใช่ที่ห้างนั้น“    

           ปริม :  ค่ะ                     ยิ้มให้เขาจ้องเล็กน้อยเพระรอยยิ้มของเขา แล้วก้มหน้าทานอาหารต่อ นนทวัชรมองแล้วทานอาหารเช่นกัน

บรรยากาศเป็นไปแบบเก้ๆกังๆบ้างเพราะปริมเขินแต่ก็รู้สึกถึงความรู้สึกในลึกๆว่ามีความสุข.และใจเต้นแรง.

ปริมกลับมาถึงบ้านตอนสี่ทุ่มดพ่อกับแม่ก็รออยู่เช่นเคยคุยกันเล็กน้อยก็ขึ้นห้องมานั่งยิ้มเขินมีความสุขอยู่ในห้องคนเดียว

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

            วันเสาร์นนทวัชรกับพิษณุเข้าไปที่ร้าน พิษณุนั่งทำงานก็นั่งเหลือบเพื่อนไปเป็นระยะๆเห็นเพื่อนมีความสุขแสดงออกทางสีหน้าฃัดเจน แม้เพื่อนไม่ได้บอกก็รู้ว่าเพราะอะไรเพียงแต่ยังไม่รู้รายละเอียด

            พิษณุ :  มีอะไรดีๆเพิ่มเติมที่ฉันยังไม่รู้เหรอ?              ถามเสียงต่ำๆ ทำหน้าไม่ยิ้ม จ้องนนทวัชร

            นนทวัชร : เล็กน้อย                ทำงานไปพูดยิ้มๆเล็กน้อยไปไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

           พิษณุ : แหม..อยู่ดีๆก็มีคู่หมายปุ๊บ  อย่าบอกนะว่าจะแต่งปั๊บ            นนทวัชรยิ้ม

           นนทวัชร :  เปล่า เมื่อคืนไปทานอาหารเย็นกับปริมมา       พูดยิ้มๆทำงานไปยังไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

           พิษณุ :  หืม…..  ( ลากเสียงยาว ) นี่ขนาดดินเนอร์นะเนี่ย! หากคุณปริมรับหมั้นคงต้องปิดร้านทุกสาขาฉลองแล้วมั้ง         แซวเพื่อนและทำหน้าล้อเลียนเพื่อนเล็กน้อย   นนทวัชรยิ้มกว้างและขำๆมองหน้าเพื่อน พิษณุเองก็ยิ้มที่เห็นเพื่อนมีความสุข    “ แล้วทำไมวันนี้ไม่ไปเดทอีกล่ะ “  ถามต่อเสียงปรกติ

            นนทวัชร : พรุ่งนี้                พูดเสร็จก็ยิ้มเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อน พิษณุอมยิ้มแบบเบะปากและหลี่ตาทำเป็นมองเพื่อน     “ ยิ้มอะไรแบบนั้น “      แล้วก็ขำนิดๆ

           พิษณุ :  ก่อนหน้าทำเป็นยึกๆยักๆ อมพะนำ แต่ตอนนี้..เร่งเครื่องใหญ่เลยนะ     แซวเพื่อนต่อ    ยิ้ม     นนทวัชรยิ้มอีก

           นนทวัชร :  เอ้า แล้วรออะไร        อมยิ้มจ้องหน้าเพื่อนบ้าง พิษณุก็ยังยิ้มยังไม่เข้าใจความหมาย    “ รออะไร “   ยังจ้องหน้าถามอีกเพื่อสะกิดเพื่อนในสิ่งที่ตัวเองพูด พอพิษณุเดาความหมายออกก็ทำหน้าเหลอหลา

           พิษณุ :  อะไร!          ทำเสียงเข้มแกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้    

นนทวัชรอมยิ้ม จ้องหน้าเพื่อนอีกครู่หนึ่งก็ก้มลงทำงานต่อ   พิษณุเลยหุบยิ้มมองเพื่อนแล้วทำเป็นมองไปทางอื่นหน้าเหลอหลา

นนทวัชรสะกิดพิษณุเรื่องยศนันท์ เพราะรู้ว่าเพื่อนชอบคุณนตอยู่ แม้นุจะรู้ว่าเขารู้สึกกับคุณนตแบบเพื่อนแต่ก็ยังไม่กล้าจีบคุณนต อาจจะเป็นเพราะความเป็นตัวของตัวเองของคุณนตและนิสัยขี้อายของนุก็ส่วนหนึ่ง

พิษณุนั่งทำงานไปเหลือบเพื่อนไปแบบไม่ไว้วางใจว่าจะถูกแซวอีกไหม แต่ก็เห็นเพื่อนนั่งทำงานไปแบบมีความสุขก็ชักจะเริ่มรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาบ้าง  ลักษณะอาการแบบนี้ของนนท์ไม่ได้เป็นแบบนี้มานานตั้งแต่เรียนมัธยม ตอนที่คบกับไหมก็แตกต่าง นนท์สดใสอย่างมากคงไม่ใช่เพราะว่ามีแฟนเด็กหรอกมั้ง. เม้มปากแบบหมั่นไส้ใส่เพื่อนแล้วถอนหายใจและมีเสียงฮึในลำคอ

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

            ปริมกับดลลี่มาที่ร้านเสื้อของยศนันท์อีก ดลลี่กระดี๊กระด๊าตามเคยเมื่อมาถึงปริมก็เหลือบๆมองไปรอบๆร้านเพื่อดูว่ายศนันท์อยู่ไหม เมื่อไม่เห็นก็ช่วยดลลี่เลือกเสื้อผ้า

            ปริม :  จะหันมาใส่กระโปรงแล้วเหรอ?                     ทำเป็นแซวเพื่อน

            ดลลี่ : อื้มม                                เลือกไปเพลินๆตอบไปโดยไม่มองหน้าปริม   ปริมฉงน

            ปริม : จริงเหรอ?                      

            ดลลี่ :   จะไว้ผมยาวด้วย              เงยหน้าขึ้นมาจีบปากจีบคอพูดแล้วยิ้ม แล้วเลือกต่อ ปริมยิ้มมองดลลี่ที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่อะไรก็แล้วแต่ความสุขของเพื่อน  แล้วจึงช่วยเพื่อนเลือกเสื้อผ้ากันอย่างอารมณ์ดี

            ยศนันท์ : สวัสดีค่ะน้องปริม              ยิ้ม 

ปริมชะงักคิดว่าจะไม่เจอแล้วนะเนี่ย  ดลลี่ก็ชะงักและมองดูยศนันท์เพราะสวย

            ปริม :  สวัสดีค่ะ                           ทำเสียงต่ำๆ ยิ้มเล็กน้อยและมอง

            ยศนันท์ : ดีใจจังที่เจอน้องปริม. กับเพื่อน      พูดพร้อมกับยิ้มกับปริมพร้อมกับหันไปทางดลลี่ด้วย  ดลลี่ทำหน้ายิ้มๆแบบแหยๆรับ  ปริมยังเฉยและมองอยู่      “ ให้พี่ช่วยแนะนำนะคะ “   

            ดลลี่ :  เอ่อ  คุณเป็นเจ้าของร้านเหรอคะ?       ไม่จีบปากจีบคอพูด หยุดกระดี๊กระด๊า  ถามแบบสงสัยเล็กน้อย

            ยศนันท์ : ใช่ค่ะ                      ยิ้มอย่างมีไมตรีกับดลลี่

            ดลลี่ : อ่อค่ะ  ทำเองเหรอคะ สวยทุกชุดเลยนะคะ           เริ่มกระดี๊กระด๊าเล็กน้อย                        

ยศนันท์จึงเดินเข้าไปช่วยแนะนำเสื้อผ้าให้กับดลลี่ ปริมเดินเลี่ยงออกและยืนอยู่เฉยๆมองดูทั้งคู่สักครู่หนึ่งก็ไปนั่งรอ  ดลลี่เหลือบยศนันท์อยู่เป็นระยะๆด้วยความทึ่งเล็กน้อยเวลาถามแล้วเธอตอบคำถามและอธิบายก็ทำปากหวอๆ พยักหน้าออๆไปด้วย  ดลลี่เลือกชุดได้สี่ชุดกับรองเท้าส้นสูงอีกสามคู่ ก็จะชำระเงินแต่ยศนันท์บอกว่าลงบัญชีคุณนนท์ไว้ แต่ดลลี่ปฏิเสธเพราะว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของตัวเองและยืนยันที่จะจ่ายยศนันท์จึงไม่ปฏิเสธ

            ยศนันท์ : ขอบคุณมากคะ               ยิ้มขอบคุณจริงใจยื่นใบเสร็จรับเงินพร้อมกับถุงกระดาษที่ใส่สินค้าให้ 

            ดลลี่ :  ค่ะ                       ดลลี่ก็ยิ้มประทับใจในการบริการและเอาใจใส่ของยศนันท์    ปริมลุกขึ้นและเดินเข้ามาหาดลลี่เมื่อเห็นว่าธุระใกล้เสร็จแล้ว     ” ป่ะ “      หันไปทางปริม

            ปริม :  ขอบคุณค่ะ            พูดขอบคุณยศนันท์ที่บริการดลลี่ด้วยตัวเองแสดงออกทางสีหน้าเล็กน้อยแต่ไม่ยิ้ม

            ยศนันท์ : ค่ะ                  ยิ้มหวานรับ   

ดลลี่กับปริมก็เดินออกไปและสวนกับกฤษณะที่กำลังเดินเข้ามา  กฤษณะมองปริมเล็กน้อยตามประสาผู้ชายเจ้าชู้แต่ปริมไม่ได้สนใจ

            กฤษณะ : สวัสดีครับคุณนต

 ยศนันท์ซึ่งมองเห็นอยู่แล้วตั้งแต่ที่กฤษณะเดินเข้ามาก็ยิ้มต้อนรับตามมารยาท

            ยศนันท์ :  สวัสดีค่ะ                                   ยิ้ม ทักทายปรกติตามมารยาท

            กฤษณะ : ดูแลลูกค้าด้วยตัวเองเลยเหรอครับ              อมยิ้มเจ้าชู้

            ยศนันท์ : ก็.บ้างน่ะค่ะหากอยู่ร้าน .ก็ออกมาดูลูกค้าบ้าง        อมยิ้ม

            กฤษณะ : ครับ      รับคำพร้อมกับพยักหน้ารับทราบ       “ วันหยุดแบบนี้ก็อยู่ที่ร้านทั้งวันเหรอครับ? ” 

           ยศนันท์ : ก็แล้วแต่ค่ะบางทีก็เข้าออฟฟิศบ้างนัดกับเพื่อนบ้าง  ยิ้ม ถามกลับบ้าง    “ วันนี้ก็มาทำธุระเหรอคะ? ”       

            กฤษณะ : ครับ     อมยิ้มเล็กน้อย      “ ธุระเสร็จแล้ว..ก็เลยจะมาชวนคุณนตไปทานข้าวน่ะครับ..หากว่าง “        ชวนตรงๆไม่อ้อมค้อมให้เสียเวลา ไม่คาดหวังกับคำตอบ

            ยศนันท์ : ต้องขอโทษด้วยนะคะ วันหยุดลูกค้าจะเยอะเลยไม่สะดวกน่ะค่ะ          ยิ้ม

            กฤษณะ :  ไม่เป็นไรครับ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ หวังว่าคงไม่ปฏิเสธนะครับ   ยิ้มเล็กน้อย มองยศนันท์ด้วยสายตาแบบกดดันเล็กๆ        

ยศนันท์อมยิ้มและมองหน้ากฤษณะเฉยๆไม่ได้ตอบรับ กฤษณะจึงพูดต่อ  

            กฤษณะ :   อืม.งั้นผมไม่รบกวนคุณนตเอาไว้ครั้งหน้ามาอีกค่อยมาคุยกับคุณนตใหม่ ไว้เจอกันนะครับ “    อมยิ้ม แววตาเจ้าชู้ยังเหมือนเดิม คิดว่าไว้ค่อยรุกต่อเรื่อยๆแม้จากท่าทีของเธอก็ดูท่าว่าจะยากสักหน่อยแต่..น่าสนใจ   

 ยศนันท์ยิ้มและรับคำว่า ค่ะกฤษณะก็เดินออกไป  ยศนันท์มองตามหลังกฤษณะไปพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อย เพราะเธอเคยเห็นกฤษณะที่ร้านของสาวสวยที่เขาควงอยู่เลยลองๆไปเดินดูที่ร้านนั้น และสอบ ถามจากพนักงานในร้านของเธอเผื่อจะรู้หรือได้ยินอะไรเรื่องของใครมาบ้างเลยทราบว่าเขาควงอยู่กับสาวสวยคนนั้นและเปิดร้านให้

ดลลี่กับปริมเดินออกมาจากร้านยศนันท์ก็เดินคุยกันไปเพื่อจะไปทานอาหารที่ร้านของนนทวัชร

            ปริม : ปลื้มเหรอจ๊ะ?               ทำเป็นถามเพื่อนแบบแซวๆ เพราะเห็นมองยศนันท์อย่างทึ่งๆ

            ดลลี่ : ก็เล็กน้อยเขาเก่งดีนะ        ยิ้ม   ปริมทำเป็นยิ้มเหลอหลา    “ คู่แข่งเหรอ? ”    เอียงหน้าเล็กน้อยจีบปากจีบคอถามยิ้มๆเชิงเย้าแหย่เพื่อน  ปริมหุบยิ้มและทำเป็นหน้างอ

             ปริม :  เรื่องอะไร?                 ทำไม่รู้ไม่ชี้         ดลลี่ยิ้มแล้วจีบปากจีบคอพูดต่อ

            ดลลี่ :  ก็..หืมม..ถึงอยากจะเปลี่ยนลู้ก  ( ลุ๊ค )         ยิ้มเอียงหน้าทำเป็นแซวเพื่อน ในความหมายคือลุ๊คของปริมใกล้เคียงกับยศนันท์และเรื่องของนนทวัชร

            ปริม : ไม่ใช่ซะหน่อย!  พึ่งเจอกับเขาวันแรกที่ไปทำงาน                ทำหน้างอ

            ดลลี่ :  เฮอะๆๆ  แหม.แซวเล่นหรอกน่า       อารมณ์ดีต่อ ได้แซวเพื่อนเล็กน้อย    “ แต่สูสีนะ เฮอะๆๆ “      ยังแอบหยอดต่อและทำเป็นหัวเราะ    ปริมอมยิ้มทำเป็นเชิ่ดเล็กน้อย 

            ปริม :  หืมมม แล้ว.ที่มาวันนี้ล่ะจ๊ะ?              ยิ้ม เลียนแบบท่าทางเอียงคอของดลลี่ทำเป็นแซวกลับบ้าง     

            ดลลี่ : ก็.แหม  เฮอะๆๆๆๆ           ทำเป็นเขินและหัวเราะและอมยิ้มแบบเบะปาก    “ เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า..เมื่อคืนน่ะ “     ยิ้มเอียงหน้ามองเพื่อน   ปริมทำเขินๆไม่รู้ไม่ชี้   “ หืมมม เมื่อคืนจะโทรมาถามก็เกรงใจ เมื่อกี้ในรถก็รอให้เล่าให้ฟังก็ไม่เล่าซักที “      ดลลี่หุบยิ้มทำปากยู่ๆและเหล่เพื่อน

            ปริม :  ก็ดี!               ทำเป็นพูดห้วนๆเขิน     ดลลี่ยิ้ม

            ดลลี่ :  แค่นั้นเอง?        เอียงหน้าแกล้งทำเป็นสงสัย และไม่ยิ้ม       ปริมยิ้มเขินๆมองไปทางอื่น

            ปริม :  พรุ่งนี้เขา..ชวนไปที่บ้าน          พูดแล้วก็เขิน    ดลลี่ยิ้มกว้างทำเป็นเขินเหมือนกันบิดตัวไปมาเล็กน้อยพร้อมเหลือบปริมไปด้วย   “ อะไร!  ไม่ใช่ซะหน่อย “   เข้าใจในความหมายที่ดลลีทำเป็นแซว   “ ชวนไปทานข้าวที่บ้านเฉยๆ “      ยิ้ม ปนหัวเราะท่าทางของดลลี่ที่แกล้งแซว  ดลลี่ก็ยิ้ม   “  ไปด้วยกันสิ “ 

            ดลลี่ :  อุ๊ย          หุบยิ้มและทำเสียงต่ำ   “  ไม่เป็นกอขอคอหรอก “   พูดเสร็จก็อมยิ้ม

            ปริม :  ไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ      หุบยิ้มและชวนจริงจังมองหน้าเพื่อนว่าชวนจริงๆ   “ นะ “   

ดลลี่ทำเป็นกรอกตาไปมาเล็กน้อยคิด 

            ดลลี่ :  โอเค!           และยิ้มกว้าง  ปริมก็ยิ้ม      “ เฮอะๆๆ “      ดลลี่ทำเป็นหัวเราะต่อ

ปริมชวนดลลี่ไปด้วยเพราะเขินหากมีดลลี่เป็นเพื่อนความน่ารักอารมณ์ดีของดลลี่ช่วยสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง สองสาวเดินไปที่ร้านอาหารของนนทวัชรเมื่อทานข้าวเสร็จก็เดินซื้อของต่อเล็กน้อยแล้วกลับบ้าน

…………………………….. ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥ ……………………………………

         

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.