นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบสาม

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

           สายวันอาทิตย์ดลลี่มาหาปริมที่บ้านเพื่อจะไปบ้านของนนทวัชรวันนี้พ่อกับแม่ออกไปข้างนอกแต่ไม่ได้บอกว่าจะออกไปไหน ปานอยู่ที่บ้านได้ยินเสียงรถแล่นมาจอดหน้าบ้านจึงช่วยเดินไปเปิดประตูเพราะน้าใจทำงานบ้านอยู่ เมื่อเห็นว่าเป็นรถของดลลี่ปานก็เหวอในใจ รีบเปิดและรีบปิดประตูและรีบจะเข้าไปในบ้านแต่ดลลี่ทักซะก่อน

            ดลลี่ :  สวัสดีจ้าน้องปาน                           เสียงทักหวานหยาดเยิ้ม

ปานหยุดชะงัก เพราะถึงยังไงก็เป็นแขกและเป็นเพื่อนพี่สาว และก็หันไปหาดลลี่เห็นเดินยิ้มหวานส่งสายตาให้และกำลังเดินมาหา

            ปาน :  สวัสดีครับ .เจ้.เอ่อพี่ปริมกำลังแต่งตัวอยู่ครับ        ยกมือไหว้พยายามทำหน้านิ่งๆ  ยืนนิ่งไม่ไหวติง

            ดลลี่ : ไม่เป็นไรค่า พี่รอได้นานแค่ไหนก็รอได้ คุยกับน้องปานไปพลางๆก่อน      จีบปากจีบคอ กระดี๊กระด๊าใส่ปาน    “  ป่ะเข้าไปข้างในกัน “      ยิ้มหวาน เดินมาถึงพอดีพร้อมกับยื่นมือมาจะแตะด้านหลังปานเพื่อพาเข้าไปข้างใน ปานทำตัวหงอและรีบเดินเข้าไปในบ้านก่อน ดลลี่ยิ้มแล้วเดินตามเข้าไป

ปานนั่งลงที่โซฟาดลลี่ก็นั่งใกล้ๆ ปานก็ขยับออก ดลลี่ก็ขยับตาม  ปานดีดตัวลุกขึ้น

            ปาน : เอ่อ เดี๋ยวปานไปเอาน้ำมาให้ครับ         แล้วก็รีบออกไป  ดลลี่จะคว้าตัวแต่ไม่ทันแล้วก็ยิ้มขำๆปาน ปริมมาพอดี

            ปริม :  ลวนลามทางสายตาก็พอ ไม่ต้องถึงเนื้อถึงตัว         ทำหน้าดุเสียงต่ำๆ ปรามเพื่อนเล็กน้อย เพราะทำให้ปานขยาดดลลี่

            ดลลี่ :  จ๊า  พอหอมปากหอมคอ เฮอะๆๆ       จีบปากจีบคอและทำเป็นหัวเราะ และมองเพื่อนเหลือบตั้งแต่หัวจรดเท้าเพราะวันนี้ปริมแต่งตัวเรียบร้อยแต่ยังแต่งหน้าและทำผมสวยอยู่ ทำเป็นยิ้มแบบเบะปากใส่เพื่อน  ปริมยิ้ม   

แล้วทั้งคู่ก็เดินไปที่รถ ดลลี่บอกว่าไปรถของดลลี่ทำเป็นให้เหตุผลว่าเผื่อลูกน้องโทรมาตามอาจจะได้กลับก่อนเพราะวันอาทิตย์ลูกค้าจะเยอะเป็นพิเศษ ปริมคิดเล็กน้อยก็ตอบโอเค

เมื่อมาถึงที่บ้านของนนทวัชรดลลี่กระดี๊กระด๊าแต่จริงๆกระดี๊กระด๊าตั้งแต่อยู่ในรถแล้ว เมื่อนนทวัชรออกมาต้อนรับและเห็นว่าใครมากับปริมด้วยก็ยิ้ม

            ดลลี่ :  สวัสดีค่ะคุณนนท์              ยกมือไหว้อย่างงดงามเมื่อเข้ามาใกล้นนทวัชรยิ้มหวานให้เล็กน้อย  เก็บอาการกระดี๊กระด๊าเพราะคุณนนท์อยู่กับคุณพ่อคุณแม่

นนทวัชรยกมือรับไหว้พร้อมกับยิ้มและขำเล็กน้อย

            นนทวัชร : สวัสดีครับ               พูดเสียงนุ่มปรกติ ยิ้มต้อนรับ มองดลลี่และหันไปมองปริม           “ หวัดดีครับ “    ทักทายปริม และอมยิ้มให้    ปริมอมยิ้ม

            ปริม :  หวัดดีค่ะ                     พูดเสียงธรรมดาปรกติแต่เบาเล็กน้อย  

            นนทวัชร :  เชิญข้างในครับ               ยิ้มและผายมือให้ทั้งสองสาวเข้าไปด้านใน    

นนทวัชรชวนปริมมาที่บ้านเพื่อทานของว่างกดดันปริมเล็กน้อยตอนชวนวันที่ทานมื้อค่ำให้เหตุผลว่าวันอาทิตย์ก่อนหน้าปริมไม่ได้มา  เมื่อเข้ามานั่งในห้องรับแขกวาสเอาน้ำดื่มมาเสิร์ฟให้ ดลลี่อัธยาศัยดีทักทายวาสและยิ้มกว้าง  วาสก็ยิ้มทักทายและยกมือไหว้เพื่อนทั้งสองคนของเจ้านายทั้งปริมและดลลี่ก็ยกมือไหว้ตอบ 

            ปริม : คุณลุงกับคุณป้าไม่อยู่เหรอคะ?                           ถามปรกติ 

            นนทวัชร :  ออกไปข้างนอกกันได้สักพักแล้วครับ         ยิ้มแล็กน้อย

ปริมหน้าเหลอคิดในใจว่าคงไม่ได้ออกไปกับป๊ากับม๊าของเธอหรอกนะ ไม่อยากจะคิดว่าเตี๊ยมกันไว้

            ดลลี่ :  ว๊า.เสียดายจังเลยนะคะเนี่ย ดลลี่เลยไม่ได้ทำความรู้จักกับท่าน  เอ่อ..จะได้ฝากเนื้อฝาก ตัวค่ะ จีบปากจีบคอพูดแซวนนทวัชร        ยิ้มหวานส่งสายตาให้แล้วทำเป็นเอียงตัวเล็กน้อยทำเป็นเขิน

ปริมทำขมวดคิ้วแล้วเหล่เพื่อน แต่ดลลี่ไม่เห็น

            นนทวัชร : ครับ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้ครับ คงได้เจอ ปรกติท่านก็อยู่บ้าน             ยิ้ม 

ปริมเหล่นนทวัชรแบบสงสัยเล็กน้อย นนทวัชรเลยพูดต่อ

            นนทวัชร :  วันนี้ท่านไปทำธุระน่ะครับ              ยิ้มเล็กน้อยมองปริมและหันไปทางดลลี่ด้วย

            ดลลี่ : อ๋อ ค่ะ             ดลลี่ทำปากหวอๆพร้อมพยักหน้ารับทราบ      “ แล้ววันนี่ คุณนนท์จะทำอะไรให้ทานเหรอคะ? “   จีบปากจีบคอพูดต่อ และยิ้มหวานให้อีก

            นนทวัชร : ต้มยำไก่กับกุ้งผัดผงกะหรี่ครับ

            ดลลี่ : อุ๊ย! น่าทานจังเลยค่ะ                     ยิ้มหวานให้

            นนทวัชร : แล้วดลลี่ชอบอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับจะได้ทำให้   

            ดลลี่ :  ดลลี่ชอบแบบพวกยำๆอะไรประมาณนี้ค่ะ เปรี้ยวๆ…แต่..หากคุณนนท์ทำให้ทาน..อะไรก็ได้ค่ะดลลี่ทานหมด เฮอะๆๆๆ       ทำเป็นหัวเราะบิดตัวไปมาเล็กน้อยเขิน  แล้วยิ้มหวาน

ปริมมองเพื่อนแล้วถอนหายใจ คิดว่า คิดถูกแล้วใช่มั้ยที่ชวนมาด้วยเนี่ย

            นนทวัชร :  ได้ครับ         นนทวัชรยิ้มขำเล็กๆกับดลลี่ และหุบยิ้มเล็กน้อยหันไปถามปริม   “ ทานได้มั้ย? ”                      

            ปริม :  ค่ะ                              ตอบสั้นๆ เสียงค่อนข้างเบา

            ดลลี่ :  งั้น..ต้องช่วยทำใช่มั้ยคะ? ดีค่ะ ดลลี่อยากช่วยย.ทำ             ทำเป็นเขินบิดตัวอีกและยิ้มหวานให้

            นนทวัชร : ครับ งั้น..ไปที่ห้องครัวกันเลย       ยิ้ม พูดกับทั้งดลลี่และปริม แล้วลุกขึ้นให้ปริมกับ  ดลลี่เดินไปก่อน 

เมื่อเข้ามาที่ห้องครัวนนทวัชรก็เดินไปหยิบผ้ากันเปื้อนเพื่อจะส่งให้ทั้งสองคน ปริมเลยถือโอกาสตีแปะเข้าที่ต้นแขนของดลลี่พร้อมทำหน้าขมึงใส่เพื่อนเล็กน้อย แต่ดลลี่หันมายิ้มหวานให้แล้วทำเป็นไม่สนใจกระดี๊กระด๊าต่อเดินไปรับผ้ากันเปื้อนจากนนทวัชรใส่ผ้ากันเปื้อนเรียบร้อยแล้วก็ลงมือทำอาหารเพราะวาสเตรียมวัตถุดิบไว้ให้แล้วแต่มียำที่ต้องทำเพิ่มให้ดลลี่นนทวัชรจึงเดินไปหยิบของออกมาจากตู้เย็น  ปริมช่วยล้างผักกับปลาหมึกให้ส่วนดลลี่ยืนคู่นนทวัชรอยู่ไม่ห่างพยายามทำตัวเป็นผู้ช่วยกุ๊กและหยอดคำหวานจีบนนทวัชรและกระดี๊กระด๊าอยู่เรื่อยๆ และทำเป็นเหลือบมองปริมแบบเย้ยหยันประมาณว่าฉันมีคะแนนนำเธออยู่เป็นระยะๆ  จีบกันไปเรื่อย ( ดลลี่จีบนนทวัชร )  แกล้งกันไปเรื่อยพร้อมทำอาหารกันไปอย่างสนุก ดลลี่แอบเซลฟี่ยิ้มแฉ่งโดยฉากหลังนั้นปริมกับนนทวัชรกำลังช่วยกันเตรียมวัตถุดิบทำยำปลากหมึก ดลลี่โพสต์ภาพนั้นโดยแท็กหาพิษณุกับปริมแล้วกระดี๊กระด๊าเป็นผู้ช่วยกุ๊กต่ออย่างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

            ดลลี่ :  แหม..เสียดายนะคะที่ไม่ได้ชวนคุณนุมาด้วย            ดลลี่ถามขณะกำลังหั่นผักใส่ยำปลาหมึก

            นนทวัชร :  ครับ เขาก็จะพักผ่อนวันอาทิตย์น่ะครับ ออกไปที่ร้านบ้างแล้วแต่      พูดไปปรุงยำให้ดลลี่ไป

            ดลลี่ :  อ๋อค่ะ ก็.งานยุ่งนี่คะ เน๊าะ วันหยุดก็พักผ่อนเต็มที่  เอ่อ.แล้วงานยุ่งแบบนี้ต้องตื่นแต่เช้าหรือเปล่าคะแล้วทานอาหารเช้ายังไง กาแฟหรือขนมปังอะไรอย่างนี้คะ?      จีบปากจีบคอถามไปเรื่อยแบบอยากรู้

            นนทวัชร :  ผมก็กินกาแฟกับขนมเป็นส่วนใหญ่นะครับ ทานอาหารเช้าบ้างเป็นบางครั้งแล้วแต่เวลา       อธิบายไปยิ้มๆไป

            ดลลี่ : อืมม.ค่ะ  งานหนัก.น่าเห็นใจนะคะ  ดลลี่ทานอาหารเช้าทุกวันค่ะ       ยิ้มให้นนทวัชรก็ยิ้มตอบจึงทำเป็นอายๆเหลอหลาแล้วพอดีเหลือบไปทางปริม      “ แล้วเธอได้ทานอาหารเช้าบางหรือเปล่าจ๊ะ ? “      ถามพร้อมกับเอาผักใส่ในชามยำให้นนทวัชร แล้วเอาแขนข้างหนึ่งยันที่โต๊ะทำเป็นรอฟังคำตอบ

นนทวัชรหันไปทางปริมบ้างเพราะเงียบมาก 

            ปริม :  กิน           ตอบสั้นๆ เบาเล็กน้อย ชักจะรู้สึกว่าเป็นส่วนเกินเหลือบมองดลลี่และก็เหลือบไปทางนนทวัชร

นนทวัชรยิ้มเล็กน้อย หันมาถามปริมบ้าง

            นนทวัชร : แล้วตอนเช้าห่อข้าวกับอะไร         ถามไปปรุงยำไป แล้วเงยหน้าขึ้นมามอง   

            ปริม : ข้าวห่อไข่ค่ะ แม่ทำให้              ตอบเบาๆเขินๆเพราะดลลี่ทำหน้ารอฟังแบบประมาณว่าเยาะเย้ย เลิกคิ้วทำหน้าเหลอหลาและนนทวัชรก็มองและรอฟังคำตอบอยู่จึงเขิน 

            นนทวัชร :  ชอบเหรอ?                     ถามต่อ

            ปริม :  ก็..ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แต่ว่าแม่บอกว่าดีกว่าทำไข่เจียวให้ เดี๋ยวมันจืดไป แต่ก็มีหมูทอดบ้าง ข้าวผัดบ้างน่ะค่ะ       เขินแบบเดิม มองนนทวัชร แล้วเหลือบไปทางดลลี่   ดลลี่ทำเหลอหลาแล้วเรียกร้องความสนใจเพื่อทำคะแนนต่อ

            ดลลี่ :  อุ๊ย ชิมได้หรือยังคะ? ดลลี่อยากชิม…         จีบปากจีบคอพูดทำเป็นกระดี๊กระด๊าต่อ        นนทวัชร ยิ้ม

            นนทวัชร : ได้ครับ          จึงหยิบช้อนมาเพื่อตักยำให้ดลลี่ ดลลี่ทำเป็นค้างไม่รับ ประมาณว่าอยากให้นนทวัชรป้อน  นนทวัชรยิ้ม  ปริมมองเพื่อนเขม็งคิ้วขมวดทำตาดุ

            ปริม : บ้า!         ปริมเปล่งเสียงแบบกระซิบใส่ดลลี่เพื่อให้ได้ยินแต่ยืนอยู่ห่างกันพอสมควร เสียงที่เปล่งออกมาจึงได้ยินกันทุกคนเพราะปริมยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะด้านขวาส่วนนนทวัชรกับดลลี่ยืนอยู่ตรงกลางโต๊ะแต่นนทวัชรยืนคั่นกลางระหว่างปริมกับดลลี่  ดลลี่มองปริมและทำเป็นยิ้มเหลอหลา        นนทวัชรยิ้ม  ปริมขมึงตาดุใส่เพื่อนและอ่อนลงเมื่อเหลือบไปทางนนทวัชรแล้วเหลือบขมึงตาดุกลับไปทางดลลี่อีกทีเพราะเห็นว่าแกล้งมากเกินไป  นนทวัชรยังยิ้ม ดลลี่เลยยอมแล้วรับช้อนมาจากมือนนทวัชร เมื่อป้อนยำเข้าปากตัวเองเพื่อชิมก็เคี้ยวอาหารไปตาก็เหลือบสูงไปบนอากาศกรอกตาไปมาทำหน้าทำตาประมาณว่ากำลังหารสชาติของอาหาร  ปริมยังมองเพื่อนเขม็ง

            ดลลี่ : หืมม.อร่อยค่ะ รสชาติดี  แต่ดลลี่ชอบจัดจ้านกว่านี้นิดหนึ่งค่า  คุณนนท์ลองชิมก่อนก็ได้ค่ะ    ยิ้มหันไปทางปริมและทำไม่รู้ไม่ชี้ต่อ   นนทวัชรเอาช้อนใหม่มาตักชิมก็เห็นด้วยกับดลลี่

            นนทวัชร : ผมว่ารสชาติยังขาดอยู่นิดหน่อย แต่หากดลลี่ชอบจัดจ้านกว่านี้เดี๋ยวปรุงเพิ่มให้ครับ พูดกับดลลี่ปรกติ ยิ้มเล็กน้อยแล้วปรุงต่อ    ดลลี่หันมายิ้มเหลอหลาใส่ปริมกระดี๊กระด๊าต่อ

            ดลลี่ :  เมื่อวานดลลี่กับปริมไปอุดหนุนร้านคุณนนท์ค่ะ ดลลี่สั่งอาหารเมนูของคุณนนท์ด้วยนะคะอร่อยมากค่ะ และก็ขอบคุณนะคะที่ให้ส่วนลด        จีบปากจีบคอจีบนนทวัชรต่อ       

            นนทวัชร : ครับ         รับคำสั้นๆยิ้ม ปรุงอาหารโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นไปมองแล้วพูดต่อ  “ ว่าจะทำเมนูเพิ่มน่ะฮะแต่ยังไม่ได้มีเวลาลองทำ “  

            ดลลี่ :  จริงเหรอคะ? ดลลี่จะสั่งเป็นคนแรกเลยค่ะ   ยิ้มหวานให้ จีบต่อ   “ แล้ว.มันจะเป็นแบบยังไงเหรอคะ? ”

นนทวัชรปรุงยำเสร็จก็ตักให้ดลลี่ชิมอีกรอบ ดลลี่ชิมเสร็จก็ยกนิ้วโป้งให้และตักยำมากินอีกช้อนพร้อมกับฟังนนทวัชรพูด

            นนทวัชร : ก็ประเภทแบบของว่างหรือจานเดียวที่ลูกค้าทานง่ายๆหรือสั่งง่ายๆคล้ายยำที่ดลลี่ชอบหรือสลัดน่ะครับ แต่รสชาติคงไม่จัดจ้านเกินไปหรือจืดเกินไปหารสชาติกลางๆเน้นแบบเข้มข้นเครื่องเคียงที่คิดไว้ก็หลายอย่างแต่ยังไม่ได้ลองทำ     พูดไปมองดลลี่ไป แล้วยิ้มเล็กน้อย

ส่วนดลลี่กินยำไปก็ตั้งใจฟังที่นนทวัชรอธิบายไปก็ทำหน้าคิดตามพยักหน้าหงึกๆตามไป

            ดลลี่ : นัวค่ะ           พูดพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆเมื่อฟังสิ่งที่นนทวัชรพูดเสร็จ  “ แบบนั้นแถวบ้านดลลี่เรียกว่านัวค่ะ ทำออกมานัวๆ…กลมกล่อมน่ะค่ะ   “    แล้วก็พยักหน้าหงึกๆอีก แล้วกระดี๊กระด๊าต่อ

นนทวัชรยิ้ม

            นนทวัชร : ดลลี่เป็นคนที่ไหนครับ                  

            ดลลี่ :  ขอนแก่นค่ะ                      ชัดถ้อยชัดคำชัดเจน และยิ้มหวานให้

            นนทวัชร : ครับ  รสชาติเข้มข้นเล็กน้อยมีเวลาจะลองทำ         ยิ้มให้กับดลลี่และปริม

            ดลลี่ :   ดลลี่อยากชิมค่า.เฮอะๆๆๆๆ          จีบนนทวัชรต่อ มือประสานกันที่ใต้คางแล้วทำเป็นบิดตัวแบบอายๆยิ้มหวานให้แล้วหันไปทางปริมเลิกคิ้วทำหน้าเหลอหลาใส่

ปริมยืนทำหน้าเหลอวันนี้เป็นส่วนเกินจริงๆ  คิดในใจ  นนทวัชรหันมายิ้มให้ปริมก็อมยิ้มตอบและเหลือบไปทางดลลี่  ดลลี่ก็มอง อมยิ้มและเบะปากและทำเชิ่ดๆใส่วันนี้ฉันชนะเลิศ

เมื่อทำอาหารเสร็จก็ช่วยกันเก็บเคลียร์พื้นที่หยิบโน่นจับนี่ไปมากลายเป็นว่าปริมกับนนทวัชรหยิบของชิ้นเดียวกันแต่ปริมหยิบก่อนมือของนนทวัชรจึงจับที่มือปริม ทั้งคู่ชะงักมองหน้ากันปริมเขินกับแววตาเป็นประกายนั้นของนนทวัชรต่างคนต่างยิ้ม ดลลี่หันมาเห็นพอดีก็ทำตาแบบเหวี่ยงๆใส่ปริมเม้มปากเล็กน้อย กรอกตาขึ้นลงมองหน้าปริมและมองที่มือของทั้งคู่ทำเป็นไม่พอใจเหมือนนางอิจฉาในละคร และแกล้งพูด

            ดลลี่ : แหมมม (ลากเสียงยาว )  วันนี้ดลลี่เร่งทำคะแนนตั้งแต่มาถึง มาเจอช็อตนี้ช็อตเดียวคะแนนหายหมดเลย       ทำเป็นพูดแบบงอนๆทำหน้างอนๆ

ทั้งคู่รู้ตัวนนทวัชรเลยชักมือออกจากมือปริม  ปริมก็ชักมือตัวเองกลับไปกุมกับมืออีกข้าง ยืนเหลือบมองไปทางดลลี่อย่างเขินๆ    นนทวัชรเลยพูดแก้เก้อ

            นนทวัชร :  ไม่หายหรอกครับ ยังเหลือเท่าเดิม    พูดและอมยิ้มใส่ดลลี่  ดลลี่ดีใจกระดี๊กระด๊าต่อ

            ดลลี่ : จริงเหรอคะ?  งั้น..ดลลี่ทำคะแนนต่อ  เอ่อ…ของคาวเสร็จต่อไปก็ของหวานใช่มั้ยคะ  เฮอะๆๆๆๆ     จีบปากจีบคอจีบนนทวัชรต่อขณะพูดก็ทำเป็นเหลือบมองของที่โต๊ะไปมาประมาณว่าจะทำอะไรต่อ

ปริมอมยิ้มเหลือบมองท่าทางของเพื่อนแบบขำๆเล็กๆแล้วก็เหลือบมองนนทวัชรก็เห็นเขาอมยิ้มมองอยู่เช่นกัน 

ช่วยกันทำอาหารเสร็จก็ช่วยกันเตรียมจานชามช้อนเพื่อทานอาหารต่อ บรรยากาศที่โต๊ะอาหารก็ไม่แตกต่างจากบรรยากาศในครัวเพราะดลลี่เร่งทำคะแนนเอาใจนนทวัชรทั้งตักอาหารให้ ทั้งหยอดคำหวานจีบนนทวัชรเป็นระยะๆแต่เมื่อทานอาหารเสร็จดลลี่ก็ชิ่งเหมือนเดิมทำเป็นว่าจะเอารถไปเข้าศูนย์แล้วขอตัวกลับก่อน นนทวัชรจึงขับรถไปส่งปริมที่บ้าน

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

 ฟากคุณพ่อและคุณแม่นัดกันออกมาข้างนอกไปที่สนามกอล์ฟ วัชรพงษ์กับอาธรก็ไดร์ฟกอล์ฟกันอย่างอารมณ์ดี ส่วนอัญชนากับนุชนันท์ไปนั่งรอสามีที่ร้านเครื่องดื่มภายในบริเวณสนามกอล์ฟคุยกันอย่างออกอรรถรสเช่นเดิม เพราะพึงพอใจที่ลูกนัดเจอกันอีกหลังจากที่คืนก่อนนัดทานข้าวกันจึงเปิดโอกาสให้ทั้งคู่อย่างเต็มที่

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

สิริมามาดูหน้าร้านที่จะทำขนมที่ให้ช่างมาทำการปรับปรุงเห็นภาพที่ดลลี่แท็กหาพิษณุก็รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรแค้นอยู่ในอก สูดลมหายใจหนักๆเข้าและออกสองสามครั้ง  พยายามไม่นึกภาพเมื่อครู่..พยายามที่จะทำใจให้ได้ ถอนหายใจหนักๆอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปคุยกับช่างเรื่องงานเพื่อจะได้ลืม

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

ไม่ใช่แต่สิริมาที่เห็นภาพนั้น ยศนันท์นั่งทำงานอยู่ที่ร้านนิ่งไปเล็กน้อยและถอนหายใจเบาๆ อมยิ้มเล็กน้อยเมื่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืบหน้าไปอีกก้าว ไม่ใช่เธอไม่รู้ว่าต้องทำใจตั้งแต่ปริมเข้ามา แต่เธอรู้ว่าควรจะทำใจเสียตั้งแต่แรก เพราะคุณนนท์ไม่ได้มีท่าทีสนใจในตัวเธอแบบชู้สาวตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ กดไลค์ภาพนั้น.มองดูครู่หนึ่งก็วางโทรศัพท์แล้วทำงานต่อ

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

พิษณุนั่งทำงานอยู่ที่ร้านมองภาพนั้นแล้วก็นิ่งสีหน้ากังวลเล็กน้อยแม้จะคิดว่าไม่แปลกใจแต่ก็อดที่จะรู้สึกเป็นห่วงความรู้สึกของผู้หญิงสองคน..ไหมและคุณนตไม่ได้ ..แต่คิดไปคิดมาทำไมต้องคิดแง่ลบคิดในแง่บวกที่ภาพนั้นสิ.นนท์กับปริมกำลังมีความสุข ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเป็นอย่างที่เห็นถึงเวลาที่นนท์ควรจะเป็นฝ่ายที่มีความสุขเหมือนคนอื่นเขาบ้าง  ถอนหายใจแล้วกดไลค์ภาพนั้นและคอมเม้นท์แซวดลลี่ว่าคนคี่มีความสุข  แล้วก็ขำเล็กๆ วางโทรศัพท์แล้วทำงานต่อ 

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

ปริมกลับมาถึงบ้านเก็บกระเป๋าก็ได้ยินเสียงกดไลค์อีก จริงๆได้ยินเสียงกดไลค์อยู่เป็นระยะตั้งแต่อยู่ที่บ้านคุณนนท์แล้วแต่ปริมไม่ใส่ใจคิดว่ากลับถึงบ้านค่อยดู  พอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเห็นภาพที่ดลลี่โพสต์ปริมทำตาโตเพราะตกใจมากโทรหาดลลี่ทันที ดลลี่นั่งอยู่ที่ร้านเห็นเบอร์ปริมโทรเข้ามาก็ทำหน้าเหวอและทำไม่รู้ไม่ชี้ไม่รับสาย พอเสียงโทรศัพท์หยุดดังก็ได้ยินเสียงแชทข้อความตามมาดลลี่ไม่เปิดอ่านโดนปริมบี้อีกรอบแน่ๆ ปริมพิมพ์ข้อความแชทต่อว่าดลลี่ไปหลายข้อความแต่ดลลี่ไม่อ่านปริมไม่รู้จะทำอย่างไร นั่งลงที่เตียงและวางโทรศัพท์ถอนหายใจเสียงดังอย่างเครียดๆ ปริมเป็นเพื่อนกับพนักงานในออฟฟิศคุณนนท์หลายคนพวกเขาเห็นแล้วและทุกคนกดไลค์และแซว แล้วพรุ่งนี้ไปทำงานจะทำหน้าอย่างไร..โดยเฉพาะคุณนนท์.เขาเป็นเจ้านายของหลายคน.ปริมคิดในใจแล้วถอนหายใจ ยกมือสองข้างขึ้นมาประกบข้างแก้มและทำหน้าหยีแล้วถอนหายใจอีก

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

           เช้าวันถัดมาปริมมาทำงานแต่เช้าเหมือนเคยขับรถเข้ามาก็เห็นรถของนนทวัชรจอดอยู่แล้ว ขึ้นมาที่ออฟฟิศด้านบนและเดินมาที่โต๊ะทำงานก็เห็นถุงกระดาษวางอยู่บนโต๊ะจึงเปิดดูเห็นกล่องใส่อาหารอยู่ในนั้นก็อมยิ้มเพราะเดาว่าเป็นใครทำให้ ป้าอ๋อยเดินออกมาจากห้องทางด้านในเพื่อมาทำความสะอาดบริเวณโต๊ะทำงานพนักงานก็ยิ้มให้ทักทายสวัสดีเป็นปรกติปริมทักทายตอบ รีบเก็บกระเป๋าและกล่องอาหารที่แม่ทำให้ในลิ้นชักโต๊ะ แต่ก่อนปิดลิ้นชักชะงักเล็กน้อยทำหน้ารู้สึกผิดและพูดเบาๆ ว่าขอโทษนะคะม๊าและก็ปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานแล้วหยิบเอากล่องอาหารที่อยู่ในถุงกระดาษเดินไปที่ห้องทานอาหารและเปิดออกดู ก็เห็นข้าวห่อไข่ที่ตัดคำทำเป็นแบบซูชิพร้อมกับช้อนด้วย ปริมยิ้มกว้างแล้วก็หุบยิ้มเป็นอมยิ้มเขินๆ คิดในใจว่าน่ารัก นนทวัชรเดินเข้ามามองดูปริมที่ยังไม่รู้ตัวก็ยิ้ม

            นนทวัชร : แล้ว..ข้าวที่คุณอาทำให้ล่ะครับ          พูดเสียงนุ่มปรกติ ปริมชะงักหันมาและยิ้มเขินๆ

            ปริม :  เก็บไว้ทานตอนเที่ยงค่ะ                    เหลือบมองหน้าเขาและก็หันกลับมามองกล่องอาหารแก้เขิน

            นนทวัชร :  ขอได้มั้ยเดี๋ยวทานเอง…..แลกกัน          พูดด้วยเสียงเหมือนเดิม  ปริมนิ่งครู่หนึ่ง

            ปริม :  เอ่อ..ค่ะ แต่มันเป็นข้าวหมูทอด

            นนทวัชร : ได้ครับ               ยิ้ม

            ปริม :   รอสักครู่นะคะ          ปริมเดินไปที่โต๊ะแล้วหยิบเอากล่องอาหารที่แม่ทำให้มาให้เขา 

            นนทวัชร : ขอบคุณครับ      ยิ้มให้แล้วเดินออกไป ปริมทานข้าวห่อไข่ที่เขาทำให้ไปอย่างปลื้มๆ

วันนี้บรรยากาศที่แผนกเงียบเหงามากเพราะปริมอยู่คนเดียว เพราะช่วงสายๆนนทวัชรกับอั๋นก็ออกไปข้างนอกเพื่อไปดูหน้าร้านของยศนันท์ที่จะทำการปรับปรุงและตกแต่ง ปริมนั่งทำงานไปปนกังวลใจเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องของเธอที่ดลลี่โพสต์ แม้หากจะมีใครรู้อยู่บ้างแต่ก็เกรงใจป๊าหากจะมีเสียงซุบซิบ       

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

ยศนันท์นั่งทำงานอยู่ที่ร้านพนักงานเคาะประตูและเดินถือเอาช่อดอกไม้เข้ามาให้ ฉงนเล็กน้อยแต่เมื่อดูที่การ์ด..กฤษณะส่งมา  ยศนันท์ยิ้มเล็กน้อยแบบไม่ยี่หระเท่าไหร่แล้วก็ให้พนักงานเอาดอกไม้ไปใส่แจกัน สักครู่พนักงานก็เดินเข้ามาบอกอีกว่าคุณสิริมามาพบ ยศนันท์พยักหน้า เธอนัดสิริมาที่ร้านเพื่อมาดูแคตตล็อคผ้าและคุยกันเรื่องผ้า

            ยศนันท์ : สวัสดีค่ะคุณไหม  เชิญค่ะ        ยืนขึ้นเมื่อเห็นสิริมาเดินเข้ามาและ ยิ้มทักทายปรกติ ต้อนรับ

            สิริมา :  สวัสดีค่ะ                                 ยิ้มทักทาย

 แต่ยศนันท์ก็ยังสังเกตว่าหน้าสิริมายังดูเศร้าเล็กน้อยอาจจะเป็นเรื่องคุณนนท์กับปริม จึงหยิบแคตตาล็อคผ้าม่านและแคตตาล็อคผ้าทั้งที่มีอยู่ในร้านของเธอเองและเธอขอมาจากคนที่อยู่ในวงการผ้าที่รู้จักกันมาให้สิริมาดู

            สิริมา : ขอบคุณค่ะ                         รับแคตตาล็อกผ้ามาแล้วเปิดดู

            ยศนันท์ : นตขอมาจากคนที่รู้จักเพิ่มน่ะค่ะจะได้หลากหลาย  ลองๆเปิดดูไปก่อนหากสนใจติดต่อผ่านนตก่อนก็ได้ค่ะเดี๋ยวนตคุยให้                ยิ้ม  ด้วยความเต็มใจ

            สิริมา : ขอบคุณค่ะ  หากไหมขอเอากลับไปดูที่คอนโดได้ไหมคะ     

            ยศนันท์ : คุณไหมเอาไปได้เลยค่ะนตขอมาให้                      ยิ้ม

            สิริมา : ขอบคุณมากค่ะ            ยิ้มรู้สึกขอบคุณและดูแคตตาล็อกต่อ ทั้งคู่คุยกันเรื่องผ้ายศนันท์ให้คำแนะนำเป็นอย่างดีและเต็มใจช่วยเหลือคุยกันเรื่องผ้าเสร็จก็ชวนกันไปทานอาหาร

            ยศนันท์ : วันนี้ไปทานข้าวด้วยกันนะคะ นตเลี้ยงเอง                      ยิ้มปรกติอย่างมีไมตรี

            สิริมา : ค่ะ แต่ว่าให้ไหมเป็นคนเลี้ยงดีกว่าค่ะ ขอบคุณๆนตที่ช่วยเหลือและให้คำแนะนำน่ะค่ะ    ยิ้ม

            ยศนันท์ : ไม่เป็นไรค่ะนตเต็มใจ วันนี้คุณไหมมาหานตถือว่าแวะมาเยี่ยม ให้นตเป็นคนจ่ายนะคะ     ยิ้ม       

สิริมาอมยิ้มและพยักหน้าพร้อมกับรับคำว่าค่ะ ทั้งคู่จึงออกไปหาอาหารรับประทานที่ข้างนอกและแยกย้ายกันกลับสิริมาไปบ้านพ่อกับแม่ที่ชานเมืองส่วนยศนันท์กลับมาที่ร้านและทำงานต่อ

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

เลิกงานปริมเอากล่องใส่อาหารของเขากลับบ้านไปด้วยและล้างเองส่วนกล่องอาหารของเธอเขาก็คงเอากลับบ้านไปด้วย  ล้างกล่องใส่อาหารไปก็อมยิ้มไปโดยที่นุชนันท์มายืนแอบดูลูกสาวในครัวเพราะทันทีที่มาถึงก็ตรงไปในครัวทันทีเลยตามมาดูว่ามีอะไร  เมื่อเห็นอาการนั้นของลูกสาวนุชนันท์ก็อมยิ้มครู่หนึ่งก็เดินออกไป

ตอนดึกอยู่ที่บ้านปริมอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จเตรียมตัวจะเข้านอนก็มีเสียงแชทข้อความเข้า ยิ้มและรีบหยิบมาดู นนทวัชรส่งข้อความราตรีสวัสดิ์ ปริมอมยิ้ม  วันนี้เขาก็ยุ่งมากตั้งแต่ตอนสายออกไปข้างนอกกับอั๋นกลับเข้ามาก็ใกล้เลิกงาน เมย์บอกว่านอกจากไปดูร้านของคุณนตแล้วยังแวะไปที่หน้างานของลูกค้าอีกครั้ง  ปริมแชทข้อความราตรีสวัสดิ์ตอบกลับ อมยิ้มมีความสุขคนเดียว แล้วดูแชทอื่นๆ

นนทวัชรนั่งทำงานอยู่ที่บ้านดูข้อความที่ปริมแชทตอบกลับก็ยิ้มมีความสุขเหมือนกัน เขาอยากโทรหาแต่เกรงว่าจะรบกวนปริมเพราะเขากลับถึงบ้านดึกและมีงานต้องทำต่อ..อยากได้ยินเสียงแต่มีงาน.เกรงว่า.จะไม่อยากวางสายเพราะวันนี้และไปอีกสักพักเขายุ่งมาก  วางโทรศัพท์และเหลือบไปมองกรอบรูปที่วางไว้ที่โต๊ะทำงานแล้วยิ้ม.รูปนั้น.ปริมยืนยิ้มน่ารัก.สดใสที่ทะเล. มองสักครู่อย่างมีความสุขก็ทำงานต่อ

เมื่อดูแชทอื่นๆเสร็จและวางโทรศัพท์ก็มีเสียงแชทข้อความดังอีกปริมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู  ดลลี่แชทมาขอโทษ.ปริมทำเป็นเม้มปากแบบเจ็บใจทำหน้างอนๆและวางโทรศัพท์ทันที.ไม่อ่าน..เคือง..ปิดไฟแล้วเข้านอน

ดลลี่อยู่ในห้องนอนส่งข้อความเสร็จก็ลุ้นว่าเพื่อนจะอ่านไหม พอเห็นว่าผ่านไปสักพักเพื่อนไม่อ่านก็ทำปากยู่ๆทำสะอื้นเล็กน้อย ก็พูดกับโทรศัพท์เบาๆว่า ขอโทษ แบบรู้สึกผิด         

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………….

           เช้าวันถัดมาปริมลงมาแต่เช้าเพื่อไปทำงานอย่างอารมณ์ดีตามปรกติ ก็เห็นปานนอนคว่ำหน้าอยู่ที่โซฟาร้องโอยๆเบาๆ แม่กำลังทำอะไรสักอย่างที่กางเกงปานเหมือนกำลังจะถอดกางเกงหรือเปิดดูก้นปาน  ปริมฉงนเล็กน้อย

            ปาน :  อูย.ย..                                                   ทำหน้าหยีๆเสียดๆ

            นุชนันท์ : แป๊บหนึ่งนะลูกนะม๊าดูก่อน             พูดอย่างเป็นห่วงลูกชาย           

            ปริม :  ม๊าคะ มีอะไรเหรอ?                  ฉงนเล็กน้อย  นุชนันท์ชะงักหันมาทางปริม ทำหน้าหยีๆ

            นุชนันท์ :  น้องเป็นริดสีดวงน่ะลูก เดี๋ยวจะพาไปหาหมอ รอป๊าแต่งตัวอยู่         

ปริมเลิกคิ้วทั้งสองข้างขึ้นกรอกตาไปมาทำหน้าเหลอหลา สักครู่ก็หัวเราะ  ปานได้ยินเสียงพี่สาวหัวเราะก็มองค้อนและงอน

            ปาน : หัวเราะอะไร!   อูย..ย..                 พูดห้วนๆอย่างงอน  ปริมเลิกคิ้วอีกทำหน้าเหลอหลาใส่เม้มปากแบบเบะๆปากและขำ ปานเคืองถอนหายใจเสียงดัง ปริมยังขำไม่หยุด นุชนันท์ทำหน้าหยีๆก้มตัวลงตบที่หลังลูกชายเบาๆปลอบ ไม่เป็นไรนะลูกนะ แป๊บหนึ่งนะ รอป๊า         สักครู่หนึ่ง

            ปริม : อืม.มม.. โอเคงั้นหนูไปทำงานก่อนนะคะม๊า     ยิ้มแบบมีเลศนัย  นุชนันท์ยิ้มหยีๆพยักหน้า

            นุชนันท์ : จ้ะ ขับรถดีๆนะลูก            หันขึ้นมาพูดกับปริมและหันกลับไปจัดกางเกงปานให้ปรกติ

ปริมทำเป็นเดินเข้าไปใกล้ๆม๊าและเข้าไปใกล้ปานอีกนิด

            ปริม : พี่ไปนะจ๊ะน้องรัก                 พูดแบบยียวนพร้อมกับใช้มือตบลงที่ก้นปานหนึ่งเปรี๊ยะ!หนักพอดู แล้วทำหน้ายียวนใส่ปานแล้วเดินออกไปอย่างเหลอหลาอารมณ์ดี

ปานสะดุ้งสุดตัวร้องโอ๊ยเสียงดังลั่นบ้านอาธรรีบวิ่งลงมาดู นุชนันท์ก็ตกใจทำหน้าไม่ถูก

            ปาน : พี่บ้า!  รีบไปเลยนะ  ม๊า..อ่ะ…เขาแกล้งหนูอ่ะ ..ฮือ.       ตะโกนเสียงดังว่าให้ปริมตามหลังแล้วอ้อนแม่แล้วร้องโอยๆๆ

            นุชนันท์ :  โอ๋ๆลูก ม๊าไม่ทันระวังนะลูกนะ เดี๋ยวไปหาหมอกันเดี๋ยวป๊าลงมา      ทำหน้าเจื่อนๆหยีๆพร้อมกับก้มตัวลงเล็กน้อยใช้มือตบที่หลังเบาๆปลอบปานไม่รู้จะทำอย่างไร  ปานก็ร้องครางอูยๆดังยิ่งกว่าเดิม

            อาธร :  ยัยหนู…       พูดตามหลังปริมอย่างอ่อนใจแล้วถอนหายใจเพราะแกล้งน้องมากไปไม่รู้จะทำอย่างไร แล้วเดินไปดูปาน   “ ป๊าเสร็จแล้วลูก เดี๋ยวไปหาหมอกันนะ ป่ะ “      ปลอบลูกแบบไม่รู้จะพูดอย่างไรอีกคน  วันนี้อาจจะเข้าออฟฟิศสายหรือไม่เข้าเพราะพาปานไปหาหมอ                

ปริมมาถึงที่ทำงานนนทวัชรก็มาแล้วเพราะเห็นรถของเขาจอดอยู่ ปริมมาถึงที่โต๊ะไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เจอกับถุงกระดาษที่มีอะไรอยู่ในนั้น แต่ปริมก้มลงมองดูถุงที่ตัวเองหิ้วมา ปริมซื้อขนมสำหรับทานคู่กับกาแฟมาให้เขาเพราะ..ทำอาหารไม่ค่อยเป็นและไม่อร่อยเลยไม่ทำดีกว่า ปริมเก็บกระเป๋าและเดินถือถุงใส่ขนมและกล่องอาหารเข้าไปในห้องทานอาหารคาดว่าจะได้เจอเมย์กำลังชงกาแฟ..แล้วก็ได้เจอจริงๆ เมย์หันมาแล้วยิ้มให้และทักทายปริมทักทายตอบ เหลือบมองดูที่ถาดยังไม่เห็นขนมจึงจะยื่นให้แต่เก้ๆกังๆ  เมย์ฉงนเล็กน้อยและก็มองดูถุงที่ปริมถือมา เมย์อมยิ้มและเลิกคิ้วสองข้างพร้อมพยักหน้าหนึ่งครั้งเชิงถามและชี้มือไปที่ถาด  ปริมอมยิ้มเขินๆแต่ก็พยักหน้า  เมย์ยิ้ม ปริมจึงยื่นถุงใส่ขนมให้เมย์ เมย์รับไปแล้วเอาใสจานสักครู่ก็เดินยกถาดกาแฟออกไปคาดเดาได้ไม่ยากว่าเมย์รู้เรื่องและรู้ตั้งแต่ที่ปริมยังไม่ได้มาทำงานที่นี่..

สายๆปริมโทรหาพ่อเพื่อถามว่าปานเป็นไงบ้าง อาธรบอกว่าคุณหมอกำลังผ่าตัดอยู่และอาจจะได้พักที่โรงพยาบาลสักคืนสองคืนรอดูเรื่องการชับถ่ายและบอกว่าป๊ากับม๊าจะค้างที่โรงพยาบาล  ปริมบอกว่าเลิกงานจะรีบกลับและจะไปที่โรงพยาบาลและจะเอาเสื้อผ้าไปให้

ราวเกือบสิบโมงนนทวัชรกับอั๋นออกไปที่ร้านของยศนันท์ที่จะทำการปรับปรุงเป็นร้านเครื่องสำอางค์อีก หนึ่งในสามสาขานั้นอยู่ที่ห้างเดียวกับร้านเสื้อ

            ยศนันท์ :  สวัสดีค่ะ                        ยิ้มหวานทักทายเมื่อเห็นนนทวัชรกับอั๋นกำลังวัดพื้นที่และเดินดูร้านเพื่อจะทำการปรับปรุงและตกแต่ง

            นนทวัชร : สวัสดีครับ                  ยิ้ม

            ยศนันท์ :  มาถึงเร็วจังเลยนะคะ ทานอาหารเช้ามาหรือยัง? 

            นนทวัชร : ครับ กาแฟกับชนมน่ะครับ แล้วคุณนตล่ะครับ

            ยศนันท์ : เรียบร้อยค่ะ นตทานมาจากที่บ้าน               ยิ้ม 

            นนทวัชร : ครับ                   ยิ้ม  เดินดูรอบๆร้านพร้อมกับยศนันท์และคุยกันต่อ    “ เอ่อ.เท่าที่ผมเดินดูสภาพห้องยังโอเคทีเดียวครับผนังมีรอยลอกเล็กน้อยและรอยแปะไม่เยอะ  เรื่องผนังและฝ้าคงจะไม่ได้ปรับปรุงเยอะเท่าไหร่เดี๋ยวผมดูอีกที่ให้เสร็จพร้อมกันและจะหาช่างเข้ามาดูให้มีช่างที่เป็นผู้รับเหมาที่ทำงานร่วมกันอยู่  “          อธิบาย  ยิ้ม

            ยศนันท์ : ขอบคุณมากค่ะ    ยิ้ม     “  เสร็จจากที่นี่ก็จะไปเลยเหรอคะ? “

            นนทวัชร : ครับ  มีงานอื่นอีกที่ยังช่วยน้องเขาดูน่ะฮะ     ยิ้ม

            ยศนันท์ :  ว้า นตว่าจะเลี้ยงข้าวซะหน่อย           ยิ้ม 

            นนวัชร :  ขอบคุณมากนะครับ เอาไว้โอกาสหน้าก็แล้วกัน      ยิ้ม  

คุยกันเรื่องงานสักครู่ยศนันท์ก็ขอตัวกลับขึ้นไปที่ร้านเสื้อ  นนทวัชรจึงเดินขึ้นไปส่งพร้อมคุยกันเรื่องงานต่ออีกเล็กน้อยแล้วขอตัวกลับลงไป ยศนันท์กำลังจะเดินกลับเข้าร้าน ก็มีเสียงทักซึ่งเธอจำได้

            กฤษณะ : สวัสดีครับ                        ยิ้มแววตาประกายเจ้าชู้ใส่เหมือนเดิม

            ยศนันท์ : สวัสดีค่ะ                      ยิ้มทักทายตอบ    “ แหม.มาทำธุระแถวนี้บ่อยจังเลยนะคะ”

            กฤษณะ :  ครับ                อมยิ้มรับไปตามน้ำ  

            ยศนันท์ : มีธุรกิจหรือกิจการอะไรที่ห้างนี้หรือเปล่าคะ เผื่อนตจะได้ไปอุดหนุนบ้าง      อมยิ้ม     

            กฤษณะ : อ๋อ ..ก็ไม่เชิงซะทีเดียวหรอกครับ…ของเพื่อน    ยิ้ม   “ เอ่อ..ไม่ใช่ของแบบที่คุณ      นตจะต้องการใช้หรอกครับ “      ยิ้ม พูดตัดบทยศนันท์

จริงๆเป็นร้านเสื้อกับกระเป๋าแต่คนละสไตล์กับของยศนันท์และเป็นของสาวสวยที่เขาควงอยู่และเปิดร้านให้จึงพูดตัดบทเธอไป  แต่เขาไม่รู้ว่าจริงๆแล้วยศนันท์ไปเดินดูของที่ร้านนั้นมาแล้วเหมือนกัน

            ยศนันท์ :   ขอบคุณมากนะคะที่แนะนำร้านเสื้อ มีลูกค้ามาอุดหนุนและบอกว่าคุณกฤษณะแนะนำให้น่ะค่ะ            ยิ้ม กล่าวขอบคุณจริงใจ 

            กฤษณะ : ยินดีครับ เห็นว่าหลายคนที่รู้จักกันก็มีสไตล์คล้ายคลึงคุณนตก็เลยบอกเขาน่ะครับ  แล้วเขาก็บอกว่าโอเคมาก      ยิ้ม

            ยศนันท์ :  ขอบคุณค่ะ      ยิ้มขอบคุณอีกครั้งแล้วก็นึกได้    “ ขอบคุณสำหรับดอกไม้เช่นกันค่ะ “ ขอบคุณอีกตามมารยาท 

            กฤษณะ : ยินดีครับ ….. ดอกไม้สวยๆน่ะครับ         ประโยคท้ายเสียงต่ำพร้อมแววตาเจ้าชู้มองยศนันท์

ยศนันท์ยิ้มและหลุบตาต่ำเล็กน้อยกับท่าทางที่แสดงออกอย่างนอกหน้าของกฤษณะและเหลือบกลับขึ้นไปมองแล้วทำเป็นเหลอหลาเล็กน้อย..ไม่ได้เขิน  เพื่อฆ่าเวลาและตัดบทสนทนา

            ยศนันท์ : เอ่อ.แล้ววันนี้จะชวนนตไปทานข้าวอีกหรือเปล่าคะ?               ยิ้ม

            กฤษณะ :  แล้ว..ว่างพอหรือเปล่าครับ                 อมยิ้ม ทำกรุ้มกริ่ม

ยศนันท์ทำเป็นขำๆเล็กน้อย

            ยศนันท์ : คำตอบเดิมค่ะ                       อมยิ้ม

            กฤษณะ : ผมก็ว่างั้นล่ะครับ และดูท่าว่าคุณนตจะยุ่ง   ( เพราะเห็นนนทวัชรขึ้นมาส่ง )  ผมไม่รบกวนดีกว่านะครับ   

            ยศนันท์ :  ค่ะ              ยิ้มรับตามสถานการณ์ไป เมื่อกฤษณะเดินจากไปยศนันท์จึงเข้าไปในร้านและทำงานของตัวเอง  

ส่วนกฤษณะเขาตั้งใจไม่ตื๊อยศนันท์ต่อเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายขึ้นไปส่งเธอเมื่อครู่และเขารู้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เมื่อละจากเธอก็ไปยืนมองดูผู้ชายสองคนที่กำลังช่วยกันทำงานที่ห้องโล่งๆเหมือนกับว่ากำลังจะทำการปรับปรุงและหนึ่งในนั้นคือผู้ชายที่เขาพึ่งเห็นเมื่อครู่ว่ายืนคุยกับคุณนตที่หน้าร้านเสื้อของเธอ นนท์หรือนนทวัชรอดีตแฟนเก่าของอดีตภรรยา  เขาไม่เคยรู้จักหรือพบกันอย่างเป็นทางการกับนนทวัชร หลายปีก่อนเคยเห็นบ้างในบางงานสังคมแต่ไม่บ่อย แค่รู้จากคนที่รู้จักบอกต่อๆกันมาว่าใครเป็นใครบ้างเท่านั้น… มองดูอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไป

……………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………..…..

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.