นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบสี่

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

ตอนพักกลางวันปริมเดินลงมาที่ลานจอดรถเพื่อพบใครบางคนก็เห็นใครบางคนนั้นยืนส่งยิ้มหวานให้ปนกับทำหน้าอ้อนๆทำรู้สึกผิด  ดลลี่แชทมาบอกว่าอยากจะทานข้าวเที่ยงด้วยก็เลยมารอ ปริมทำเป็นงอนๆและเหลือบ

            ดลลี่ : โอ๋ๆๆ…  ( ลากเสียง ) ฮื้มมม..  เค้าขอโทษนะเธอ…….       พยายามง้อ ทำหน้ารู้สึกผิด

ปริมยังทำเป็นเงียบเหลือบตาแบบตาดุๆใส่    ดลลี่ยิ้มใส่แบบง้อ

            ดลลี่ : ก็..ติดธุระจริงๆง่ะ            พูดและสะดิ้งตัวเล็กน้อย เริ่มขยับเข้ามาใกล้ๆปริมนิดๆ               “ หายงอนนะ  ”     ทำหน้าอ้อนๆ 

            ปริม : ไม่ใช่เรื่องนั้น!      ทำเสียงเข้มงอนๆใส่       “ เรื่องที่โพสต์ต่างหากล่ะ “

ดลลี่ยิ้มขำๆเล็กๆทำประจบ           

            ดลลี่ : ฮิๆๆ  ก็…เค้าลืมดูด้านหลังน่ะ ไม่คิดว่าฉากหลังจะสวย เอ๊ย!จะเป็นแบบนั้น.. และเค้าก็ชอบหน้าของเค้าภาพนั้น.ก็เลย..โพสต์ ..“                ยิ้มหวานประจบใส่ 

ปริมถอนหายใจ รู้ว่าดลลี่ตั้งใจทั้งตั้งใจและแกล้ง มันผ่านมาสามวันแล้วและเสียงซุบซิบไม่มีหรือไม่ได้ยินทุกคนก็ปรกติและตั้งแต่ที่เห็นโพสต์นั้นปริมก็แชทข้อความต่อว่าไปหลายข้อความและ..กับท่าทางที่มาง้อของเพื่อนนั้น.แม้จะรู้ว่าเพื่อนตั้งใจแกล้งแล้วค่อยง้อ..แต่.ให้อภัยก็ได้..

            ปริม : ก็ได้                   ดลลี่ยิ้มดีใจกระดี๊กระด๊า    “ แต่ยังไงก็จะต้องคิดบัญชี..ครั้งที่แล้วด้วย “   พูดแบบยังเคืองๆอยู่      ดลลี่หุบยิ้มและหยุดกระดี๊กระด๊าทันที ทำปากยู่ๆ

            ดลลี่ :  หืมม..ก็ได้…      ยิ้ม   “  ฮิๆๆ  แต่..หายงอนแล้วใช่ป่ะ? “     ยิ้ม เอียงหน้าเล็กน้อยเชิงถามเพื่อน

            ปริม :  ยัง! แต่…กำลังหาคนเลี้ยงข้าวอยู่                ทำหน้าเหลอหลาแล้วทำเป็นเหลือบๆ

            ดลลี่ : โอวเคย์….              ยิ้มกว้าง   “  เต็มที่เลยจ้า..ป่ะ “     กระดี๊กระด๊าต่อแล้วก็เดินไปหาอะไรทานแถวด้านหน้าออฟฟิศกันระหว่างทานก็ยังพยายามเอาใจและง้อสุดๆอีกครั้ง ปริมเหลือบเพื่อนเหลือบแล้วเหลือบอีกก็ถอนหายใจ  ทานข้าวเที่ยงเสร็จก็บ่ายโมงเศษๆดลลี่ก็กลับ ปริมรีบกลับขึ้นมาบนออฟฟิศเพราะไม่มีใครอยู่ที่แผนก.และวันนี้คุณนนท์ก็ไม่กลับเข้ามาที่ออฟฟิศมีแต่อั๋นที่เข้ามาเอากระเป๋าและเอกสารตอนเกือบหกโมง

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

            เลิกงานปริมกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ตรงไปที่โรงพยาบาลเลย เคาะประตูและเปิดเข้าไปก็เห็นปานนอนอยู่บนเตียง ป๊ากับม๊าก็นั่งที่โซฟา   ปานทำหน้าเคืองเมื่อเห็นพี่สาวเดินเข้ามา

            ปริม : เป็นไงบ้าง?             ทำเหลอหลาแบบเหมือนไม่ค่อยอยากจะถาม ทำเป็นไม่ค่อยเป็นห่วง

            ปาน : อย่าเข้ามาใกล้เชียวนะ ไม่งั้นจะร้องให้ลั่นโรงพยาบาลด้วย          ทำหน้าเคือง ทำเป็นขู่

ปริมอมยิ้ม ทำยียวน 

            ปริม : หืมมม นี่ให้คุณหมอสวนแต่ทวารเหรอคะป๊า? …ขนาดป่วยอยู่นะเนี่ย      ยิ้มยียวน ตั้งใจพูดเพราะรู้ว่าปานผ่าตัด   ปานทำหน้าเคือง

            อาธร : ยัยหนู.. หยุดแกล้งน้องเถอะลูก น้องป่วยอยู่        ยิ้มแหยๆมองปริมและหันไปทางปาน 

            นุชนันท์ : ทานข้าวมาหรือยังลูก?           ยิ้มเอาใจลูก

            ปริม : ยังค่ะ เอามาทานที่นี่กับป๊ากับม๊า.มีข้าวต้มของปานด้วยค่ะน้าใจเตรียมให้     ยื้มและเหลือบไปทางปาน

            นุชนันท์ :  จ้ะ                 ยื้ม  แล้วหันไปทางปาน      “ ทานข้าวเลยมั้ยลูก? “

            ปาน : ครับม๊า แต่ม๊าต้องชิมก่อนนะหนูถึงจะกิน       ทำเป็นเสียงอ้อนๆหน้าอ้อนๆแม่   ปริมอมยื้ม

            ปริม : ไม่มีอะไรหรอกน่า ใครจะแกล้งได้ตลอด               ก็ยังทำหน้าเหลอหลา

            ปาน : ใครจะไว้ใจได้ตลอด                พูดสวนกลับพี่สาวทันทีและทำหน้าไม่ไว้ใจ   ปริมทำเหลอหลา

นุชนันท์กับอาธรมองหน้ากัน อาธรทำหน้าเหนื่อยใจนุชนันท์ยิ้มๆแล้วส่ายศีรษะแล้วทานอาหารกัน    ปริมออกจากโรงพยาบาลตอนเกือบเที่ยงคืนเพราะต้องการอยู่เป็นเพื่อนป๊ากับม๊าและช่วยดูแลปาน และทราบว่าเมื่อตอนกลางวันคุณลุงวัชรกับคุณป้าอันก็มาเยี่ยมปานที่โรงพยาบาลด้วย

ปริมกลับถึงบ้านก็เปิดดูข้อความแชทที่เขาส่งมาขอโทษที่ช่วงนี้ยุ่งๆไม่ได้พาไปทานอาหารเย็นอีกและ..ราตรีสวัสด์ ปริมยิ้ม ถอนหายใจเล็กน้อย เข้าใจที่งานเขายุ่งมากที่ออฟฟิศก็ได้เจอกันบ้างเล็กน้อย เขาจะทำงานอยู่แต่ในห้องและก็ออกไปข้างนอก หรือไม่ก็ออกไปข้างนอกกลับเข้ามาก็งานยุ่งต่อ ส่งข้อความราตรีสวัสดิ์ถึงเขาเสร็จก็ไปอาบน้ำแล้วเข้านอน

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

            สองวันถัดมาขณะปริมกำลังนั่งทำงานอยู่ที่แผนกคนเดียวเพราะอั๋นออกไปข้างนอกกับนนทวัชร มีลูกค้าเดินเข้ามาโดยที่มีพนักงานการตลาดหนึ่งคนต้อนรับและเชิญลูกค้าที่ห้องรับรองโดยลูกค้าแจ้งความประสงค์ว่าต้องการจะตกแต่งคอนโดสองห้องโดยต้องการให้คุณนนทวัชรเป็นผู้ออกแบบและดูแลเรื่องการตกแต่งให้ พนักงานการตลาดจึงรับเรื่องและรายละเอียดที่ลูกค้าต้องการไว้และจะแจ้งให้คุณนนทวัชรทราบ ลูกค้าไม่เรื่องมากยังไงก็ได้แต่ขอให้เป็นคุณนนทวัชรเป็นผู้ดูแล ลูกค้าให้นามบัตรไว้เมื่อคุยกันเสร็จก็เดินออกมาปริมเดินออกจากแผนกไปที่เครื่องถ่ายเอกสารจึงได้เจอกับลูกค้าคนนั้นพอดีและกับสายตาเจ้าชู้ของลูกค้าที่มอง ปริมชะงักครู่หนึ่งแต่ก็ทำตัวปรกติธรรมดาอมยิ้มเล็กน้อยนอบน้อมต่อลูกค้า  แต่ลูกค้าทัก

            กฤษณะ :  สวัสดีครับ                            ทักทายปริม  

            ปริม : สวัสดีค่ะ                                     ยิ้ม ยกมือไหว้ทักทายตามมารยาทซึ่งทราบว่าเป็นลูกค้า

            กฤษณะ : มาติดต่อเรื่องตกแต่งคอนโดครับ         ยิ้มกรุ้มกริ่มเล็กน้อย

            ปริม : ค่ะ                             ยิ้มรับตามารยาทและเหลือบไปทางพนักงานการตลาดที่ทำการต้อนรับลูกค้าเล็กน้อยก็เห็นยิ้มและพยักหน้าให้เธอเล็กน้อย    “ เอ่อ.นักออกแบบตกแต่งไม่อยู่สักคนเลยน่ะค่ะ แต่รับเรื่องไว้ให้ได้ค่ะ  “       ยิ้มต้อนรับลูกค้าตามมารยาท

            กฤษณะ : อ๋อครับ ผมแจ้งน้องเขาไปแล้วล่ะครับ        พูดพร้อมกับหันไปทางพนักงานการตลาดที่ทำการต้อนรับ    “ ว่าอยากให้คุณนนทวัชรเป็นผู้ออกแบบตกแต่งให้ครับ “     ยิ้ม

            ปริม :  อ๋อค่ะ  จะแจ้งให้คุณนนทวัชรทราบอีกครั้งนะคะ            ยิ้ม

            กฤษณะ : ขอบคุณครับ .              ยิ้ม         “ขอตัวนะครับ “           

            ปริม :  ค่ะ ขอบคุณค่ะ              ยิ้มตามมารยาท และกฤษณะก็เดินออกไปโดยมีพนักงานการตลาดเดินไปส่งหน้าประตูพร้อมยกมือไหว้ขอบคุณอีกครั้งและเปิดประตูให้

ปริมยืนทำหน้าเหลอหลาครู่หนึ่งก็เดินไปถ่ายเอกสารและทำงานต่อ

กฤษณะเปิดประตูเข้ามานั่งในรถก็คิดเล็กน้อยเขาตั้งใจมาที่นี่เพื่อให้นนทวัชรออกแบบตกแต่งคอนโดให้ และแปลกใจอีกครั้งที่เห็นสาวสวยน่ารักที่เดินสวนกันที่ร้านของคุณนตเมื่อหลายวันก่อนก็ทำงานที่นี่ๆเอง 

เย็นนี้ปริมกลับบ้านเร็วอีกครั้งวันศุกร์รถติดมากกว่าจะถึงบ้านเกือบสองทุ่ม  ปริมโทรมาบอกป๊ากับม๊าว่าไม่ต้องรอทานข้าวจะทานทีหลัง กลับมาถึงบ้านก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและลงไปทานข้าวแล้วก็ขึ้นมาบนห้องครู่หนึ่งก็ไปเคาะประตูห้องปาน

ปานเดินแบบหนีบๆเล็กน้อยมาเปิดประตูเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็จะปิดประตูทันที ปริมเอามือยันไว้

            ปริม : แหมมมม  ( ลากเสียงยาว )         และก็มองหน้าปานครู่หนึ่ง ปานทำเป็นไม่พอใจเสมองทางอื่น      “ เป็นไงบ้าง “    ถามเสียงเบาลง แบบจริงจังเพราะเป็นห่วงไม่ใช่พึ่งห่วง วันนั้นก็รู้สึกแย่ที่แกล้งน้องแรงไปหน่อย

            ปาน : ก็ดี                           ตอบห้วนๆ ทำหน้าเฉยๆ ไม่หันไปมองหน้า 

            ปริม : ขอโทษ…….    พูดเสียงอ่อยๆลง   ปานก็ยังเฉย     “ ขอโทษที่รุนแรงไปหน่อย…เดี๋ยวชดเชยให้  “      เหลือบมองปานไปด้วยแบบรู้สึกผิด   

พอได้ยินว่าเดี๋ยวชดเชยให้ก็เหลือบพี่สาวเล็กน้อยแล้วเหลือบกลับ

            ปาน : มันชดเชยไม่ได้หรอก…..     พูดแบบเหลอหลาและทำหน้าเหลหลาหันไปทางปริมแล้วพูดต่อ      “..มันต้องชดใช้  “     เสียงต่ำแบบเน้นๆพร้อมกับมองปริม

ปริมเหลือบมองหน้าปานก็เห็นสีหน้าเข้มเอาจริงของปานก็หลุบตามต่ำแล้วเสมองไปทางอื่น  ปานยังทำเป็นมองอยู่อย่างนั้นเพื่อขู่แบบได้ทีข่มบ้าง  ปริมทำหน้าแบบรู้สึกผิดเหลือบปานทีกรอกตาไปมาที เพราะคราวนี้เล่นแรงไปคงถูกปานแกล้งคืนหนัก

            ปริม : แล้วดีขึ้นมากหรือยัง?                   ยังถามเสียงอ่อยๆ

            ปาน : ดี                           ตอบห้วนๆทำหน้าเฉยๆเหมือนเดิม

            ปริม : งั้น..ไม่รบกวนนะ ให้พักผ่อน           พูดเสียงอ่อยๆพร้อมกับเหลือบปาน เห็นปานยังทำเฉยๆเลยเดินกลับไปที่ห้อง  ปานมองตามหลังปริมไปครู่หนึ่งแล้วปิดประตูและยืนอมยิ้มแบบมีเลศนัย

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

            สายๆวันเสาร์ขณะน้าใจกำลังทำความสะอาดอยู่ในครัวปริมเดินมาที่ครัวเพื่อเอาน้ำดื่มเห็นไข่ในตู้เย็นเลยนึกอยากจะหัดทำข้าวห่อไข่บ้าง

            น้าใจ : จะรับอะไรอีกคะหนูปริม ?                               ยิ้ม

  ปริมชะงักรีบปิดตู้เย็นแล้วหันมายิ้ม

            ปริม :  เปล่าค่ะ               ยิ้มแหยๆ เหมือนมีอะไร  น้าใจทำหน้าฉงน

            น้าใจ : อยากทานอะไรคะ น้าจะทำให้                       ยิ้ม

            ปริม :  อืม….  ปริมอยาก..ทำข้าวห่อไข่น่ะค่ะ            ยิ้ม เขินๆ   น้าใจฉงนอีก เลิกคิ้วถาม

            น้าใจ :  อยากทำหรืออยากทานนะคะ                      ถามฉงนเพราะไม่แน่ใจ

            ปริม :   อยากหัดทำน่ะค่ะ                                     ยิ้ม

            น้าใจ : ได้ค่ะ เดี๋ยวน้าพาทำน้ามีสองสูตร แต่เป็นช่วงบ่ายนะคะน้าขอทำความสะอาดบ้านก่อน          

            ปริม : ขอบคุณค่ะ                            ยิ้มดีใจ      

            น้าใจ : ค่ะ                       ยิ้มและมองตามปริมที่เดินออกไป  

บ่ายแก่ๆปริมจึงเข้าครัวมาหัดทำข้าวห่อไข่กับน้าใจ อาธรกับนุชนันท์ฉงนผลัดกันแอบมาส่องดูปริมในครัวก็เห็นว่ากำลังขะมักเขม้นตั้งใจทำข้าวห่อไข่ไปอย่างยิ้มแย้มอารมณ์ดีและเย็นนี้ข้าวห่อไข่คือหนึ่งในสามเมนูอาหารเย็นสำหรับทุกคน

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

ยศนันท์นั่งทำงานอยู่ที่ร้านสักครู่พนักงานก็เคาะประตูและเปิดเข้ามาพร้อมกับถือช่อดอกไม้มาด้วย เมื่อยศนันท์เห็นก็บอกให้เอาวางไว้แบบไม่ยี่หระและนั่งทำงานต่อ

เช่นกันนนทวัชรกับพิษณุนัดเจอกันที่ร้านช่วงบ่ายแก่ๆสี่ห้าวันแล้วที่พิษณุเข้าร้านคนเดียว งานยุ่งแต่ก็พอมาได้เพราะโรงงานของพิษณุผลิตงานด้วยเครื่องจักรเครื่องยนต์กลไก

            พิษณุ : น่าจะเริ่มปล่อยวางบ้างได้แล้วนะ                    พูดกับเพื่อนจริงจัง เขารู้ว่าเพื่อนรักงานนี้เพราะก่อตั้งบริษัทเองกับมือแต่ก็อยากให้ปล่อยวางบ้างไม่ถึงกับต้องเข้าไปคลุกคลีด้วยทุกอย่าง 

            นนทวัชร : ก็กำลังจะปล่อยๆบ้างงานคุณนตเสร็จก็โอเคมากขึ้นแล้วล่ะ      พูดพร้อมก้มหน้าทำงานไป

            พิษณุ : แล้วต้องทำออฟฟิศก่อนหรือร้านก่อน เอ่อ..ของคุณนตน่ะ     

            นนทวัชร : ทำออฟฟิศก่อน คุณนตพึ่งรับพนักงานมาห้าหกคนมาทำเรื่องนำเข้าเครื่องสำอางค์กับงานอื่นๆ แต่นั่งกันอยู่ที่ชั้นห้าไปก่อน       อธิบายไปก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อน

            พิษณุ :  อ่อ                    พยักหน้ารับทราบ    นนทวัชรจึงชะงักครู่หนึ่งแล้วเงยหน้าไปถามเพื่อน

            นนทวัชร : แล้วทำไมไม่ถามเอง          ทำหน้าแบบฉงนเล็กน้อย แต่จริงๆต้องการเย้าแหย่เพื่อนเล่นมากกว่า

พิษณุทำหน้าเหลอหลาแบบไม่รู้จะตอบอย่างไร   นนทวัชรอมยิ้มเล็กน้อยแล้วก้มหน้าทำงานต่อ พิษณุเลยมองค้อนเพื่อนเล็กน้อย

            พิษณุ : ไม่ว่างถามเพราะยุ่ง นี่ก็เข้าไปทำงานที่ร้านคนเดียวหลายวัน         พูดไปทำหน้าเหลอหลาไปทำเป็นเย้าแหย่เพื่อนคืนบ้าง

            นนวัชร :  เดี๋ยวชดเชยให้                               ยิ้ม เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อน 

พิษณุทำหน้ามีเลศนัย จ้องเพื่อนเขม็ง 

            พิษณุ :  ได้  ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน              ทำเสียงต่ำๆเอาจริงเอาจัง  นนทวัชรนิ่งคิดเล็กน้อย

           นนทวัชร :  ได้  แต่หลังจากงานคุณนตเสร็จนะ …อีกสักพัก                  ยิ้ม  

พิษณุทำหน้าหยี ถอนหายใจ

            พิษณุ : ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นล่ะ…..โอเค้               ทำหน้าทำเสียงแบบเซ็งๆ  แล้วทำงานต่อ

นนทวัชรยิ้มแล้วก็นิ่งคิดเล็กน้อยว่าเขาเองก็อยากไป..อยากไปกับปริมแต่คงต้องเคลียร์งานให้เสร็จก่อน  วันนี้ตอนเช้าก็เข้าไปที่หน้างานของลูกค้าอีกและเลยมาที่ร้านยังไม่ได้โทรหาปริมเลย วันอาทิตย์นี้อยู่ที่บ้านก็อยากจะทำงานเรื่องออฟฟิศคุณนตต่อ  ถอนหายใจเล็กน้อยก็ทำงานต่อ

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

          เช้าวันจันทร์ขณะที่ปริมกำลังรอลิฟท์เพื่อจะขึ้นไปที่ออฟฟิศด้านบนก็รู้สึกว่ามีใครเดินมาหยุดอยู่ข้างหลังเพื่อรอลิฟท์เหมือนกันจึงหันไปดูก็เห็นนนทวัชรมองอยู่แล้วเขายิ้มให้ ปริมชะงักในสีหน้าเล็กน้อยแล้วแววตาก็เป็นประกายด้วยความดีใจปนตื่นเต้นอมยิ้มให้แล้วหันหน้าไปกลับไปเหมือนเดิมเพราะเขิน  เมื่อเข้ามาในลิฟท์เขาก็ถามเรื่องปานปริมบอกว่าไม่มีอะไรมากดีขึ้นแล้ว เมื่อออกจากลิฟท์ปริมก็เลี่ยงให้เขาเดินนำไปก่อนและเมื่อเดินมาถึงหน้าแผนกเขาก็หยุดและหันมาปริมจึงเดินไปที่โต๊ะและหันไปมองเขายิ้มให้อีกครั้ง ปริมยิ้มตอบเขาจึงเดินเข้าไปห้องทำงานที่อยู่ด้านใน

ปริมทำงานเลยทันทีเนื่องจากมีหลายโปรเจคงานที่ต้องทำบัดเจ็ท สักครู่นาวินกับน้องในแผนกอีกสามสี่คนก็เข้ามาที่ออฟฟิศนาวินแซวเล็กๆว่าคุณปริมคงเหงาแย่ ทุกคนขำๆกัน นาวินบอกปริมว่าอีกสักสองสามวันเป็นต้นไปเขากับน้องๆบางส่วนอาจจะไม่ได้เข้าออฟฟิศหรืออาจจะเห็นเขาเข้ามาบ้างเป็นพักๆเพราะต้องไปทำงานโปรเจคของลูกค้าที่หัวหินและบางคนต้องไปที่ภูเก็ต ปริมพยักหน้ารับทราบแล้วนาวินก็แซวอั๋นต่อว่าไม่ต้องเครียดทำงานกับคุณนนท์ไม่เครียดฝากเอนเตอร์เทนคุณปริมบ้าง ทุกคนหัวเราะขำๆกันแล้วสักครู่ก็พากันออกไป เมื่อนาวินและคนอื่นๆออกไปแล้วปริมจึงเดินไปที่โต๊ะนาวินดูแฟ้มเอกสารที่เขาเซ็นไว้และเอาไปส่งให้เมย์

วันนี้ก็เหลือปริมกับอั๋นอยู่ที่แผนกกันสองคนอีกได้ยินอั๋นโทรศัพท์ติดต่อเรื่องเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบางรายการสักครู่อั๋นก็ลุกไปที่แผนกจัดซื้อแล้วกลับมา  นั่งทำงานไปสักพักนนทวัชรก็เดินออกมาพร้อมกับถือแฟ้มมาให้เองและยื่นให้พร้อมกับยิ้มเล็กน้อยปริมยิ้มตอบและรับเอาแฟ้มนั้นมาเก็บไว้ก่อน   แล้วนนทวัชรก็ลงไปที่ชั้นล่างปริมมองตามเล็กน้อยแล้วก็หันมาเปิดดูความเรียบร้อยของเอกสารที่ถูกเซ็นแล้วในแฟ้ม  เปิดหน้าปกแฟ้มออกเพื่อดูแผ่นแรกก็เห็นกระดาษโน้ตโพสต์อิทเสีขียวอ่อนแปะไว้ตรงกลางแผ่นของเอกสารเขียนว่า ตอนเที่ยงไปทานข้าวด้วยกันนะครับ  ลงชื่อว่า..พี่นนท์…  ปริมอมยิ้มมองดูกระดาษโน้ตแผ่นนั้นแล้วอ่านทุกข้อความบนกระดาษซ้ำอีกรอบ แล้วเหลือบขึ้นมองด้านหน้าดูคนอื่นๆที่กำลังง่วนกับงานของตัวเองไม่มีใครสนใจหันไปข้างหลังอั๋นก็ยุ่งอยู่ก็ก้มหน้าอมยิ้มคนเดียวอีก แล้วเก็บกระดาษโน้ตนั้นใส่ในกระเป๋าเสร็จก็ตรวจดูความเรียบร้อยเอกสารแผ่นอื่นๆต่อ หลายคนในแผนกเบิกค่าน้ำมันค่าทางด่วนกันและฝากปริมเบิกกับฝ่ายบัญชีให้ ตอนบ่ายค่อยเบิก

ราวหนึ่งชั่วโมงถัดมานนทวัชรก็ขึ้นมาพนักงานการตลาดที่รับเรื่องตกแต่งคอนโดของกฤษณะจึงเข้ามาพบและแจ้งเรื่องให้ทราบพร้อมกับให้นามบัตรที่ลูกค้าให้มาแก่นนทวัชร ดูนามบัตรนั้นก็เห็นชื่อกฤษณะ  พัฒนะถากรกุล นิ่งคิดในสีหน้าเล็กน้อยก็ตอบตกลงและบอกว่าจะติดต่อลูกค้ากลับเอง

เมื่อพนักงานการตลาดออกไปนนทวัชรก็นิ่งคิดอีกครู่แล้วก็ทำงานต่อ ตอนเที่ยงจึงออกไปทานข้าวกับปริมแต่ไม่ใช่ร้านเดิมที่เคยไปทานกัน  เป็นเวลาที่เขาพอจะแบ่งให้ปริมได้บ้างในช่วงนี้และวันนี้ไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน

ปริมมองหน้าเขายิ้มเล็กน้อยเขินๆก็เห็นเขายิ้มเล็กน้อยให้อยู่เช่นกัน ปริมคิดว่าไม่อยากชวนเขาคุยเรื่องงานให้เขาเครียดแต่ก็อยากถามบ้างเล็กน้อย

            ปริม : เอ่อ บ่ายนี้จะออกไปข้างนอกหรือเปล่าคะ?                 ยิ้ม

            นนทวัชร : ไม่ไปครับ ทำงานของคุณนต                           ยิ้มเล็กน้อย อ่อนโยน

            ปริม : ค่ะ                                    ยิ้ม 

            นนทวัชร : แต่ว่า.คงกลับดึกจะเข้าไปที่ร้านเพราะให้นุเข้าร้านคนเดียวมาหลายวัน    

            ปริม : ค่ะ                  ยิ้มอีก   นนทวัชรทำหน้าเหลอเพราะปริมถามแล้วก็มีแต่รับคำสั้นๆ   พนักงานเอาก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟพอดี

นนทวัชรผายมือให้ปริมปรุงก๋วยเตี๋ยวก่อนพร้อมเปิดฝาเครื่องปรุงให้ ปริมพยักหน้าพูดขอบคุณค่ะแล้วลงมือปรุงก๋วยเตี๋ยว เขาเห็นปริมปรุงก๋วยเตี๋ยวก็ชะงักในสีหน้า พริกป่นน้อยๆน้ำส้มสายชูสองช้อนเครื่องปรุงและน้ำตาลอีกสามช้อนเครื่องปรุง.และ.ตักน้ำตาลเพิ่มอีกเกือบจะครึ่งช้อน.แต่ไม่ใส่น้ำปลา.. เมื่อปรุงเสร็จก็ยิ้มและผายมือให้เขาเช่นกันแล้วก้มลงชงก๋วยเตี๋ยวในชามให้รสชาติเข้ากัน     นนทวัชรยิ้มมองทั้งปริมและชามก๋วยเตี๋ยวของปริม  

เมื่อทานอาหารกลางวันเสร็จและกลับเข้ามาตอนบ่ายก็ต่างคนต่างก็ทำงานต่อ ผ่านไปสักพักยศนันท์ก็มาหานนทวัชรที่ออฟฟิศ เหลือบมองปริมพร้อมกับยิ้มให้ซึ่งปริมคิดว่ายังเป็นยิ้มแบบเดิมๆแต่ปริมเหลือบมองยศนันท์ที่เดินผ่านไปเฉยๆไม่ยิ้มตอบยศนันท์ทำหน้าเหลอหลาเดินผ่านไปกวนประสาทหรือไง ปริมคิดในใจ

            นนทวัชร : พึ่งเข้าออฟฟิศเหรอครับ                               

            ยศนันท์ :  ค่ะ นตมาดูเรื่องนำเข้าเครื่องสำอางค์น่ะค่ะ มีเอกสารที่ต้องเซ็น

            นนทวัชร : ครับ  หากหน้าร้านเสร็จไม่ทันนำเข้าคุณนตจะเอามาเก็บไว้ทีนี่หรือยังไงครับ?  สงสัยเล็กน้อย

            ยศนันท์ : นตคงฝากไว้ที่โกดังให้เช่าก่อนน่ะค่ะ ไม่แน่อาจจะเอาบางส่วนไปวางที่หน้าร้านเสื้อค่ะ        ยิ้ม

            นนทวัชร : เอ่อ ผมจะพยายามนะครับ แต่แค่ถามเผื่อไว้ เสร็จทันครับ                       ยิ้ม

            ยศนันท์ : ขอบคุณค่ะ  นตก็แค่คิดว่ามีลูกค้าที่ร้านเสื้ออยู่แล้วเผื่อโปรโมตสินค้าไปในตัวเล็กๆน้อยๆน่ะค่ะ  ยิ้ม   “ ไม่แน่หากหน้าร้านเสร็จ ยังไงก็อาจจะเอาไปวางที่ร้านเสื้อด้วยบางส่วนค่ะ “   ยิ้ม

            นนทวัชร : ครับ                ยิ้ม 

ยศนันท์นิ่งเล็กน้อย                                   

            ยศนันท์ : แหม..นตอุตส่าห์รอชิมอาหารฝีมือคุณนนท์นะคะเนี่ย           ยิ้มหวานปรกติ

            นนทวัชร :  ครับ ยังไม่มีเวลาทำจริงๆ..ได้ชิมแน่ๆครับ       ยิ้มเขินๆเพราะยังไม่มีเวลาทำและเคยคุยกันไว้ตอนที่ทานอาหารเย็นด้วยกันครั้งก่อนโน้น  

            ยศนันท์ : ค่ะ เมื่อก่อนก็ว่ายุ่งจนแทบจะไม่มีเวลาแล้วเดี๋ยวนี้คงยุ่งจนไม่มีเวลาแล้วจริงๆ  แต่ยังไงก็จะรอนะคะ  ยิ้มหวานให้เหมือนเดิม

นนทวัชรรับคำแบบเขินๆเล็กน้อยเข้าใจในสิ่งที่ยศนันท์เย้าแหย่เรื่องปริม  คุยกันเรื่องงานบ้างเย้าแหย่เรื่องส่วนตัวบ้างสักพักยศนันท์ก็ขอตัวกลับลงไปทำงาน ส่วนนนทวัชรทำงานต่อสักครู่ก็นิ่งเล็กน้อยแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาลูกค้า กฤษณะ

            กฤษณะ : สวัสดีครับ                      ทักทายปรกติ แต่รู้ว่าเป็นเบอร์ของนนทวัชร

            นนทวัชร : สวัสดีครับ ผมนนทวัชร โทรมาเรื่องที่คุณกฤษณะจะให้ตกแต่งคอนโดให้ครับ      พูดปรกติ เพราะเขาไม่เคยรู้จักกับกฤษณะแม้จะรู้ว่าเป็นคนที่ไหมพึ่งหย่า แต่ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือมีเรื่องอะไรขุ่นเคืองกันมาก่อน

            กฤษณะ : อ่อครับ ผมก็รออยู่ วันก่อนให้รายละเอียดกับพนักงานของคุณไป แต่คุยกันอีกได้ครับจะได้คุยรายละเอียดกันโดยตรงเลย    

            นนทวัชร : ครับ ผมก็อยากจะคุยอีกครั้ง. คุณกฤษณะจะให้ผมเข้าไปพบได้เมื่อไหร่ครับ?

            กฤษณะ : พรุ่งนี้ก็ได้ครับแต่คุณไม่ต้องเข้ามาหรอก พอดีผมว่าจะไปทำธุระแถวนั้นเดี๋ยวแวะเข้าไป ผมสะดวกครับ      

            นนทวัชร : ได้ครับ  แล้วคุณกฤษณะสะดวกเวลาไหนครับ

            กฤษณะ : เอ่อ.สักราวสิบโมงกว่าๆ….เอ่อ..ไม่เกินสิบเอ็ดโมงแล้วกันครับ 

            นนทวัชร :  ได้ครับ ขอบคุณครับ

            กฤษณะ : ครับ  สวัสดีครับ                   ยิ้มเล็กน้อย                 

ได้ยินชื่อเสียงเกี่ยวกับงานรับออกแบบตกแต่งภายในกับงานโฆษณาของนนทวัฃรจากคนในแวดวงธุรกิจด้วยกันมาบ้างถือว่าได้โอกาสใช้บริการ และอีกส่วนหนึ่ง..คุณนตก็อยู่แถวนั้น สาวสวยน่ารักพนักงานออฟฟิศที่เจอเมื่อวันก่อนก็ทำงานที่นั่น ท่าจะกระชุ่มกระชวยหัวใจดีอิจฉานนทวัชรเล็กๆที่รู้จักแต่คนสวยๆ   กฤษณะคิดในใจยิ้มๆ

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

            สายๆกฤษณะขับรถเข้ามาที่ลานจอดรถเพื่อพบกับนนทวัชรเรื่องตกแต่งคอนโดเจอเข้ากับสิริมาพอดีที่กำลังจะเดินไปที่รถ กฤษณะชะงักเล็กน้อยแม้จะไม่แปลกใจแต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอที่นี่วันนี้ สิริมาตกใจที่เห็นกฤษณะพยายามจะรีบเดินไปที่รถให้เร็วเพื่อเลี่ยงกฤษณะ

            กฤษณะ : แหม จะไม่ทักทายอดีตสามีหน่อยเหรอ อย่างน้อยน่าจะถามสารทุกข์สุขดิบกันบ้าง   ถามแล้วอมยิ้มแบบที่ทำให้รู้สักว่ายิ้มเยาะ 

            สิริมา: ไม่หรอกค่ะ ก็เห็นอยู่ว่าสบายดี               เสียงต่ำมองเฉยๆไม่ยิ้ม

            กฤษณะ : อื้ม        เลิกคิ้วสองข้างเม้มปากแบบเบะๆเล็กน้อยพยักหน้าๆแบบเข้าใจ   “  ไม่คิดว่าจะได้เจอนะเนี่ย คงมาบ่อยสินะ แต่..ก็อย่างว่าละว่าไม่แปลกใจ  “       ประโยคหลังเสียงต่ำแบบเหน็บแนม  สิริมายังมองเฉยๆและเหลือบกลับไม่พูดอะไร  กฤษณะพูดต่อ  “  วันนี้นัดกับ..คุณนนท์มาติดต่อเรื่องงาน    พูดและยิ้มมองสิริมา   สิริมาหันขวับไปมองทันทีแบบฉงน   “  ว่าจะให้ตกแต่งคอนโดให้ซะหน่อย ได้ข่าวว่าไอเดียดีฝีมือดี  “     เห็นสิริมายังมองเลยพูดต่อ     “  คงจะคุยแต่เรื่องงาน เรื่อง..อดีตคงไม่คุย  “        พูดเสร็จก็ยิ้มเยาะเล็กน้อยแล้วเดินไปเข้าไปในอาคารทันที   สิริมาหันไปมองตามหลังกฤษณะไปอย่างกังวล เกรงว่าเขาจะพูดเรื่องของเธอในช่วงที่ใช้ชีวิตด้วยกัน

เมื่อเดินเข้ามาในออฟฟิศพนักงานการตลาดคนเดิมก็ต้อนรับและเชิญกฤษณะเข้าไปรอที่ห้องรับรองแขก เมย์เอากาแฟไปเสิร์ฟลูกค้าแล้วออกมาสักครู่นนทวัชรก็เข้าไป

นนทวัชรเดินเข้าไปก็ยกมือไหว้พร้อมๆกับที่กฤษณะก็ลุกขึ้นและยกมือรับไหว้ทันทีและไหว้ตอบเพราะไม่เคยรู้จักกันอย่างเป็นทางการมาก่อนและวันนี้มาเป็นลูกค้า

            นนทวัชร : สวัสดีครับ  ผมนนทวัชรครับ       ยิ้มทักทายลูกค้าตามมารยาทปรกติ พยักหน้าเล็กน้อย

            กฤษณะ : สวัสดีครับ  กฤษณะครับ        ยิ้มเล็กน้อย  

เมื่อทำความรู้จักกันเสร็จนนทวัชรก็ผายมือเชิญให้กฤษณะนั่ง พร้อมกับที่ตัวเองก็นั่งลงแล้วคุยกันเรื่องงาน  

            นนทวัชร : ผมทราบรายละเอียดมาบ้างจากน้องที่รับเรื่องไว้ เห็นบอกว่าห้องหนึ่งเป็นห้องเก่าต้องการตกแต่งใหม่ทั้งหมดอยากได้สไตล์วินเทจ และอีกหนึ่งห้องเป็นห้องใหม่ห้องเปล่าอยากตกแต่งสไตล์โมเดิร์น        พูดไปยิ้มไปเล็กน้อย

            กฤษณะ : ครับ  ห้องเก่าเป็นของผมเองอยู่มาสี่ห้าปีเลยอยากเปลี่ยนสไตล์ ส่วนอีกห้องเป็นของน้องสาว     ยิ้ม    “  ห้องเก่าหลังตกแต่งอาจจะไม่ได้อยู่..อาจจะขาย พอดีถามๆคนรู้จักแล้วเขาเป็นชาวต่างชาติน่ะครับเขาชอบสไตล์วินเทจก็เลยรื้อใหม่และตกแต่งให้เขาใหม่ทั้งหมด  “      พูดพร้อมกับพยักหน้าไปเล็กน้อย ยิ้ม

            นนทวัชร :   ครับ                   พยักหน้าตั้งใจฟัง

            กฤษณะ : เท่าที่น้องเขาเอาแบบให้ดูเมื่อวานทั้งงสองสไตล์ก็โอเคนะครับ แต่..ก็อยากให้คุณ   นนทวัชรช่วยดูให้อีกครั้งหนึ่งอาจจะแตกต่างหรือออกแบบให้ใหม่ก็ดีครับหรือหากจะไปดูห้องก่อนผมก็จะพาไป   ยิ้ม   “  ห้องเก่าขนของออกไปหมดแล้วครับ…โล่งเหมือนกัน  “     พูดไปยิ้มเล็กน้อยและมองนนทวัชรอย่างจริงจังตลอดและสังเกตุซึ่งจริงๆสังเกตุตั้งแต่ที่นนทวัชรเปิดประตูและเดินเข้ามาแล้ว

นนทวัชรก็รู้สึกได้ว่าถูกกฤษณะมองอย่างจริงจัง แต่ก็ไม้ได้รู้สึกว่ามีอะไรนั่นอาจจะเป็นเพราะกฤษณะรู้ว่าเขาเคยคบกับไหมมาก่อนก็ได้  ทั้งสองคุยกันเรื่องตกแต่งคอนโดและทั่วไปราวเกือบชั่วโมงก็ใกล้จะเสร็จ

            กฤษณะ : เอ่อ.เห็นน้องบอกขั้นตอนในการจ้างงานอะไรต่างๆมีสัญญาด้วย ให้ผมเลยก็ได้ครับเดี๋ยวผมเอาไปดูด้วย     

            นนทวัชร : ครับ  งั้น.รอสักครู่นะครับ      นนทวัชรเปิดประตูออกไปแล้วส่งสัญญาณบอกพนักงานการตลาดที่แผนกอยู่ใกล้ห้องรับรองลูกค้าว่าขอสัญญา  พนักงานรับทราบนนทวัชรจึงเปิดประตูและกลับเข้าไปคุยกับกฤษณะต่อ  พนักงานการตลาดส่งสัญญาณให้ปริมต่อว่าขอตัวอย่างสัญญาปริมพยักหน้าหงึกๆโอเคแล้วปริ้นเอกสารสัญญาจ้างทำงานออกมาหนึ่งชุดแล้วเอาเข้าไปให้นนทวัชร  ปริมเคาะประตูแล้วเปิดเข้าไป

กฤษณะตาเป็นมันอีกครั้งแต่ท่าทางนิ่งเมื่อเห็นปริมเปิดประตูและเดินเข้ามา  นนทวัชรเหลือบมองกฤษณะเล็กน้อยแล้วหันไปทางปริม ปริมไม่ได้สนใจและไม่ได้มองกฤษณะเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาก็เดินตรงไปที่นนทวัชรเพื่อยื่นเอกสารให้  นนทวัชรกล่าวขอบคุณเบาๆ ปริมอมยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าแล้วหันไปพยักหน้าและอมยิ้มเล็กน้อยอย่างสุภาพกับกฤษณะเป็นการทักทายลูกค้าตามมารยาท กฤษณะอมยิ้มเล็กน้อยและหยักหน้าแช่นกันมองปริมเกือบจะตลอด  นนทวัชรก้มหน้าเล็กน้อยจนปริมเปิดประตูและเดินออกไปจนกระทั่งประตูปิดจึงเงยหน้าขึ้นมาคุยกับกฤษณะต่อและนัดแนะกันเรื่องวันที่จะเข้าไปดูห้องทั้งสองห้องโดยกฤษณะจะเป็นผู้พาไปดูเอง

เมื่อคุยธุระกันเสร็จกฤษณะก็กลับออกไปแต่ไม่ได้ลงไปที่ลานจอดรถแต่แวะมาหายศนันท์ที่ชั้นห้าคิดในใจเล็กน้อยว่าโชคดีที่วันนี้เธออยู่ที่นี่  ไม่ยากหากจะถามเกี่ยวกับเรื่องเธอเพราะตั้งแต่เห็นเธอครั้งแรกที่ไปดื่มกับพิษณุเขาก็ถามๆจากน้องๆพนักงานในร้านก็เห็นว่ามากันหลายครั้ง 

ยศนันท์ฉงนเล็กน้อยที่กฤษณะมาขอพบจึงให้พนักงานเชิญกฤษณะที่ห้องรับรองแขก เมื่อแม่บ้านเอากาแฟและน้ำดื่มเสิร์ฟให้แขกเสร็จยศนันท์จึงเดินเข้าไป

            ยศนันท์ :  สวัสดีค่ะ                                ยิ้มปรกติทักทายตามมารยาท

            กฤษณะ : สวัสดีครับ                              ลุกขึ้นและยิ้มทักทายและแววตาเจ้าชู้นั้นปรกติ

            ยศนันท์ : วันนี้มาทำธุระแถวนี้เหรอคะ       ยิ้มอีกตามมารยาทและสไตล์เธอ

            กฤษณะ : ครับ  มาติดต่อธุระกับคุณนนท์เรื่องให้ตกแต่งคอนโดครับ           ยิ้ม 

ยศนันท์ฉงนในใจเล็กน้อย แต่สีหน้าท่าทางปรกติ

            ยศนันท์ : ค่ะ คุณนนท์ไอเดียดี นี่นตก็ให้ตกแต่งออฟฟิศกับหน้าร้านขายเครื่องสำอางค์ให้อยู่ค่ะ     อมยิ้ม

            กฤษณะ : อ้อ.ครับ  พึ่งทราบว่าคุณนตจะทำร้านเครื่องสำอางค์ด้วยจะได้ช่วยโปรโมทให้      ยิ้ม    “  หากมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะครับ หรือจะให้ช่วยแนะนำให้  “    ยิ้มเจ้าชู้ใส่ปรกติและเต็มใจที่จะทำตามที่พูด  และจริงๆก็เห็นนนทวัชรไปดูร้านที่จะทำตั้งแต่เมื่อวันก่อน

            ยศนันท์ : ขอบคุณค่ะ แต่คงอีกสักพักกว่าจะพร้อมเปิด      อมยิ้ม    “  นี่จะเข้าออฟฟิศต่อเหรอคะ? ”      ถามกลับบ้างตามมารยาท

            กฤษณะ : ครับ ไปธุระเรื่องงานมาก็เลยแวะมาคุยกับคุณนนท์ด้วย แล้วก็..ว่าจะขวนคุณนตไปทานอาหารกลางวันด้วยกันก่อนเข้าออฟฟิศครับ หากไม่รังเกียจ  “     ประโยคท้ายเสียงต่ำ สีหน้า แววตาแบบเดิม

            ยศนันท์ :  ขอบคุณมากนะคะที่ให้เกียรติมาชวนไปทานข้าวด้วย แต่.ไม่สะดวกเลยค่ะ    ยิ้ม  ซึ่งกฤษณะก็ยิ้ม   “ ช่วงนี้กำลังยุ่งเรื่องทำร้านเครื่องสำอางค์  นี่ก็พี่งเข้ามาเมื่อชั่วโมงที่แล้วนี่เองมาคุยธุระกับคุณไหม แล้วก็คงจะยุ่งต่อไปจนถึงเย็นๆหรือดึกๆเลยค่ะ ”      อมยิ้ม

กฤษณะฉงนเรื่องที่ยศนันท์พูดถึงอดีตภรรยาของเขาเมื่อครู่ ชะงักในสีหน้า จึงถามยศนันท์

            กฤษณะ : ไหมเขามาที่นี่เหรอครับ?             ถามจริงจังแบบฉงน   (หมายถึงออฟฟิศยศนันท์ เพราะตอนที่เห็นสิริมาที่ลานจอดรถเข้าใจว่ามาหานนทวัชร)

            ยศนันท์ : ค่ะ มาคุยเรื่องผ้าและคุยเรื่องทั่วไปกันเล็กน้อยน่ะค่ะ เธอแวะมา         ยิ้มเล็กน้อยอธิบายปรกติ  ยังเห็นสีหน้ากฤษณะไม่เคลียร์เท่าไหร่เลยอธิบายต่อ   “  เอ่อ.คุณไหมเธอมีแผนว่าจะเอางานเก่าของคุณพ่อเธอกลับมาทำน่ะค่ะก็เลยปรึกษานตเรื่องผ้ามาสักพักแล้วล่ะค่ะ  “        ยิ้ม

            กฤษณะ : อ้อครับ                พยักหน้ารับทราบแบบถึงบางอ้อ คิดว่าหลังหย่าไหมก็คงต้องหาอะไรทำเดินหน้าของตัวเองต่อ แล้วอมยิ้มเล็กน้อย ทำหน้าเหลอหลาแล้วพูดต่อทำเป็นตีรวนใส่ยศนันท์เล็กน้อย    “  วันนี้ผมก็ถูกปฏิเสธอีกแล้ว ใจร้ายจังเลยนะครับ..อิจฉาคุณนนท์จัง เนื้อหอม รู้จักสาวๆสวยๆตั้งหลายคน  “     ท้ายประโยคเสียงต่ำ อมยิ้มเล็กน้อย  ทำหน้าตาเชิงน้อยใจใส่ยศนันท์   

ยศนันท์ทำเป็นขำๆแบบมีเสียงเล็กน้อย หลุบตาต่ำเพื่อเฉไฉแล้วเหลือบไปมองกฤษณะอีกครั้ง

            ยศนันท์ : เอ่อ.นั่นก็คงเป็นส่วนของคุณนนท์แล้วล่ะค่ะ     ยิ้ม ทำเหลอหลาไป  กฤษณะอมยิ้ม   ยศนันท์นึกได้เลยพูดต่อ   “  ขอบคุณอีกครั้งนะคะสำหรับดอกไม้  ”                พูดขอบคุณและยิ้มปรกติ 

กฤษณะทำหน้าฉงนเล็กน้อยก็ถึงบางอ้อ

            กฤษณะ : ท่าจะไม่ใช่แต่คุณนนท์ซะแล้วที่เนื้อหอม .เพราะดอกไม้ช่อนั้นไม่ใช่ของผมครับ    บอกยศนันท์ คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของผู้หญิงสวยอย่างเธอ แต่ก็ยังยิ้มทำสายตาเจ้าชู้ใส่

ยศนันท์ฉงนในใจหนักแต่แสดงออกทางสีหน้าเล็กน้อย ทำเป็นเลิกคิ้วสองข้างแบบฉงนใส่กฤษณะประมาณถาม กฤษณะว่าจริงเหรอ แล้วยิ้มรับสถานการณ์ไปตามปรกติ

            ยศนันท์ : จริงเหรอคะ  แหม..เข้าใจว่าเป็นของคุณกฤษณะนะคะเนี่ย         ยิ้ม 

            กฤษณะ : อย่างที่บอกล่ะครับ ดอกไม้สวยๆก็ต้องคู่กับสาวสวย      แววตายังเจ้าชู้ใส่เท่าเดิม จีบยศนันท์ออกนอกหน้า   ยศนันท์ยิ้มรับ   “  แหม.ถูกปฏิเสธแล้วงั้นผมคงต้องขอตัวกลับ ไม่รบกวนเวลางานยุ่งๆคุณนตดีกว่าครับ  “

ยศนันท์ยิ้มและพยักหน้ารับคำว่า ค่ะ  กฤษณะจึงลุกขึ้นและเดินออกไป ยศนันท์เดินไปส่งกฤษณะที่หน้าประตูออฟฟิศ อย่างน้อยก็รักษามารยาทแม้เขาจะทำเจ้าชู้ใส่และแสดงท่าทีสนใจในตัวเธอจนออกนอกหน้า เมื่อกลับเข้ามาในห้องทำงานนั่งครู่หนึ่งก็นึกได้เลยโทรไปถามพนักงานที่ร้านเสื้อว่าช่อดอกไม้ยังอยู่หรือเปล่าให้ดูที่การ์ดให้ พนักงานจึงตอบกลับมาว่าส่งมาจากคุณพิษณุ   ยศนันท์ชะงักในสีหน้าเล็กน้อยแล้วอมยิ้มพอใจและบอกพนักงานว่าให้เก็บช่อดอกไม้นั้นไว้และให้เอาไปวางไว้ที่โต๊ะทำงานของเธอ   

ตอนบ่ายนนทวัชรกับอั๋นและผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อก็เข้าไปในห้องประชุมพบกับซัพพลายเออร์ที่มาติดต่อขอพบ  นัดเจอสองเจ้าต่อเนื่องคุยกันจนเกือบถึงเวลาเลิกงานออกจากห้องรับแขกนนทวัชรก็อยู่แต่ในห้องทำงาน อั๋นกลับมาที่โต๊ะก็ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อจนปริมขอตัวกลับบ้านก่อนตอนหกโมงเย็นกว่าๆอั๋นยิ้มและพยักหน้าให้

………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥  ……………………………………..  

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.