นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบห้า

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

กลับมาถึงบ้านปริมขึ้นมาบนห้องก็เก็บกระเป๋าแล้วเข้าไปในห้องน้ำล้างหน้าเพื่อล้างเครื่องสำอางค์ออกมีเสียงเคาะประตูก็รู้ว่าเป็นปาน  เปิดประตูมาก็ทำหน้าเฉยๆนิ่งแบบยังมีความผิดอยู่  ปานทำหน้าเหลอหลาและวางท่าทีแบบข่มๆ   แบมือและกระดิกนิ้วมือขอเงิน

            ปริม : อะไร เปิดประตูมาก็ขอเงิน               ทำเป็นเหลอหลาแต่เสียงยังอ่อยๆอยู่

            ปาน : ชดใช้ค่าเจ็บตัว               ทำเสียงห้วนๆลีลากวนๆเลิกคิ้วสองข้างหน้าเอียงเล็กน้อย  

            ปริม : มันไม่ได้จะชดใช้กันได้แบบนั้นสักหน่อย  มันต้องเป็นแบบ ..เสิร์ฟนมให้..ล้างรถให้..ซักเสื้อผ้าให้อะไรแบบนี้ แบบนั้นมันเหมือนเห็นแก่เงินมากไปหน่อย…ไม่ให้หรอก       พูดห้วนแต่เสียงยังเบา ปานยังทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

            ปาน : ไม่เอาแบบนั้น                ยังทำเสียงห้วนๆ เพราะปริมไม่ยอมให้เงิน

            ปริม :  นี่ไปหัดทำตัวเป็นคนเห็นแก่เงินตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย      เริ่มทำหน้าดุเล็กน้อย  “ จะได้เงินก็ต่อเมื่อทำงานจ้ะ ไม่ทำงานก็ไม่ให้เงิน “    เลิกคิ้วทั้งสองข้างมองปาน  เริ่มกลับมาเป็นพี่สาวคนเดิม

            ปาน : ก็………..        ทำท่าเหมือนจะพูดแต่ก็ไม่พูด  “ ช่างเถอะ!”     ถอนหายใจทำหน้าไม่พอใจจริงๆแล้วกลับห้องไป ปริมมองตามไปอย่างงงๆเล็กน้อยที่วันนี้ปานดูจริงจังปรกติจะยียวนกว่านี้  แล้วก็ถอนหายใจและปิดประตูห้องนิ่งคิดเล็กน้อยก็เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะอาบน้ำและลงไปทานข้าว

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

            เช้าวันต่อมาปริมมาถึงที่ทำงานก็มีช่อดอกไม้วางไว้ให้บนโต๊ะปริมดีใจนึกว่าเป็นของนนทวัชร แต่ก็คิดเล็กน้อยว่ายังไม่เห็นรถเขามานี่นาและเขาคงไม่ทำแบบนี้ที่ทำงาน  ปริมหยิบช่อดอกไม้นั้นขึ้นมาด้วยสีหน้าดีใจปนตื่นเต้น นนทวัชรเดินเข้ามาพอดีแล้วก็ชะงักเล็กน้อยปริมหันไปเห็นพอดียิ้มให้เขา ป้าอ๋อยเดินออกมาจากทำความสะอาดห้องด้านในพอดีบอกปริมว่า มีคนฝากดอกไม้มาให้คุณปริม รปภ.เอาขึ้นมาให้ป้าอ๋อยเลยวางไว้บนโต๊ะ เมื่อป้าอ๋อยเดินออกไปทำความสะอาดบริเวณอื่นปริมซึ่งหุบยิ้มตั้งแต่ที่ป้าอ๋อยบอกก็ฉงนและมองหน้านนทวัชร เห็นเขาทำหน้าเฉยๆสักครู่เขาก็เดินเข้าไปที่ห้องทำงานด้านในเขาพอจะเดาออกว่าใครส่งมา  เมื่อนนทวัชรเดินไปแล้วปริมจึงหาดูเผื่อมีการ์ดแล้วก็เห็นเขียนว่าดอกไม้สวยๆสำหรับคนน่ารักครับ  ลงชื่อกฤษณะ  ปริมทำหน้าเหวอเพราะนั่นเป็นชื่อเดียวกันกับชื่อของลูกค้าที่มาเมื่อวานและเมื่อวันก่อน ทำหน้าเจื่อนๆแล้วหันไปมองห้องที่อยู่ด้านในแล้วหันกลับมองดูที่ช่อดอกไม้อย่างรู้สึกงง

นนทวัชรเช้ามาในห้องทำงานก็นิ่งคิดเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องของกฤษณะและพรุ่งนี้เขานัดกับกฤษณะเพื่อไปดูห้องที่คอนโด ถอนหายใจแล้วทำงานต่อ 

เมย์เอาแฟ้มเอกสารมาส่งแล้วไปส่งที่แผนกอื่นๆต่อ ปริมรับแฟ้มมาก็ทำหน้าลุ้นๆเล่นๆทำเป็นลองเปิดแฟ้มแบบลุ้นๆพอเปิดออกไม่เห็นว่ามีกระดาษโน้ตอะไรแปะมาด้วยก็ทำหน้าเหลอหลาแล้วก็อมยิ้มเล่นๆขำๆ  หันซ้ายหันขวาไม่มีใครหันไปด้านหลังก็เห็นอั๋นนั่งหันข้างให้และกำลังมองอยู๋ มือถือกระดาษเหมือนกำลังจะมีอะไรให้ช่วยก็ชะงักและหุบยิ้มทันที พูดกับอั๋นอย่างเชินๆว่า

            ปริม :  โก้เขาฝากเบิกค่าน้ำมันค่าทางด่วนน่ะ ลุ้นว่าคุณนนท์จะเซ็นอนุมัติหรือยังจะได้เอาไปเบิกกับบัญชี แล้วก็ยิ้มแหยๆแบบเขินๆ     อั๋นอมยิ้มพยักหน้ารับทราบ

            อั๋น :   ครับ  ผมมีใบเสนอราคาจากซัพพลายเออร์หลายเจ้าเรื่องตกแต่งออฟฟิศคุณนตคุณนนท์เซ็นแล้ว เลยอยากจะทำใบพีอาร์ จะรบกวนคุณปริมช่วยถ่ายเอกสารและทำใบพีอาร์ให้ครับ       อั๋นจึงส่งใบเสนอราคาให้

            ปริม : ได้จ้ะ  นี่ทั้งหมดแล้วเหรอคะ                                รีบตอบรับ

            อั๋น : บางส่วนครับยังไม่หมดมีอีกสามสี่เจ้าพวกของตกแต่ง และก็มีพวกที่ต้องไปตกแต่งหน้าร้านอีกครับ     

            ปริม : ค่ะ                               ยิ้ม

            อั๋น : เอ่อ หากคุณปริมทำเสร็จส่งให้ผมเลยนะครับ ที่เหลือผมจัดการเอง พี่นาวินไม่อยู่เดี๋ยวผมจะให้คุณนนท์เซ็นอนุมัติพีอาร์เอง

            ปริม : ค่ะ                            ยิ้มรับอีกครั้ง

รับเอกสารจากอั๋นแล้วไปถ่ายเอกสารพร้อมกับยิ้มและส่ายศีรษะไปขำตัวเองที่นอกจากจะไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองก็ชักจะกลายเป็นเด็กไปแล้วตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ บ้าเอ๊ย.. คิดในใจ

ตอนบ่ายอั๋นก็เอาใบเสนอราคาอื่นๆเข้าไปคุยงานกับนนทวัชรอีกคุยกันจนเลยเที่ยง ปริมออกไปทานข้าวคนเดียวจริงๆก็มีน้องๆแผนกอื่นๆรวมทั้งเมย์ชวนไปด้วยกันแต่ปริมปฏิเสธบอกว่าจะออกไปข้างนอกไปธนาคารด้วย ปริมเจอสิริมาที่หน้าลิฟท์ขณะกำลังจะออกไปทานข้าวปริมยกมือไหว้ทักทายสิริมา สิริมาบอกว่าแวะมาหายศนันท์ปริมคิดครู่หนึ่งจึงชวนสิริมาไปทานอาหารกลางวันด้วยกันทั้งคู่จึงขึ้นรถปริมแล้วออกไป  สิริมานั่งรอที่ร้านอาหารและปริมไปติดต่อธุระที่ธนาคารก่อนจึงกลับมา

            สิริมา :  ที่ธนาคารคนเยอะมั้ยค่ะ                                ยิ้ม

            ปริม :  ไม่ค่ะ ธุระเลยเสร็จเร็ว                                    ยิ้ม ร่าเริงปรกติ 

            สิริมา : ค่ะ             ยิ้มมองปริมที่กำลังก้มหน้าเก็บเอกสารในกระเป๋า   “  แล้ว.ปรกติออกมาทานข้าวข้างนอกบ่อยมั้ยคะ ?          อมยิ้มมองปริม

            ปริม : ไม่บ่อยค่ะปริมจะออกมาเวลามาทำธุระที่ธนาคาร ส่วนใหญ๋ทานแถวหน้าออฟฟิศ    อธิบายไปยิ้มไป พูดแค่นั้นเพราะจริงๆมีบ้างที่ออกมาทานกับคุณลุงกับป๊าและ..กับคุณนนท์บ้าง       พูดเสร็จก็อมยิ้ม

            สิริมา :  อ๋อค่ะ            พยักหน้าอมยิ้มเล็กน้อย      สิริมายิ้มมองดูความสดใสน่ารักของปริม น่ารักมากกว่าสวยหากไม่แต่งหน้าจัดและแต่งตัวเปรี้ยว

            ปริม : เอ่อ จะทำธุรกิจกับคุณนตเหรอคะ?                      ถามแบบปรกติไม่ได้คิดอะไร  ยิ้ม

            สิริมา : เปล่าค่ะ อาจจะทำของตัวเองมีเรื่องปรึกษาคุณนตเกี่ยวกับเรื่องที่จะทำน่ะค่ะ ช่วงนี้เลยมารบกวนคุณนตบ่อย    ยิ้ม

            ปริม : ค่ะ                   ยิ้ม  พอดีหันไปเห็นพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟ    “ อาหารมาแล้วค่ะ “    พูดและหันไปยิ้มกับสิริมา แล้วจัดพื้นที่บนโต๊ะเล็กน้อยเพื่อให้วางจานอาหารได้

สิริมาอมยิ้มมองดูปริมที่ร่าเริงน่ารัก  ความน่ารักของปริมคงทำให้นนท์มีความสุข ความเคร่งขรึมของเขาลดลงสีหน้าแววตาของเขาเแสดงออกมาชัดเจนว่าเขากำลังมีความรัก 

            ปริม : เชิญค่ะ                          ยิ้ม พร้อมกับผายมือ     

            สิริมา : เชิญค่ะ                        ยิ้มและพยักหน้าตอบ และมองดูปริมที่กำลังก้มหน้าก้มตาตักอาหารในจาน มองครู่หนึ่งก็ก้มหน้าก้มตาตักอาหารในจานของตัวเองทาน

ทั้งคู่ทานอาหารไปคุยกันเรื่องส่วนตัวบ้างเล็กน้อยเรื่องทั่วไปบ้าง จนบ่ายโมงก็กลับเข้ามาที่ออฟฟิศ สิริมาลงที่ชั้นห้าออฟฟิศของยศนันท์ ส่วนปริมขึ้นมาที่ออฟฟิศก็ไม่เห็นอั๋นคิดว่าหากไม่ออกไปทานข้าวกับคุณนนท์ก็คงออกไปข้างนอกกันมั้ง จึงทำงานของตัวเองต่อผ่านไปราวสักชั่วโมงก็เห็นทั้งคู่กลับเข้ามา  สักครู่อั๋นก็ออกไปบอกว่าจะไปดูพวกสินค้าเกี่ยวกับของตกแต่งบางรายการที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งและจะไม่กลับเข้ามาอีก  ปริมพยักหน้าและยิ้มรับ

อั๋นออกไปสักครู่ก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่แผนกปริมจึงรับสาย ลูกค้าที่ปลายสายบอกว่าชื่อกฤษณะ

            กฤษณะ : เอ่อ..ไม่ทราบว่าผมกำลังพูดสายกับใครนะครับ        พูดเสียงนุ่มกว่าปรกติ อมยิ้มเล็กน้อย

            ปริม :  ปริมค่ะ                            พูดปรกติตามมารยาท แม้จะอึ้งเล็กน้อยตอนที่รู้ชื่อคนที่โทรมา

            กฤษณะ : อ่อ ครับคุณปริม…คือ..ผมดูสัญญาที่ได้มาแล้วผมไม่มีปัญหาอะไร. แล้วจะให้เซ็นให้เมื่อไหร่ครับ 

            ปริม : ค่ะ รอคุณนนทวัชรประเมินงานก่อนค่ะแล้วจะแจ้งราคาให้คุณกฤษณะทราบ หากตกลงจึงจะทำสัญญาแล้วส่งให้เซ็นค่ะ           อธิบายปรกติ

            กฤษณะ : อ๋อครับ ผมไม่มีปัญหาอะไรนะครับหรือจะให้เข้าไปเซ็นให้ก็ได้         ยิ้ม ทำเป็นโทรมาคุยเรื่องงานและทำเป็นไม่รู้เรื่องเพื่ออยากจะคุยกับปริมและช่อดอกไม้ที่เขาสั่งให้เมื่อเช้า

            ปริม : ค่ะ                               ยิ้มแหยๆ  นิ่งคิดว่าจะขอบคุณเรื่องดอกไม้ดีไหม หรือทำไม่รู้ไม่ชี้ดี

            กฤษณะ : ฮัลโหลครับ                       เมื่อปริมนิ่งไป   ปริมขะงัก

            ปริม : ค่ะ  เอ่อ..นัดเข้าไปดูห้องกันแล้วใช่มั้ยคะ         รีบพูดและเหลือบไปข้างหน้าก็เห็นนนท-วัชรจะเดินผ่านไปจึงพูดเบาลงแต่ตามองเขาอยู่    “  เอ่อ..ห้องที่จะให้คุณนนทวัชรตกแต่งให้น่ะค่ะ  “  

แต่เขาไม่เดินผ่านไปเขาเดินเข้ามาและหยุดรอ

            กฤษณะ : ครับ  พรุ่งนี้ครับ                               อมยิ้ม    

            ปริม : ค่ะ                   รับคำสั้นๆ     ไม่รู้จะพูดอะไรต่อรอให้กฤษณะเป็นคนพูดหากจะถามเรื่องงานต่อ แต่ตาเหลือบไปมองนนทวัชรที่ยืนรออยู่ทีก้มหน้าคุยกับกฤษณะที    กฤษณะเองก็นิ่งเพราะไม่มีอะไรจะพูดต่อ  นิ่งเล็กน้อยและถามเพราะปริมไม่พูดเรื่องดอกไม้

            กฤษณะ : เอ่อ..ดอกไม้ที่ส่งมาให้เมื่อเช้า…ไม่ทราบว่าคุณปริมได้รับหรือเปล่าครับ?         ประโยคหลังเสียงต่ำลงและรอคำตอบ  ปริมอึกอักแต่ก็พูด

            ปริม : ได้รับค่ะ      เว้นจังหวะพูดเล็กน้อยแล้วพูดต่อ    “ ขอบคุณมากนะคะ “            เหลือบมองนนทวัชรก็เห็นเขามองอยู่สีหน้าเฉยๆ  จึงก้มหน้าลง

            กฤษณะ : ยินดีครับ พอดีเมื่อเช้าขับรถผ่านร้านดอกไม้แล้วเห็นว่าสวยดี เลยนึกถึงคุณปริมน่ะครับ       ยิ้ม

            ปริม :  เอ่อค่ะ……ขอบคุณค่ะ                                         หมายถึงขอบคุณที่นึกถึง

            กฤษณะ :  งั้น…ไม่รบกวนนะครับ   สวัสดีครับ               กดวางสายแล้วก็ยิ้มกรุ้มกริ่ม

พอวางสายปริมก็ลุกขึ้นเพราะเขามีเรื่องงานจะคุยด้วยและมองหน้าเขา แต่เขาทำหน้าเฉยๆ

            นนทวัขร : นี่ราคางานของคุณนตและรายละเอียดเพิ่มเติม แจ้งราคาคุณนตไปแล้ว       พูดเสียงปรกติธรรมดาพร้อมกับยื่นกระดาษให้

            ปริม :  ค่ะ             รับคำสั้น ๆ

            นนทวัชร :  ในสัญญาก็อยากให้แจงรายละเอียดเป็นข้อๆว่างานทำออฟฟิศเท่าไหร่ งานทำหน้าร้านเท่าไหร่อะไรยังไงหากเสร็จปริ้นให้ผมเลยก็ได้จะส่งให้คุณนตเอง             พูดเสียงปรกติธรรมดาพร้อมกับพยักหน้าแต่ไม่ยิ้ม

            ปริม : ค่ะ  คุณนาวินต้องเซ็นด้วยหรือเปล่าคะ                 มองหน้านนทวัชร

            นนทวัชร : ไม่ต้อง  ผมกับอั๋นเซ็นเอง                            พูดเสียงปรกติ     

            ปริม :   ค่ะ               รับคำสั้นๆและยังมองนนทวัชร  เขาเองก็มองอยู่เช่นกันครู่หนึ่งก็เดินกลับไปที่ห้องทำงานปริมมองตามเล็กน้อยก็นั่งลงทำงานต่อ

Cr.pic mustlimpostjung.com อ้างอิงภาพของเจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งราชวงศ์บรูไน

………………..… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………….……………….

ยศนันท์นัดพิษณุออกมาหาอะไรดื่มกันที่ร้านเดิม  ยศนันท์มาถึงก่อนพิษณุตามมาทีหลังก็นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆกัน พิษณุเขินเล็กน้อยเพราะวันก่อนพึ่งส่งดอกไม้ให้ยศนันท์และถูกยศนันท์แกล้งโดยการถ่ายภาพช่อดอกไม้ช่อนั้นที่ดอกไม้มันเหี่ยวแล้วส่งมาให้พร้อมกับข้อความขอบคุณ

            ยศนันท์ : นตขอโทษที่ไม่ทันได้ดูว่าเป็นใครส่งมาให้ เลยปล่อยให้ดอกไม้มันเหี่ยว     ยิ้มขำเล็กๆแกล้งพิษณุ

            พิษณุ :  ครับ ไม่เป็นไรครับ ก็ยังดี.ที่…เหลือบดูมันอยู่บ้าง      ทำเป็นพูดงอนๆและแกล้งทำหน้างอนและทำเหลอหลา    ยศนันท์ก็ยิ่งขำ

            ยศนันท์ : ค่ะ  เกือบจะให้เด็กที่ร้านเอาไปทิ้งซะละ               ยิ้ม ปนขำเล็กๆอีก

พิษณุทำเป็นเหล่ตาต่ำๆไปที่ยศนันท์และไม่ยิ้ม ยศนันท์ยังขำ  ครู่หนึ่งพิษณุก็ยิ้มปรกติแซวกันขำๆไป

            พิษณุ : งานเป็นไงบ้างครับ              กลับสู่โหมดปรกติหลังแซวกันเล็กน้อยพอหอมปากหอมคอ

            ยศนันท์ : ยุ่งมากขึ้นกว่าเดิมค่ะ เรื่องร้านเครื่องสำอางค์ก็กำลังคืบหน้าไปเรื่อยๆ คุณนนท์ก็เร่งให้อยู่ค่ะ           ยิ้ม

            พิษณุ : ครับ                            รับคำสั้นๆยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ ยศนันท์พูดก่อน

            ยศนันท์ : แต่นตไม่ได้เร่งนะคะคุณนนท์เร่งเอง                  พูดยิ้มๆ  พิษณุก็ยิ้มเล็กน้อยและก็นึกไปถึงว่าคุยกับนนท์เรื่องไปเที่ยว    “  แล้วงานคุณนุเป็นยังไงบ้างคะ?  “        อมยิ้ม

            พิษณุ : ก็ยุ่งเป็นพักๆเหมือนเดิมครับ แล้วแต่ออร์เดอร์ แล้วก็เข้าร้านปรกติ        อธิบายไปพยักหน้าไปเล็กน้อย    “  ช่วงนี้นนท์เขายุ่งมากหน่อยก็เลยเข้าร้านคนเดียวเป็นส่วนใหญ่..ไปก่อน  “         อธิบายเสร็จก็ยิ้ม

            ยศนันท์ : ค่ะ เห็นคุณนนท์บอกว่าเริ่มปล่อยๆงานบ้างแล้วก็มีงานของนต        ยิ้ม คิดเล็กน้อย    “ อื่ม..และก็..วันก่อนคุณกฤษณะก็เข้าไปที่ออฟฟิศบอกว่าให้คุณนนท์ตกแต่งคอนโดให้  “      พูดและมองพิษณุเล็กน้อย

พิษณุชะงักหันไปมองยศนันท์ ยศนันท์เลิกคิ้วสองข้างพยักหน้าเล็กน้อยแบบประมาณว่าจริง พิษณุหันกลับและทำหน้าครุ่นคิด นิ่งเล็กน้อย   หลังจากที่มองหน้าพิษณุยศนันท์เลยเปลี่ยนเรื่องคุย

            ยศนันท์ : เอ่อ.แล้ว..จะได้ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันบ้างไหมคะ?        ถามและทำหน้าเหลอหลาดูพิษณุเล็กน้อย   ส่วนพิษณุหลังจากที่นิ่งไปเล็กน้อยก็หันมาพูดกันปรกติต่อ

            พิษณุ :  ครับ ผมชวนนนท์แล้วคงจะไป เพราะคุณนตบอกว่านนท์กำลังเร่งงาน       พูดเสร็จก็พยักหน้าอือๆไปเพราะคิดว่เป็นอย่างนั้น  ยศนันท์คิดเล็กน้อย

            ยศนันท์ : แล้วชวนคุณไหมด้วยหรือเปล่าคะ                   ถามแบบชั่งใจพิษณุ

            พิษณุ : เอ่อ..ผมไม่แน่ใจ คิดว่านนท์ไม่มีปัญหาอะไร แต่ไหม…ผมไม่แน่ใจครับ       พูดเสียงต่ำลงเล็กน้อยแบบทั้งคิดและปนไม่แน่ใจ

ยศนันท์พยักหน้ารับทราบเล็กน้อยเพราะเท่าที่เธอเจอกับสิริมาบ่อยๆในพักหลังนี้ก็ดูสดใสขึ้น

            ยศนันท์ : ค่ะ                           อมยิ้มเล็กน้อยพยักหน้ารับทราบ  

ต่างคนต่างนิ่งเล็กน้อยก็คุยกันเรื่องอื่นต่อคุยไปดื่มไปบ้าง เพราะหลายวันแล้วที่ต่างคนต่างยุ่งไม่ได้มาดื่มด้วยกัน ยศนันท์รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ถึงกับรู้สึกอกหักอย่างแรงจากคุณนนท์ เพราะเขาไม่ได้มีท่าทีสนใจในตัวเธอตั้งแต่แรก แต่กลับรู้สึกว่าเวลาอยู่กับคุณนุแล้วเธอเป็นตัวของตัวเองได้ไม่กระดาก.และรู้สึกว่าดีใจ.เมื่อรู้ว่าเขาส่งดอกไม้ให้และเธอกลับอยากจะเก็บดอกไม้ช่อเหี่ยวนั้นไว้จนมันเริ่มจะแห้งแล้ว

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

            สายวันต่อมานนทวัชรกับเมย์มาพบกฤษณะตามที่นัดกันไว้เพื่อมาดูห้องที่จะตกแต่ง มาดูห้องเก่าของ กฤษณะก่อนเพื่อดูร่องรอยเก่าๆว่าเก็บของออกหรือรื้อของออกแล้วมีร่องรอยอะไรที่จะต้องปรับปรุงบ้างอาจจะมีรายละเอียดที่ต้องทำมากกว่าอีกห้องที่เป็นห้องใหม่ กฤษณะเปิดประตูให้นนทวัชรกับเมย์เดินเข้าไปก่อน

            กฤษณะ : ห้องนี้ผมอยู่มาหลายปีมาพักบ้างบางครั้งเวลาเลิกงานดึกๆแล้วไม่เข้าบ้านน่ะครับ ก็ไม่ได้ตกแต่งอะไรเยอะมากเน้นพวกเฟอร์นิเจอร์ใช้สอยมากกว่า       อธิบายไปพร้อมกับเดินตามหลัง  นนทวัชรไป

            นนทวัชร : ครับก็กำลังคิดว่าตามผนังไม่ค่อยมีร่องรอยอะไรเท่าไหร่ อาจจะปรับปรุงก่อนตกแต่งไม่เยอะ      หันไปพูดกับกฤษณะส่วนเมย์ก็จดรายละเอียดตาม     “  เอ่อ แล้วลูกค้าเขาทำงานอะไรครับ จะได้เผื่อด้วยว่าโดยหลักๆแล้วเขาจะเน้นใช้สอยพื้นที่ตรงไหนบ้างน่ะครับ  “     ถามกฤษณะ

            กฤษณะ : ลูกค้าเขาเป็นผู้บริหารน่ะครับส่วนภรรยาเป็นแม่บ้านยังไม่มีลูก  เอ่อ.หากผมจะคุยกับเขาแล้วมาคุยพร้อมกันอีกครั้งได้ไหมครับ  ให้เขาบอกรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมหากเขาต้องการ  หรือไม่คุณนนท์ลองออกแบบมาก่อนแล้วเอามาดูกันและเรียกเขาให้มาดูพร้อมกันอีกทีว่าเขาอยากจะปรับตรงไหน         พูดเชิงไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่พยักหน้าไปด้วยพร้อมกับคิดไปด้วย

            นนทวัชร : ผมขอคุยกับลูกค้าคุณกฤษณะก่อนดีกว่าครับจะได้รู้ในสิ่งที่เขาต้องการเลย

            กฤษณะ : ได้ครับ เดี๋ยวผมให้เบอร์เขาไปแล้วผมจะโทรบอกเขาอีกที       พูดไปพยักหน้าไป

            นนทวัชร : ครับ  งั้น.ผมขอดูรอบๆก่อนแล้วค่อยไปอีกที่กัน          อมยิ้มเล็กน้อย

 กฤษณะพยักหน้าและอมยิ้มเล็กน้อยตอบเช่นกันยืนมองนนทวัชรกับเมย์ที่กำลังช่วยกันทำงานและเดินตามบ้างยืนดูเฉยๆบ้างให้ข้อมูลเป็นพักๆไป  เมื่อดูห้องที่แรกเสร็จก็ไปอีกที่ทันทีซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมากทั้งสามคนต้องการทำงานให้เสร็จก่อนรับประทานอาหารกลางวัน และเมื่อทำงานเสร็จก็รับประทานอาหารกันที่ร้านอาหารที่อยู่ใต้คอนโดโดยกฤษณะขอเป็นผู้จ่ายค่าอาหารในตอนแรกนนทวัชรปฏิเสธแต่กฤษณะยืนยันว่าขอเป็นผู้จ่ายค่าอาหารนนทวัชรจึงยอมให้ถือว่าเป็นความประสงค์ของลูกค้าจึงให้ความเกรงใจส่วนหนึ่ง  

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

ในเวลาเดียวกันนั้นสิริมาก็เข้ามาดูร้านที่ปรับปรุงเสร็จและกำลังรอการตกแต่งพร้อมพูดคุยกับผู้รับเหมาทำงานและจ่ายชำระค่าปรับปรุงร้าน   เมื่อพูดคุยกันเสร็จและผู้รับเหมากลับไปแล้วสิริมาก็เดินดูรอบๆร้านที่เธอกับเพื่อนเป็นหุ้นส่วนกันเพื่อนของเธอทำงานออฟฟิศพึ่งยื่นใบลาออกเธอจึงเป็นคนที่เข้ามาดูแลความเรียบร้อยไปก่อน   เดินดูรอบๆก็ถอนหายใจแบบภูมิใจเล็กๆแล้วก็ปิดร้านและไปทำธุระเพื่อติดต่อสำนักงานรับทำบัญชีที่พิษณุแนะนำให้เพื่อดำเนินเรื่องทำธุรกิจผ้าม่านต่อซึ่งเธอได้หาทำเลที่เป็นอาคารพาณิชย์ไว้และติดต่อเพื่อขอเช่าไว้แล้วโดยเธอคิดว่าเริ่มต้นจากเล็กๆไปก่อน

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

นนทวัชรกับเมย์กลับเข้าออฟฟิศตอนเกือบสี่โมงเย็น   วันนี้ปริมก็นั่งทำงานจนเย็นเพราะได้สำเนาพีโอมาทำบัดเจ็ทหลายรายการและงานอื่นๆจิปาถะอีกเพราะในแต่ละวันในช่วงนี้นักออกแบบตกแต่งออกไปหน้างานของลูกค้ากันเกือบทุกคนและช่วงบ่ายสามอั๋นก็ออกไปข้างนอกไปดูเรื่องปรับปรุงหน้าร้านของยศนันท์อีก  หนึ่งทุ่มเมย์กลับไปแล้วเหลือแค่สี่ถึงห้าคนรวมทั้งปริมที่ยังไม่กลับสักครู่ปริมก็เตรียมตัวจะกลับจึงเดินไปที่ห้องทานอาหารเพื่อดื่มน้ำเล็กน้อยก่อนกลับ แต่ชั่งใจครู่หนี่งจึงเดินไปเคาะประตูหน้าห้องของนนทวัชรที่ตั้งแต่เขากลับเข้ามาเมื่อตอนเย็นก็นั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานเกือบจะตลอด เมื่อได้ยินเสียงตอบรับจึงเดินเข้าไป

            นนทวัชร :  เอ่อ.นึกว่ากลับไปแล้ว                 ยิ้ม ละจากงานก่อนเพื่อคุยกับปริม

            ปริม : กำลังจะกลับค่ะ เลยเดินเข้ามาถามว่าจะรับกาแฟหรือน้ำดื่มมั้ยคะ เอ่อ.หากคุณนนท์ยังไม่กลับน่ะค่ะ          อมยิ้มเขินเล็กน้อย 

            นนทวัชร : อืม…ไม่ครับ ขอบคุณครับ                คิดเล็กน้อยก่อนตอบ และอมยิ้ม

            ปริม : ค่ะ                รับคำและก็จะหันกลับทันทีเพราะไม่อยากรบกวน  นนทวัชรรีบลุกขึ้น

            นนทวัชร :  เอ่อออ.วันเสาร์ตอนบ่ายๆ.เอ่อ.แก่ๆ.สักสี่โมงเย็นไปทานข้าวกันนะครับ แต่..      ยิ้มเขินๆเล็กน้อยเพราะ    “  แวะเข้าร้านก่อนแป๊บหนึ่ง “      จะชวนไปทานข้าวแต่จะแวะเข้าร้านด้วยเลยเขินเล็กน้อยที่จะชวนปริมไปด้วย พูดเสร็จก็ยิ้มแบบเก้อๆเล็กน้อยมองปริมและรอคำตอบ    ปริมยิ้ม

            ปริม : ค่ะ                          ยิ้ม     รับคำสั้นๆเขินเหมือนกันเพราะนนทวัชรเขิน 

ยิ้มและพยักหน้าให้กันและกันปริมก็เดินออกไปนนทวัชรมองตามและยิ้มจนประตูห้องทำงานถูกปิดลงแล้วทำงานต่อ

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

            วันเสาร์สายๆดลลี่มาที่บ้านเพราะได้ข่าวว่าปานเป็นริดสีดวงพึ่งทราบข่าวจากปริมเมื่อวานเพราะปริมไม่บอก  ที่ปริมไม่อยากบอกดลลี่ทันทีเพราะเกรงว่าดลลี่จะแกล้งปานมากเกินไปในขณะที่ปานไม่สะดวกเดี๋ยวได้ขยาดดลลี่ไปมากกว่านี้  ใจไปเปิดประตูเมื่อได้ยินเสียงรถวิ่งมาจอดที่หน้าบ้าน นุชนันท์ออกไปรอเพราะปริมยังอยู่บนห้อง 

            ดลลี่ : สวัสดีค่ะ คุณแม่…  ( ลากเสียง )               เดินนวยนาดพร้อมยิ้มหวานมาตั้งแต่ลงจากรถและยกมือไหว้สวัสดีแม่ของเพื่อนตอนใกล้จะถึงตัวพร้อมถือกระเช้าเพื่อเยี่ยมคนป่วยมาด้วย

            นุชนันท์ : หวัดดีจ้าลูก        ยิ้มอารมณ์ดีตามดลลี่    “  แหม..วันนี้แต่งหน้าสวย ”    ยิ้มมองตลอด แซวเล็กน้อย

            ดลลี่ : เฮอะๆๆ ขอบคุณคุณแม่ค่ะที่ชม      ทำเป็นเขินอาย  นุชนันท์ก็ขำๆไปกับท่าทางของดลลี่ ด้วย

            นุชนันท์ : รถติดมากมั้ย?            

            ดลลี่ :  นิดหน่อยค่ะ                      อมยิ้มอารมณ์ดี

            นุชนันท์ : จ้ะ           รับทราบพร้อมกับยิ้ม   ” ป่ะ งั้นเข้าไปข้างในกัน  ”            ยิ้มต้อนรับอย่างอัธยาศัยดีกับเพื่อนที่อารมณ์ดีของลูกสาว

            ดลลี่ : ค่า                   ลากเสียงเล็กน้อย แล้วกระดี๊กระด๊าเดินตามหลังนุชนันท์เข้าไป เมื่อเดินเข้าไปในห้องรับแขกก็เห็นอาธรนั่งอยู่ ทักทายและยกมือไหว้คุณพ่อของเพื่อนอีก

            ดลลี่ : สวัสดีคุณพ่อค่ะ                 ยิ้มหวาน  งดกระดี๊กระด๊าชั่วครู่

            อาธร : หวัดดีลูก          รับไหว้และยิ้มต้อนรับเพื่อนของลูกสาวปรกติพร้อมผายมือ   “ นั่งก่อนสิ “

            ดลลี่ : ขอบคุณค่ะ           กล่าวขอบคุณพร้อมกับเดินมานั่งลงตรงโซฟารับแขกที่อยู่ตรงข้ามกับอาธร

            นุชนันท์ : งั้นแม่ไปเอาเครื่องดื่มมาให้ก่อนนะ                  พูดกับดลลี่ขณะที่ดลลี่กำลังนั่งลง

            ดลลี่ : ขอบคุณค่ะ          หันไปพูดกับนุชนันท์   นุชนันท์พยักหน้าแล้วเดินออกไปดลลี่จึงหันมาคุยกับอาธรต่อพร้อมกับยกกระเช้าของเยี่ยมคนป่วยส่งให้อาธร   “  กระเช้าค่ะ มาเยี่ยมน้องปาน “     ยิ้ม

            อาธร :  ขอบใจมากลูก               ยิ้ม พยักหน้าและเอื้อมมือไปรับกระเช้าแล้ววางไว้บนโต๊ะกลาง

            ดลลี่ : น้องปานดีขึ้นมากแล้วใช่มั้ยคะดลลี่พึ่งทราบเรื่องเมื่อวาน ปริมใจร้ายมากไม่ยอมบอกค่ะ      จีบปากจีบคอพูดแบบตำหนิปริมแบบจริงจัง และทำหน้าจริงจัง

            อาธร : ไม่เป็นไรมากหรอกลูกดีขึ้นแล้วล่ะ ตอนนี้ก็ปรกติ โอเคละ           พูดไปยิ้มไปอารมณ์ดี

            ดลลี่ : ค่ะ โล่งใจหน่อย ตอนที่ปริมบอกว่าปานเข้าโรงพยาบาลดลลี่ตกใจมาก แต่ดีที่ไม่ใช่เรื่องใหญ่…แล้วนี่น้องปานอยู่ไหนเหรอค้า          พูดไปยิ้มไปพร้อมกับทำเป็นมองหาปาน

            อาธร : นั่งเล่นอยู่หลังบ้าน                                          พูดเสร็จก็อมยิ้ม                                       

            ดลลี่ : เอ่อ…งั้นดลลี่ขออนุญาตไปหาน้องปานได้มั้ยคะ             ยิ้ม เริ่มกระดี๊กระด๊าเล็กน้อย

            อาธร : ได้                        ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย 

            ดลลี่ :  ค่ะ งั้นดลลี่ขอตัวนะค             กระดี๊กระด๊าเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นเดินออกไปสวนหลังบ้าน

ปานซึ่งกำลังนั่งเล่นตรงมุมพักผ่อนหลังบ้านกำลังดูนิตยสารเกี่ยวกับออกแบบตกแต่งบ้านหันไปเห็นดลลี่ที่กำลังเดินยิ้มหวานเข้ามาหาก็เหวอเล็กน้อย ทั้งสีหน้าท่าทางและยิ้มแบบนั้นทำหน้าตาอย่างกับว่ากำลังเจอของน่ากินเพียงแต่ไม่ได้แลบลิ้นเลียปากเท่านั้นเอง

            ดลลี่ :  สวัสดีจ้า  พี่ดลลี่มาเยี่ยมค่ะเป็นยังไงบ้างคะ       พูดพร้อมกับเดินมานั่งลงตรงเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆปานพร้อมกับเอนตัวเข้าหาปานทันทีอย่างกับว่าอยากจะนั่งเก้าอี้ตัวเดียวกันซะอย่างนั้น    ปานเบี่ยงตัวเอนออกไปด้านข้างตัวติดขอบเก้าอี้อีกข้างสุดๆ

            ปาน : หวัดดีครับ               พร้อมกับยกมือไหว้และทำหน้าแหยๆ    ดลลี่ยิ้มและพยายามจะจับมือปานที่ยกขึ้นมาไหว้นั้นให้ได้แต่ปานรีบชักออก

ดลี่ทำเป็นสะบัดหน้าอมยิ้มแบบเบะปาก จึงเลิกเอียงตัวไปหาปานเพื่อนั่งท่าปรกติแกล้งเรียกน้ำย่อยพอหอมปากหอมคอก่อน

            ดลลี่ :  หืมมม.เป็นริดสีดวงก็ไม่บอกจะได้มาช่วยดูแลจะนั่งเฝ้านอนเฝ้าที่โรงพยาบาลทั้งวันทั้งคืนเลย        จีบปากจีบคอเล็กน้อยพูดเสร็จก็ยิ้มหวานใส่  แต่ปานเหวอๆเล็กน้อย

            ปาน : เอ่อ  ป๊ากับม๊าดูแลครับ             พูดโดยไม่หันไปมองดลลี่  ยังนั่งตัวลีบๆเอนตัวติดขอบเก้าอี้เหมือนเดิม    “  ตอนนี้ดีแล้ว  “       พูดเสียงเบาๆแบบยังขยาดดลลี่

            ดลลี่ : เหรอ?  แล้ว..เป็นตรงไหนจ๊ะจะได้ช่วยดูให้ว่าดีแล้วนั้นน่ะ หายดีเป็นปริดทิ้งหรือยัง?    ทำเป็นจีบปากจีบคอพูดกระเซ้าเย้าแหย่ปานต่อและทำเป็นมองปานตั้งแต่ศีรษะจรดก้นพร้อมกับทำท่าจะเปิดเสื้อปาน  ปานดีดตัวลุกขึ้นรีบขยับไปนั่งที่เก้าอี้อีกตัวที่อยู่ถัดไปทันที

            ปาน : เอ่อ ไม่เป็นไรครับคงจะหายดีแล้วล่ะ ขอบคุณครับ          พูดพร้อมกับเหลือบดลลี่อย่างขยาดๆ   ดลลี่ทำเป็นยิ้มแบบขำๆเล็กๆ        

            ดลลี่ :  แหมม..นึกว่าจะได้เห็น.ปาน..ที่…..     จีบปากจีบคอต่อลากเสียงยาวแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อปริมก็เดินมา ปานหลือบไปทางปริมแบบค้อนนิดๆ ปริมทำหน้าเหลอหลา

            ปริม : เห็นอะไร!              พูดห้วนๆปรามเพื่อนเล็กน้อยขณะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้

ดลลี่ชะงักหันไปทางปริมแล้วยิ้มๆแบบเบะปากแบบมีเลศนัยและทำหน้าเหลอหลา  ปริมทำหน้าตาขมึงใส่เพื่อน

            ดลลี่ : ก็.. เฮอะๆๆๆ แหมม.. เห็นว่าปานหายดีหรือยังน่ะ        ทำเป็นหัวเราะขำๆแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ ปริมยังทำหน้าขมึงใส่เพื่อน ปานก็ยังมองค้อนปริมเหมือนเดิมถอนหายใจ

            ปาน : ตามสบายนะครับ ขอตัวเข้าไปข้างในก่อน        พูดเสร็จก็รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปในบ้านทันที

ปริมมองตามหลังปานไปแบบเหวอๆรู้สึกผิดเล็กน้อยเพราะเคยเล่าเรื่องปานเล็กๆที่ก้นของปานให้ดลลี่ฟังแบบสนุกปากตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนมหาวิทยาลัย    แล้วหันกลับมองไปทางดลลี่ทำตาดุๆใส่ ดลลี่ทำหน้าเหลอหลา

            ดลลี่  :  แหมม..เล็กๆน้อยๆเอง                   ทำเป็นจีบปากจีบคอพูด

            ปริม :  แกล้งมากปานจะขยาดเอา              ทำเป็นดุใส่ดลลี่ ไม่ยิ้มเพื่อบอกว่าจริง

            ดลลี่ :  รู้หรอกน่า น่ารักดีจะตายไป        ยังทำเป็นเหลอหลาลอยหน้าลอยตาจีบปากจีบคอพูด  แล้วครู่หนึ่งก็ชะงักลงเล็กน้อย  “  แล้ว..วันนี้จะออกเดทกี่โมงเหรอจ๊ะ? “    แซวเพื่อนต่อ เอียงตัวเอียงคอเลิกคิ้วเชิงถาม

            ปริม : สี่โมงเย็น                           พูดเสียงปรกติและเสียงเบาลง เม้มปากเล็กน้อยอมยิ้ม

            ดลลี่ : ไปด้วยได้ป่ะ?                   ยังเอียงตัวเอียงคอเลิกคิ้วถามเพื่อนต่อ ประมาณว่าแซวๆ 

ปริมทำเป็นเหลือบดลลี่และเหลือบกลับ อมยิ้มเล็กๆแบบไม่รู้ไม่ชี้ 

            ดลลี่ : แหมม… แซวเล่นหรอกน่า  ใครจะไปเป็นกอ ขอ คอ ล่ะ    พูดเสร็จก็อมยิ้มแบบเบะปากแต่ตามองเพื่อนที่กำลังเขินปริมหันมายิ้มให้ ดลลี่ก็ยิ้มกว้างกับเพื่อนและดีใจที่เห็นเพื่อนมีความสุข  

ดลลี่ทานอาหารเที่ยงที่บ้านปริมเสร็จก็ขอตัวกลับไปตอนเกือบบ่ายโมง วันนี้ดลลี่ไม่ค่อยแกล้งปานเท่าไหร่เพราะปานก็เงียบๆหงอๆไปคงเป็นเพราะยังไม่สบายตัวเท่าไหร่ 

นนทวัชรมารับปริมที่บ้านตอนเกือบสี่โมงเย็นมาขออนุญาตคุณอาอาธรกับคุณอานุชนันท์เพื่อพาปริม ออกไปทานอาหารเย็นนอกบ้านพร้อมกับถามข่าวคราวของปานแต่ปานนอนหลับตอนกลางวันอยู่บนห้องไม่ได้ลงมา อาธรกับนุชนันท์ต้อนรับนนทวัชรด้วยความดีใจเพระนานแล้วที่นนทวัชรไม่ได้มาที่บ้านนั่งรอสักครู่ปริมก็ลงมา  ปริมแต่งตัวเรียบร้อยปรกติเพราะออกไปข้างนอกกับเขาแต่ยังแต่งหน้าและทำผมสวยอยู่เหมือนเดิม

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

ปริมนั่งที่โซฟามองดูนนทวัชรที่กำลังทำงานอยู่อย่างเอาจริงเอาจังอยู่ที่โต๊ะทำงาน  เขาทำหน้าเคร่งขรึมและเอาจริงเอาจังเรื่องงานซึ่งเธอเห็นเป็นอย่างนั้นตั้งแต่วันแรกที่ไปทำงานกับเขาแล้ว

            ปริม : มีอะไรที่ปริมพอจะช่วยได้บ้างมั้ยคะ?       ถามเขาด้วยความเป็นห่วงและอยากช่วยเพราะตั้งแต่มาถึงสักยี่สิบนาทีแล้วเขาก็ขะมักเขม้นกับงานตลอด

นนทวัชรชะงักเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นละจากเอกสารบนโต๊ะมองไปทางปริม  ยิ้ม่เล็กน้อยแบบเก้อๆเพราะตั้งแต่มาถึงเขาก็รีบดูเอกสารเพราะอยากทำงานให้เสร็จเร็วๆเลยเหมือนอาจจะไม่ค่อยได้สนใจปริม แต่จริงๆแล้วไม่ใช่

            นนทวัชร : ขอบคุณครับ แต่ไม่เป็นไร              ยิ้มเก้อๆแบบรู้สึกผิดเล็กน้อยเกรงว่าปริมจะเข้าใจผิดว่าไม่ได้สนใจ   “ แต่คงอีกสักพักถึงจะเสร็จ..เบื่อมั้ย? ”       ถามด้วยความเกรงใจ

            ปริม : ไม่ค่ะ                   ปริมยิ้มเล็กน้อย ตอบคำถามเขาและมองหน้าเพื่อยืนยันสิ่งที่พูด           นนทวัชรยิ้มอ่อนโยน ปริมยิ้มตอบแล้วพูดต่อ    “  ทำงานต่อเถอะค่ะ ไม่ต้องเป็นห่วง  “    

            นนทวัชร : ครับ                     ยิ้มอ่อนโยนตอบรับ พยักหน้าเล็กน้อยและทำงานต่อ 

ปริมอมยิ้มเล็กน้อยและยังมองดูนนทวัชรที่ขะมักเขม้นกับงานของเขาต่อ เธอได้ยินป๊าพูดบ่อยๆว่าเขาเอาจริงเอาจังกับงานหรือบ้างาน  นี่เป็นอีกหนึ่งเหตุผลเหรอ?ที่เขาไม่ค่อยได้สนใจผู้หญิงคนอื่นอีกหลังจากเลิกกับคุณไหม..     ปริมคิดในใจ   แล้วหยิบเอานิตยสารที่อยู่บนโต๊ะซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนิตยสารเกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งอาคารสถานที่และตกแต่งสวนขึ้นมาเปิดอ่านรอเขา ราวครึ่งชั่วโมงต่อมา นนทวัชรก็ทำงานเสร็จแล้วก็พากันออกไปหาอาหารทานกันที่ตลาดนัดยามคำคืนแห่งหนึ่ง  เป็นเดทแบบเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขเพราะทั้งนนทวัชรและปริมต่างรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง ปริมประทับใจอีกครั้งกับอีกหนึ่งมุมที่ง่ายๆในความเป็นตัวเองของเขา

            นนทวัชร :  ดื่มเครื่องดื่มอะไรมั้ยครับ?                  ถามพร้อมกับยิ้ม เมื่อเดินแยกออกมาจากจุดที่ผู้คนพลุกพล่านและกำลังมองหาที่นั่งหรือหยุดเพื่อพักสักเล็กน้อย

            ปริม :  ค่ะ  อืมม..ชามะนาวค่ะ                รับคำพร้อมกับคิดเล็กน้อยว่าจะดื่มอะไรดี

            นนทวัชร :  รอครู่หนึ่งครับ                      ยิ้มให้ก่อนเดินเลี่ยงออกไปซื้อเครื่องดื่ม

ปริมมองหาจุดที่จะนั่งพักได้หลังเดินหาซื้อของกินและกินอาหารกันจนอิ่มและรู้สึกว่าเหนื่อยและร้อนและอยากนั่งพัก สักครู่นนทวัชรก็เดินกลับมามือข้างหนึ่งถือแก้วพลาสติกใสมีน้ำกึ่งๆว่าจะเป็นสีน้ำตาลแดงในนั้นและมืออีกข้างถือน้ำเปล่าหนึ่งขวดสำหรับตัวเองเดินมานั่งลงตรงริมขอบฟุตบาทข้างๆปริมพร้อมกับยื่นแก้วน้ำชามะนาวให้

            ปริม : ขอบคุณค่ะ                              ยิ้มและรับแก้วเครื่องดื่มมา

            นนทวัชร : ครับ                   อมยิ้มและมองปริมที่กำลังดูดน้ำชามะนาวที่เขาพึ่งซื้อมาให้เหมือนกำลังกระหายคงจะเหนี่อย     “ อืมม.ดื่มเครื่องดื่มลักษณะนี้บ่อยเหรอ? “   ถามอย่างจริงจังเล็กน้อย

            ปริม : ก็..บ่อยค่ะ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกาแฟเย็น แต่อันนี้วันนี้เดินจนเหนื่อยเลยรู้สึกกระหายเลยอยากดื่มอะไรเย็นๆและเปรี้ยวๆเล็กน้อยน่ะค่ะ           พูดไปกับยิ้มไปพร้อมกับมองหน้าเขา  นนทวัชรยิ้ม

            นนทวัชร : ครับ  รู้สึกว่าเครื่องดื่มลักษณะนี้จะใส่น้ำตาลเยอะ       พูดไม่เชิงว่าอยากจะพูดต่อเกรงใจปริม

            ปริม :  ค่ะ                     ปริมรับทราบ ยิ้มและมองหน้าเขาๆก็ยังมองอยู่และยิ้มเล็กน้อย เธอรู้แต่ทานบ่อยเลยไม่เชิงว่าติด แล้วก็หันกลับและดูดน้ำชามะนาวต่อแก้เขิน

            นนทวัชร : ลดลงบ้างได้มั้ย?                พูดเสียงอ่อนโยนลงและยังมองปริมอยู่    ปริมชะงักเล็กน้อยหันไปมองหน้าเขาอีกก็เห็นแววตาอ่อนโยน ครู่หนึ่งจึงหันกลับและทำหน้าเหมือนกำลังคิดแต่จริงๆเขินเพราะคำพูด น้ำเสียงและสีหน้าแววตานั้น   นนทวัชรพูดต่อ   “  กับน้ำตาลที่ปรุงก๋วยเตี๋ยว  “    ปริมชะงักในสีหน้าอีกแล้วหันไปมองเขาอีกครั้ง ก็เห็นเขายิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยแต่ดูเก้อๆคงจะเขินในสิ่งที่พูด ปริมยิ้ม มองเขาครู่หนึ่ง

            ปริม :  ค่ะ                               รับคำจริงจัง     นนทวัชรก็ยิ้มกว้าง ทั้งคู่ยิ้มและมองหน้ากัน

            นนทวัชร : เหนื่อยหรือเปล่า? วันนี้ไม่ได้พาไปนั่งกินอาหารที่ร้านแต่พามาเดินหาอะไรกินแถวนี้แทน    

            ปริม : ไม่หรอกค่ะ ปรกติปริมก็ไปลักษณะแบบนี้กับเพื่อนกับเพื่อนร่วมงานบ้างค่ะ       อธิบาย อมยิ้ม

            นนทวัชร : ครับ                                 ยิ้มอ่อนโยนรับคำสั้นๆ

            ปริม :  คุณนนท์ก็มาแถวนี้บ่อยเหรอคะ?                    ถามกลับบ้าง

            นนทวัชร : ไม่ค่อยได้มาเท่าไหร่ นานๆมาครั้ง ทำงานที่ออฟฟิศเสร็จก็จะเข้าไปที่ร้าน ทานข้าวที่ร้านเสร็จก็ไปหาอะไรดื่มกับนุเขาบ้าง             พูดเสร็จก็ยิ้ม 

            ปริม :  ค่ะ  งั้น.ก็คงไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไหนเลย..เอ่ออ.หมายถึงไปพักผ่อนต่างจังหวัดหรือต่างประเทศอะไรแบบนี้น่ะค่ะ         

            นนทวัชร : ก็ไปบ้างครับไปกับคุณพ่อคุณแม่แต่นานๆครั้งไปที ส่วนใหญ่คุณพ่อกับคุณแม่จะไปกันสองคน        พูดเสร็จก็ยิ้มและมองหน้าปริม   

ปริมนิ่งมองดูเขาขณะที่เขากำลังพูดนั้นดูเขาผ่อนคลาย หลายปีมานี้เขาทำงานหนักทุ่มเทกับงานคงไม่ใช่แค่เพราะเลิกกับคุณไหมแต่เป็นเพราะภาระหน้าที่การงานที่เขาเข้ามารับช่วงต่อจากคุณลุงวัชร  ปริมยิ้ม

            นนทวัชร :  แล้ว..เอ่ออ..      พูดเสียงต่ำลงเล็กน้อย     “ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันมั้ยหรือไปต่างประเทศ? “      มองหน้าปริมและยิ้มเล็กน้อย   ปริมอึ้งเล็กน้อยในคำชวนไม่ใช่คิดว่าเขาคงไม่ชวนแต่เป็นเพราะตื่นเต้นและดีใจที่เขาชวน  ”  แต่คงต้องเป็นหลังจากงานคุณนตเสร็จ..คงอีกสักพัก ”    พูดเสร็จก็ยิ้มเก้อๆแก้เขินเพราะชวนปริมไปเที่ยวแต่คงอีกสักพักเพราะงานยังไม่เสร็จ

            ปริม :  แล้วงานคอนโดของคุณกฤษณะล่ะคะ               ปริมฉงนเล็กน้อย

            นนทวัชร : ไม่เร่งครับ…ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่                    พูดไปยิ้มไปมองหน้าปริม 

ปริมอมยิ้มเล็กน้อยนิ่งมองหน้าเขาก็เห็นเขามองหน้าเธอและยิ้มให้อยู่  ครู่หนึ่งก็ตอบรับคำขวนของเขา

            ปริม :  ค่ะ                          ปริมตอบตกลงอมยิ้ม   นนทวัชรก็ยิ้มกว้างมองหน้ากันและกัน

นั่งพักกันสักครู่ก็พากันลุกขึ้นเพื่อจะไปส่งปริมที่บ้านเกือบสามทุ่มเดี๋ยวดึกเกินไป นนทวัชรยื่นมือออกมาเพื่อรับแก้วเครื่องดื่มจากปริมเพื่อจะเอาไปทิ้งที่ถังขยะ  ปริมรู้ความหมายแต่ทำเป็นเหลือบมองหน้าเขาก็เห็นเขาอมยิ้มสักครู่จึงยื่นแก้วเครื่องดื่มให้แล้วก็ยิ้มทำเป็นแกล้งกันเล็กน้อย  นนทวัชรรับแก้วจากมือปริมไปถือไว้ที่มืออีกข้างเสร็จแล้วยื่นมือข้างเดิมมาอีก ปริมมองดูมือเขาที่ยื่นมาอีกครั้งแววตาเป็นประกายเม้มปากเล็กน้อยแล้วเหลือบมองหน้าเขาอีกครั้งก็เห็นเขายิ้มให้อยู่ปริมยิ้มเขิน  สักครู่ก็ยื่นมือของตัวเองไปกุมมือนั้นนนทวัชรกุมมือปริมตอบในขณะที่สายตาก็ยังมองกันอยู่และยิ้มให้กัน  นนทวัชรดึงมือปริมเพื่อดึงปริมให้ขยับเข้ามาใกล้ๆอีก  ปริมขยับตามแรงดึงเมื่อถูกเขาดึงมือให้ขยับเข้าไปใกล้โดยที่สายตาของทั้งคู่ไม่ละจากกันเลย

            นนทวัชร :  เดี๋ยวไปส่งที่บ้านนะครับ                พูดเสียงอ่อนโยนแล้วยิ้ม

            ปริม :  ค่ะ                                                        รับคำสั้นๆเขินๆและใจเต้นแรง ยิ้ม

ยิ้มให้กันอย่างมีความหมายแล้วเดินกุมมือกันไปโดยมีสายตาของใครบางคนมองตามทั้งคู่ไป  สิริมาซึ่งกำลังนั่งทานอาหารกับเพื่อนสนิทที่จะทำร้านกาแฟกับขนมด้วยกันก็มาหาอาหารทานแถวนี้ในวันนี้ มองเห็นปริมกับนนทวัชรตั้งแต่ที่ทั้งคู่เดินเลี่ยงออกไปหาที่นั่งพักแล้วและเหลือบมองดูทั้งคู่เกือบจะตลอดจนกระทั่งตอนนี้ที่ทั้งคู่กำลังเดินจับมือกันไป  สิริมารู้สึกว่าที่เคยรู้สึกว่าเริ่มทำใจได้แล้วนั้นไม่ใช่ ตอนนี้ความรู้สึกนั้นคือเจ็บแปลบในใจ..

……………………………..…… ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ………………..……………….

                                

              

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.