นิยาย ♥แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบหก

 ……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

             ดึกๆวันอาทิตย์สิริมานัดพิษณุไปนั่งดื่มที่ร้านที่เคยไปเมื่อครั้งก่อน สิริมามาถึงก่อนก็สั่งเครื่องดื่มที่ยศนันท์เคยสั่งให้นั่งไปสักพักก็ได้ยินเสียงเรียกทัก สิริมาชะงักกึกทันทีที่ได้ยินเสียงนั้นเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอกับกฤษณะที่นี่                     

            กฤษณะ : ไม่คิดว่าจะได้เจอที่นี่ เดี๋ยวนี้ก็หัดดื่มเหมือนกันเหรอ?        

สิริมาหันไปมองหน้ากฤษณะไม่เพียงแต่คำทักทายแต่เขาทำหน้าเชิงเย้ยหยันอยู่เช่นกัน

            สิรมา : ไม่แปลก คุณยังมา                     ห้วนๆทำเป็นไม่ยี่หระและไม่สนใจ

            กฤษณะ : แหม.เดี๋ยวนี้นอกเรื่องการแต่งตัวแล้วคำพูดคำจาก็เปลี่ยนไปนะ  เหน็บแนมเก่งขึ้น     อมยิ้มเล็กน้อยมองหน้าสิริมา

            สิริมา :  ก็มีบ้าง คนเราชีวิตเปลี่ยนไปก็ต้องปรับเปลี่ยนตาม          พูดเสียงต่ำลงและมองหน้ากฤษณะด้วยสีหน้าเฉยๆ กฤษณะยิ้ม

            กฤษณะ : ก็…นะ   ก็หวังว่าคงจะมีใครสนใจ..โดยเฉพาะ..คุณนนท์        พูดธรรมดาแต่เน้นเสียง อมยิ้มยียวนกวนอารมณ์สิริมา  สิริมาหันขวับไปมองหน้ากฤษณะ   “ คงต้องรีบทำคะแนนหน่อยนะ เพราะรอบๆข้างคุณนนท์เนี่ยมีแต่สาวๆสวยๆเต็มไปหมด อย่างว่าล่ะนะคนเก่าๆก็ต้องปรับปรุงตัว เพราะคนใหม่ๆสดใสกว่าเยอะ “   อมยิ้มเยาะๆและเดินจากไป    สิริมาเม้มปากและเจ็บใจมองตามกฤษณะที่เดินกลับไปหาเพื่อนที่โต๊ะ

พิษณุเดินเข้ามาพอดีเห็นสิริมาทำหน้าแบบนั้นและกำลังมองตามใครไปก็มองตามจึงเห็นว่าเป็นกฤษณะที่เดินกลับไปนั่งที่โต๊ะกับเพื่อนแล้ว กฤษณะอมยิ้มและพยักหน้าเล็กน้อยทักทายพิษณุหลังจากนั่งลงแล้วและหันมาเห็นพิษณุพอดี พิษณุก็พยักหน้าเล็กน้อยทักทายตอบและเดินไปหาสิริมา

            พิษณุ : มานานหรือยัง?                  ถามปรกติ แบบเอาใจใส่เพื่อนและเป็นห่วงเห็นว่าวันนี้มาเจอ กับกฤษณะที่นี่ด้วย

            สิริมา : ครู่หนึ่งแล้วล่ะ                     หันกลับมาและคุยกับพิษณุแบบปรกติต่อ

            พิษณุ : ไม่มีอะไรใช่มั้ย?                หมายถึงเรื่องกฤษณะเมื่อครู่

            สิริมา :  ไม่มีอะไร                           อมยิ้มให้เพื่อนเล็กน้อยและปฏิเสธในสิ่งที่เพื่อนถาม

 พิษณุนิ่งคิดเล็กน้อยจึงหันไปสั่งเครื่องดื่มไม่เซ้าซี้เพื่อนต่อแม้จะเห็นปฏิกิริยาเมื่อครู่ของเพื่อนก็ตาม แต่เพื่อนก็ตอบปฏิเสธแล้ว ไหมไม่ค่อยเข้าร้านลักษณะแบบนี้นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ไหมโทรชวนมาดื่มคงมีเรื่องอะไรในใจอีก  พิษณุคิดในใจแล้วก็ถอนหายใจเบาๆดื่มเครื่องดื่มไปแล้วชวนสิริมาคุยเรื่องทั่วไปและถามความคืบหน้าเรื่องร้านและบริษัทที่จะทำมากกว่าจะคุยเรื่องส่วนตัวเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

credit pic bloggang.com ตัดภาพบางส่วน

     เช้าวันจันทร์ปริมมาถึงที่ทำงานก็เห็นถุงกระดาษวางบนโต๊ะปริมยิ้มดีใจคลี่ปากถุงกระดาษออกดูของข้างในก็เห็นเป็นกล่องอาหารซึ่งเป็นกล่องอาหารของเธอครั้งก่อน..ยิ้มหันซ้ายหันขวามองข้างหน้าก็ยังไม่มีใครมาส่วนป้าอ๋อยก็ยังอยู่บริเวณด้านในได้ยินเสียงกำลังทำความสะอาดและแน่นอนเจ้าของถุงกระดาษนี้ก็อยู่ในห้องทำงานด้านใน  ปริมหยิบกล่องอาหารออกมาพร้อมกับได้ยินเสียงป้าอ๋อยเดินลากอุปกรณ์สำหรับทำความสะอาดกำลังเดินออกมาจึงรีบเก็บกระเป๋า  ป้าอ๋อยยิ้มและทักทายปริมทักทายตอบเมื่อป้าอ๋อยเดินผ่านไปจึงเดินถือเอากล่องอาหารไปที่ห้องทานอาหารส่วนกล่องอาหารเช้าที่แม่ทำให้เก็บไว้ทานตอนพักเที่ยง เมื่อมาที่ห้องทานอาหารก็นั่งลงและเปิดฝากล่องอาหารดูว่าอาหารที่เขาทำให้เป็นอะไร..ข้าวผัดปู..ปริมยิ้ม เมย์เข้ามาพอดีปริมหันไปยิ้มให้และทักทาย เมย์ก็ยิ้มและทักทายตอบและรีบชงกาแฟและเตรียมน้ำดื่มเพื่อไปเสิร์ฟนนทวัชร

ตอนสายๆมีซัพพลายเออร์มาขอพบนนทวัชรกับอั๋นส่วนนาวินกับนักออกแบบตกแต่งอีกสามคนวันนี้ก็เข้าออฟฟิศแต่เห็นว่าบ่ายๆจะออกไปกันอีก ปริมนั่งทำงานง่วนอยู่กับการทำบัดเจ็ท ทำพีอาร์ขอซื้อของตกแต่งและประสานงานอื่นๆเพราะไม่ใช่แค่งานของยศนันท์แต่มีอีกสองจ๊อบที่ ณ ขณะนี้นักออกแบบตกแต่งหลายๆคนออกไปหน้างานของลูกค้าและยังมีอีกหนึ่งจ๊อบที่กำลังคืบหน้า  นั่งๆทำงานอยู่ก็เห็นยศนันท์กำลังจะเดินผ่านเข้าไปห้องด้านใน..แต่..ก็ยังอุตส่าห์หันมาและอมยิ้มให้แบบเดิมซึ่งปริมก็ยังคิดว่าเป็นอมยิ้มที่กวนประสาท ปริมเหลือบตามเฉยๆไม่ยิ้มตอบจนยศนันท์เดินผ่านไป คุณนนท์คุยกับซัพพลายเออร์อยู่คงจะมานั่งรอมั้ง ปริมถอนหายใจและส่ายศีรษะเล็กน้อยเพราะคิดว่าไม่ได้กำลังรู้สึกหึงแล้วก็ทำงานต่อ  ตอนใกล้เที่ยงอาธรโทรลงมาชวนปริมไปทานอาหารกลางวันด้วยกันแต่ปริมปฏิเสธเพราะมีกล่องอาหารที่ตอนเช้ายังไม่ได้ทานและต้องการรีบทำงานให้คืบหน้ามากที่สุด

วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันจันทร์แรกของสัปดาห์แห่งการทำงานที่ยุ่งสุดๆ ปริมก็เอ๋อๆเหลอๆกับบัดเจ็ทและทำพีอาร์เพราะมีใบเสนอราคาหลายรายการของงานสามจ๊อบในช่วงนี้และประสานงานอื่นๆอีก  ตอนบ่ายหลังจากกลับมาจากทานอาหารคนเดียวนนทวัชรก็ขึ้นไปประชุมชั้นบนเรื่องโฆษณาเมย์ไม่ได้เข้าด้วย ส่วนยศนันท์กลับไปตั้งแต่ก่อนเที่ยงเพราะแค่มาคุยเรื่องงาน

ปริมกลับถึงบ้านตอนเกือบสามทุ่มครึ่งส่วนนนทวัชรยังทำงานต่อ เก็บกระเป๋าเสร็จก็เตรียมตัวเพื่อจะอาบน้ำและพักผ่อนแต่นิ่งคิดเล็กน้อยก็ส่งข้อความแชทแสดงถึงความห่วงใยถึงเขาเพราะเห็นว่าทำงานหนัก ส่งข้อความเสร็จก็ยิ้มวางโทรศัพท์แล้วเข้าไปอาบน้ำ 

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

            ช่วงสายวันถัดมาราวสิบเอ็ดโมงเศษสิริมาแวะมาหานนทวัชรทั้งแวะเข้ามาหายศนันท์และแวะมาหานนทวัชรด้วย

            สิริมา : สวัสดีค่ะนนท์                          ยิ้มหวานทักทาย

            นนทวัชร : หวัดดีครับ                          ยิ้มทักทายปรกติ ละจากงานเพื่อคุยกับสิริมา

            สิริมา : ไหมมาทำธุระแถวนี้เลยแวะมาเยี่ยมคุณนตกับนนท์น่ะค่ะ เมื่อกี้นี้แวะไปที่ออฟฟิศคุณนตแต่เธอยังไม่เข้าออฟฟิศเลยขึ้นมาหานนท์ค่ะ                              ยิ้ม

            นนทวัชร : ครับ ช่วงนี้คุณนตก็ยุ่งๆเรื่องจะทำร้านด้วยเลยมีหลายอย่างต้องทำ    ยิ้ม    “ แล้วไหมเป็นไงบ้าง?  “ 

            สิริมา : ก็ดีค่ะ ไหมก็เรื่อยๆเรื่องร้านก็เกือบจะสมบูรณ์แล้วล่ะค่ะ  ส่วนเรื่องบริษัทก็..ใกล้จะโอเคแล้วเหมือนกัน     ยิ้ม    “  มีเวลาบ้างเล็กน้อยเลยแวะมาหานนท์น่ะค่ะ “   

            นนทวัชร : ครับ หากมีอะไรให้ช่วยก็บอกได้         พูดปรกติอย่างจริงใจ พร้อมกับยิ้ม

สิริมาก้มลงเปิดกระเป๋าและหยิบเอานามบัตรสองใบขึ้นมาแล้วยื่นให้นนทวัชร  นนทวัชรอมยิ้มเล็กน้อยรับนามบัตรมาดูมีทั้งนามบัตรบริษัทและนามบัตรร้านกาแฟกับขนมแล้วเงยหน้าขึ้นมามองสิริมาพร้อมกับยิ้ม

            สิริมา : ราวอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าไหมก็จะเปิดออฟฟิศแล้วล่ะค่ะ แต่ไม่ได้ทำใหญ่โตอะไรเริ่มจากเล็กๆก่อน แต่ร้านกาแฟกับขนมคงอีกสักพัก     ยิ้ม         

            นนทวัชร : ยินดีด้วยนะครับ ผมก็มัวแต่ยุ่งๆเลยไม่ได้ถามความคืบหน้าเรื่องนี้       พูดเสร็จก็ยิ้มแก้เก้อเล็กน้อย  สิริมาก็ยิ้มมองหน้านนทวัชร

            สิริมา : ไม่เป็นไรค่ะ ไหมรู้ว่านนท์ยุ่งมากเลยไม่ค่อยอยากรบกวน…วันนี้ก็เลยมารบกวนทีเดียวเลย..มาขอฝากเนื้อฝากตัวเรื่องงานน่ะค่ะ                           ยิ้มมองหน้านนทวัชร

            นนทวัชร : ครับ ยินดีครับ                นนทวัชรยิ้มอย่างจริงใจและดีใจกับสิริมาที่กำลังก้าวผ่านปัญหาชีวิตและเดินหน้าต่อ    “ มีอะไรก็บอกได้เสมอ ไม่ต้องเกรงใจ “      พูดเสียงต่ำลงและอ่อนโยนลงเพราะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ยิ้มและมองหน้าสิริมา  สิริมาก็มองหน้านนทวัชรและยิ้มตอบ ครู่หนึ่งสิริมาก็พูดต่อ

            สิริมา : อืมม วันนี้ไหมก็อยากจะชวนนนท์ไปทานข้าวน่ะค่ะ  เอ่อ.ชวนน้องปริมไปด้วย ครั้งก่อนไหมแวะมาหาคุณนตแล้วเจอน้องปริมเธอชวนไหมไปทานข้าวด้วย เธอเลี้ยงข้าวไหมน่ะค่ะไหมก็เลยอยากจะเลี้ยงข้าวตอบแทนเธอ         ยิ้ม   นนทวัชรนิ่งคิดครู่หนึ่งปนไม่แน่ใจว่าปริมจะไปด้วย

            นนทวัชร  :  เอ่ออ…ครับ            ยิ้ม  

ครู่หนึ่งก็โทรศัพท์หาเมย์ให้เมย์โทรไปบอกปริมว่าคุณไหมกับคุณนนท์ชวนไปทานข้าวด้วยกัน ปริม  เหวอเล็กน้อยตอนที่เมย์บอกและก็อ้ำอึ้งเล็กน้อยแต่ก็ตอบตกลง

นนทวัชรกับสิริมาลงมารอปริมที่ด้านล่างพอปริมลงมาและเดินออกจากลิฟท์ก็เห็นทั้งคู่ยืนคุยกันอยู่อย่างสนิทสนม ปริมคิดว่าทุกอย่างคงโอเคแล้วดูท่าทางคุณไหมสดใสและสดชื่นขึ้น ปริมเดินตรงไปหาทั้งคู่ นนทวัชรหันไปมองปริม และอมยิ้มเล็กน้อยแต่มองตลอด สิริมาเหลือบมองนนทวัชรก็เห็นแววตาที่เขาแสดงออกมาชัดเจนว่ามีความรักกับสาวสวยน่ารักที่กำลังเดินมาหา แต่ปริมทำหน้าเฉยๆพยายามเก็บอาการให้เป็นปรกติเหลือบมองนนทวัชรที มองสิริมาทีเพราะไม่อยากทำให้สิริมารู้สึกแย่..หากคุณไหมเธอจะพึ่งทำใจได้ทั้งเรื่องส่วนตัวกับเรื่องของคุณนนท์ ปริมคิด..แล้วก็ยิ้มให้ทั้งคู่เมื่อเดินใกล้ถึงตรงที่ทั้งคู่ยืนอยู่และยกมือไหว้ทักทายสิริมาอีกครั้ง

ทั้งสามคนขึ้นรถของนนทวัชรไปปริมเลือกที่จะนั่งเบาะหลังและเมื่อไปถึงร้านอาหารก็เลือกที่จะนั่งคนเดียวให้สิริมานั่งข้างนนทวัชร  นนทวัชรใส่ใจทั้งสองคนปรกติและเข้าใจในปฏิกิริยาของปริม สิริมาเองก็สังเกตว่านนทวัชรไม่ได้ใส่ใจใครเป็นพิเศษพวกเขาคงพยายามทำตัวให้เป็นปรกติเมื่อเวลาทำงาน ..นอกจากสายตาของนนท์ที่แสดงออกชัดเจนแล้วปฏิกิริยาอื่นๆปรกติ..แตกต่างจากที่เธอเห็นทั้งคู่เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา..สิริมาคิด

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

            ราวหกโมงเย็นอัญชนาเดินออกไปรอสามีที่หน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงรถวิ่งเข้ามาซึ่งเป็นเวลาเลิกงานและกลับมาถึงบ้านโดยปรกติของเขา

            อัญชนา : เหนื่อยมั้ยคะ?         ยิ้ม ถามสามีเมื่อสามีเดินมาถึง

            วัชรพงษ์ : ไม่เลย สบายมาก       ยิ้ม อารมณ์ดีปรกติ  “ ว่าจะทำงานต่อนะเนี่ย แต่เกรงว่าคุณจะเหงาไม่มีเพื่อนคุย “    พูดกระเซ้าเย้าแหย่ภรรยา พูดเสร็จก็หัวเราะ

อัญชนายิ้มแบบเบะปากใส่สามีเล็กน้อยพร้อมกับส่ายศีรษะ

            อัญชนา : ถ้าไหวก็ตามใจค่ะ ไม่เป็นไรชั้นชินล่ะ        ทำเป็นพูดประชดประชันสามีเล็กน้อย แต่อมยิ้ม   วัชรพงษ์หัวเราะ

            วัชรพงษ์ : แหม..คุณก็..ทำงานเสร็จก็ต้องรีบกลับบ้านมาหาคุณสิ    ยิ้ม  เอาใจภรรยา  “ มีกันอยู่สองคนตายาย..ส่วนลูกชายก็ยุ้งยุ่ง “      พูดเสร็จก็หัวเราะอีก    อัญชนายิ้ม 

            อัญชนา : ค่ะ             ยิ้ม  วัชรพงษ์ยังหัวเราะ    “ แล้วลูกบอกว่าจะกลับมาทานอาหารเย็นที่บ้านมั้ยคะ? ”

            วัชรพงษ์ : ไม่ได้บอก กำลังเร่งเคลียร์งาน             พูดเสียงปรกติลง 

อัญชนาถอนหายใจเล็กน้อย

            วัชรพงษ์ : เอาน่าจ๊อบนี้เสร็จก็จะโล่งมากละ ไม่ใช่แต่ลูกที่จะมีเวลาทานอาหารเย็นกับเรามากขึ้น      ยิ้มมองหน้าภรรยา อัญชนาก็อมยิ้มตอบ   “ ว่าแต่ วันนี้ก็มีแต่ของโปรดของผมใช่มั้ย? “  กระเซ้าเย้าแหย่ภรรยาต่อ ทำเป็นเอียงหน้าต่ำมองภรรยาแบบลุ้นรอคำตอบ

อัญชนาทำเป็นเหลือบมองสามีแบบค้อนๆแล้วก็ตอบ

            อัญชนา :  ค่ะ           ลากเสียงเล็กน้อยเพราะเห็นท่าทางนั้นของสามี  

วัชรพงษ์หัวเราะส่วนอัญชนาก็ยิ้มกับความอารมณ์ดีของสามีแล้วเดินเข้าไปในบ้านพร้อมกันรอเวลาทานอาหารเย็น เธอก็คาดว่าจะเป็นอย่างนั้น..อย่างที่สามีบอก 

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

            พิษณุโทรหานนทวัชรเพื่อจะชวนไปทานอาหารเย็นกันโดยไม่คาดหวังกับคำตอบเพราะทราบอยู่แล้วว่าเพื่อนยุ่งแต่เผื่อเพื่อนจะเจียดเวลาหรือแบ่งเวลาพอที่จะไปได้บ้างหรือหากเพื่อนอยากไปและบอกว่าให้ชวนปริมไปด้วย นนทวัชรตอบปฏิเสธเพราะงานยุ่งมาก พิษณุเข้าใจและบอกว่าไม่เป็นไรจึงไปกับยศนันท์และสิริมา พิษณุมาถึงร้านอาหารก่อนก็สั่งอาหารเลยทันทีจะได้ไม่เสียเวลาและรอคิวนานเนื่องจากลูกค้าค่อนข้างเยอะ สั่งอาหารเสร็จนั่งรอไปได้สักครู่สิริมาก็มาถึง

            พิษณุ : รถติดมั้ย?                        อมยิ้มเล็กน้อยถามเพื่อนเมื่อสิริมามาถึงและนั่งลงที่เก้าอี้แล้ว

            สิริมา : ติดมาก        ยิ้ม    “ แล้วมาถึงนานหรือยัง?  “

            พิษณุ : สักสิบนาทีแต่สั่งอาหารไปแล้วล่ะ สี่อย่าง          อมยิ้มอีก

            สิริมา : อืม        พูดพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยแล้วยิ้ม   “ แล้วนนท์กับคุณปริมจะมาหรือเปล่า? “

            พิษณุ : ไม่มา นนท์ยุ่งมากรีบทำงาน เห็นบอกว่าเสาร์นี้ก็จะไปหน้างานของลูกค้าที่หัวหิน   

            สิริมา : เหรอ?  อืม..จริงๆวันนี้ก็ไปที่ออฟฟิศนนท์มาเหมือนกันและก็..ไปทานข้าวกับนนท์กับคุณปริมมา

พิษณุชะงักในสีหน้าเล็กน้อย แต่สักครู่ก็ปรกติคิดว่าไม่นานก็คงต้องเป็นอย่างนั้นไหมต้องปรับตัวและทำตัวให้ปรกติแล้วก็คงจะชินไปเอง  

            พิษณุ : อืม           พยักหน้ารับทราบ     “ แล้วให้นามบัตรกับนนท์ไปหรือยัง? 

            สิริมา : ให้ไปแล้ว วันนี้นี่แหล่ะถึงได้ตั้งใจไป                    ยิ้ม  

            พิษณุ :  อืม          พยักหน้ารับทราบ แล้วอมยิ้ม   “ แล้วเรื่องพนักงานเป็นไง? “    รับทราบสิ่งที่เพื่อนบอกก็ถามถึงความคืบหน้าสิ่งที่เพื่อนกำลังทำ

            สิริมา :  ที่สัมภาษณ์ไปก็มีสองสามคนที่โอเคแต่คงอีกสักสองสามวันค่อยโทรไปแล้วก็..มะรืนนี้สัมภาษณ์เพิ่มอีกสามสี่คน จะรับเท่าที่จำเป็นก่อนหากได้งานหรือมีงานเพิ่มค่อยทยอยรับเพิ่ม          ยิ้ม

            พิษณุ : ก็ดี           ยิ้มเล็กน้อย เห็นด้วย และรู้สึกโล่งใจขึ้นส่วนหนึ่งที่ไหมกำลังจะก้าวต่ออีกหนึ่งก้าวจะได้ไม่มีเวลาคิดเรื่องส่วนตัวหรือคิดน้อยลงไม่ว่าจะเรื่องของนนท์หรือเรื่องปัญหาชีวิตที่ถึงแม้มันจะจบไปแล้วก็ตาม  

นั่งคุยกันต่อไปได้สักครู่ยศนันท์ก็มาถึงและยิ้มหวานให้กับทุกคนเป็นปรกติและตอนนี้สนิทใจกับสิริมามากขึ้นเพราะติดต่อธุระเรื่องงานของสิริมากันหลายครั้ง สิริมาสังเกตอาการของทั้งพิษณุกับยศนันท์อีกครั้งหลังจากก่อนหน้านี้ที่เห็นว่ามีอะไรที่ธรรมดาแต่เหมือนไม่ธรรมดาและครั้งนี้เห็นว่าอะไรที่ไม่ธรรมดานั้นกำลังปรากฏชัดเจนขึ้น..ทีละนิด

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

            สายวันต่อปริมเตรียมแฟ้มเอกสารเพื่อเซ็นเสร็จก็เอาไปส่งให้เมย์และยืนคุยกันเล็กน้อย โทรศัพท์ที่โต๊ะเมย์ดังปริมจึงเดินกลับไปที่แผนก แต่พอเมย์วางสายก็เรียกปริมและบอกว่าคุณนนท์เชิญด้านในและบอกให้เอาแฟ้มเข้าไปด้วยได้เลย  เมย์ยิ้ม ปริมก็ยิ้มรับแฟ้มเอกสารจากเมย์แล้วเคาะประตูห้องทำงานของนนทวัชรเมื่อได้ยินเสียงตอบรับก็เปิดประตูแล้วเดินเข้าไป  เมย์มองตามปริมแล้วก็ยิ้ม ตั้งแต่ตอนเย็นวันนั้นที่คุณปริมหน้าแดงปฏิกิริยาของทั้งคู่ที่แสดงออก..และก็..อั๋นเล่าให้ฟังตอนที่มาขอดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับออฟฟิศคุณนตเรื่องเหตุการณ์ที่ชั้นสามด้วย  เมย์อมยิ้มแล้วก็ยักไหล่แบบจั๊กกะจี้

เมื่อปริมเปิดประตูและเดินเข้ามา..เช่นเคยเขามองอยู่แล้ว ปริมยิ้มและพยายามทำหน้าปรกติ

            นนทวัชร : เชิญนั่งครับ                     พูดเสียงนุ่มปรกติ  ยิ้ม

            ปริม  :  ขอบคุณค่ะ           พูดขณะกำลังเดินมาที่เก้าอี้ วางแฟ้มลงบนโต๊ะเสร็จก็นั่งลง

นนทวัชรหยิบแฟ้มมาเปิดดูแล้วก็เซ็นเอกสารในแฟ้ม ปริมนั่งมองดูเขา  สักครู่เขาก็เงยหน้าขึ้นมาคุยด้วย

            นนทวัชร : บ่ายนี้จะออกไปข้างนอกพบลูกค้า คงจะไม่กลับเข้ามาที่ออฟฟิศอีก        พูดเสร็จก็ยิ้ม

            ปริม :  ค่ะ               รับทราบกับสิ่งที่เขาพูดพร้อมกับมองหน้าเขา  

นนทวัชรอมยิ้มแล้วก้มหน้าเซ็นเอกสารในแฟ้มต่อ  ปริมก็นั่งมองดูเขาอีก เมื่อเซ็นเอกสารเสร็จก็ส่งแฟ้มให้ปริมพร้อมกับยิ้ม

            ปริม :  ขอบคุณค่ะ                ยิ้มเล็กน้อยมองหน้าเขา

            นนทวัชร :   พรุ่งนี้ตอนเย็น ไปทานข้าวกันนะครับ               ยิ้ม  

ปริมยิ้มและยังมองหน้าเขาอยู่

            ปริม : ค่ะ               แล้วก็ยิ้มกว้าง เขาก็ยิ้มกว้าง

ปริมเดินออกจากห้องไปโดยที่นนทวัชรก็มองตามจนประตูห้องทำงานถูกปิดแล้วทำงานต่อ

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

             ดึกๆหลังจากที่ส่งข้อความแชทกับเพื่อนและส่งข้อความแชทราตรีสวัสดิ์กับนนทวัชรแล้วปริมวางโทรศัพท์แล้วเตรียมตัวจะเข้านอนแต่นึกได้นิ่งไปครู่ก็เปิดประตูห้องแล้วเดินออกไป ปริมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องนอนของปานแล้วเอียงหน้าเล็กน้อยเอาแก้มแนบเข้ากับประตูห้องนอนของปานเพื่อฟังว่าปานทำอะไรหรือนอนหรือยังเพระปานกลับมาถึงบ้านได้สักพักแล้ว ขมวดคิ้วสองข้างเล็กน้อยเพื่อพยายามจะฟังว่าจะได้ยินอะไร ครู่หนึ่งก็โยกตัวกลับและหยุดนิ่งคิดเล็กน้อยแต่ยังขมวดคิ้วอยู่แล้วเดินกลับห้องไป ครั้งก่อนหน้าที่ปานขอเงินแล้วไม่ได้ก็ทำท่าไม่พอใจจริงจังเหมือนกับว่ากำลังมีอะไรหรือต้องการเงินไปทำอะไรสักอย่าง ..ปริมคิดในใจขณะเดินกลับไปที่ห้อง

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

            เช้าวันต่อมาปริมกำลังแต่งตัวดลลี่วีดีโอคอลมาเพื่อแนะนำเรื่องการแต่งหน้าทำผมปริมอมยิ้มให้กับความน่ารักและเอาใจใส่ของเพื่อนเพราะไม่ได้ขอความช่วยเหลือเรื่องการแต่งหน้าทำผมแค่เล่าให้ฟังเมื่อคืนที่แชทกันว่าวันนี้นัดทานอาหารเย็นกับคุณนนท์อีกครั้ง แต่งหน้าทำผมไปก็ถูกดลลี่แกล้งพูดกระเซ้าเย้าแหย่ไปและทำเป็นหมั่นไส้พูดจาเหน็บแนมและประชดประชัน..แต่เมื่อเพื่อนแต่งตัวเสร็จก็ชมว่า.สวย แล้วก็ยิ้มและให้กำลังใจก่อนวางสายไป  

ปริมมาถึงที่ทำงานก็ไม่เห็นรถของนนทวัชรก็คิดว่าอีกสักครู่คงมาถึงหรือไม่ก็ออกไปพบลูกค้าเลย เพราะเมื่อวานตอนบ่ายเขากับเมย์ออกไปพบลูกค้าแล้วไม่กลับเข้ามาอีก

วันนี้นอกจากปริมกับอั๋นแล้วก็มีเพื่อนร่วมแผนกคนอื่นอีกสามคนที่ยังไม่ได้ออกไปข้างนอก สายๆราวสิบโมงเศษปริมนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะนนทวัชรกับเมย์ก็เข้ามา..เขามองมาและอมยิ้มเล็กน้อยให้  ปริมอมยิ้มเล็กน้อยตอบเช่นกัน  เมื่อเข้ามาเขาก็นั่งทำงานต่อในห้องและไม่ออกไปทานอาหารกลางวันข้างนอกให้เมย์โทรสั่งมาให้ เขาคงจะรีบเคลียร์งาน ปริมได้ยินอั๋นกับเพื่อนร่วมแผนกคุยกันว่าวันเสาร์นี้คุณนนท์จะไปสมทบกับคุณนาวินที่หัวหิน

ตอนเย็นหลังเลิกงานปริมขับรถไปที่ร้านอาหารโดยที่เขาขับรถของเขาตามหลังมา และเมื่อมาถึงและจอดรถเสร็จก็รอกันสักครู่แล้วเดินเข้าไปในร้านพร้อมกัน..แต่ครั้งนี้..จับมือกันเดินเข้าไป. อาหารถูกสั่งไว้แล้วสี่อย่างนนทวัชรตักอาหารใส่จานให้ปริม ปริมยิ้มและกล่าวขอบคุณแล้วตักอาหารทานโดยพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจเขาที่อมยิ้มและมองอยู่จะได้ไม่เขินมาก  ครู่หนึ่ง   นนทวัชรก็ตักอาหารในจานตัวเองทาน แล้วอีกครู่หนึ่งปริมก็ตักอาหารให้นนทวัชรบ้างผลัดกันดูแลกันและกัน

            นนทวัชร : เผ็ดหรือเปล่าครับ?                ถามปริม มองดูปริมตักอาหารในจานทานหลังจากที่เขาตักให้อีกเพราะอาหารที่ตักให้นั้นรสจัดเล็กน้อยหลังจากที่ครั้งแรกตักผัดให้ ส่วนอาหารอีกสองอย่างเป็นประเภททอดกับต้มแต่รสชาติไม่จัดเพราะปริมไม่ค่อยทานอาหารรสจัด

            ปริม :  เล็กน้อยค่ะ แต่ทานได้               ตอบเขาแล้วยิ้มเล็กน้อย หลังจากที่ทานอาหารที่เขาตักให้แล้ว

            นนทวัชร :  ครับ             ยิ้มแล้วก็ทานอาหารในจานของตัวเองต่อแล้วพูดกับปริมเป็นระยะๆให้ฟังแบบไปเรื่อยพร้อมทานอาหารไป   “ วันศุกร์นี้ตอนเย็นอาจจะ..ตอนดึกจะไปหัวหินทำงานให้ลูกค้า อาจจะอยู่ถึงเย็นวันอาทิตย์และพรุ่งนี้ตอนเย็นอาจจะไปที่ร้านเพราะให้นุเข้าร้านคนเดียวมาหลายวัน “    ยิ้ม เมื่อเห็นปริมมองและตั้งใจฟังที่เขาสนทนาด้วย      “ เลยชวนมาทานอาหารเย็นวันนี้ “

ปริมยิ้มซึ่งขณะที่ฟังเขาพูดก็ยิ้มเล็กน้อยตามที่เขาพูด

            ปริม : ค่ะ                  รับทราบอย่างเข้าใจและยิ้ม   “ คุณเมย์ก็จะไปที่หัวหินด้วยเหรอคะ? “

            นนทวัชร : ไม่ครับ เมย์เขามีภาระครอบครัว และก็.มีนาวินกับทีมของเขาอยู่ที่นั่นแล้ว    ยิ้ม

            ปริม :  ค่ะ           ยิ้ม   “ จะพักที่บ้านพักหรือที่โรงแรมคะ?           สนทนาต่อ

            นนทวัชร : ที่บ้านครับสะดวกกว่า โครงการของลูกค้าอยู่ไกลหน่อยแต่ไม่เป็นไรขับรถไปได้   

            ปริม :  ค่ะ         ยิ้ม   นนทวัชรก็ยิ้ม  ยิ้มกันครู่หนึ่งก็เริ่มเก้ๆกังๆอีกปริมจึงตักอาหารในจานทานต่อ นนทวัชรก็เช่นเดียวกัน

หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จก็สั่งขนมหวานมาทานเพิ่มอีกเล็กน้อยเพื่อต่อเวลา เขาไม่อยากพาปริมที่ไปที่อื่นอีกเพราะใช้เวลาในการขับรถพอสมควรและเกรงว่าจะดึกเกินไป เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จก็กลับบ้านและ..ครั้งนี้.ปริมยอมให้เขาขับรถตามไปส่งที่บ้าน

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

            เช้าวันถัดมาปริมซื้อขนมมาให้เขาด้วยแล้วเดินเอาไปให้เมย์ ปริมไม่ได้ซื้อมาให้เขาบ่อยเพราะเมย์ซื้อเป็นปรกติอยู่แล้วซึ่งเป็นทางผ่านที่เมย์จะมาทำงานในตอนเช้าและเขาก็ชอบขนมร้านนี้เห็นบอกว่าเขากับคุณนุขอซื้อสูตรขนมบางรายการจากร้านนี้เพื่อเป็นเมนูขนมหวานที่ร้านของเขาด้วย  

นนทวัชรยุ่งตลอดและไม่ออกไปทานอาหารกลางวันข้างนอกคงจะรีบเคลียร์งานเพราะสองวันหยุดนี้ต้องใช้เวลาเต็มที่กับงานที่หัวหิน แต่ก็ยังดีได้เจอกันอยู่บ้างเวลาเขาเดินไปเข้าห้องน้ำหรือเดินออกมาคุยกับพนักงานเรื่องงาน..ส่วนปริมไปทานอาหารกลางวันกับพ่อกับคุณลุงวัชรที่โทรลงมาชวน

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

ดึกวันศุกร์ราวห้าทุ่มครึ่งหลังตอบแชทตกลงนัดดูหนังรอบดึกกับทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้ากับดลลี่พรุ่งนี้แล้วปริมก็นั่งเอนตัวที่หัวเตียงเพื่อรออะไรบางอย่างและคิดอะไรไปด้วยอย่างมีความสุขและคิดว่าเขาใกล้จะถึงหัวหินหรือยังนะ..ครู่หนึ่งมีเสียงแชทข้อความปริมดีใจรีบหยิบมาดู เขาแชทมาบอกว่าถึงบ้าน พักเรียบร้อยอย่างปลอดภัยและราตรีสวัสดิ์    ปริมยิ้ม และส่งข้อความราตรีสวัสดิ์ถึงเขา

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..         

ตอนบ่ายหลังจากไปทานอาหารกลางวันกับลูกค้ามานนทวัชรก็นั่งคุยกับลูกค้าต่ออีกครู่หนึ่งเนื่องจากลูกค้าเป็นเพื่อนของเพื่อนของคุณพ่อเขาที่พึ่งเริ่มขยายธุรกิจมาทำที่พักโรงแรมที่หัวหินจึงมาดูความเรียบร้อยด้วยตัวเอง ส่วนนาวินกับน้องในทีมขอตัวไปทำงานต่อ เมื่อคุยกับลูกค้าเสร็จก็ขึ้นมาดูหน้างานที่กำลังทำการตกแต่ง ขณะนั้นเองก็มีสายเข้านนทวัชรจึงหยิบโทรศัพท์มาดูและฉงนเล็กน้อย..ไหม

สิริมาโทรหานนทวัชรและบอกว่ามาพักผ่อนกับเพื่อนที่จะทำร้านกาแฟกับขนมด้วยกันที่หัวหินจึงชวนไปทานข้าวด้วยกัน ในตอนแรกเขาตอบปฏิเสธเพราะต้องการทำงานและคิดว่าคงดึก.แต่สิริมากดดันเขาเล็กน้อยว่าอุตส่าห์มาแถวนี้และอยู่ไม่ไกลกันและเคยชวนเขามาพักผ่อนแถวนี้หลายครั้งเขาก็ตอบปฏิเสธตลอด.. นนทวัชรนิ่งคิดเล็กน้อยก็ตอบตกลง..แล้วทำงานต่อ

ราวทุ่มครึ่งปริมกับดลลี่เดินซื้อของกันที่ห้างสรรพสินค้าหลังจากที่ขึ้นไปจองตั๋วหนังไว้แล้วลงมารับประทานอาหารและเดินซื้อของกันต่อ ดลลี่ถูกปริมคิดบัญชีต้องเลี้ยงข้าวและจ่ายค่าตั๋วหนังข้อหาที่ชิ่งหนีปริมครั้งก่อน เดินไปเดินมาปริมก็หยุดอยู่ตรงหน้าร้านขายรองเท้าผ้าใบ นิ่งไปครู่ก็เดินเข้าไป ดลลี่ทำหน้าฉงนเล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไป

สามทุ่มครึ่งนนทวัชรไปที่ร้านอาหารตามนัดเขารู้จักกับพลอยเพื่อนของไหมเพราะเจอกันหลายครั้งตอนที่ยังคบหากับไหมอยู่ อาหารถูกสั่งไว้แล้วก็รับประทานอาหารพร้อมกับถามสารทุกข์สุกดิบและถามถึงความคืบหน้าเรื่องทำร้านกาแฟกับขนมที่ไหมกับพลอยจะทำร่วมกัน

หลังจากรับประทานอาหารกันเสร็จและเดินไปที่รถสิริมาก็ชวนนนทวัชรกับพลอยไปเดินเล่นแถวชายหาดกัน พลอยปฏิเสธและบอกว่าอย่าดีกว่าคุณนนท์ทำงานเหนื่อยต้องการพักผ่อนและพรุ่งนี้ต้องทำงานต่อ  สิริมาทำเป็นเฉไฉและพูดเชิงกดดันปนอ้อนนนทวัชรเล็กน้อยว่าไม่ได้มาแถวนี้นาน และวันนี้เขาก็เลิกงานแล้วน่าจะไปเดินเล่นหรือเข้าไปที่ตลาดเพื่อเดินหาของกินกันต่อ พลอยทำหน้ากระอักกระอ่วนปนลำบากใจเล็กน้อยถอนหายใจเบาๆ แล้วมองนนทวัชรว่าเขาจะตอบอย่างไร…นนทวัชรก็นิ่งไปครู่จากอาการของสิริมาเมื่อครู่.แบบนั้นเมื่อตอนที่คบหากัน..แต่คิดว่าไม่มีอะไรเพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับไหมนานแล้วตั้งแต่เลิกกันและคุณพลอยก็ไปด้วย จึงตอบตกลงแต่ไปเดินเล่นที่ชายหาดใกล้โรงแรมที่พักของทั้งคู่

เมื่อจอดรถที่ลานจอดรถที่โรงแรมก็เดินไปที่ชายหาดเดินคุยกันไปรับลมทะเลไป

            สิริมา :  กลับไปนนท์ต้องอาบน้ำสระผมใหม่แน่ๆค่ะ ตัวเหนียวผมก็เหนียวพรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก           พูดแล้วก็ขำเล็กๆอย่างอารมณ์ดี    นนทวัชรกับพลอยก็ยิ้ม

            นนทวัชร : ครับ ไม่เป็นไร เดินรับลมเย็นๆที่ทะเลแล้วก็กลับไปอาบน้ำเย็นๆอีก ดีครับ      พูดยิ้มๆไปตามน้ำกับสิ่งที่สิริมาพูด สิริมายิ้ม พลอยก็ยิ้ม 

            พลอย :  ค่ะ ดีค่ะเพราะคุณนนท์ผมสั้น แต่พลอยกับไหมสงสัยคืนนี้กว่าจะได้คงต้องเกือบตีหนึ่งแน่ค่ะ       ยิ้ม นนทวัชรยิ้ม สิริมาก็ยิ้ม

            สิริมา :  เมื่อกี้ก่อนไปที่ร้านอาหารก็สระแล้วค่ะ คืนนี้ก่อนนอนคงต้องสระอีกรอบ ไม่งั้นนอนไม่หลับ      ยิ้ม

พลอยมองเพื่อนที่ร่าเริงเล็กน้อย

            พลอย : บ้านพักของคุณนนท์อยู่ไกลมั้ยคะ?

            นนทวัชร : ไม่ไกลครับ ราวยี่สิบนาทีจากตรงนี้     ยิ้ม   “ ออกจากโรงแรมไปก็ไปทางขวาครับ  “ 

            พลอย : ค่ะ           

            สิริมา : โอ๊ย!                    สิริมาร้องเหมือนเจ็บปวด แล้วก็หยุดชะงักแล้วขยับแบบกะเผลกๆ

ทั้งนนทวัชรและพลอยตกใจด้วยกันทั้งคู่เรียกไหมแทบจะพร้อมกันแล้วรีบเข้าไปช่วยพยุง พลอยพยุงอย่างหลวมๆเพราะนนทวัชรพยุงต้นแขนสิริมาไว้

            นนทวัชร :  เท้าไปเหยียบอะไรเข้าหรือเปล่า?                   ถามอ่อนโยนด้วยความเป็นห่วงจริงๆ

ทั้งสามคนมองดูที่พื้นทรายที่มืดๆนั้นเพื่อเพ่งดูว่าสิริมาเหยียบอะไร

            สิริมา :  คิดว่าค่ะ คิดว่าอาจเป็นก้อนหินน่ะค่ะ รู้สึกจะแหลมๆเล็กน้อย           สิริมาทำหน้าหยีๆ

            นนทวัชร : งั้นเดินกลับไปที่โรงแรมไปที่ไฟสว่างๆ   ไหวมั้ยครับ?

            สิริมา :    ค่ะ               พูดพร้อมกับพยักหน้า             

นนทวัชรช่วยพยุงสิริมาเพื่อพาเดินไปพลอยมองตามเล็กน้อยไม่อยากจะคิดว่าไหมแกล้งทำครู่หนึ่งก็เดินตามทั้งคู่ไป  ทั้งสามคนมาที่บริเวณสำหรับนั่งชมวิวของโรงแรมสิริมานั่งลงที่ม้านั่ง นนทวัชรนั่งยองๆกับพื้นส่วนพลอยที่เดินตามมาก็ยืนอยู่ข้างๆสิริมา  สิริมาถอดรองเท้าแตะออกเธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีขาวกระโปรงยาวถึงตาตุ่มมีเสื้อคลุมแต่ถอดออกแล้วถือเอา  นนทวัชรเอาเท้าของสิริมามาวางไว้ที่ขาของตัวเองเพื่อดูที่อุ้งเท้าของเธอว่ามีแผลไหม  พลอยเหลือบมองดูเพื่อนที่มองดูนนทวัชรอย่างมีความพึงพอใจ ถอนหายใจเบาๆแล้วเสมองไปทางอื่นแล้วหันกลับมาดูนนทวัชรที่กำลังดูที่เท้าของสิริมา

            พลอย : มีแผลหรือเปล่าคะคุณนนท์?

            นนทวัชร : ไม่มีครับ  แต่เป็นรอยบุ๋มเล็กน้อยและเป็นจ้ำแดงๆ      เงยหน้าขึ้นมาพูดกับพลอยแล้วหันไปทางสิริมาแล้วก้มลงดูที่เท้าสิริมาต่อเอามือไปแตะที่รอยบุ๋มและเป็นจ้ำแดงๆนั้นเบาๆ  สิริมา กระตุกเท้าเล็กน้อย    “ เจ็บเหรอ? “     เงยหน้าขึ้นไปถามสิริมาอย่างเป็นห่วง

            สิริมา : นิดหน่อยค่ะ       พูดกับนนทวัชร แล้วเงยหน้าขึ้นไปพูดกับพลอยที่ยืนอยู่ข้างๆ    “ ไปถามยากับพนักงานโรงแรมให้หน่อยสิ “  

พลอยทำสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อยแต่เพื่อนยังมองอยู่เหมือนขอร้อง

            พลอย : ได้ เดี๋ยวมา        พูดกับสิริมา แล้วพูดกับนนทวัชร  “ เดี๋ยวมานะคะ “   

นนทวัชรเงยหน้าขึ้นมาพยักหน้าว่าครับ พลอยจึงเดินไป แล้วก้มมองดูรอยบุ๋มและจ้ำแดงๆนั้นอีกครั้ง แล้วพูด

            นนทวัชร : คงจะไปเหยียบก้อนหินเข้าจริงๆ  อาจจะแหลมเล็กน้อย

ตั้งแต่นนทวัชรก้มหน้าลงไปอีกครั้งนั้นสิริมาเอาโทรศัพท์มือถือมาถ่ายภาพของนนทวัชรที่กำลังก้มหน้าดูที่เท้าเธอโดยที่เท้าของเธอวางอยู่บนขาของเขานั้นไว้  พลอยเดินกลับมาก็ชะงักที่เห็นว่าเป็นอย่างนั้นเธอไปเจอพนักงานคนหนึ่งที่เดินมาแถวนั้นพอดีและพนักงานแนะนำว่าแจ้งไว้ที่เคาท์เตอร์ได้แล้วพนักงานจะจัดยาแล้วเอาขึ้นไปส่งให้ที่ห้อง

เมี่อนนทวัชรกลับไปแล้วและทั้งสิริมากับพลอยขึ้นมาบนห้อง พลอยเดินตามหลังเพื่อนมาและมองอย่างเคลือบแคลง

            พลอย : จำเป็นต้องทำขนาดนั้นเลยเหรอ?                 ถามเพื่อนเมื่อเดินตามหลังเข้ามาในห้อง

สิริมาทำหน้าเฉไฉเล็กน้อย

            สิริมา :  ทำอะไร…ก็เจ็บจริงๆ               มองหน้าพลอยซึ่งพลอยก็มองอยู่แล้วครู่หนึ่งพลอยก็ถอนหายใจพร้อมกับส่ายศีรษะเล็กน้อยแล้วเดินเลี่ยงเข้าไปห้องน้ำเพื่ออาบน้ำสระผมอีกครั้ง  สิริมามองตามเพื่อนแล้วทำเป็นเฉไฉเล็กน้อย

ราวเที่ยงคืนครึ่งหลังจากอาบน้ำสระผมเสร็จและนั่งที่เตียงสิริมาเอายาทาแผลที่พนักงานโรงแรมเอามาให้มาทาที่เท้าแล้วถ่ายภาพเท้าของตัวเองที่มีรอยเป็นจ้ำแดงๆนั้นและมีอะไรใสๆทาอยู่บริเวณนั้น สักครู่ก็พิมพ์ข้อความ ซึ่งพลอยที่เอนตัวที่เตียงแต่ยังไม่นอนก็มองอยู่แล้วแต่ไม่พูดอะไรเพราะไม่จำเป็นต้องคาดเดาหรือถาม  ตั้งแต่ที่ไหมบอกเมื่อตอนเย็นว่าชวนคุณนนท์มาทานข้าวด้วยก็รู้แล้ว และที่มาหัวหินกันสัปดาห์นี้..ไหมเป็นคนชวนมา..ไหมตั้งใจ..สักครู่ก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์แจ้งเตือนว่ามีใครโพสต์ข้อความหรืออะไรแต่พลอยไม่ใส่ใจ ถอนหายใจแล้วเอนตัวลงนอน ในขณะที่สิริมาหลังจากที่โพสต์เสร็จก็ยิ้มเล็กน้อย

……………………………………….. ♥ ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ♥  ……………………………………………..      

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.