นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบเจ็ด

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

พิษณุอยู่ที่เตียงนอนที่บ้านซึ่งกำลังจะเข้านอนก็หยิบโทรศัพท์มาดูว่าใครโพสต์อะไร เมื่อเห็นก็ชะงัก .ภาพแรกที่นนท์นั่งยองๆกำลังก้มหน้าก้มตาดูที่เท้าของไหมที่วางอยู่บนขาของเขาและภาพที่สองเท้าของไหมที่มีรอยจ้ำแดงๆและเหมือนทายาแล้ว พร้อมกับข้อความที่บอกประมาณว่าเดินเล่นริมทะเลกัน ไม่ระวังเลยเหยียบก้อนหินและกล่าวขอบคุณนนท์ที่เป็นห่วงและเอาใจใส่..และ..บอกว่าไม่เป็นอะไรแล้ว…  พิษณุทำหน้าคิดและกรอกตาไปมาเล็กน้อยอย่างกำลังคิด..  แล้วก็ถอนหายใจและพิมพ์ข้อความว่าหายดีเร็วๆนะ

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ปริมเห็นภาพที่สิริมาโพสต์ตอนเช้าหลังตื่นนอน ปริมก็เป็นเพื่อนกับสิริมาหลังจากที่เจอกันที่หน้าลิฟท์แล้วไปทานข้าวด้วยกันครั้งก่อน ปริมมองดูภาพแรกนั้นแล้วสูดหายใจเข้าออกมีเสียงเล็กน้อยและรู้สึกเจ็บแปล๊บในใจ เม้มปากและทำหน้ากำลังคิด ไม่ใช่เพราะว่าเขาไว้ใจไม่ได้ แม้พวกเขาจะเคยคบหากันมาก่อนคงเอาใจใส่ดูแลกันลักษณะแบบนี้เป็นเรื่องปรกติ..แต่ก็..อดที่จะรู้สึก..หวง.ไม่ได้. ปริมมองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่งก็วางโทรศัพท์ลงที่เตียงแล้วก็ถอนหายใจหนักๆอีกครั้งทำหน้างอเล็กน้อยพร้อมกับคิด สักครู่โทรศัพท์ก็มีสายเข้า ปริมเม้มปาก คิดเล็กน้อยแล้วรับสาย

            ปริม :  สวัสดีค่ะ                        เสียงเรียบๆ ไม่สดใส

นนทวัชรหน้าเหลอเล็กน้อย เพราะน้ำเสียงไม่ร่าเริง

            นนทวัชร : สวัสดีครับ  พึ่งตื่นเหรอ?              แต่ก็ทักทายและถามเสียงอ่อนโยนปรกติ เย้าแหย่เล็กน้อยเผื่อจะดีขึ้นบ้าง  ค่อยคุยว่ามีอะไร

            ปริม :  ตื่นได้สักครู่แล้วค่ะ  กำลังจะ…ลงไปข้างล่าง           น้ำเสียงเริ่มปรกติเล็กน้อยหลังจากที่ได้ยินเสียงเขาที่โทรมาทักทายตอนเช้า เขาคงไม่เห็นภาพที่คุณไหมโพสต์เขาไม่เล่นเฟสบุ๊ค เม้มปากเล็กน้อยเริ่มจะเขิน

            นนทวัชร :  งั้น.แสดงว่าตื่นมาก็รอทานอาหารเช้าเลยน่ะสิ         เย้าแหย่อีกเล็กน้อย  ยิ้ม  

หลังจากที่เม้มปากแล้วก็ค่อยๆยิ้ม 

            ปริม : ค่ะ  ก็..ทำอาหารไม่ค่อยเป็น..เหมือนใคร.เขา              เริ่มทำเสียงกระเง้ากระงอดเล็กน้อย      อมยิ้ม

นนทวัชรยิ้ม

            นนทวัชร :  ครับ     ยิ้ม    “รอทานอย่างเดียวก็ได้ “      รับคำและประโยคหลังเสียงต่ำลง   อมยิ้ม

ปริมก็อมยิ้ม ทำเหลอหลาเล็กน้อย  ก็ถามเขาตอบบ้าง

            ปริม : จะออกไปทำงานแล้วเหรอคะ?…..แล้ว.ทานอะไรหรือยัง?      หุบยิ้มลงเล็กน้อยถามด้วยความเป็นห่วง

            นนทวัชร : กำลังจะออกไป และก็.ไปหาอะไรทานแถวโรงแรม..ครับ         ยิ้ม 

            ปริม :  ค่ะ            ยิ้ม

            นนทวัชร :  แล้ว.วันนี้มีแผนจะออกไปไหนหรือเปล่า?

            ปริม : ไม่มีค่ะ เมื่อคืนพึ่งไปดูหนังกับดลลี่มา                        พูดเสียงปรกติ

            นนทวัชร : ครับ…. โอเค ไม่รบกวนแล้วเดี๋ยวตอนเย็นจะโทรหาอีกนะครับ            ยิ้ม ใส่รองเท้าเสร็จและเดินมาที่รถพอดี

ปริมยิ้มและรับคำว่าค่ะแล้วกดวางสาย ปริมอมยิ้มและรู้สึกว่าความรู้สึกก่อนหน้าที่เห็นภาพนั้นจางลงไป ลุกออกจากเตียงจะไปอาบน้ำ แต่ชะงักครู่หนึ่งมองดูโทรศัพท์.แล้วหยิบขึ้นมาพิมพ์คอมเมนต์ที่สิริมาโพสต์.ว่าหายไวๆนะคะ…วางโทรศัพท์ลงที่เตียงนอนเหมือนเดิมแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ดลลี่นั่งอยู่ที่ร้านดูความเรียบร้อยและเด็กๆในร้านกำลังช่วยกันจัดที่จัดทางเพื่อเตรียมจะเปิดร้านก็เห็นคอมเมนต์ของปริมที่โพสต์นั้นของสิริมา ขมวดคิ้วอย่างฉงนปนสงสัยเคลือบแคลง สักครู่ก็วางโทรศัพท์ลงและทำเป็นมองโทรศัพท์ด้วยสายตาแบบเหวี่ยงๆแล้วหันกลับทำหน้ากำลังคิดพร้อมเม้มปากปากเล็กน้อย

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

บ่ายๆปริมเอาถุงกระดาษไปห้อยไว้ที่ประตูหน้าห้องนอนของปาน อมยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินลงไปข้างล่าง

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

เช้าวันจันทร์ปริมมาถึงที่ทำงานเช้าเป็นปรกติขณะยืนรอลิฟท์อยู่นั้นก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมา ปริมไม่หันไปมองและทำเป็นเฉยเพราะจำเสียงฝีเท้าแบบนั้นได้ ยศนันท์เดินมาหยุดอยู่หน้าลิฟท์ข้างปริม

            ยศนันท์ : แหม..เมื่อไหร่จะหายงอนพี่ซะทีคะ              อมยิ้ม 

ปริมเหลือบไปมองก็ยังเห็นว่าอมยิ้มนั้นแบบเดิมๆ ปริมก็ยังทำหน้าเฉยๆ

            ปริม : เปล่าค่ะ ไม่ได้งอน                          พูดเสียงปรกติและไม่ยิ้ม

            ยศนันท์ : แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นเพื่อนกันซะทีละคะ จะได้ไปทานข้าวด้วยกันบ้างเจอกันก็หลายครั้งแล้ว       ยิ้มแบบเย้าแหย่ปริมเล็กๆ

ปริมเหลือบไปมองอีกครั้ง ประตูลิฟท์เปิดพอดี  ปริมผายมือเล็กน้อยให้ยศนันท์เดินเข้าไปก่อน

            ปริม : เชิญค่ะ                               เสียงปรกติให้เกียรติและยังมีมารยาทอยู่ แต่ไม่ยิ้ม

            ยศนันท์ : ขอบคุณค่ะ                    ยิ้มเหมือนเดิม

ปริมเดินตามยศนันท์เข้าไปในลิฟท์

            ปริม : ก็..คงจะได้เป็นเพื่อนกันอยู่มั้งคะ..หากว่าคุณจะเลิกยิ้มหรือทำท่าแบบนั้นซะที        พูดปรกติและมองหน้ายศนันท์แต่ก็ยังไม่ยิ้ม  ยศนันท์ทำเป็นขำเล็กๆ

            ยศนันท์ : นี่เป็นปรกติของพี่แล้วนะคะ ไม่ได้เป็นแบบไหนเลย      ยิ้ม ลิฟท์มาถึงชั้นห้าพอดี   ยศนันท์เดินออกไป  ปริมพูดตามหลังไป

            ปริม : ไม่รู้สิคะ  แค่รู้สึกว่า.เห็นแล้วก็ตะหงิดๆ             ยังเฉยเหมือนเดิม กดปิดประตูลิฟท์แล้วถอนหายใจ

ยศนันท์ยิ้มแล้วก็ขำเล็กๆมองจนประตูลิฟท์ปิดแล้วเดินเข้าออฟฟิศไป แกล้งกระเซ้าเย้าแหย่ปริมเล่นๆเพราะเห็นว่าน่ารักดี

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

บ่ายสองปริมนั่งทำงานอยู่นนทวัชรเดินเข้ามาที่ออฟฟิศ เมื่อวานตอนเย็นเขาก็โทรหาแล้วบอกว่าจะกลับกรุงเทพฯช่วงสายวันจันทร์และจะเข้าออฟฟิศตอนบ่าย..และนัดทานอาหารเย็นกันอีกในวันพรุ่งนี้ เขาหันมามองและอมยิ้มให้เล็กน้อย.ปริมมองแบบเหลือบๆตาม แต่ไม่ยิ้ม  

credit pic ภาพวาดประกอบ muslimpostjung.com , www.bloggang.com ตัดภาพบางส่วน

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ราวสองทุ่มครึ่งนนทวัชรกับพิษณุเข้ามาดูที่ร้านและนั่งทำงานกันอยู่ที่โซฟา พิษณุมองเพื่อนที่กำลังทำงานกำลังชั่งใจว่าจะถามเพื่อนดีไหม เก้ๆกังๆเล็กน้อยแล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อ

            นนทวัชร : มีอะไร?                        ถามเสียงปรกติ แต่ไม่เงยหน้าขึ้นไปมองเพื่อน

พิษณุชะงักเล็กน้อยเหลือบมองเพื่อน ครู่หนึ่งก็วางเอกสารแล้วเอนหลังไปพิงพนักพิงโซฟาแขนข้างหนึ่งพาดไปบนพนักพิงโซฟาทางที่นนทวัชรนั่งอยู่ แล้วมองเพื่อนที่ก็ยังก้มหน้าทำงาน

            พิษณุ : เห็นภาพที่ไหมโพสต์หรือยัง?         นนทวัชรชะงักแล้วก็ขมวดคิ้ว วางเอกสารแล้วหันไปมองเพื่อน     “ ไปเจอกับไหมได้ยังไง อย่าบอกนะว่านัดกัน “            พูดเสร็จก็มองเพื่อนเขม็ง

            นนทวัชร : ไม่เห็น …และไม่ได้นัด ไหมเขาไปเที่ยวกับคุณพลอย เพื่อนของไหมเขาน่ะ      อธิบายปรกติปนงงๆเล็กน้อยไม่ใช่งงที่ไหมโพสต์แต่ยังไม่รู้ว่าภาพเป็นแบบไหน เห็นพิษณุทำหน้าแบบเคลือบแคลงและมองเขม็งอยู่    “ แล้วมันเป็นแบบไหน? “   

พิษณุคิดเล็กน้อยก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเลื่อนๆดูหน้าจอครู่หนึ่งก็ยื่นให้นนทวัชร ชะงัก.เมื่อเห็นภาพนั้น เหลือบไปมองสบตากับเพื่อนแบบอึ้งๆซึ่งเพื่อนก็มองเขม็งอยู่  หลุบตาต่ำแล้วถอนหายใจพร้อมกับยื่นโทรศัพท์คืนให้เพื่อน แล้วก้มตัวต่ำลงท้าวแขนสองข้างที่ขาทั้งสองข้างมือประสานกัน กำลังคิดเล็กน้อยว่าเขาไม่รู้ตัวว่าไหมถ่ายภาพนั้นไว้ เมื่อวานตอนสายก็โทรไปถามไหมเรื่องแผลที่เท้าอีกครั้งการพูดคุยกันก็ปรกติ

            นนทวัชร : ไหมเขาเท้าเจ็บไปเหยียบอะไรเข้าสักอย่าง..ก็เลยดูให้ คุณพลอยก็อยู่ตรงนั้น ไม่มีอะไร       อธิบายเพื่อนปรกติแต่ก้มหน้า กังวลเล็กน้อย

พิษณุมองเพื่อนที่กำลังทำหน้าคิดนั้น  เว้นไปครู่หนึ่งก็พูด

            พิษณุ : คุณปริมก็เห็น             พูดเสียงเรียบๆและยังมองเพื่อนเขม็งอยู่ตลอด  นนทวัชรชะงักใน สีหน้าอีกครั้ง หันกลับขึ้นไปเหลือบมองเพื่อน      “ คอมเมนต์ด้วย “  

นนทวัชรยืดตัวกลับขึ้นไปพิงพนักโซฟาตามพิษณุพร้อมกับคิดไป สีหน้ากังวล เพราะนั่นเมื่อวานตอนเช้าที่เขาโทรหาน้ำเสียงปริมถึงไม่ค่อยร่าเริงและวันนี้ตอนบ่ายที่เขาเข้าไปที่ออฟฟิศปริมถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้น พิษณุถอนหายใจ

            พิษณุ : แต่…คงไม่ได้บังเอิญ..เพราะฉันบอกไหมวันที่นัดทานข้าวกัน ว่านายจะไปหัวหิน     พูดเสียงเรียบๆบอกให้เพื่อนรู้

นนทวัชรหันไปมองเพื่อนอีกครั้งแล้วหันกลับพร้อมกับคิด พิษณุมองเพื่อนครู่หนึ่งก็ถอนหายใจอีกเบาๆแล้วมองไปทางอื่นเขาเองก็ไม่อยากจะคิดว่าไหมตั้งใจ

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

นนทวัชรกลับมาถึงที่บ้านตอนดึกนั่งคุยกับพ่อกับแม่เล็กน้อยก็ขึ้นมาบนห้อง อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็มานั่งที่โต๊ะทำงานเพราะจะทำงานต่อ คิดเล็กน้อยก็หยิบโทรศัพท์มาแล้วส่งข้อความราตรีสวัสดิ์ถึงปริมเป็นปรกติ  ปริมอาจจะรู้สึกแย่ที่เห็นภาพแบบนั้น แต่เมื่อวานตอนเช้าที่โทรหาแม้น้ำเสียงในตอนแรกไม่ค่อยร่าเริงแต่ก็คุยด้วยปรกติอยู่…อาจจะไม่งอนเท่าไหร่..มั้ง.และพรุ่งนี้ก็มีนัดทานข้าวกัน  ยิ้มเล็กน้อย มองไปที่กรอบรูปแล้วมองกลับมาที่หน้าจอโทรศัพท์ดูอัลบั้มภาพที่เซลฟี่คู่กันเมื่อวันเสาร์ก่อนที่ไปเดินเล่นและหาอะไรกินกันที่สวนสาธารณะ  ยิ้ม   สักครู่ก็วางโทรศัพท์ลงแล้วทำงานต่อ

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ตอนดึกๆปริมกำลังจะเตรียมตัวเข้านอนก็ได้ยินเสียงเคาะประตูแบบเดิมๆ..ปาน ปริมอมยิ้มแล้วเดินไปเปิดประตูห้อง เมื่อเปิดประตูห้องออกก็เห็นปานยืนทำหน้าเหลอหลา ดูเก๊กฟอร์ม ปริมยิ้มแต่เป็นยิ้มแบบยียวนแบบเดิมแต่ไม่พูดรอให้ปานเป็นคนพูดเพราะรู้ว่าน้องต้องมาขอบคุณที่ซื้อของให้แน่ๆ

            ปาน : ขอบคุณ                พูดห้วนๆพร้อมยกมือไหว้แบบลวกๆและกล่าวขอบคุณเพราะพี่สาวซื้อรองเท้าผ้าใบคู่ใหม่ให้ ทำหน้าเหลอหลาต่อ

            ปริม : ไม่เป็นไรจ้า ..แต่..ขอบคุณให้มันเหมือนกับว่าเต็มใจหน่อยได้มั้ย? จะได้รู้สึกว่าขอบคุณจากใจจริงๆ    พูดเสร็จก็เลิกคิ้วสองข้างและยิ้มยียวนกวนประสาทน้องเหมือนเดิม

ปานเหลือบมองพี่สาว

            ปาน : ก็..ขอบคุณจริงๆ                             พูดห้วนๆทำเหลอหลาต่อ

ปริมหุบยิ้มและทำเป็นถอนหายใจเสียงดังใส่

            ปริม :  โอเค้ ขอบคุณก็ขอบคุณ                 แล้วทำเป็นเหลือบน้องชาย

ปานเหลือบพี่สาวอีกและลดท่าทีลงเล็กน้อย

            ปาน : ขอบคุณ                 พูดเสียงปรกติแต่เบาลง เก๊กฟอร์มต่อเพราะเขิน และเดินกลับห้องไป

ปริมมองตามหลังน้องชายยิ้มๆจนเขาเปิดประตูห้องและเดินเข้าไปจนกระทั่งประตูถูกปิดลงแล้วก็ยิ้มแล้วปิดประตูและเดินมานั่งเอนตัวที่เตียงนอน ปริมแอบถามน้าใจว่าปานเหมือนมีเรื่องอะไรหรือบ่นอะไรให้น้าใจฟังหรือเปล่า ตอนแรกน้าใจไม่ค่อยแน่ใจแต่ภายหลังบอกว่าได้ยินปานคุยโทรศัพท์กับเพื่อนและบ่นเรื่องอยากได้รองเท้าผ้าใบคู่ใหม่อีกคู่และกำลังเก็บเงินซื้อ..ถึงว่าอยากได้เงินวิธีลัด ..ปริมคิดไปขำเล็กๆไป ครู่หนึ่งก็ปิดไฟแล้วเข้านอน

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ปริมมาถึงที่ทำงานแต่เช้าปรกติเห็นรถของเขาจอดอยู่แล้ว เมื่อขึ้นมาที่ออฟฟิศและเดินมาที่โต๊ะก็เห็นถุงกระดาษวางอยู่บนโต๊ะ อมยิ้มแล้วเม้มปากเล็กน้อย เก็บกระเป๋าและกล่องอาหารเช้าที่แม่ทำให้ในลิ้นชักโต๊ะแล้วมาคลี่ปากถุงกระดาษที่วางบนโต๊ะออกหยิบเอากล่องอาหารเช้าออกมา ยิ้ม  แล้วเดินไปที่ห้องทานอาหาร เมื่อมาถึงที่ห้องทานอาหารและนั่งลงแล้วก็เปิดฝากล่องอาหารออก หมูทอดกับไข่เจียว ปริมยิ้มอย่างปลื้มๆ

            นนทวัชร : แล้วอีกกล่องล่ะครับ?                       

ปริมชะงัก หันขึ้นไปมองเขายิ้มๆก็เห็นเขายืนยิ้มให้อยู่ ไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่

            ปริม : ไม่มีค่ะ                      ทำเป็นแกล้งเขาเล็กน้อย เขินๆ ยิ้มเม้มปาก ตั้งใจจะไม่ให้เขาจริงๆเพราะเป็นข้าวไข่เจียวเหมือนกัน

นนทวัชรทำหน้าเหลอหลา

            นนทวัขร : ว้า….งั้นก็อดน่ะสิ                    ยิ้ม

ปริมยังทำเฉไฉ  เมื่อเห็นว่าปริมไม่ให้จริงๆ

            นนทวัชร : ครับ                  ยิ้ม ปริมก็ยิ้ม  แล้วนนทวัชรก็เดินออกไปไม่รบกวนเวลาทานอาหารเช้าของปริม ปริมมองตามยิ้มๆคิดว่าเขากินกาแฟกับขนมเป็นปรกติ ไม่ให้ก็คงไม่เป็นไรหรอกแม้จะรู้สึกเห็นใจเขาอยู่บ้าง

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

สายๆขณะกำลังนั่งทำงานอยู่โทรศัพท์มือถือดังนนทวัชรหยิบมาดูเห็นเป็นเบอร์ของสิริมา นื่งเล็กน้อยแล้วรับสาย

            นนทวัชร : หวัดดีครับไหม                   เสียงปรกติแต่หน้ากำลังคิดเล็กน้อยที่เธอโทรมา ไม่ใช่ว่ามันผิดปรกติที่เธอโทรมา แต่.จากเรื่องที่เธอโพสต์โดยเฉพาะถ่ายภาพนั้นโดยที่เขาไม่รู้ตัว

            สิริมา : เอ่อ.ค่ะ  ไหมออกมาทำธุระข้างนอกน่ะค่ะว่าจะแวะเข้าไปหานนท์  สะดวกหรือเปล่าคะ     พูดปรกติ ประโยคหลังไม่ค่อยแน่ใจ

            นนทวัชร : ไม่สะดวกเลยครับ กลับจากหัวหินก็เคลียร์งานต่อ         

            สิริมา : อืม.ค่ะ ไหมว่าจะโทรมาชวนนนท์ไปทานข้าวน่ะค่ะ ตอนเย็นก็ได้กับนุกับคุณนตและก็..คุณปริม    

            นนทวัชร : เย็นนี้ผมนัดทานข้าวกับปริม …เอาไว้ครั้งหน้าแล้วกันนะครับ            พูดปรกติ

สิริมาชะงักในสีหน้า ครู่หนึ่ง

            สิริมา : ค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้  ไม่เป็นไรค่ะ                 ยิ้มเจื่อนๆเล็กน้อย

            นนทวัชร : แล้วเท้าหายดีหรือยังครับ                     ถามด้วยความเป็นห่วงอย่างจริงใจปรกติ

            สิริมา : ใกล้จะหายดีแล้วค่ะ  ขอบคุณค่ะที่ถาม                  

            นนทวัชร :  ครับ                            รับคำสั้นๆ

            สิริมา : งั้นไหมไม่รบกวนนะคะ  สวัสดีค่ะ                    หุบยิ้มลง หน้าเศร้าเล็กน้อย แล้วถอนหายใจเบาๆ

นนทวัชรับคำว่าครับแล้วกดวางสายและนิ่งคิดเล็กน้อย จากสิ่งที่นุบอกเขาเองก็ไม่อยากจะคิดว่าไหมตั้งใจ โดยเฉพาะที่ถ่ายภาพนั้น ไม่ใชว่าเขาไม่เคยถูกไหมถ่ายภาพโดยที่ไม่รู้ตัวแต่ด้วยอะไรที่มันเปลี่ยนไปแล้วหลายอย่างและลักษณะภาพที่เป็นแบบนั้น..

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ตอนเกือบหกโมงเย็นปริมเดินลงมาที่ลานจอดรถนั่งชะเง้อรอนนทวัชรในรถเพื่อจะถามทางไปร้านอาหารเพราะครั้งนี้เขาไม่ได้บอกชื่อร้านและแผนที่และวันนี้เขาก็ยุ่งตลอดเลยไม่กล้าถาม  เมื่อเห็นเขากำลังเดินมาและเดินผ่านหลังรถไปปริมจึงเปิดประตูและจะเดินไปถามแต่เมื่อเปิดประตูและลงจากรถก็ชะงักเล็กน้อย เพราะเขามายืนอยู่ข้างรถของเธอ ปริมยิ้ม

            นนทวัชร : ไปรถพี่ได้มั้ย?                        อมยิ้มเล็กน้อย รอคำตอบ

ปริมทำหน้าคิดเล็กน้อย

            ปริม : เอ่ออ.ต้องย้อนกลับมาที่ออฟฟิศมาเอารถอีก เดี๋ยวจะเสียเวลาคุณนนท์ค่ะ    

            นนทวัชร : ไม่ครับ จะไปส่งที่บ้าน        มองหน้าปริมเห็นกำลังมองเขาอยู่และทำหน้าคิด    “ ทิ้งรถไว้ที่นี่ “       เว้นจังหวะไปครู่ เพราะปริมกำลังคิดและชั่งใจ   “ ได้มั้ย “       แล้วยิ้ม

ปริมอมยิ้มแววตาเป็นประกายเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่าเขากดดันนิดๆแต่กับท่าทางและสีหน้าและรอยยิ้มนั้น..ปริมบอกตัวเองในใจว่า.ไม่ปฏิเสธ

            ปริม :  ค่ะ                   ยิ้ม แล้วหันไปเอากระเป๋าในรถและเดินตามเขาไปที่รถ

เมื่อเปิดประตูให้ปริมแล้วและตัวเองก็เข้ามานั่งในรถและสตาร์ทรถแล้วนนทวัชรก็หันไปมองหน้าปริมยิ้มๆ ปริมก็ยิ้มมองหน้าเขาเช่นกัน 

            นนทวัชร : วันนี้.. จะพาไปทานอาหารเย็นที่บ้าน ขออนุญาตคุณอาแล้ว        ยิ้มมองหน้ากันและกันครู่หนึ่ง  นนทวัชรก็ขับรถพาปริมออกไป

นนทวัชรพาปริมมารับประทานอาหารเย็นที่บ้านร่วมกับคุณพ่อและคุณแม่ของเขา อัญชนาดีใจมากวัชรพงษ์ก็ปลื้มมากเช๋นกัน หลังจากที่ครั้งก่อนหน้าเปิดโอกาสให้ลูกได้ไกล้ชิดกันเต็มที่และเป็นไปได้ดีเพราะความสัมพันธ์ของทั้งคู่กำลังก้าวหน้า เมื่อเช้าก่อนออกไปทำงานลูกชายก็บอกว่าขอให้ทำอาหารเพิ่มอีกสองอย่างอัญชนาก็ยิ้มและคาดหวังว่าจะใช่..แล้วก็ใช่จริงๆ..

ปริมรู้สึกเคอะเขินบ้างแม้จะเคยมาที่บ้านคุณลุงคุณป้าหลายครั้งและมีความสนิทสนมคุ้นเคยและเป็นกันเองแต่ก็คนละบรรยากาศและสถานะ  อัญชนายิ้มมองดูลูกชายที่กำลังตักอาหารใส่จานให้ปริม                                           

            อัญชนา : หนูปริม ทานเยอะนะลูกทำงานเหนื่อยๆ                 พูดอ่อนโยนพร้อมกับยิ้ม

            ปริม : ค่ะ ขอบคุณค่ะ                                       ยิ้ม เขินเล็กน้อย     

            วัชรพงษ์ : มีแต่ของโปรดลุงทั้งนั้นเลย ไม่รู้หนูปริมทานได้หรือเปล่า       พูดกระเซ้าเย้าแหย่ปริม พูดเสร็จกี หัวเราะอารมณ์ดี นนทวัชรกับปริมก็ยิ้มและขำๆเล็ก อัญชนาหันไปมองค้อนสามีแล้วหันมาพูดกับปริม  

            อัญชนา : ลุงเขาโปรดทุกอย่างล่ะลูก อย่าถือสานะ               ประโยคแรกน้ำเสียงเชิงเหน็บแนมเล็กน้อย  พร้อมเหลือบหางตาไปทางสามี ประโยคหลังอ่อนโยนลงปรกติมองปริมแล้วยิ้ม  วัชรพงษ์ก็ยังขำอยู่       

            ปริม : ไม่หรอกค่ะ  ปริมทานได้ค่ะ                    ยิ้ม              

            อัญชนา :  จ้ะ                                     ยิ้ม รับคำที่ปริมพูด                                      

            นนทวัชร : ที่บ้านทานอาหารค่อนข้างรสจัดเล็กน้อย แต่ไม่ทานเผ็ดมาก             ยิ้ม      

            ปริม : ค่ะ                หันไปมองหน้าเขาที่นั่งข้างๆรับคำแล้วยิ้ม เธอพอจะทราบเพราะเมื่อก่อนก็เคยมาทานอาหารที่บ้านนี้บ้าง

            วัชรพงษ์ : หนูปริมทานได้นะ?      พูดและถามในประโยคเดียวเสียงปรกติพร้อมกับเลิกคิ้วเชิงถามและมองหน้าปริมแล้วยิ้ม     

            ปริม :  ค่ะ                     รับคำสั้นอีกครั้ง พรัอมกับพยักหน้า

            วัชรพงษ์ :  งั้นทานเลยลูก ลุงกับป้าก็มัวแต่ชวนคุย          พูดเสร็จก็หัวเราะอีกเล็กน้อยเพราะยังไม่มีใครตักอาหารทาน  อัญชนาก็ยิ้ม  นนทวัชรกับปริมก็มองหน้ากันเล็กน้อยแล้วยิ้มแล้วตักอาหารทานกัน

บรรยากาศในการทานอาหารเป็นไปอย่างอบอุ่นเพราะวันนี้ปริมมาในสถานะที่ต่างออกไป  เมื่อทานอาหารเสร็จวัชรพงษ์กับอัญชนาก็ปลีกตัวไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นปล่อยให้นนทวัชรกับปริมนั่งคุยกันและใช้เวลาอยู่ด้วยกัน วาสเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟก็ปลื้มมากเพราะคุณปริมเคยมาที่บ้านหลายครั้งแม้ในหลายปีหลังมานี้นานๆครั้งถึงมาจะที แต่ล่าสุดที่คุณปริมกับเพื่อนมาที่บ้านวาสก็รู้ว่าคุณปริมคือคนพิเศษ ครั้งก่อนจึงทำเป็นกระเซ้าเย้าแหย่คุณอัญชนาไป

นั่งคุยกันสักพักก็เป็นเวลาสามทุ่มเศษนนทวัชรจึงจะไปส่งปริมที่บ้านเพราะเกรงว่าจะดึกเกินไปเนื่องจากรับปากกับคุณอาอาธรว่าจะส่งปริมที่บ้านไม่เกินสี่ทุ่มครึ่ง อัญชนากับวัชรพงษ์แอบยืนยิ้มมองดูลูกชายที่เดินจับมือปริมพากันไปขึ้นรถ

          …………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

สิริมาอยู่ที่คอนโดเมื่อนึกถึงว่าวันนี้นนทวัชรกับปริมมีนัดทานอาหารเย็นกันก็ถอนหายใจหน้าเศร้าแล้วหยิบเอาโทรศัพท์มาเปิดดูภาพนั้นที่ถูกเก็บไว้ในอัลบั้มในโทรศัพท์มือถืออีกครั้งแล้วอมยิ้มเศร้าๆเล็กน้อย ลักษณะแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้วตั้งแต่เลิกคบกัน  สักครู่ก็ถอนหายใจเบาๆแล้วส่งข้อความแชทราตรีสวัสดิ์ถึงนนทวัชร   

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

             สายวันต่อมาที่ร้านเสื้อของยศนันท์มีช่อดอกไม้มาส่งให้อีก ยศนันท์ยิ้มเมื่อเห็นพนักงานเปิดประตูและถือช่อดอกไม้เข้ามาให้ลุ้นเล็กน้อยรับมาแล้วดูที่การ์ด..คุณนุ.อมยิ้ม..วันนี้ก็มีนัดทานอาหารเย็นกัน เธอบอกพนักงานในร้านว่าหากคุณกฤษณะมาถามหาให้บอกไปว่าเธอเข้าออฟฟิศและหากมีช่อดอกไม้จากคุณกฤษณะมาส่งให้จัดใส่แจกันดอกไม้ได้เลย มันคงต้องเป็นอย่างนั้นไปอีกสักพัก เพราะคุณนุพึ่งชวนเธอออกงานสังคมคู่กันในงานแต่งงานของคนที่อยู่ในแวดวงธุรกิจในเดือนหน้านี้..ยิ้ม.มองช่อดอกไม้นั้นแล้วก้มลงจุ๊บที่ดอกไม้ในช่อนั้น

 …………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ราวสิบเอ็ดโมงนนทวัชรกับเมย์กลับลงมาจากชั้นบนหลังประชุมเรื่องงานโฆษณาเสร็จ เมื่อเปิดประตูและเดินเข้ามาในห้องก็เห็นสิริมามานั่งรอที่โซฟาอยู่แล้ว สิริมายิ้มหวานให้และลุกขึ้น

            นนทวัชร : มานานหรือยังครับ?                              ถามปรกติ ยิ้มเล็กน้อย    

            สิริมา : เมื่อครู่นี้เองค่ะ                                ยิ้ม    

นนทวัชรพยักหน้าและรับคำว่าครับแล้วเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง สิริมาเดินตามมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกัน

            สิริมา : ประชุมเครียดหรือเปล่าคะ?               ถามยิ้มๆอารมณ์ดี         

            นนทวัชร : เล็กน้อยครับ..ปรกติ      อมยิ้ม        “ ไปธุระมาเหรอ? ”         

            สิริมา : ค่ะ และแวะมาหานนท์      พูดเสร็จก็ยิ้มแล้วก้มลงหยิบเอาของในกระเป๋าขึ้นมาเป็นซองสีชมพูแล้วยื่นให้ นนทวัชร      “ อีกสักสองสัปดาห์ข้างหน้าไหมจะเปิดออฟฟิศน่ะค่ะ มีพิธีทำบุญเลี้ยงพระตอนเช้าเล็กน้อยก็เลยเอาการ์ดมาให้ “    ยิ้ม    “ แล้วแต่นนท์นะคะหากไม่ว่างก็ไม่เป็นไรเพราะไหมทำเล็กๆน่ะค่ะตอนแรกว่าจะเปิดสัปดาห์หน้านี้แต่ติดขัดปัญหาเล็กน้อยเลยเลื่อนไป “ พูดเสร็จก็ยิ้ม  นนทวัชรยิ้ม            

            นนทวัชร : ครับ        ยิ้มมองหน้าสิริมาก็เห็นเธอยิ้มแววตาเป็นประกายสดใส    “  ยินดีด้วยนะครับ “      พูดแสดงความยินดีอย่างจริงใจ    “ แล้วหาพนักงานเรียบร้อยแล้วเหรอ?  “

            สิริมา : ค่ะ ไหมรับมาห้าหกคนก่อนค่อยเป็นค่อยไปแล้วก็.จ้างสำนักงานบัญชีทำบัญชีให้ไปก่อนค่ะ นุเขาแนะนำ     พูดเสร็จก็ยิ้ม

นนทวัชรยิ้มและรับคำว่าครับแล้วสอบถามเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆของงานผ้าม่านที่สิริมาจะทำ เพราะเขามีลูกค้าและหาลูกค้าอยู่เรื่อยๆและมีงานที่ไปนำเสนอต่อลูกค้าและรอผลตอบรับอีกหลายงานคงต้องได้พึ่งพาอาศัยกันและเป็นอีกหนึ่งอย่างที่เขาจะช่วย เธอได้และเขาเองก็เต็มใจช่วย นอกจากมาคุยกันเรื่องงานผ้าม่านแล้วยังคุยเรื่องงานโฆษณาเพราะสิริมาอาจจะต้องให้นนทวัชรทำโฆษณาเพื่อโปรโมทบริษัทให้ซึ่งนนทวัชรก็เต็มใจและให้ราคาพิเศษ คุยกันเสร็จสิริมาก็ถือโอกาสชวนนนทวัชรไปทาน อาหารกลางวันด้วยกันและชวนปริมไปด้วย เมื่อนนทวัชรโทรหาปริมตอบปฏิเสธบอกว่าตอนบ่ายต้องรีบทำงานแต่จริงๆแล้ว ปริมคิดว่า.ยังไม่ค่อยรู้สึกดีกับภาพนั้นที่สิริมาโพสต์เท่าไหร่และคิดว่าคงรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ นนทวัชรจึงไปกับสิริมาสองคน

  …………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ตอนเย็นปริมเลิกงานและกลับมาถึงบ้านราวสองทุ่มอาธรกับนุชนันท์ก็รออยู่ ปริมโทรมาบอกว่าไม่ต้องรอทานอาหารเย็นแต่นุชนันท์ก็ทำสลัดไว้ให้ปริมจึงทานสลัดและมานั่งคุยกับพ่อกับแม่สักพักก็ขอตัวขึ้นไปบนห้อง ส่วนอาธรกับนุชนันท์ก็นั่งรอปานต่อเพราะปานก็ยังไม่กลับ  ปริมกำลังจะไปอาบน้ำโทรศัพท์มีสายเข้า..นนทวัชรโทรมา เมื่อวางสายก็ยิ้ม.เพราะเขาโทรมาถามว่าถึงบ้านหรือยังและทานอาหารเย็นหรือยัง คุยกันเล็กน้อยก็วางสายเพราะเขายังทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ กำลังจะเดินไปเข้าห้องน้ำโทรศัพท์ก็มีสายเข้าอีก.ดลลี่โทรมา.

            ปริม : หวัดดีจ้ะ                        ยิ้ม อารมณ์ดี         

            ดลลี่ : จ้า เป็นไงบ้าง?           จีบปากจีบคอถามทั่วๆไปและอยากรู้ความคืบหน้า

            ปริม : ก็..ดี…แต่ยังต้องคิดบัญชีอีกครั้งหนึ่ง           ปริมทำเป็นเฉไฉ           

ดลลี่หุบยิ้มทันทีทำเป็นหน้างอ                                            

            ดลลี่ : แหม..(ลากเสียง) เห็นใจเพื่อนบ้าง อุตส่าห์ทำรู้เห็นเป็นใจให้ เฮอะๆๆๆ      จีบปากจีบคอพูดต่อแล้วหัวเราะ     

            ปริม : อืม..ต้องคูเคสความผิดด้วยน่ะ            ปริมยังทำเป็นเฉไฉ  แกล้งเพื่อน        

            ดลลี่ : อะไรกัน..ก็.เห็นมั้ยล่ะ ความสัมพันธ์ก็คืบหน้า     ยิ้ม     “ พาไปดินเนอร์ที่บ้านละ         เฮอะๆๆๆ “     กระดี๊กระด๊าแล้วทำเป็นหัวเราะตัวสั่น    “ อ๊ะ! ไม่ใช่สิ ไปดินเนอร์มาหลายครั้งละ “     ยิ้ม  

ปริมยิ้มทำหน้าเหลอหลา                                                          

            ปริม : อืม..ก็ได้.งั้น..ไม่คิดบัญชีที่ชิ่ง..แต่..คิดบัญชีที่โพสต์        พูดเสร็จก็ยิ้มทำเหลอหลาแกล้งเพื่อนต่อ           ดลลี่หุบยิ้มทันทีและหน้างออีกครั้ง เม้มปากแล้วทำเป็นถอนหายใจเสียงดัง

            ดลลี่ : หืม…                     เม้มปากเข้าหากัน          

            ปริม :  แหม… พูดเล่นหรอกน่า ไม่คิดบัญชีอะไรละ      คำแรกลากเสียงยาวเลียนเสียงเพื่อน ยิ้ม ร่าเริงต่อ    ดลลี่ยิ้มกว้างทันที กระดี๊กระด๊าอารมณ์ดีต่อ              

            ดลลี่ : เห็นมะ เพื่อนมีความดีความชอบเยอะจะตาย เฮอะๆๆๆ ว่าแต่ว่า..ว่า.ที่คู่หมั้นน่ะ..จะ..     เขยิบๆเป็น….     ทำเป็นอึกอักทำเป็นอยากรู้   ปริมรู้แต่ทำเฉไฉ           

            ปริม : เขยิบๆเป็นอะไร                         ทำเป็นพูดเสียงห้วนๆ ทำหน้าเหลอหลา

            ดลลี่ : ขยับๆก็ได้                                 ทำเป็นเฉไฉต่อ   ยิ้ม ทำหน้าอยากรู้

            ปริม : เขยิบขยับอะไร                          เฉไฉต่อเหมือนกัน  

            ดลลี่ : แหม…ทำเป็นเฉไฉนะ เฮอะๆๆๆ      อารมณ์ดีหัวเราะต่อ      “ เดี๋ยวนี้มั่นใจแต่งตัวสวยไปดินเนอร์ไม่บอก เพื่อนละ “     ยิ้ม ทำเป็นเหน็บแนมแซวเพื่อนเพราะวันที่ปริมไปทานอาหารเย็นที่บ้าน นนทวัชรนั้นไม่ได้วีดีโอคอลมาปรึกษาเรื่องแต่งหน้าทำผม  ปริมยิ้มแล้วก็หัวเราะนิดๆแก้เขิน  “ มีเดทอีกป่าว? “      ยิ้มแล้วทำเป็นเอียงหน้ารอฟัง

            ปริม : มี วันเสาร์                         พูดห้วนๆ คำท้ายเสียงเบาลงเพราะเขิน ยิ้มเขินคนเดียว

            ดลลี่ : อุ๊ย..คืบหน้าใหญ่เลยนะ…ชักจะทำตัวตามน้ำไปเรื่อยเลยนะจ๊ะเธอ…เฮอะๆๆๆ     จีบปากจีบคอแซวเพื่อนต่อ   ปริมหัวเราะขำๆเพราะเขิน                            

            ปริม : บ้า! แค่นี่นะ จะอาบน้ำแล้ว        พูดห้วนๆ รีบกดวางสายเลย เพราะเขินที่ถูกดลลี่แซวหนัก

หลังจากกดวางสายจากดลลี่เสร็จปริมก็ยิ้มเขินคนเดียวต่ออีกครู่แล้วก็เข้าไปอาบน้ำ  ส่วนดลลี่นั่งอยู่ที่ปลายเตียงเมื่อถูกปริมตัดสายก็ยิ้มเบะปากใส่โทรศัพท์เพราะเพื่อนเขิน โทรไปกระเซ้าเย้าแหย่เล็กน้อยที่เมื่อวันก่อนปริมไปทานอาหารเย็นบ้านคุณนนท์  วางโทรศัพท์ลงที่ปลายเตียงและจะลุกไปอาบน้ำเสียงโทรศัพท์แจ้งเตือนว่ามีคนโพสต์อะไรจึงหยิบขึ้นมาดูแล้วหุบยิ้มในทันที   ทันใดทำเป็นเม้มปากและเบะปากแบบนางอิจฉาในละคร เพราะยศนันท์โพสต์ภาพดินเนอร์โรแมนติคพร้อมช่อดอกไม้ช่อสวยคู่กับพิษณุด้วยสีหน้ายิ้มแย้มและแววตาของทั้งคู่ที่บ่งบอกว่ากำลังอินเลิฟ ดลลี่ถอนหายใจเสียงดังแล้ววางโทรศัพท์ลงที่ปลายเตียงเหมือนเดิมและทำเป็นมองที่โทรศัพท์นั้นแบบสายตาเหวี่ยงๆถอนหายใจและสะบัดหน้ากลับมองไปข้างหน้าและเบะปาก ไม่แปลกใจที่สาวสวยเจ้าของร้านเสื้อคนนั้นจะรู้จักกับคุณนุด้วย… ครู่หนึ่งก็ทำเป็นเหลือบไปโทรศัพท์อีกเล็กน้อยแล้วหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์คอมเมนต์ว่า…คนคี่อิจฉา…พิมพ์เสร็จก็มองที่ภาพนั้นแล้วทำเป็นเบะปากใส่.แล้ววางโทรศัพท์ลงที่ปลายเตียงแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ

        …………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

สายๆวันต่อมาทั้งนนทวัชรกับอั๋นก็เทียวขึ้นเทียวลงไปที่ชั้นสามเพื่อดูผู้รับเหมาทำงานตกแต่งออฟฟิศของยศนันท์ เมื่อ นนทวัชรกลับขึ้นมาก็มียศนันท์ที่เดินมาด้วยซึ่งยศนันท์ก็ยังอมยิ้มแบบเดิมๆให้ปริมและปริมก็ยังเหลือบยศนันท์ด้วยสีหน้านิ่งเฉย เหมือนเดิม แม้เมื่อคืนจะเห็นคอมเมนต์ของดลลี่ที่โพสต์นั้นของยศนันท์ที่แท็กหาพิษณุแล้วก็ตามราวครึ่งชั่วโมงต่อมาก็เห็นยศนันท์กลับออกไป ตอนเที่ยงก็เห็นว่านนทวัชรกับอั๋นออกไปทานอาหารกลางวันกับผู้รับเหมาที่ตกแต่งออฟฟิศให้ยศนันท์และเห็น    นนทวัฃรกลับขึ้นมาที่ออฟฟิศตอนเกือบบ่ายสามแล้วออกไปข้างนอกกับเมย์อีกทราบว่าไปพบลูกค้าเรื่องตกแต่งคอนโดและ ไม่เข้ามาที่ออฟฟิศอีก ส่วนอั๋นกลับขึ้นมาเป็นครังคราว

  …………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

วันเสาร์ราวบ่ายสองโมงเศษนนทวัชรนั่งทำงานอยู่ในห้องทำงานที่บ้านเรื่องตกแต่งคอนโดลูกค้าของกฤษณะหลังจากที่ไปคุยรายละเอียดมาครั้งที่สองซึ่งเขานั่งทำมาตั้งแต่เช้า เสาร์นี้ไม่เข้าร้านและอีกสักสองชั่วโมงก็จะออกไปรับปริมที่บ้านเพราะนัดทานมื้อค่ำกัน โทรศัพท์ดัง..สิริมาโทรมา

            สิริมา : หวัดดีค่ะนนท์                 ทักทายแบบเกรงใจเล็กน้อย

            นนทวัชร : ครับ                           อมยิ้มเล็กน้อย รอฟัง       

            สิริมา : เอ่อ…ไหม….มีเรื่องอยากรบกวนน่ะค่ะ            พูดอึกอักเพราะเกรงใจ พูดเสร็จก็ถอนหายใจเบาๆ    

       นนทวัชร : ครับ               หน้าฉงนเล็กน้อย รอฟัง และฟังจากน้ำเสียงเหมือนกำลังมีปัญหา

            สิริมา : เอ่อ…รถไหมเสียอยู่ที่เขาใหญ่…ไหมเอาการ์ดมาให้คนรู้จักน่ะค่ะ…เอ่อ..ช่างเอารถมาที่อู่ให้เมื่อครู่และไหมก็..ตอนนี้อยู่ที่อู่ซ่อมรถค่ะ.นนท์……รบกวนมารับไหมได้มั้ยคะ?          พูดอึกอักเล็กน้อยเกรงใจ     

นนทวัชรชะงักไปและอึ้งกับปัญหาที่เกิดทั้งเป็นห่วงสิริมา

            นนทวัชร : ไหมไปคนเดียวเหรอครับ?          กระตือรือล้นขึ้นเล็กน้อย ถามด้วยความเป็นห่วง      

            สิริมา : ไหมมาคนเดียว คิดว่าเอาการ์ดมาให้เฉยๆก็กลับ…เย็นนี้..นัดทานข้าวที่บ้านกับพ่อกับแม่น่ะค่ะ       นนทวัชรอึ้งไปกำลังคิด

            สิริมา : ช่างเขาบอกว่าสักวันสองวันค่อยมาเอารถ ไหมมัวแต่ยุ่งๆลืมเอารถไปเช็คที่ศูนย์ เลยไม่รู้ว่ารถมีปัญหา…       เห็นนนทวัชรเงียบไปเล็กน้อยคงกำลังคิดเลยพูดต่อ      “   เอ่อ..หากนนท์ไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ โทรหานุแล้วเขาก็ยุ่ง ส่วนเพื่อนไหมเขาก็ไปต่างจังหวัดกับครอบครัวเมื่อสักชั่วโมงก่อนเลย..เกรงใจเขาน่ะค่ะ..งั้น.ไหม..โทรหาพ่อกับแม่หรือคนอื่นๆดูก่อนนะคะ..เผื่อเขาจะว่าง “ พูดเสร็จก็กดวางสายเลยทันที 

            นนทวัชร : เอ่อ….       ยังไม่ทันได้พูดอะไรสิริมาก็กดตัดสายไป นนทวัชรถอนหายใจทั้งทำหน้าอึ้งๆปนลำบากใจทั้งเป็นห่วงสิริมา ทำหน้าคิดหนัก

สักครู่ก็โทรกลับไปหาสิริมาและบอกว่าจะไปรับแล้วเดินไปหยิบของและกุญแจรถและเดินออกจากห้องไป เมื่อขึ้นรถและขับรถออกจากบ้านมาได้ครู่หนึ่งก็โทรหาปริม ปริมซึ่งกำลังจะเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำก็ฉงนเล็กน้อยที่เขาโทรมา

            ปริม : สวัสดีค่ะ                  น้ำเสียงร่าเริง อมยิ้ม

นนทวัชรอึกอักเล็กน้อย

            นนทวัชร : เอ่อ… วันนี้ติดขัดปัญหาเล็กน้อย      พูดด้วยความลำบากใจ     “ ขอยกเลิกนัดได้มั้ยครับ “

ปริมชะงักในสีหน้า ผิดหวังเล็กน้อยแต่เข้าใจว่าเขาอาจจะมีงานหรือธุระสำคัญ

            ปริม : ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ         เสียงต่ำลงจากน้ำเสียงร่าเริง ยอมรับอย่างจำยอมในสิ่งที่เขาบอก พยายามเข้าใจ  

นนทวัชรอมยิ้มเล็กน้อย ฟังจากน้ำเสียงปริมคงผิดหวังเล็กน้อย นิ่งไปเล็กน้อยกำลังคิด..แล้วก็พูด

            นนทวัชร : พี่ขอโทษ.คือ.กำลัง.จะไปรับไหมที่เขาใหญ่ รถเขาเสียและต้องเข้าอู่ เพื่อนคนอื่นไม่ว่างนุก็ไม่ว่างน่ะครับ        พูดเสร็จก็เงียบไปรอฟังปริมพูด 

ปริมชะงักในสีหน้าอีกและในใจนั้นรู้สึกว่าแป้วๆแปลบๆ อึ้งไป ถอนหายใจช้าๆเบาๆ เม้มปากเล็กน้อย

            นนทวัชร : เอ่อ..             ยังไม่ทันได้พูดต่อปริมพูดออกมาก่อน

            ปริม : ค่ะ                        รับคำเสียงต่ำ เบาลง ยอมรับอย่างจำยอมอีกครั้งในสิ่งที่เขาบอก        

            นนทวัชร : ขอเลื่อนนัดเป็นพรุ่งนี้             พูดอ่อนโยนปรกติ ขอนัดกับปริมต่อ

ปริมนิ่งคิด สีหน้าแววตาผิดหวัง

            ปริม : ขอคิดดูก่อนนะคะ           พูดเสียงเบา เนิบๆ พยายามบังคับเสียงให้ปรกติไม่ให้เขารู้สึกว่าเธอผิดหวัง

นนทวัชรชะงักในสีหน้า ปริมคงรู้สึกแย่

            ปริม : กำลังขับรถอยู่เหรอคะ..เดินทางปลอดภัยนะคะ สวัสดีค่ะ        พูดเสียงเบาเนิบๆเรื่อยๆ และกดวางสาย แล้วถอนหายใจหน้าเศร้าผิดหวัง                   

            นนทวัชร : เอ่อ….             ยังไม่ได้พูดอะไรปริมก็ตัดสาย นนทวัชรถอนหายใจหนัก คิดหนัก

…………………………………. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………..

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.