นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต ♥ ตอนสิบแปด

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

ราวสี่สิบนาทีต่อมาดลลี่วีดีโอคอลมาแกล้งปริมเพื่อทำเป็นกูรูสอนแต่งหน้าทำผมเพราะวันนี้ปริมมีนัดทานอาหารเย็นกับนนทวัชรอีก แต่เมื่อปริมบอกว่าวันนี้ยกเลิกนัดเพราะนนทวัชรติดธุระดลลี่ก็เศร้าเล็กน้อยตามเพื่อนเพราะดูเพื่อนผิดหวังแต่ดูจากสีหน้าท่าทางของเพื่อนแล้วเหมือนผิดหวังหนักเลยคิดว่าต้องมีอะไรแน่ๆเพราะแค่ยกเลิกนัดทานอาหารเย็นไม่น่าจะดูเศร้าและผิดหวังขนาดนี้

ตอนดึกราวเกือบเที่ยงคืนนนทวัชรขับรถมาจอดที่หน้าบ้านของปริมหลังจากไปส่งสิริมาที่คอนโดแล้ว ถอนหายใจ  ครู่หนึ่งก็ขับรถกลับบ้านพรุ่งนี้ตอนเช้าหรือสายๆค่อยโทรหาปริมอีก

  …………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

สายวันถัดมานนทวัชรโทรหาปริมอีกแต่ปริมไม่รับสาย เมื่อกดวางสายก็ถอนหายใจหนักใจ เมื่อคืนระหว่างกลับจากเขาใหญ่และแวะที่ปั๊มน้ำมันเขาก็โทรหาแต่เธอไม่รับสาย

ปริมกำลังแต่งตัวเพื่อจะออกไปข้างนอกมองดูโทรศัพท์ที่มีสายเข้านั้นด้วยท่าทีนิ่งๆจนสายถูกตัดไปแล้วแต่งตัวต่อ  ดลลี่โทรมาแต่เช้าและชวนไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าหรืออาจจะดูหนังกันและบอกว่าจะมารับ

เมื่อมาถึงที่ห้างสรรพสินค้าดลลี่ก็พยายามเอาใจเพื่อนเพื่อให้ร่าเริงหรืออารมณ์ดีขึ้น.คิดว่าให้ปริมงอนยังดีกว่าเห็นปริมเศร้า

            ดลลี่ : ดูหนังกันมั้ย?                         เอียงหน้าเล็กน้อยเชิงถาม ตามจริตจะก้าน ยิ้ม    

            ปริม : แล้วแต่                                    พูดเนิบๆ สีหน้าท่าทางก็ยังไม่ร่าเริง

            ดลลี่ : วันนี้ให้คิดบัญชี ทบต้นทบดอกให้เลยด้วย         จีบปากจีบคอพูดแล้วยิ้ม พยายามกระตุ้นให้เพื่อนร่าเริง

ปริมเริ่มยิ้มเล็กน้อยกับท่าทางของเพื่อนที่พยายามเอนเตอร์เทนมาตั้งแต่ในรถแล้ว

            ปริม : ไม่หรอก เดี๋ยวกระเป๋าฉีก                 อมยิ้มเล็กน้อย เริ่มร่าเริงขึ้นเมื่อเห็นท่าทางเพื่อน

ดลลี่เริ่มกระดี๊กระด๊าเมื่อเห็นเพื่อนเริ่มยิ้ม

            ดลลี่ : ได้อยู่แล้วจ้า …แต่เพื่อนงบน้อยนะ            จีบปากจีบคอพูดแล้วเอียงหน้าเล็กน้อย ยิ้ม 

ปริมยิ้มมองเพื่อนคิดว่าทำตัวร่าเริงตามน้ำตามเพื่อนไปดีกว่าคิดเรื่องนั้นจะได้ไม่รู้สึกว่าเศร้าหรือเสียใจ มองดลลี่ก็ยังเห็นเอียงหน้าและยิ้มกว้างให้ก็ขำเล็กๆ จึงพยักหน้าแล้วก็พากันเดินขึ้นไปจองตั๋วหนังแล้วค่อยกลับลงมาหาอะไรทานกัน

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

บ่ายวันอาทิตย์ที่ร้านของยศนันท์ พิษณุยืนรอยศนันท์อยู่ภายในบริเวณร้านเพื่อออกไปหาอาหารทานกัน วันนี้เขาเข้าร้านคนเดียวเพราะนนทวัชรทำงานของกฤษณะอยู่ที่บ้าน เมื่อยศนันท์เดินออกมาจากห้องทำงานและกำลังจะเดินออกจากร้านกัน

            กฤษณะ : หวัดดีครับ                          พูดทักทายปรกติ ยิ้ม เดินมาถึงบริเวณหน้าร้านพอดี

ทั้งพิษณุกับยศนันท์ก็อมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าตามมารยาท พูดทักทายตอบกฤษณะแทบจะพร้อมกัน

            พิษณุ : หวัดดีครับ                      อมยิ้มเล็กน้อย

            ยศนันท์ : หวัดดีค่ะ                      อมยิ้ม                              

            กฤษณะ : เอ่อ..แหม..เปิดตัวกันแบบ…เล่นเอาหลายคนเงิบ.ไปเลยนะครับ     แซวเล็กน้อย อมยิ้มมองยศนันท์แล้วหันไปทางพิษณุ                                   

            พิษณุ : เอ่อ.ครับ ก็..แล้วแต่จังหวะและโอกาสน่ะครับ           พูดไปตามน้ำ อมยิ้มเล็กน้อย    

            กฤษณะ : ครับ      ยิ้มเล็กน้อยกับพิษณุแล้วหันไปทางยศนันท์    “ ยินดีด้วยนะครับ “  ยิ้ม  เขาเห็นภาพที่เธอโพสต์เพราะมีเพื่อนบางคนที่เป็นเพื่อนกับพิษณุเข้าไปกดไลค์และคอมเมนต์ที่ภาพนั้น แม้คิดว่าไม่แปลกแต่ก็อดที่จะแปลกใจเล็กน้อยไม่ได้ที่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คืบหน้าไปเร็วมากจากที่เห็นท่าทีของทั้งคู่ครั้งก่อนที่ไปดื่มที่ร้าน ที่เคยคิดว่านนทวัชรคือคู่แข่งกลับไม่ใช่..เป็นพิษณุนี่เอง คุณนตเธอเปิดตัวด้วยการโพสต์ภาพนั้นเอง ..

            ยศนันท์ : ขอบคุณค่ะ                  ขอบคุณและยิ้มรับตามมารยาท

            พิษณุ : กำลังจะไปหาอะไรทานข้างนอกกันน่ะครับ คุณกฤษณะไปด้วยกันสิครับ      ชวนตามมารยาทแต่จริงใจเพราะเห็นกันบ่อยครั้งตามงานสังคมทั่วไป  ยิ้มเล็กน้อย

            กฤษณะ : ขอบคุณมากนะครับที่ชวน แต่..คงไม่รบกวนดีกว่าเอาไว้โอกาสหน้า ยิ้ม  “ คงได้เจอกันบ่อยๆน่ะครับ “     ประโยคสุดท้ายเสียงต่ำ อมยิ้มมองทั้งยศนันท์และพิษณุ แล้วครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับออกไป

พิษณุกับยศนันท์ยิ้มและพยักหน้ารับคำและมองตามกฤษณะไปเล็กน้อย ยศนันท์คิดว่าวันนี้ที่ไม่เห็นคือแววตาเจ้าชู้และคำพูดจาที่พยายามจะจีบเธอเหมือนหลายๆครั้ง  ยิ้มขำๆเล็กๆแล้วก็พากันเดินออกจากร้านไป  พิษณุรู้ว่ากฤษณะตามเทียวไล้เทียวขื่อยศนันท์เพราะเธอเล่าให้เขาฟังบ้าง ด้วยนิสัยส่วนตัวของกฤษณะเขาคงไม่ได้ถึงขนาดกับว่าพลาดหวังอย่างแรงหรอกและทีห้างนี้ก็มีร้านของสาวสวยที่เขาควงอยู่จึงเป็นโอกาสให้เขาได้แวะเวียนมาบ่อยๆแค่นั้นเอง พิษณุคิด          

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

ราวสี่โมงเย็นดลลี่มาส่งปริมที่หน้าบ้านเมื่อปริมเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านก็เห็นรถของนนทวัชรจอดอยู่จึงเดินเลี่ยงไปเข้าทางประตูหลังบ้านและขึ้นไปบนห้องเลย   สักครู่น้าใจก็มาเคาะประตูและบอกว่าคุณนนท์มาขอพบ ปริมกล่าวขอบคุณและคิดครู่หนึ่งก็เปิดประตูและเดินลงไปที่ห้องรับแขกเมื่อเดินเข้ามาก็เห็นว่าพ่อกับแม่กำลังนั่งคุยกับเขาอยู่  นนทวัชรดีใจสีหน้าแววตาเป็นประกายที่ปริมลงมาพบเพราะตั้งแต่บ่ายเมื่อวานปริมไม่ยอมรับโทรศัพท์ ส่วนปริมทำหน้าเฉยๆ อาธรกับนุชนันท์ลุกขึ้นและเดินออกไปปล่อยให้ทั้งคู่คุยกัน ปริมเดินไปนั่งลงตรงโซฟาเดี่ยวที่อยู่ตรงข้ามกับนนทวัชร นนทวัชรมองหน้าปริมและยิ้มด้วยความดีใจเล็กน้อย

            นนทวัชร : วันนี้ไปไหนมาเหรอครับ?            ถามเสียงอ่อนโยน เห็นปฏิกิริยาแบบนี้ของปริมก็ชักจะหวั่นใจ

            ปริม : ไปซื้อของค่ะ และก็.ไปดูหนัง             พูดปรกติ น้ำเสียงแข็งทื่อ มองไปที่นนทวัชร

ได้ยินน้ำเสียงแบบนั้น สีหน้าท่าทางเฉยแบบนั้นของปริมก็หนักใจ เม้มปากเล็กน้อยกัดริมฝีปากด้านในเพราะหนักใจ หลบสายตาปริมเล็กน้อยแล้วถอนหายใจเบาๆ ไม่ใช่ปริมจับผิดแต่.คงโกรธเคือง.สีหน้าแววตาเฉยเมย

            นนทวัชร : ครับ         รับคำเสียงอ่อนโยนเหมือนเดิม อมยิ้มเล็กน้อยมองปริม นิ่งไปครู่เพราะปริมยังเฉย    “ เมื่อวานไหมเขาไปธุระที่เขาใหญ่แล้วรถเสียระหว่างทาง เขาโทรมาหาและขอให้ไปรับเพราะเพื่อนคนอื่นไม่มีใครว่าง  “    อธิบายเสียงอ่อนโยนพยายามอธิบายให้ปริมเข้าใจแต่ปริมยังมองไปทางอื่น ปริมมองไปทางอื่นตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มพูดเรื่องไหมแล้ว   “ เขาไปคนเดียวด้วย…ก็เลยไม่รู้จะปฏิเสธยังไง “      พูดเสร็จก็นิ่งดูปริมว่าจะยังไง ปริมก็ยังนิ่ง ครู่หนึ่ง          

            ปริม : ค่ะ          หันไปรับทราบสิ่งที่เขาพูดสั้นๆ แต่สีหน้าแววตายังเฉยเมย แล้วหันไปทางอื่นอีก

            นนทวัชร : ปริม…       เรียกชื่อปริมและทำท่าตื่นตัวอยากอธิบายและอยากให้ปริมเข้าใจ  แต่เรียกชื่อปริมเสร็จก็ถอนหายใจเพราะท่าทางแบบนั้นของปริม ไม่อยากให้เป็นแบบนี้ เขารู้ว่าเมื่อวานมันไม่ควรจะเป็นแบบนั้นแต่เขาก็ไม่มีทางเลือก

            ปริม : คุณไหมเธอก็อยู่ในแวดวงสังคม มีเพื่อนฝูงเยอะแยะ แต่ไม่มีใครไปรับที่เขาใหญ่..คิดว่าเธอก็มีเพื่อนอยู่ที่นั่น        หันไปพูดกับนนทวัชรด้วยน้ำเสียงปรกติไม่เชิงว่าจับผิด และมองหน้าเขา

            นนทวัชร : พี่ไม่ได้คิดขนาดนั้น แค่คิดว่าเพื่อนโทรมาขอความช่วยเหลือ     พยายามอธิบายต่อ  “ ตอนนั้นเขาบอกว่ารถเสียและไปคนเดียว…ก็เลย..รู้สึกว่าเป็นห่วง “     ปริมมีแววตาประกายเมื่อเขาบอกว่ารู้สึกว่าเป็นห่วงนนทวัชรเห็น เลยพูดต่อ    “ ก็เป็นผู้หญิงและไปคนเดียว.และ..เป็นเพื่อนกันด้วย..และเขาอยู่ต่างจังหวัดน่ะครับ  “       มองหน้าปริมพยายามอยากให้ปริมเข้าใจ

ปริมถอนหายใจแล้วหันไปมองทางอื่น นนทวัชรนิ่งมองปริมอย่างง้อๆ ปริมก็ยังนิ่ง ครู่หนึ่ง

            ปริม : ช่างเถอะค่ะ                   หันมาพูดกับเขาเสียงเบาลง   

            นนทวัชร : ปริม..พี่รู้ว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าไม่มีทางเลือก…แต่พี่ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธได้ยังไง.    

            ปริม : ค่ะ เพราะนั่นมันคือความเคยขิน เพราะคุณเคยคบกันมาก่อนคงดูแลกันเป็นเรื่องปรกติ เลยไม่ต้องคิดว่าอะไรมันควรเป็นแบบไหนหรือควรจะเป็นแบบไหน                     

            นนทวัชร : ปริม!                                    อึ้งกับสิ่งที่ปริมพูด             

            ปริม : แต่มันก็ธรรมดานี่คะ…..ยังไม่มีอะไรชัดเจน                   

            นนทวัขร : หมายความว่ายังไง?                    ถามกลับทันทีแบบอึ้งๆ

            ปริม : คุณก็ยังมีสิทธิ์เลือก ตอนนี้คุณไหมเธอก็หย่าแล้ว คุณยังมีโอกาส

            นนทวัชร : ปริม!                                                 

            ปริม : เรายังมีโอกาสเลือกด้วยกันทั้งคู่      ปริมพูดต่อทันที นนทวัชรได้แต่อึ้งๆกับสิ่งที่ปริมพูด   

            นนทวัชร : ปริม!       อึ้งที่ปริมพูดและทำท่าจะลุกขึ้นและจะขยับมาหา  แต่ปริมดีดตัวลุกขึ้นก่อน

            ปริม : ขอตัวก่อนนะคะ            พูดเสร็จก็เดินออกไปเลย

นนทวัชรลุกขึ้นและขยับอยากจะตามไปแต่ต้องหยุด ได้แต่มองตามหลังปริมไปแล้วถอนหายใจหนักใจ ครู่หนึ่งเมื่ออาธรกับนุชนันท์ได้ยินเสียงว่าลูกสาวขึ้นไปบนห้องแล้วอาธรก็เดินมาหานนทวัชร คุยกันสักครู่นนทวัชรก็ขอตัวกลับ อาธรถอนหายใจหนักใจเช่นกัน

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

            ปริมตั้งใจมาทำงานช้ากว่าปรกติที่เคยมาถึงออฟฟิศก็เกือบแปดโมงครึ่ง เพื่อนร่วมแผนกหลายคนมาถึงที่ทำงานแล้วรวมถึงนาวินก็กลับมาจากหัวหิน ปริมเห็นถุงกระดาษวางที่โต๊ะก็รู้ว่าในนั้นเป็น กล่องอาหารเช้า หยิบถุงกระดาษนั้นเก็บในลิ้นชักโต๊ะพร้อมกับกระเป๋าเมื่อปิดลิ้นชักโต๊ะก็ถอนหายใจ ครู่หนึ่งก็เดินไปหานาวินและทักทายกันปรกติและทราบว่าอีกสองวันนาวินก็จะไปที่หัวหินอีก คุยกันครู่หนึ่งปริมก็เอาแฟ้มที่นาวินเซ็นแล้วไปส่งให้เมย์

สายๆหลังเซ็นเอกสารเสร็จวัชรพงษ์เรียกอาธรมาคุยที่ห้องและถามถึงเรื่องเย็นวันอาทิตย์ว่าได้ยินสองคนนั้นคุยอะไรกันบ้าง   อาธรทำหน้าเจื่อนๆปฏิเสธไปว่าไม่ได้ยินอะไรเพราะปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันแต่จริงๆก็ผลุบเข้าผลุบออกอยู่บริเวณใกล้ห้องรับแขก  ไม่ได้ตั้งใจจะไปแอบฟังปริมกับนนท์คุยกันแต่ด้วยเหมือนกับว่ามีปัญหาตั้งแต่วันเสาร์เพราะเขาทราบจากปริมว่านนท์โทรมายกเลิกนัดทานข้าว..และปริมบอกแค่ว่านนท์ติดธุระส่วนตัว  แต่เย็นวันอาทิตย์ที่ทำเป็นผลุบเข้าผลุบออกใกล้ๆห้องรับแขกนั้นได้ยินมาว่า..นนท์ต้องไปรับไหมที่เขาใหญ่…และเขาจำได้ว่าชื่อนั้น.คือ.ชื่อแฟนเก่าของนนท์..  เมื่อนิ่งคิดไปและเหลือบไปมองวัชรพงษ์ก็หน้าเหวอเล็กน้อยเพราะวัชรพงษ์ขมวดคิ้วสงสัยหนัก..ดูท่าว่า.จะต้องรู้ให้ได้ว่ามีเรื่องอะไรกัน หันกลับแล้วถอนหายใจ

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

ขณะปริมกำลังถ่ายเอกสารนนทวัชรกำลังจะเดินผ่านไปเข้าห้องน้ำก็ชะงักเล็กน้อยมองปริมแต่ปริมไม่สนใจจึงเดินผ่านไปแต่ปริมแอบมองตามหลังเขาไปเล็กน้อยแล้วก็ถอนหายใจ

เมื่อกลับมาจากห้องน้ำนนทวัชก็นั่งเครียดถอนหายใจกลุ้มใจเพราะปริมปฏิเสธทุกอย่าง เมื่อวานที่คุยกันสิ่งที่ปริมพูดออกมาก็ทำให้เขาเครียดแทบจะนอนไม่หลับ ส่งข้อความขอโทษอีกครั้งและราตรีสวัสดิ์ปริมก็ไม่อ่านเลยจนกระทั่งตอนนี้ ครู่หนึ่งเมย์ก็เคาะประตูและเปิดเข้ามา

            เมย์ : เดือนนี้จะประชุมประจำเดือนมั้ยคะ?          ทำหน้าตาเจี๋ยมเจี้ยมเล็กน้อยเพราะดูเจ้านายเครียดๆ

นนทวัชรมองหน้าเมย์และนิ่งคิดเล็กน้อย เดือนที่แล้วไม่ได้ประชุมประจำเดือน

            นนทวัชร : อื้ม สักค่อนปลายเดือนแล้วกัน เดี๋ยวผมบอกอีกที        พูดพร้อมกับพยักหน้า เคร่งขรึม

เมย์ยิ้มทำหน้าหยีๆรับทราบว่าค่ะแล้วเดินออกไป เมื่อเมย์ออกไปนนทวัชรก็ถอนหายใจกลุ้มใจอีกครั้งแล้วทำงานต่อ 

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

ตอนเย็นเมื่อเลิกงานกลับมาถึงบ้านราวเกือบสามทุ่มเก็บกระเป๋าเสร็จปริมก็หยิบโทรศัพท์ออกมาดูเพราะได้ยินเสียงโทรศัพท์แจ้งเตือนโพสต์ตั้งแต่ตอนกำลังจะขึ้นรถก็เห็นว่าเป็นสิริมาที่โพสต์ภาพขณะกำลังรับประทานอาหารกับเพื่อนอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งที่เขาใหญ่และบอกประมาณว่ามาเอารถและคืนนี้พักที่นั่น..ปริมมองด้วยสีหน้าเฉยๆและกดไลค์ภาพนั้น วางโทรศัพท์แล้วเดินถอนหายใจเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำ         

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

นนทวัชรเข้ามาที่ร้านคนเดียวเพราะตอนบ่ายพิษณุโทรมาบอกว่าวันนี้ไม่เข้าร้านมีธุระส่วนตัวกับครอบครัว นั่งๆทำงานไปอย่างไปอย่างไม่ค่อยมีกะจิตกะใจก็เกือบจะสี่ทุ่มพิษณุก็เข้ามานนทวัชรฉงนเล็กน้อย  เมื่อเดินเข้ามาพิษณุก็นั่งลงตรงโซฟาตัวเดียวกับเพื่อนพร้อมกับถอนหายใจ

            นนทวัชร : ไหนว่าไปธุระกับครอบครัว?               ถามแบบฉงนเล็กน้อย มองหน้าเพื่อน

            พิษณุ : ก็เล็กน้อยน่ะ ไปบ้านญาติไม่มีอะไรคุณแม่แค่อยากให้ไปด้วย ปรกติก็ไปบ่อยอยู่แล้ว   อธิบายให้เพื่อนฟัง

นนทวัชรเม้มปากพร้อมกับพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เพื่อนพูดแล้วดูงานต่อ พิษณุมองเพื่อนคิดว่าคงกำลังมีอะไรกลุ้มใจเพราะตอนที่เขาโทรหาวันนี้น้ำเสียงของนนท์เครียดๆ..ซึ่งปรกติก็มีแต่เรื่องงานเพราะนนท์เป็นคนจริงจังกับงาน

            นนทวัชร : จะเสร็จแล้วล่ะ             บอกเพื่อน แต่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองเพื่อน      

            พิษณุ : ไปไหนต่อมั้ย?                 ถามเพื่อน ประมาณว่าไปหาอะไรกินหรือดื่มมั้ย

นนทวัชรถอนหายใจ คิดเล็กน้อย                                      

            นนทวัชร : ไม่หรอก ว่าจะกลับบ้านเลย          พูดขรึมๆเหมือนมีเรื่องอะไรในใจ แต่ก็ยังไม่เงยหน้าขึ้นมามอง

พิษณุมองเพื่อนครู่หนึ่งก็ถอนหายใจบ้าง     

            พิษณุ : มีอะไรหรือเปล่า?               ถามเพราะเป็นห่วง

นนทวัชรวางเอกสารและเก็บเอกสารทั้งหมดจัดให้เรียบร้อยวางไว้บนโต๊ะ  แล้วถอนหายใจอีกทำตาลอยๆ     

            พิษณุ : เรื่องงานเหรอ?            

นนทวัชรยังมีอาการเดิม พิษณุมองเพื่อนรอฟัง ครู่หนึ่ง                      

            นนทวัชร : วันเสาร์ยกเลิกนัดทานข้าวกับปริม..ไปรับไหมที่เขาใหญ  บอกว่ารถเสีย….ปริม….  ถอนหายใจหนักใจ    “  โกรธน่ะ..ไม่เชิง..ไม่ใช่งอน.. “    แล้วถอนหายใจกลุ้มใจอีก   “  ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไร  “     พูดไปเพราะนึกถึงคำพูดปริมที่พูดเมื่อเย็นวันอาทิตย์ แล้วถอนหายใจอีก

พิษณุขมวดคิ้วและอึ้งไป เขารู้ว่านนท์นัดทานข้าวกับปริมเย็นวันเสาร์นึกว่าจะแฮปปี้ไม่คิดว่าจะมีเรื่องให้ถึงกับยกเลิกนัด..และโดยเฉพาะเป็นเรื่องของไหม

            พิษณุ : ไหมเขาก็มีเพื่อนที่นั่น เพื่อนกฤษณะก็มี..ก็เป็นเพื่อนไหมด้วย         พูดไปเพราะงงกับปัญหาที่คิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่นั้น

            นนทวัชร : บอกว่าเพื่อนไม่อยู่ คนอื่นก็ไม่ว่าง..เห็นว่าไปคนเดียว          พูดไปเรื่อยๆ ตาลอยๆกำลังกลุ้มใจ

            พิษณุ : แล้วทำไมไม่โทรมาบอกล่ะจะได้ช่วยดูให้ มีเพื่อนอยู่ที่นั่นเหมือนกัน จะได้ช่วยคิดว่าจะช่วยกันยังไงได้บ้าง

นนทวัชรหันไปมองพิษณุเล็กน้อยและหันกลับทำตาลอยๆเหมือนเดิม    

            นนทวัชร : บอกว่านุไม่ว่าง                       พูดลอยๆ กำลังนึกถึงปริม

พิษณุหน้าเหวอ ทำตาโตเล็กน้อย              

            พิษณุ : ไหมไม่ได้โทรบอกเลยนะ เลยไม่รู้ ไม่งั้นก็ช่วยแก้ปัญหาแล้ว         กระเตื้องตัวขึ้น บอกให้เพื่อนรู้

นนทวัชรหันมามองพิษณุอีกและยังมองอยู่อย่างนั้น   

            พิษณุ : นี่ก็พึ่งเห็นโพสต์บอกว่าไปเอารถและพักที่เขาใหญ่กับเพื่อน         พูดไปพยักหน้าหงึกๆไปด้วย

นนทวัชรหันกลับแล้วถอนหายใจ พิษณุก็ถอนหายใจและเริ่มทำหน้าครุ่นคิด

            นนทวัชร : ไม่รู้สิ คิดว่าถึงโทรบอก..ก็ไม่รู้ว่า..มัน.   ถอนหายใจอีก   “ เหมือน..ไม่ใส่ใจเพื่อน “   พูดไปเรื่อยคิดไปด้วย ตาลอยๆ     “ เขาโทรมาหา..เลยไม่รู้ว่าจะปฏิเสธยังไง  “   

พิษณุถอนหายใจ นิ่ง มองเพื่อน ครู่หนึ่ง

            พิษณุ : บางครั้งก็ต้องปฏิเสธ       มองเพื่อนก็ยังเห็นอยู่ในอาการเดิม นิ่งไปครู่แล้วพูดต่อ   “ แต่บางครั้งก็ต้องตัดให้เด็ดขาดไปเลย หลายสิ่งหลายอย่างมันเปลี่ยนไปนานแล้ว บางสิ่งบางอย่างมันต้องตัดออกไปบ้าง อย่าเอามาผูกไว้กับตัวเราไปตลอด  ไหมเขาไม่ได้มีตัวคนเดียวและเราไม่ได้ทิ้งเขา ช่วยเท่าที่ช่วยได้และช่วยมาเยอะ “        พูดในเชิงแสดงทัศนคติและปลอบใจเพื่อนโดยมองเพื่อนตลอด  พูดเสร็จก็เอื้อมมือไปตบที่ไหล่เพื่อนเบาๆให้กำลังใจ

นนทวัชรรู้สึกในสิ่งที่เพื่อนพูด แต่ก็ยังหนักใจเพราะปัญหาใหญ่คือ.ปริม.เฉยเมย..นอกจากความรั้นและขี้งอนเล็กๆของปริม สิ่งที่เชาไม่รู้คือ.ปริม..เด็ดชาด.  ถอนหายใจหนักใจอีก

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

เช้าวันต่อมาปริมมาถึงที่ทำงานตอนเกือบแปดโมงครึ่งตั้งใจมาทำงานช้ากว่าปรกติเพราะต้องการเลี่ยงนนทวัชร แต่วันนี้ไม่มีถุงกระดาษอะไรวางบนโต๊ะ ปริมเดินไปดูที่โต๊ะนาวินเพื่อดูแฟ้มเอกสารที่จะต้องส่งไปเสนอเซ็นดูความเรียบร้อยเสร็จก็เอาแฟ้มไปส่งให้เมย์ นาวินกับอั๋นลงไปที่ชั้นสามนักออกแบบตกแต่งภายในคนอื่นก็เข้าออฟฟิศบ้างไม่เข้าบ้างเป็นพักๆบางคนช่วงนี้อยู่ต่างจังหวัด  ปริมนั่งทำงานต่อสักพักก็เห็นเมย์เอาแฟ้มเอกสารออกมาส่งที่แผนกต่างๆและเอามาให้ปริมด้วย ปริมทำตัวร่าเริงปรกติกล่าวขอบคุณเมย์  เมื่อรับแฟ้มมาและจะเปิดดูก็ฉงนเล็กน้อยเพราะมีกระดาษโพสต์อิทสีเขียวอ่อนติดบนหัวแฟ้มและมีลวดเสียบกระดาษหนีบไว้และข้อความในโพสต์อิทเขียนด้วยลายมือว่า คอนฟิเด็นเชี่ยล  ปริมจำได้ว่าตอนเอาแฟ้มไปส่งไม่มีกระดาษนี้และแฟ้มนี้ไม่มีความลับเพราะแค่ใบพีอาร์ ใบเสนอราคาจากซัพพลายเออร์และใบเบิกพิตตี้แคช..และปริมจำลายมือเขาได้ เม้มปากเล็กน้อยลุ้นเล็กๆและรู้สึกว่าในใจรู้สึกตื่นเต้น.แล้วเปิดหน้าปกแฟ้มออกก็เห็น.กระดาษโพสต์อิทสีชมพูถูกตัดเป็นรูปหัวใจและมีลวดเสียบหนีบไว้บนหัวแฟ้มทั้งหน้านั้นมีกระดาษโพสต์อิทรูปหัวใจนั้นอันเดียวและข้อความในกระดาษเขียนว่า พรุ่งนี้ขอนัดทานอาหารเย็นอีกครั้ง 19.00 น. ที่ร้านเดิมครับ ลงชื่อพี่นนท์ ปริมแววตาเป็นประกายเล็กน้อยในใจลึกๆรู้สึกดีใจที่เขาพยายามง้อ..แต่เมื่อคิดเรื่องของสิริมาก็ถอนหายใจ ครู่หนึ่งก็เอากระดาษโพสต์อิททั้งสองแผ่นนั้นออกและเก็บในกระเป๋าแล้วตรวจดูความเรียบร้อยของเอกสารแผ่นอื่นๆต่อ

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

สายๆนนทวัชรจะลงไปที่ชั้นสามดูเรื่องตกแต่งออฟฟิศใหม่ของยศนันท์ชะลอเล็กน้อยและเหลือบมองปริมแต่ปริมไม่ใส่ใจก็เดินผ่านไป ปริมก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองแม้จะรู้ว่าเขามองแต่ทำเป็นไม่ใส่ใจ

อัญชนามาหานุชนันท์ที่บ้านมาคุยกันเรื่องนนท์กับปริม เมื่อวันเสาร์เธอเห็นลูกชายออกไปข้างนอกนึกว่าเลื่อนเวลานัดทานข้าวกันเร็วขึ้นแต่ไม่เห็นว่าเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วมาทราบในตอนสายวันอาทิตย์จากเขาว่าไปรับไหมที่เขาใหญ่และยกเลิกนัดทานข้าวกับปริม แต่สีหน้าท่าทางเครียดๆของเขานั้น..ดูก็รู้ว่า.เขากำลังกลุ้มใจหนัก วัชรพงษ์สามีเธอบอกว่าถามอาธรแล้วแต่อาธรไม่รู้ว่านนท์กับปริมคุยอะไรกันเธอจึงมาคุยกับนุชนันท์..ทั้งมาคุยและมาถามเผื่อนุชจะรู้เรื่องราวว่าเป็นยังไงบ้าง

            นุชนันท์ : ยัยปริมก็ทั้งเงียบและเฉยไปเลยค่ะ ไม่เคยเป็นแบบนี้          พูดอธิบายแบบกลุ้มๆเช่นกันให้อัญชนาฟังเพราะลูกสาวมีอาการแบบนั้น ปรกติปริมร่าเริง

อัญชนาถอนหายใจ อมยิ้มเล็กน้อย

            อัญชนา : ตานนท์เป็นคนมีเหตุผล แต่พี่ก็ไม่รู้ว่าเขาคุยกันยังไงหรือธุระของหนูไหมเขาสำคัญยังไง.ก็..เป็นคนมีเพื่อนฝูงกันอยู่       ชะงักในสีหน้าไปเล็กน้อย มองนุชนันท์และพูด   “  แต่พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหนูปริมนะ  ก็คงต้องงอนบ้างเป็นธรรมดา “      ยิ้มเล็กน้อย

            นุชนันท์ : ค่ะ ก็คงเป็นอย่างนั้น แต่ดูท่าทางคงจะงอนมาก       พูดแบบกลุ้มๆแต่ยื้มเล็กน้อย พูดเสร็จก็ถอนหายใจ

อัญชนาก็ถอนหายใจเหมือนกัน

            อัญชนา : ตานนท์ก็กลุ้มมาก เครียดเลยล่ะ              พูดลอยๆและนึกถึงอาการและสีหน้าของลูกชาย แล้วหันมาพูดกับนุชนันท์ต่อ   “  แต่ตานนท์เขาไม่ได้คิดอะไรกับหนูไหมตั้งนานแล้ว แค่คุยและดูแลกันแบบเพื่อน ที่ผ่านมาหนูไหมเขามีปัญหาส่วนตัว “       พูดให้นุชนันท์เข้าใจ ซึ่งนุชนันท์ก็เข้าใจและยิ้มรับเพราะเธอก็รู้จักตานนท์มานานแล้วและเคยเห็นแฟนเก่าของเขาและทราบเรื่องราวและสาเหตุที่เลิกกันของเขากับแฟนมาพอสมควร

            นุชนันท์ : ค่ะ คง.ต้องให้เวลาพวกเขาอีกหน่อย นุชว่า.ยังไงก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้นิสัยกัน      พูดยิ้มๆเล็กน้อย   “ ถึงตานนท์จะเป็นผู้ใหญ่ แต่ยัยปริม.ยังมีความเป็นเด็กอยู่บ้าง “  ยิ้มเล็กน้อยกับอัญชนา

            อัญชนา : จ้ะ           อัญชนายิ้มรับ  เธอไม่ได้จะกดดันหรือเร่งรัดอะไรปริม เพียงแต่เห็นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ไปได้ดีอย่างรวดเร็ว แต่ไม่คิดว่าปัญหาที่มาสะดุดจะเป็นปัญหาเรื่องผู้หญิงและโดยเฉพาะผู้หญิงที่เป็นแฟนเก่าของเขา เพราะนนท์ไม่ได้เกี่ยวข้องกับผู้หญิงมานานแล้วและเขาชัดเจนเรื่องของไหม และเธอไม่คิดว่าไหมจะมาวนเวียนจนเป็นปัญหาเรื่องความรักครั้งใหม่ของนนท์ แม้คุณวัชรจะเล่าให้ฟังอยู่บ้างว่าหลังๆมานี้.หนูไหมไปที่ออฟฟิศบ่อยๆ ถอนหายใจอีกและเหลือบมองนุชนันท์ก็เห็นทำหน้ากำลังคิดและกลุ้มใจเหมือนกัน

  …………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

เลิกงานปริมกลับมาถึงบ้านตอนสามทุ่มทานอาหารเย็นที่แม่เตรียมไว้ให้เสร็จก็ขึ้นมาบนห้องเก็บกระเป๋าและเข้าไปในห้องน้ำ อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินออกมาแล้วหันไปเห็นแก้วนมวางไว้ที่โต๊ะหัวเตียงปริมฉงน ครู่หนึ่งก็ทำหน้าเหลอหลากรอกตาไปมาและอมยิ้มเล็กน้อย ปาน หมู่นี้ปานกลับบ้านค่อนข้างช้า แหม..ตั้งแต่ที่ซื้อรองเท้าให้ก็ทำเป็นเงียบไปเลยนะ..ยิ้มขำๆเล็กๆคิดในใจ หยิบแก้วนมขึ้นมาดื่มครึ่งแก้วก็วางไว้ที่เดิมแล้วเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง ขณะกำลังนั่งทาโลชั่นดลลี่ก็โทรมาชวนว่าวันหยุดสามวันนี้ไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ๆกัน  ปริมคิดเล็กน้อยแล้วบอกว่าขอเป็นสัปดาห์หน้าเพราะสัปดาห์นี้อยากไปทำบุญวันหยุดและชวนดลลี่ไปด้วย ดลลี่โอเค

…………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

เช้าวันต่อมาปริมก็ตั้งใจมาทำงานสายกว่าปรกติเช่นเคยเมื่อมาถึงก็ทำงานเลยไม่ทานอาหารเช้า สายๆเดินเข้าไปเอาน้ำดื่มที่ห้องทานอาหารก็เห็นป้าอ๋อยกำลังทานอาหารเช้าอยู่ก็ทักทายกันปรกติเล็กน้อย ป้าอ๋อยแซวว่าหมู่นี้คุณปริมมางานสาย  ปริมยิ้มและบอกว่าหมู่นี้รถติดเล็กน้อย เมย์เข้ามาเอากาแฟและพอดีปริมรินน้ำใส่แก้วเสร็จก็เลี่ยงออกไป

ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมงปริมเหลือบเห็นนนนทวัชรกำลังจะเดินผ่านไปและมีสิริมาเดินตามหลังก็ก้มหน้าทำงานต่อไม่สนใจทั้งคู่  นนทวัชรเหลือบมองปริมและถอนหายใจเล็กน้อยกับท่าทางเฉยๆของปริม   สิริมาก็เหลือบมองปริมเล็กน้อยเช่นกันและเห็นว่าปริมไม่ได้สนใจอะไร

นนทวัชรกับสิริมาลงมาที่ชั้นห้ามาหายศนันท์มาคุยเรื่องที่สิริมาออร์เดอร์ผ้าจากบริษัทของยศนันท์และมาดูชั้นสามที่กำลังตกแต่งทำออฟฟิศใหม่ของยศนันท์ด้วยและบอกว่ากลับจากเขาใหญ่และซื้อขนมมาฝาก  

ราวหนึ่งชั่วโมงผ่านไปนนทวัชรกลับขึ้นมาคนเดียวเมื่อเดินออกจากลิฟท์และมองเข้าไปในออฟฟิศก็เห็นปริมกำลังถ่ายเอกสารอยู่  เมื่อเปิดประตูเข้ามาปริมก็หันมามองเล็กน้อยและหันกลับและทำหน้าเฉยๆถ่ายเอกสารต่อนนทวัชรถอนหายใจอีกครั้งแล้วเดินเข้าไปที่ห้องทำงานที่อยู่ด้านใน  เมื่อเข้ามาก็มานั่งถอนหายใจกลุ้มใจอีกครั้ง..วันนี้ขอนัดทานอาหารเย็นกับปริมอีกครั้ง..ดูจากท่าทางของปริมแล้ว.ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง..   เมื่อครู่ทั้งคุณนตและไหมชวนเขาไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันแต่เขาปฏิเสธและบอกว่าเที่ยงนี้นัดทานอาหารกับคุณพ่อ

 …………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

เกือบหกโมงเย็นนนทวัชรเดินออกมาจากห้องทำงานและกำลังจะเดินผ่านแผนกอินทีเรียไปชะลอเล็กน้อยปริมยังนั่งทำงานอยู่และไม่สนใจจึงเดินผ่านไป ปริมยังทำเป็นไม่ใส่ใจแต่เมื่อเขาเดินผ่านไปก็แอบเหลือบมองตามหลังเขาไป

เมื่อลงมาที่ลานจอดรถนนทวัชรก็นั่งในรถชะเง้อมองดูว่าปริมจะลงมาหรือยัง ผ่านไปสักพักปริมก็ยังไม่ลงมาจึงขับรถออกไปรอที่ร้านอาหารก่อน

ปริมยังนั่งทำงานต่อจนเกือบหนึ่งทุ่มก็จะกลับหันไปบอกเพื่อนร่วมแผนกบางคนที่ยังไม่กลับแล้วก็เดินออกจากออฟฟิศไป

นนทวัชรนั่งรอปริมที่ร้านอาหารไปอย่างกลุ้มใจและเครียด  ผ่านไปราวสี่สิบนาทีแล้วปริมยังไม่มาก็ถอนหายใจ..ไม่คาดหวังแล้วว่าปริมจะมา..

สองทุ่มครึ่งกลับมาถึงบ้านปริมก็เก็บกระเป๋าและนั่งลงที่ปลายเตียงนอน ถอนหายใจ ตาลอยๆ เม้มปากเล็กน้อยและคิด..ว่าเขาคงจะนั่งรอ…และป่านนี้เขาคงทานอาหารเสร็จและกลับบ้านไปแล้ว

 …………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

สามทุ่มครึ่งปริมอยู่บนห้องที่โต๊ะทำงานก็ได้ยินเสียงรถแล่นมาจอดที่หน้าบ้าน สักครู่ก็แล่นเข้ามาภายในบริเวณบ้าน ปริมรู้สึกว่าใจเต้นตึกตักเพราะนั่นเป็นเสียงรถของเขา กรอกตาไปมาเม้มปากเล็กน้อย ครู่หนึ่งก็มีเสียงเคาะประตูห้อง น้าใจบอกว่าคุณนนท์มาขอพบ

นนทวัชรนั่งรอปริมที่ห้องรับแขกในใจกระวนกระวายเล็กน้อยไม่แน่ใจว่าปริมจะยอมลงมาพบทั้งคาดหวังและไม่คาดหวังว่าจะได้คุยกับปริม สองสามวันที่ผ่านมาเขาไม่ตื๊อมากคิดว่าปริมคงกำลังโกรธมากเลยปล่อยให้ผ่านไปเผื่ออารมณ์โกรธของปริมจะลดลงบ้าง  อยู่ที่ทำงานก็ทำแต่งานทำให้ไม่มีโอกาสได้คุยกัน ตื่นตัวเล็กน้อยเมื่อมีใครเดินเข้ามา..แต่..ไม่ใช่ปริม 

            ใจ : หนูปริมฝากขอโทษและบอกว่าไม่สะดวกค่ะ                 ใจยิ้มเล็กน้อย ทำหน้าลำบากใจ

            นนทวัชร : ครับ ขอบคุณครับ                   พูดสุภาพปรกติพร้อมพยักหน้าและรับคำ ยิ้มเล็กน้อย

เมื่อใจเดินออกไปนนทวัชรก็นั่งถอนหายใจเล็กน้อยอย่างทำใจ  สักครู่อาธรก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าลำบากใจและปนไม่เข้าใจที่ปริมไม่ยอมลงมาพบนนท์ คุยกันครู่หนึ่งนนทวัชรก็ขอตัวกลับเพราะเห็นว่าดึกและเกรงใจคุณอาอาธร  อาธรเดินไปส่งนนทวัชรที่หน้าบ้านจนรถของนนทวัชรแล่นออกไปแล้วก็ถอนหายใจ  นนท์โทรมาเมื่อชั่วโมงที่แล้วว่าขอมาพบปริมเขาจึงอยากเปิดโอกาสให้ทั้งคู่คุยกัน นนท์เล่าให้เขาฟังแล้วว่าเป็นเรื่องอะไร.แต่.ไม่คิดว่าปริมจะโกรธขนาดนี้  ปรกติปริมเป็นคนมีเหตุผลพอสมควรและพยายามจะเข้าใจอะไรหลายๆสิ่ง แต่ทำไมเรื่องนี้ปริมถึงกับหันหลังให้นนท์เลยทันที

 …………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

พิษณุนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานที่ร้านโดยมียศนันท์นั่งทำงานของตัวเองอยู่ที่โซฟาดูแบบเสื้อต่างๆในอินเตอร์เน็ตรอพิษณุทำงานหากเขาทำงานเสร็จก็จะไปทานอาหารเย็นกัน นั่งทำงานไปคุยกันไปเป็นพักๆ

            ยศนันท์ : เรื่องคุณนนท์กับน้องปริมพวกเขาเคลียร์กันเข้าใจหรือยังคะ?     เงยหน้าขึ้นมามองพิษณุเล็กน้อยแล้วทำงานต่อ

            พิษณุ : น่าจะยังนะครับ นนท์ก็ยังเครียดๆอยู่          เงยหน้าขึ้นมาพูดด้วยแล้วก็ทำงานต่อเช่นกัน

            ยศนันท์ : วันนั้น..นตบอกคุณไหมเองว่าคุณนนท์มีนัดทานข้าวกับน้องปริม      เงยหน้าขึ้นมาพูดอีกและยังมองพิษณุอยู่อย่างนั้น ทำหน้ารู้สึกผิดเล็กน้อย

พิษณุชะงักเงยหน้าขึ้นมามองยศนันท์และทำหน้าคิด ยศนันท์พูดต่อ

            ยศนันท์ : เธอแชทมาคุยเรื่องผ้าและถามนตว่าไม่มีเดทกับคุณนุเหรอ นตบอกว่าไม่มี บอกว่าคุณนุต้องเข้าร้านเพราะวันนี้คุณนนท์นัดดินเนอร์กับน้องปริมน่ะค่ะ        พูดเสร็จก็อมยิ้มเล็กน้อยอย่างรู้สึกผิด และทำหน้าเหลอ

พิษณุถอนหายใจเล็กน้อยและหลุบตาต่ำลงทำหน้าคิด…ไหมตั้งใจอีกแล้ว

            ยศนันท์ : นตไม่คิดว่าเธอจะตั้งใจ               แสดงความคิดเห็น ยังทำหน้าเหลอ

            พิษณุ : ก็….ไม่อยากจะคิดอย่างนั้นเหมือนกันครับ        พูดเสร็จก็ถอนหายใจและคิดต่อว่าอะไรหลายอย่างเปลี่ยนไปความคิดของคนก็เปลี่ยนไปตามและบางทีนิสัยใจคอก็คงจะเปลี่ยนไปบ้างเช่นกัน พิษณุคิดในใจแล้วอมยิ้มกว้างปลอบใจยศนันท์เธอคงไม่ได้คิดอะไรและไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ ยศนันท์อมยิ้มรับเข้าใจในความหมาย แล้วต่างคนต่างทำงานของตัวเองต่อ

 …………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

นนทวัชรกลับมาถึงบ้านพ่อกับแม่ก็นั่งรอเลยคุยด้วยสักเล็กน้อยแล้วขอตัวกลับขึ้นไปพักผ่อน อาบน้ำและแต่งตัวเสร็จก็นั่งเอนตัวที่เตียงนอนหยิบกรอบรูปที่อยู่หัวเตียงมานั่งมอง ถอนหายใจครู่หนึ่งก็วางกรอบรูปนั้นไว้ที่เดิมและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความแชทคำว่าขอโทษกับคำว่าราตรีสวัสดิ์ส่งถึงปริมอีกครั้ง แม้ปริมจะไม่เปิดอ่านตั้งแต่วันเสาร์แล้วก็ตาม

เมื่อลูกชายขึ้นห้องไปอัญชนาก็มองตามหลังเขาไปอย่างเศร้าๆเล็กน้อยเพราะท่าทางของเขาที่ทั้งขรึมและเครียดมากกว่าปรกติ วัชรพงษ์ก็เช่นกันมองตามลูกชายแล้วก็หันไปมองภรรยา

            วัชรพงษ์ : พึ่งคบกันก็ต้องเรียนรู้นิสัยใจคอกันน่ะคุณ แล้วค่อยๆปรับตัวกันไป      พูดปลอบใจภรรยาแล้วอมยิ้มเล็กน้อย  “ งอนง้อกันเป็นเรื่องธรรมดาของคู่รักเขาน่ะ เราเองตอนเป็นหนุ่มเป็นสาวงอนกันออกบ่อย “   พูดเสร็จก็หัวเราะขำๆพยายามพูดขำๆให้ภรรยาสบายใจ อัญชนายิ่งถอนหายใจเสียงดังเหลือบหางตาไปทางสามีเล็กน้อยก็หันกลับและทำหน้าเศร้าๆต่อสงสารและเห็นใจลูก

 …………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ……………………………………………

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.