นิยาย ♥ แรกรักสลักจิต  ♥ ตอนสิบเก้า

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

ปริมมาถึงที่ทำงานสายกว่าปริกติ เช่นเคยเมื่อเดินเข้ามาในออฟฟิศทุกคนก็มองปริมยิ้มๆ ปริมฉงน ยิ้มๆแบบฉงนเหลือบซ้ายทีเหลือบขวาทีมองคนโน้นคนนี้และเมื่อเดินมาถึงที่โต๊ะก็มีช่อดอกไม้วางอยู่บนโต๊ะ  อั๋นกับณัฐก็หันมายิ้มให้แบบแซวๆ ปริมยิ้มทำหน้าเหลอหลาแล้วเปิดลิ้นชักโต๊ะเก็บกระเป๋าแล้วนั่งลงมองช่อดอกไม้นั้น..แล้วดูที่การ์ด ในใจก็ลุ้น…กฤษณะ ปริมฉงนที่เขาส่งดอกไม้มาให้อีก

ช่วงสายนนทวัชรกับอั๋นออกไปข้างนอกเพื่อไปดูหน้าร้านของยศนันท์ที่จะทำการตกแต่งและไม่เห็นว่าเขากลับเข้ามาที่ออฟฟิศอีก ใกล้เลิกงานปริมเข้าไปเอาน้ำดื่มในห้องทานอาหารก็ยืนนิ่งคิดเรื่องส่วนตัวเล็กน้อยเมย์ก็เดินเข้ามาเอาแก้วน้ำมาล้างและเก็บและเตรียมตัวจะกลับบ้าน

            เมย์ : คุณปริมจะล้างแก้วเหรอคะ? ให้เมย์ล้างให้ค่ะ                    ยิ้ม

            ปริม : ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวปริมล้างเอง  จะกลับแล้วเหรอคะ?

            เมย์ : ค่ะ  วันนี้คุณนนท์ไม่กลับเช้าออฟฟิศและพรุ่งนี้จะไปหัวหินต่อน่ะค่ะ เมย์เลยว่าจะกลับ พรุ่งนี้ค่อยมาดูอีกที

ปริมหน้าฉงนเล็กน้อย เพราะไม่รู้…ใช่เพราะไม่ได้คุยกัน..ไม่รับโทรศัพท์เขา..ไม่อ่านแชทของเขา ถอนหายใจเล็กน้อย พอรู้ตัวก็หันไปหาเมย์ก็เห็นเมย์ยืนยิ้มให้อยู่ ปริมยิ้มเก้อ

            ปริม : ค่ะ จะกลับแล้วใช่มั้ยคะ ปริมว่าอีกสักพักปริมก็จะกลับค่ะ         ยิ้ม พยักหน้าให้เมย์แล้วเดินออกไป

เมย์ยืนยิ้มทำหน้าคิดเล็กน้อย เจ้านายเธอดูเครียดๆคุณปริมก็ดูเงียบๆไป คงมีเรื่องอะไรให้งอนกัน

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

ปริมกลับมาถึงบ้านตอนทุ่มเศษพ่อกับแม่กับปานก็รอทานอาหารเย็นกันอยู่ ปริมเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บแล้วลงมาทานอาหารเย็น

            อาธร : เหนื่อยมั้ยลูก?                              ถามยิ้มๆปรกติ

            ปริม : นิดหน่อยค่ะ                                  ตอบคำถามพ่อปรกติ ยิ้มเล็กน้อย

            นุชนันท์ : จ้ะ งั้นทานข้าวเลยลูก กว่าจะกลับถึงบ้านรถก็ติดหิวแย่เลย        พูดยิ้มๆ กับปริมแล้วหันไปมองปานก็เห็นปานกำลังตักอาหารเข้าปาก หันไปทางปริมอีกทีก็เห็นกำลังตักอาหารให้ป๊าแล้วตักให้ตัวเอง เมื่อปริมตักอาหารเสร็จก็พูดกับปริมต่อ       “ ขอบใจมากนะลูกที่ซื้อรองเท้าใหม่ให้น้อง “   พูดกับปริมแล้วหันไปทางปานอีก

            ปาน : ขอบคุณแล้วครับม๊า                            หันไปพูดกับแม่บอกให้แม่รู้

            นุชนันท์ : ออ.เหรอ ม๊าก็ขอบคุณพี่ปริมเขาอีกทีน่ะลูก             หันไปพูดยิ้มๆกับปาน

            ปาน : ครับ ขอบคุณตั้งนานแล้ว                   บอกให้แม่รู้อีกที

            นุชนันท์ : งั้น..ก็แสดงว่าพี่ปริมซื้อรองเท้าให้มาพักหนึ่งแล้วน่ะสิ            พูดแบบงงๆ

            ปริม : เกือบสองอาทิตย์แล้วค่ะม๊า          ปริมบอกให้แม่รู้บ้าง  แล้วมองไปทางปาน ปานทำคิ้วขมวดใส่

            นุชนันท์ : ออ..แต่ม๊าพึ่งเห็นว่ามีรองเท้าใหม่          

อาธรรีบพูดทันที

            อาธร : ง้น.ก็แสดงว่าปานใส่รองเท้าใหม่ที่พี่ปริมซื้อให้ทุกวัน ม๊าเลยไม่เห็นว่าจะมีรองเท้าคู่ใหม่ในตู้เก็บรองเท้า        มองไปทางปานทำหน้าเหมือนรู้ทันลูก

ปานทำหน้าเหลอหลาหันไปทางปริมก็เห็นปริมเลิกคิ้วสองข้างทำเหลอหลากวนประสาทใส่ ปานถอนหายใจ

            ปาน : ก็.รองเท้าใหม่ก็ต้องเห่อเป็นธรรมดาน่ะครับป๊า      ทำเป็นพูดแบบไม่รู้ไม่ชี้ อาธรอมยิ้มรับ

            อาธร : เหรอ ตอนที่ป๊าซื้อให้ไม่เห็นเห่ออย่างงี้                    เย้าแหย่ลูกต่อ

            ปาน : ก็อันนั้นมันนานแล้วน่ะครับป๊า แต่..อันนี้มันรุ่นใหม่กำลังเป็นที่นิยม                 

            อาธร : ออ                  ทำเป็นพยักหน้าออๆรับไปกับสิ่งที่ลูกชายพูด

ปริมสำทับทันที

            ปริม : แต่..ปริมใช้บัตรเครดิตของป๊ารูดน่ะค่ะ                 ยิ้มทำเหลอหลาให้พ่อ แล้วหันไปทางปานแล้วทานข้าวต่อทำไม่รู้ไม่ชี้บ้าง

อาธรหุบยิ้มทันที  ส่วนปานเบะปากให้พี่สาวแล้วทานข้าวต่อ

            อาธร : แหม…..                                  พูดเสียงอ่อยๆ มองปริมแล้วมองปาน 

นุชนันท์ได้แต่ยิ้มๆขำๆที่พ่อลูกเขาเย้าแหย่กัน พักหลังๆมานี้ปานก็กลับบ้านค่อนข้างดึกส่วนปริมก็กลับค่อนข้างช้าวันนี้เลยเป็นหนึ่งวันในรอบราวสองสัปดาห์ที่ได้ทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันและดีเล็กน้อยที่เห็นปริมเริ่มร่าเริงขึ้นบ้าง มองดูพ่อลูกเขาเย้าแหย่กันไปทานอาหารกันไปก็ตักอาหารทานบ้าง

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

สายวันต่อมาปริมนั่งทำงานอยู่ก็ได้รับโทรศัพท์จากอัญชนาคุณแม่ของนนทวัชรโทรมาชวนปริมไปรับประทานอาหารว่างด้วยกันที่บ้านในวันเสาร์นี้ ปริมอึกอักและบอกว่าวันเสาร์นี้นัดกันกับเพื่อนไปทำบุญอัญชนาบอกว่าหากทำบุญเสร็จชวนเพื่อนมาด้วยก็ได้ ปริมอึกอักและนิ่งคิดครู่หนึ่งก็ตอบตกลงเพราะไม่อาจปฏิเสธคำชวนของอัญชนาได้ เมื่อวางสายก็ทำหน้าครุ่นคิดเล็กน้อยว่าทั้งคุณลุงคุณป้าคงอยากคุยด้วย

อั๋นกับโก้ออกไปดูหน้าร้านของยศนันท์เพราะนนทวัชรฝากให้ดูแลแทนไปก่อน ปริมนั่งทำงานอยู่ที่แผนกคนเดียวก็เห็นยศนันท์เดินเข้ามาติดต่อธุระตรงแผนกบัญชีครู่หนึ่งก็เดินมาหาปริม  ปริมยืนขึ้นแต่สีหน้าท่าทางเฉยๆยศนันท์ยิ้มแต่อ่อนโยนลงกว่าปรกติที่เคยเห็น  ปริมทำหน้าฉงนเล็กน้อยคิดในใจว่าอะไรอีกและปรับเปลี่ยนสีหน้าเล็กน้อยเพื่อต้อนรับแขกตามมารยาท มองยศนันท์

            ยศนันท์ : พี่เอาเช็คมาจ่ายค่าจ้างทำงานน่ะค่ะ            ยื้ม

            ปริม : ค่ะ ใกล้จะเรียบร้อยแล้วเหรอคะ?                      ถามปรกติ

            ยศนันท์ : ก็คืบหน้าไปมากแล้วล่ะค่ะ ก็เลยจ่ายบางส่วนตามสัญญา    ยิ้ม    “ อยู่ที่แผนกคนเดียวเหรอคะ? เที่ยงนี้ไปทานข้าวกับพี่มั้ย? “       น้ำเสียงอ่อนโยนลงกว่าปรกติ ชวนอย่างจริงใจ

ปริมมองยศนันท์อย่างงงๆที่วันนี้มาแปลกแตกต่างจากที่เคยเห็น สีหน้าและท่าทางรู้สึกได้ถึงความจริงใจ คิดครู่หนึ่ง

            ปริม : ขอบคุณค่ะ แต่.ไม่สะดวก มีหลายอย่างต้องรีบทำน่ะค่ะ       น้ำเสียงปรกติ อมยิ้มเล็กน้อย 

            ยศนันท์ : ไม่เป็นไรค่ะ เอาไว้โอกาสหน้า       ยิ้ม     “ พอดีว่าอีกสักสองสามชั่วโมงพี่ก็จะไปขึ้นเครื่องไปสิงคโปร์เลยมาชวนน้องปริมไปทานข้าวด้วยกันก่อนออกไปน่ะค่ะ ”       ยิ้ม

            ปริม : ค่ะ  ไปหลายวันเหรอคะ?                      ถามปรกติ

            ยศนันท์ : สองสามวันค่ะ                                  ยิ้ม

            ปริม : ค่ะ  เอ่อ..เดินทางปลอดภัยนะคะ         ทำหน้าเหลอๆ ชักจะรู้สึกเขินเล็กน้อยเพราะไม่เคยคุยกันแบบนี้

            ยศนันท์ : ขอบคุณค่ะ งั้น..พี่ไปนะคะ              ยิ้ม 

ปริมรับคำว่าค่ะยศนันท์เดินไปเอาเอกสารที่ฝ่ายบัญชีแล้วเดินออกจากออฟฟิศไป ปริมนั่งลงก็ทำหน้าเหลอๆต่อเพราะงงกับท่าทางของยศนันท์ ยิ้มที่ไม่ใช่ยิ้มหรืออมยิ้มที่กวนประสาทเหมือนก่อน คงไม่ใช่เพราะว่าเปิดตัวคบหากับคุณนุหรอกมั้ง..นี่คงจะเป็นตัวของเขาอย่างที่เขาเคยบอก..คงจะกวนประสาทเธอแค่เรื่อง….เขา ปริมคิดในใจ          

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

Cr.pic mustlimpostjung.com อ้างอิงภาพของเจ้าชายอับดุล มาทีน แห่งราชวงศ์บรูไน

ตอนดึกนนทวัชรอยู่ที่บ้านพักที่หัวหินเอางานของกฤษณะมาทำด้วย นั่งทำงานไปครู่หนึ่งก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความคำว่าขอโทษกับราตรีสวัสดิ์ส่งถึงปริมอีกครั้ง หนึ่งสัปดาห์แล้วที่ปริมไม่รับโทรศัพท์และไม่อ่านข้อความของเขา ส่งข้อความเสร็จก็ดูรูปในอัลบั้มภาพในโทรศัพท์มือถืออีกคิดว่าเอาไว้ให้งานค่อยๆเคลียร์ออกไปมากกว่านี้จะได้มีเวลาง้อและคุยกับปริมมากขึ้น..ให้เวลาปริมด้วย อมยิ้มเล็กน้อย ถอนหายใจ วางโทรศัพท์ลงแล้วจะทำงานต่อก็ได้ยินเสียงรถแล่นมาจอดบริเวณหน้าบ้านก็ทำหน้าฉงนคุ้นๆว่าจะเป็นเสียงรถของพิษณุแต่ก็ไม่แน่ใจ เดินไปเปิดผ้าม่านหน้าต่างดูก็เห็นพิษณุยืนโบกไม้โบกมือให้ทำหน้าฉงนหนักอีกแต่ก็ลงไปเปิดประตูให้   ที่บ้านพักไม่ได้จ้างแม่บ้านไว้แต่จะจ้างบริษัทรับทำความสะอาดมาทำความสะอาดให้เดือนละสองครั้งหรือก่อนเข้าพักและทำอาหารทานเองหรือออกไปรับประทานข้างนอก บ้านพักอยู่ห่างจากทะเลไม่กี่ร้อยเมตรเดินไปหน่อยก็ถึงและสามารถมองเห็นทะเลหากมองจากชั้นสองของบ้าน

            นนทวัชร : มาทำอะไร?                                    ถามอย่างงง ทำหน้าฉงน

            พิษณุ : ก็..มาพักผ่อนบ้าง                                ทำเหลอหลา  

            นนทวัชร : ไม่ว่างเทคแคร์นะ                           บอกเพื่อน

            พิษณุ : ไม่มีปัญหา                                           บอกเพื่อนทันทีที่เพื่อนพูดจบ

นนทวัชรพยักหน้าและพูดว่าอืมก็เดินเข้าไปในบ้านพิษณุเดินตามเข้าไป

            นนทวัชร : แล้วทานอะไรมาหรือยัง? ไม่ได้ซื้อของสดมาไว้ในตู้เย็น มีแต่ของแห้ง      บอกเพื่อน

            พิษณุ : อื้ม.ทานจากที่ร้านแล้วก็มานี่เลย                           

นนทวัชรมองหน้าพิษณุฉงน ปรกตินุไม่ค่อยโผล่มาแบบนี้มาเที่ยวมาพักผ่อนและพักที่นี่ด้วยกันบ้าง   พิษณุทำเหลอหลา

            พิษณุ : ก็..เดี๋ยวดูแลตัวเอง ไปทำงานต่อสิ         พูดและทำเหลอหลาพร้อมกับพยักหน้าไปด้วย

นนทวัชรพยักหน้าและบอกว่าอืมแล้วเดินขึ้นไปบนห้องทำงานต่อ พิษณุมองตามเพื่อนไปแล้วก็ทำตัวตามสบายเพราะมาที่นี่หลายครั้งบางครั้งมาแบบไม่ได้เตรียมตัวก็ใส่เสื้อผ้าของนนท์ ครอบครัวของเขาไม่มีบ้านพักที่นี่หากมาพักผ่อนก็จะพักที่บ้านพักของญาติแทนซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของนนท์ไปพอสมควร แต่วันนี้เขาตั้งใจมาเพราะคุณนตไม่อยู่สองสามวันและนนท์ก็มาทำงานที่นี่ถือโอกาสมาพักผ่อนด้วยซะเลย พักผ่อนแบบไม่ค่อยมีแผนเพราะแผนพักผ่อนที่คุยกันไว้แป็นเดือนก็ไม่ได้ไปพักผ่อนกันเสียที เดินเข้าไปในครัวไปหาน้ำดื่มหรือหาเครื่องดื่มแล้วค่อยขึ้นไปอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

สายวันเสาร์วัชรพงษ์กับอาธรนัดไดร์ฟกอล์ฟกันสองคน แต่วันนี้นั่งทำหน้ากลุ้มใจกันอยู่ที่โต๊ะตั้งแต่มาถึง ต่างคนต่างนั่งทำตาลอยๆกำลังคิด

            วัชรพงษ์ : ต้องจัดทริปจัดฉากให้จะได้คุยกันให้เข้าใจ            พูดไปทำตาลอยๆ

อาธรทำหน้าเหวอ

            อาธร : เดี๋ยวเขาก็เคลียร์กันเองล่ะครับ ตานนท์ก็พยายามอยู่             ทำหน้าหยีๆ  

            วัชรพงษ์ : ตานนท์ก็ไม่ใช่คนโรแมนติคซะด้วยสิ..หรือเปล่านะ?          พูดเหมือนจะมั่นใจแต่กลับไม่ค่อยแน่ใจ   “ ง้อผู้หญิงเก่งหรือเปล่าก็ไม่รู้  ไม่คิดว่าหนูปริมจะงอนขนาดนั้น “      เหมือนพูดคนเดียวยังทำตาลอยๆ และกำลังคิด

อาธรหน้าเหวออีกมองวัชรพงษ์แล้วหันกลับเพราะเขาก็คิดแบบนั้นเช่นกัน

            วัชรพงษ์ : หรือว่ามีเรื่องอะไรกันมาก่อนอยู่แล้ว        หันมาพูดกับอาธรเหมือนคิดได้แล้วทำหน้าคิดต่อ

อาธรมองหน้าวัชรพงษ์ เริ่มทำหน้าคิดบ้าง ตานนท์ก็ไม่ค่อยพูดส่วนยัยปริมก็พูดน้อยลง มันเป็นเรื่องส่วนตัวของลูกจะถามมากก็ไม่ได้  ถอนหายใจเบาๆ

  ……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

ราวบ่ายสองโมงเศษปริมกับดลลี่มาถึงบ้านของนนทวัชรตามที่ได้ตอบรับคำชวนของอัญชนาไว้ซึ่งอัญชนาก็ยืนรออยู่ตรงประตูหน้าบ้าน ยิ้มอ่อนโยนเมื่อปริมกับดลลี่เดินลงจากรถและกำลังเดินมาหา ทั้งสองยกมือไหว้และกล่าวคำสวัสดีเกือบจะพร้อมกันทันทีที่เดินมาถึงตรงจุดที่อัญชนายืนรออยู่ อัญชนายิ้มและกล่าวคำทักทายสวัสดีาอย่างอ่อนโยนเช่นกัน

            ปริม : ดลลี่ เพื่อนปริมค่ะ          หันไปทางดลลี่เล็กน้อยพร้อมกับผายมือแนะนำดลลี่ให้อัญชนารู้จักหลังจากที่ยกมือไหว้ทักทายอัญชนาเรียบร้อยแล้ว

            อัญชนา : จ้า                   ยิ้มพร้อมกับพยักหน้าตอบรับตามคำแนะนำของปริมและมองไปที่ดลลี่

ดลลี่ยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้าอย่างสุภาพและรับคำว่าค่ะ และเก็บอาการให้เรียบร้อยที่สุด

            อัญชนา : เชิญข้างในกันเลยลูก                  ยิ้มอ่อนโยนต้อนพร้อมกับผายมือ

ปริมกับดลลี่กล่าวขอบคุณพร้อมกัน พยักหน้าและยิ้ม รอให้อัญชนาเดินนำไปก่อน อัญชนาเดินนำปริมกับดลลี่ไปที่มุมพักผ่อนเพื่อรับประทานของว่างและถามทั้งคู่ว่าทานอาหารกลางวันมาหรือยัง ปริมตอบว่าทานเรียบร้อยแล้วก่อนเข้ามาและยังถามทั้งคู่เรื่องที่ไปทำบุญกันมาวันนี้และบอกว่าเมื่อเช้าตัวเองก็ไปทำบุญมาเหมือนกัน สักครูวาสก็เอาของว่างมาเสิร์ฟให้ อัญชนาเชิญให้ทั้งปริมและดลลี่ทานของว่างแล้วชวนคุยต่อ

            อัญชนา : หนูดลลี่ทำร้านเสริมสวยเหรอ ลูกค้าเยอะมั้ย?                ถามอ่อนโยนปรกติและยิ้ม

            ดลลี่ :  พอสมควรค่ะ แต่วันหยุดลูกค้าจะเยอะมากเป็นพิเศษค่ะ      จีบปากจีบคอพูดแต่เรียบร้อยและมีมารยาท

            อัญชนา : จ้ะ เดี๋ยวแม่ไปใช้บริการด้วย                          ยิ้ม

ดลลี่ทำกระดี๊กระด๊าเล็กน้อย ดีใจ

            ดลลี่ : ขอบคุณค่ะ       ยิ้มกว้างให้คุณแม่ของคุณนนท์   “ ดลลี่จะบริการคุณแม่ด้วยตัวเองและคิดราคาพิเศษสำหรับคุณแม่ค่ะ เพราะดลลี่ก็ได้ส่วนลดพิเศษจากร้านอาหารของคุณนนท์ด้วยค่ะ “   ยิ้มกว้างให้คุณแม่ของคุณนนท์อีกครั้ง ดีใจ

ปริมเหลือบเพื่อน ดลลี่ก็เหลือบมองและทำเป็นยิ้มเอาใจเพื่อนเล็กน้อยประมาณว่าขอเหอะแล้วหันไปทางอัญชนาอีกยังยิ้มกว้างเหมือนเดิม อัญชนาก็ยิ้มและขำเล็กๆ

            อัญชนา : จ้ะ ขอบใจจ้ะ                                   ยิ้ม

ดลลี่กระดี๊กระด๊าขึ้นเล็กน้อยเพราะดีใจได้ทำคะแนนกับคุณแม่ของคุณนนท์ ปริมก็ยิ้มเล็กน้อยมองไปทางอัญชนา

            อัญชนา : ทานเลยลูก            ยิ้ม บอกปริมกับดลลี่เมื่อชวนคุยทีไรทั้งคู่ก็หยุดไม่ตักของว่างทาน

 ปริมกับดลลี่รับคำและพยักหน้าว่าค่ะแล้วตักของว่างทาน อัญชนาก็ตักของว่างทานด้วยเช่นกัน เมื่อทานของว่างเสร็จก็นั่งคุยกันต่อเรื่องทั่วไป ดลลี่ก็ถามเรื่องโน้นเรื่องนี้บ้างและคุยเรื่องร้านเสริมสวยของตัวเองอย่างร่าเริงและอารมณ์ดีตามประสาทำให้อัญชนาพลอยหัวเราะในความมีอารมณ์ขันของดลลี่และอารมณ์ดีตาม สักครู่วาสเอาขนมมาเสิร์ฟอีก    

            อัญชนา : รับเครื่องดื่มอะไรอีกมั้ย?                  ถามทั้งปริมและดลลี่

            ปริม : ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ            ยิ้มและกล่าวขอบคุณ

            ดลลี่ : ดลลี่ก็ไม่เช่นกันค่ะ        ยิ้ม บอกอัญชนาและมองไปที่ขนมที่วาสเอามาเสิร์ฟ   “ ขอบคุณค่ะ น่าทานจังเลยนะคะ ทำเองเหรอคะ? “     ยิ้ม ถามวาส

            วาส : อ๋อ.ไม่ค่ะ วาสไปซื้อมาจากร้านขนม ร้านนี้เขาทำขนมอร่อยค่ะ  คุณผู้หญิงชอบค่ะ     บอกดลลี่และประโยคท้ายหันไปทางคุณผู้หญิง แล้วยิ้ม

            ดลลี่ : ค่ะ                 ยิ้มให้วาสแล้วมองขนมทำหน้าอยากชิม  วาสยิ้มแล้วเดินเลี่ยงออกไป

            อัญชนา : ทานเลยลูก ไม่ต้องเกรงใจ             บอกทั้งดลลี่และปริมอีก  ยิ้ม

            ดลลี่ : ค่ะ แหม..หากดลลี่มาที่บ้านคุณแม่บ่อยๆ ดลลี่คงน้ำหนักขึ้นเยอะแน่ๆค่ะ ฮะๆๆๆ         ทำเป็นพูดประจบเปิดประเด็นแล้วหัวเราะ 

อัญชนาก็ขำๆตามดลลี่ ส่วนปริมยิ้มเล็กน้อยมองเพื่อน

            อัญชนา : หากว่างก็มาบ่อยๆได้จ้ะ แม่จะได้มีเพื่อนคุย อยู่คนเดียวเพราะคุณวัชรกับตานนท์ไปทำงาน ก็มีวาสมานั่งคุยเป็นเพื่อนบ้าง       ยิ้ม     “  ยินดีต้อนรับนะ “        พูดเสร็จก็ยิ้มอีก

            ดลลี่ : ขอบคุณค่ะ         รีบยกมือไหว้ขอบคุณคุณแม่ของคุณนนท์ทันที แล้วยิ้มกว้าง แล้วขำเล็กน้อย

อัญชนาก็ขำเล็กๆมองดลลี่แล้วหันไปยิ้มกับปริม ปริมยิ้ม

            ปริม : งั้นหนูขออนุญาตทานเลยนะคะ         ยิ้ม พูดกับคุณแม่ของคุณนนท์แล้วหันไปทางปริมแล้วหันกลับทำไม่รู้ไม่ชี้แล้วตักขนมทาน

อัญชนายิ้มมองดลลี่ที่กำลังตักขนมทานแล้วหันไปทางปริม

            อัญชนา : แล้วพรุ่งนี้มีแผนไปไหนกันหรือเปล่าจ๊ะ?                    ถามปริม

            ปริม : ไม่มีค่ะ ปริมพักผ่อนที่บ้าน ส่วนดลลี่เขามีลูกค้าเยอะค่ะ        พูดเสร็จก็ยิ้ม

            อัญชนา : ออจ้ะ            พยักหน้ารับทราบแล้วยิ้ม    “  นี่..ออกจากที่นี่ก็จะลับบ้านกันเลยเหรอ หรือไปที่ไหนกันต่ออีก  “        

            ปริม : กลับบ้านค่ะ   วันนี้ก็ออกมาเกือบทั้งวันแล้ว ดลลี่เขาต้องดูแลลูกค้าน่ะค่ะ 

            ดลลี่ : ไม่เป็นไรค่ะ  ดลลี่ให้เด็กที่ร้านช่วยดูให้     ยิ้ม   “ คุณแม่มีอะไรจะให้ดลลี่รับใช้หรือคะ? ”  รีบทำคะแนนต่อ

            อัญชนา : เปล่าจ้า หากไม่รีบก็ว่าจะชวนทานอาหารเย็นที่บ้านด้วยกัน                ยิ้ม

ดลลี่ทำหน้าคิด ปริมหุบยิ้มเล็กน้อยกำลังคิดเช่นกัน  อัญชนายังยิ้ม

            ดลลี่ : แต่หากวันนี้ไม่ได้อยู่ทาน มาวันหลังก็ได้ใช่มั้ยคะ?          ทำเป็นถามแบบงงๆ เปิดประเด็นอีก

            อัญชนา : ได้จ้ะ                     ยิ้ม

            ดลลี่ : ขอบคุณค่ะ                 ยิ้มกว้าง ทำกระดี๊กระด๊าเล็กน้อย แล้วทานขนมต่อ

ทานขนมไปคุยกันไปก็ราวเกือบสี่โมงเย็นวันนี้ดลลี่ทำคะแนนกับคุณแม่ของคุณนนท์ได้หลายแต้ม เมื่อจานขนมถูกเก็บไปก็นั่งคุยกันต่ออีกเล็กน้อยปริมกับดลลี่ก็จะขอตัวกลับเพราะเกรงใจอีกไม่กี่ชั่วโมงก็ได้เวลาอาหารเย็น อัญชนาก็จะเดินไปส่งปริมกับดลลี่ที่ลานจอดรถแต่ทั้งสองเกรงใจบอกว่าจะเดินไปกันเองแล้วยกมือไหว้เพื่อขอลากลับ อัญชนายิ้มรับ แต่เมื่อปริมกับดลลี่กำลังจะเดินไปอัญชนาก็ชั่งใจเล็กน้อย

            อัญชนา : หนูปริม                          เรียกปริมเหมือนมีเรื่องอะไรจะพูด

ปริมกับดลลี่ชะงักแล้วหันมา แต่ก็ยิ้มปรกติ   อัญชนาถอนหายใจทำหน้าคิดเล็กน้อย

            อัญชนา : หากหนูปริมไม่รีบ   ป้า…อยากคุยด้วยเล็กน้อยน่ะลูก               พูดและยิ้มอ่อนโยน

ปริมทำหน้าฉงนอึกอักเพราะคิดในใจว่าคงเป็นเรื่องของเธอกับคุณนนท์ ดลลี่ทำหน้าเหลอพอจะเดาได้

            ดลลี่ : งั้น..ดลลี่ขอตัวไปรอที่รถนะคะ                                ยิ้มแบบเหลอหลา

            อัญชนา : เอ่อ..ไม่เป็นไรหรอกลูก อยู่ด้วยกันก็ได้            ยิ้ม มองปริมกับดลลี่

อัญชนาพาปริมกับดลลี่ขึ้นไปที่ชั้นบนของบ้านและเปิดประตูเข้าไปในห้องๆหนึ่งเปิดประตูและให้ปริมกับดลลี่เดินเข้าไปก่อน ปริมทำหน้าฉงนเช่นกันกับดลลี่ พยักหน้าและยิ้มเล็กน้อยให้อัญชนาแล้ว    ปริมก็เดินนำเข้าไป..ห้องนอนของ..ใครบางคน  ปริมคิดในใจและเริ่มรู้สึกว่าตื่นเต้นเล็กน้อย ดลลี่ทำหน้าเหลอหลาทำตาโตเล็กน้อยอมยิ้มมองไปรอบๆห้องทุกอย่างในห้องนอนเรียบง่ายแทบจะไม่ได้ตกแต่งอะไรเลย ปริมมองไปที่เตียงนอนและเหลือบไปตรงโต๊ะหัวเตียงแล้วเห็นกรอบรูปที่วางไว้บนโต๊ะหัวเตียง ปริมใจเต้นตึกตัก..จำภาพนั้นได้

หลังจากทำเหลอหลามองไปรอบๆห้องแล้วก็เหลือบเพื่อนเห็นเพื่อนชะงักงันกำลังมองอะไรอยู่ก็มองตามที่เพื่อนมองก็เห็นกรอบรูปนั้นแต่ก็ไม่ได้ฉงนอะไรเพราะไม่รู้ว่าเป็นภาพของใคร อัญชนาเดินมาหยุดอยู่ตรงข้างหลังของสองสาว ยิ้มอ่อนโยนเล็กน้อยมองปริม ถอนหายใจเล็กน้อย พูดเสียงอ่อนโยนอธิบาย

            อัญชนา : พี่เขาไม่ได้มีใครมาตลอดหลายปี ทำงาน และตั้งใจทำงาน เพราะต้องพิสูจน์ตัวเอง และรับผิดชอบอะไรหลายอย่าง       ดลลี่หันไปมองอัญชนาเมื่ออัญชนาเริ่มต้นพูดแล้วหันไปมองเพื่อนทำหน้าเหลอๆ ปริมยังยืนนิ่งมองไปที่ภาพนั้น    “  และอยาก.เป็นคนที่รับผิดชอบใครได้  “     ปริมขยับเดินไปที่โต๊ะหัวเตียงแล้วหยิบกรอบรูปนั้นขึ้นมาดู ดลลี่ขยับตามแต่ไปนั่งลงตรงปลายเตียงมองเพื่อนที่ยืนนิ่งมองรูปในกรอบรูปนั้น ภาพหมู่ของทั้งสองครอบครัวที่งานเลี้ยงของบริษัทเมื่อสิบปีก่อน ภาพถ่ายถูกตัด..มีแต่เธอกับเขา..เธอสวมชุดเดรสสีฟ้า..เขายืนอยู่ข้างหลัง    “  บอกป้าว่า ยิ่งโตก็ยิ่งสวย ไม่อยากให้ใครคว้าเอาไป พูดติดตลก ว่าจองไว้ได้ไหม “      อัญชนายิ้มเล็กน้อย ดลลี่เม้มปากอมยิ้มทำตาโตเล็กน้อย  ปริมเริ่มรู้สึกว่ามีน้ำในตากำลังคลอๆจะเอ่อ    “  แต่ไม่รู้ว่าอะไรเปลี่ยน มาบอกว่า เขาคงจะคบกับคนที่เหมาะสมกับเขา วัยของเขา แล้วก็ไม่ได้พูดเรื่องนั้นกันอีกเลย “     ปริมยกมือข้างหนึ่งมาปาดน้ำตาที่ใต้ตา ดลลี่ทำหน้าฉงนและคิดว่าอาจจะเป็นตอนที่รุ่นพี่มาจีบปริมก็ได้   อัญชนาถอนหายใจเล็กน้อย    “  มาคุยกันอีกเมื่อสามปีที่แล้ว แต่ไม่คาดหวัง และไม่บังคับ “     พูดเสร็จก็ยิ้มเล็กน้อยมองปริมอย่างอ่อนโยน  ปริมยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาอีกครั้งแล้วหันไปมองอัญชนา อัญชนาอธิบายต่อ     “ วันนั้นพี่เขาไปส่งป้าที่บ้านพักที่หัวหิน นัดเที่ยวกันแต่ป้าไปทีหลังเพราะมีงาน หนูปริมออกมารับ แต่พี่เขาไม่แวะ “     พูดเสร็จก็ยิ้มอ่อนโยน ปริมหันกลับมามองที่รูปนั้นอีกครั้ง ตอนที่เธอเดินออกไปรับคุณป้าที่หน้าบ้านรถก็แล่นออกไป คุณป้าบอกว่าพี่นนท์มาส่ง  ดลลี่ทำหน้าเหลอหลายิ้มๆหันไปมองอัญชนาแล้วก็หันไปมองปริม ปริมนิ่งยังมองดูที่ภาพนั้น

credit pic bloggang.com ตัดภาพบางส่วน

ที่งานเลี้ยงของบริษัทเมื่อสิบปีก่อนป๊ากับคุณลุงแนะนำให้รู้จักกับพี่นนท์ลูกชายของคุณลุงซึ่งเธอได้ ยินชื่อของเขาบ่อยๆ  เขารับไหว้จากเธอ กล่าวคำทักทายสวัสดีและอมยิ้มให้เล็กน้อยท่าทางของเขานิ่งๆ แต่ปริม..รู้สึกว่าใจ..เต้นตึกตัก. และ..วันนั้น.ตอนที่เดินออกมาจากห้องน้ำเพื่อกลับไปที่โต๊ะอาหาร เขาเดินมาพอดีกำลังจะเดินสวนกัน เขายิ้มให้..ยิ้มกว้าง..ปริมเผลอมองรอยยิ้มนั้น..    แล้วเขาก็ทัก

            นนทวัชร : เชือกผูกรองเท้าหลุดครับ                  เสียงอ่อนโยน ยิ้ม เล็กน้อย  

ปริมทำหน้าเหลอเพราะมัวแต่เขิน แล้วก้มลงมองดูที่เท้าตัวเองก็เห็นว่าเชือกผูกรองเท้าหลุด..เพราะเธอใส่รองเท้าผ้าใบ..ไม่รู้หลุดตอนไหน

            ปริม : อ๋อ.ค่ะ…..ขอบคุณค่ะ       ทำหน้าเจื่อนๆเขินๆ เขินเขา และเขินที่เขาทักเรื่องเชือกผูกรองเท้า ขยับตัวจะเดินเลี่ยงไป

            นนทวัชร : ไม่ผูกก่อนเหรอครับ ระวังจะเผลอเหยียบทำสะดุดหกล้มเอาได้นะ      พูดเสียงอ่อนโยน ฉงนเล็กน้อยที่ปริมจะไม่ผูกเชือกรองเท้าให้ดีก่อน

            ปริม : เอ่อ..เดี๋ยวปริม.จะไปนั่งผูกที่โต๊ะด้านในค่ะ                 ทำหน้าเหลอๆ

            นนทวัชร : หืม.ทำไม่ล่ะ เข้าไปข้างในคนเยอะเดินไปเดินมาเขามองไม่เห็นแล้วเหยียบเข้าจะหกล้มได้ครับ อันตราย           พูดเสียงอ่อนโยน แสดงความเห็นเชิงแนะนำปนไม่ค่อยเข้าใจเล็กน้อย

ปริมอักอัก เหลือบมองเขาทำเหลอๆ  นนทวัชรก็ยังมองปริมอมยิ้มเล็กน้อย เห็นปริมเหมือนกำลังคิดหรือกำลังชั่งใจ

            ปริม : ค่ะ เดี๋ยวปริมเข้าไปผูกในห้องน้ำ           อมยิ้มเล็กน้อย

            นนทวัชร : ผูกตรงนี้ก็ได้นี่ครับ                         ก็ยังงงเล็กน้อย  ไม่เข้าใจ

ปริมทำเหลออีกเขินด้วยเห็นเขามองเธอด้วยสีหน้าแบบฉงน  สักครู่หนึ่ง

            ปริม : เอ่อ…กระโปรงสั้น…นั่งผูกไม่ถนัดค่ะ

นนทวัชรทำหน้าเหลอบ้าง เขินบ้างแบบถึงบางอ้อ เพราะไม่ค่อยเข้าใจที่ปริมจะไม่ผูกเชือกรองเท้าเลยเหมือนจะเซ้าซี้ปริมให้ผูกเชือกรองเท้าให้ได้  ยิ้มปนขำเล็กๆ ปริมยิ่งเขิน ยิ่งเหลอหลาที่เห็นอาการนั้นของเขา นนทวัชรรู้ตัวหุบยิ้มลงเล็กน้อย มองปริมครู่หนึ่งก็เห็นปริมทำเหมือนเหลอๆเขินๆ

            นนทวัชร : งั้น..เดี๋ยวพี่ผูกให้                      พูดอ่อนโยน มองปริมด้วยสีหน้าอ่อนโยน

ปริมทำหน้าเหวอ รีบปฏิเสธ

            ปริม : ไม่เป็นไรค่ะ  เอ่อ..ปริมเข้าไปผูกในห้องน้ำได้ค่ะ         กระเตื้องตัวรีบปฏิเสธพร้อมกับยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาโบกทำท่าปฏิเสธ

            นนทวัชร : ครับ                  รับคำอ่อนโยน แล้วอมยิ้ม เมื่อเห็นท่าทางนั้นของปริม คงจะเขินมาก

ริมยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าให้เขาแล้วเดินเลี่ยงเข้าไปในห้องน้ำแบบก้มมองรองเท้าไปด้วย ปริมเข้าไปในห้องน้ำห้องหนึ่งเอาฝาชักโครกลงและนั่งผูกเชือกรองเท้าทั้งสองข้างใหม่ให้แน่นให้มั่นใจกว่าเดิมว่ามันจะไม่หลุดอีก ครู่หนึ่งก็เดินออกมาจากห้องน้ำหญิงแล้วหันไปทางขวาเพราะห้องน้ำชายอยู่ด้านใน..ก็แค่เผื่อจะได้เห็น…และก็..เห็นว่าเขายืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าห้องน้ำชายและอมยิ้มให้อย่างอ่อนโยน..ปริมรู้สึกว่าใจเต้นแรง..

            นนทวัชร : เรียบร้อยนะครับ                   น้ำเสียง สีหน้าและแววตาอ่อนโยน

            ปริม : ค่ะ             รับคำสั้นๆและพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย แล้วเขาก็เดินเข้าห้องน้ำไป ปริมมองตามเขาครู่หนึ่งใจเต้นตึกตัก..เขารออยู่..ปริมยิ้มแม้เขาจะไม่ยืนอยู่ตรงนั้นแล้ว.

ปริมอมยิ้ม ถอนหายใจเล็กน้อยและมองรูปนั้น…เธอยิ้มแฉ่ง..แต่เขาอมยิ้มเล็กน้อย   ดลลี่กระดี๊กระด๊าขึ้นเล็กน้อยดีใจเมื่อเห็นอาการนั้นของเพื่อนแล้วหันไปทางอัญชนาก็เห็นอัญชนาอมยิ้มมองปริมแล้วหันมายิ้มให้ ดลลี่ยิ้มกว้างให้อัญชนาแล้วหันกลับไปมองเพื่อนอีก  

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

ปริมกลับมาถึงบ้านราวหกโมงเย็นเศษเก็บกระเป๋าแล้วนั่งที่เก้าอี้พักผ่อนบนห้องหยิบเอาโทรศัพท์มาเปิดดูข้อความแชทที่เขาส่งมา ข้อความคำว่าขอโทษและราตรีสวัสดิ์ที่เขาส่งมาทุกวันตั้งแต่วันเสาร์แล้ว นั่งยิ้ม ดลลี่โทรมาอีก

            ดลลี่ : หวัดดีจ้า ฮะๆๆๆ                                      ร่าเริง กระดี๊กระด๊า

            ปริม : ว่าไง  ถึงแล้วเหรอ?                                ทำเหลอๆเขินๆเล็กน้อย วันนี้ดลลี่เห็นน้ำตา

            ดลลี่ : ยังจ้า รถติด แต่….ฮะๆๆๆๆ                     ทำกระดี๊กระด๊า ทำเป็นหัวเราะ

ปริมทำหน้าฉงน

            ปริม : อะไร?                                           งง

            ดลลี่ : พรุ่งนี้ไปหัวหินกันนะ                  ทำกระดี๊กระด๊า หัวเราะ 

ปริมทำหน้าเหวอ ตาโต  

            ปริม : อะไร!  

            ดลลี่ : เคนะ พรุ่งนี้เจ็ดโมงเดี๋ยวมารับ บ๊าย                  กดวางสายทันทีแล้วยิ้ม

ปริมโทรกลับหาดลลี่ทันทีแต่ดลลี่ไม่รับ ปริมถอนหายใจเสียงดัง       

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

นนทวัชรกลับมาถึงที่พักราวหกโมงเย็นตั้งใจกลับเร็วเพราะทิ้งเพื่อนให้อยู่คนเดียวจริงๆก็ดูแลตัวเองเป็นเรื่องปรกติและนุเองก็มาแถวนี้หลายครั้งและวันนี้นุก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านพักทั้งวันออกไปเที่ยวไปโน่นมานี่ นนทวัชรแซวเพื่อนว่าคุณนตไม่อยู่คงเหงาเลยถ่อมาถึงหัวหิน พิษณุแซวกลับบอกว่า ตามมาดูว่าเพื่อนว่าแอบนัดใครไว้หรือเปล่าจะได้อยู่เป็นก้างขวางคอ คุยกันไปแซวกันไปเรื่องทั่วไปบ้างถามเรื่องงานบ้างสักครู่ก็ชวนกันออกไปหาอาหารทานข้างนอกแล้วไปเดินเล่นและหาอะไรกินกันอีกที่ตลาดจนดึกแล้วกลับเข้าบ้านพัก

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

วัชรพงษ์ดูรายการทีวีรายการโปรดไปปรกติสักครู่อัญชนาก็เข้ามาเอาเครื่องดื่มมาให้สามีด้วยวัชรพงษ์ยิ้มหันไปมองภรรยา

            วัชรพงษ์ : มาแล้วเหรอคุณ มา! มาดูทีวีกับผมนี่ จะไปนั่งชะเง้ออะไร ลูกอยู่ที่หัวหินโน่น      พูดเสร็จก็ขำเล็กๆแซวภรรยา เพื่ออยากให้ผ่อนคลาย

แต่อัญชนามองค้อนสามีเล็กน้อย วัชรพงษ์ทำเหลอหลาแล้วหันไปดูทีวีต่ออัญชนาเลยหันทางอื่นแล้วอมยิ้ม วันนี้ได้คุยกับปริมได้บอกอะไรปริมไปแล้วเผื่อปริมจะเปิดใจขึ้นมากกว่านี้บ้างและวันนี้ที่ได้เห็นอาการนั้นของปริมเธอมั่นใจว่าทั้งสองคนคงแอบกั๊กอะไรกันไว้อยู่ วัชรพงษ์เหลือบไปมองภรรยาอีกครั้งอมยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภรรยากำลังนั่งคิดอะไรแล้วอมยิ้มอยู่คนเดียว เธอเล่าให้เขาฟังเรื่องของปริมวันนี้แล้วและบอกว่าผลท่าทางจะออกมาเป็นบวกเลยทำให้เขาผ่อนคลายตาม ยิ้มแล้วหันไปดูรายการทีวีต่อ

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….

ดึกๆอาธรกำลังจะเดินกลับไปที่ห้องชะงักเล็กน้อยแล้วเดินไปที่หน้าห้องของลูกสาวเหมือนกับว่าได้ยินเสียงอะไรกุกกักเล็กน้อย เอียงหน้าด้านหนึ่งแนบเข้ากับประตูห้องเพื่อเงี่ยหูฟังก็ได้ยินเสียงกำลังรูดซิปกระเป๋ากรอกตาไปมาเล็กน้อยพร้อมทำหน้าคิดว่าไม่เห็นบอกว่ามีแผนจะไปไหนนี่นา หรือทริปนี้ไม่มีแผน ครู่หนึ่งก็เอนตัวกลับแล้วเดินกลับไปที่ห้อง

ข้างในห้องนอนนั้นปริมกำลังจัดกระเป๋าเพื่อจะไปหัวหินกับดลลี่ในวันพรุ่งนี้♥

……………………………………….. ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ ♥ …………………………………………….…

 

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.