นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนสาม

                       

                                                   //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            บัวเดินมาที่แปลงผักเพื่อเก็บผักกาดขาวกับขึ้นฉ่ายไปทำแกงจืดเห็นน้าจวนกับน้าตึ๋งกำลังช่วยกันรดน้ำแปลงผักตอนเย็นจึงหยุดทักทายเล็กน้อย น้าจวนกับน้าตึ๋งเองก็มีแปลงผักกับสวนปลูกแก้วมังกรกับฝรั่งแต่ขนาดไม่กี่ไร่ซึ่งภรรยาของน้าทั้งสองเป็นผู้ดูแลบางครั้งหากงานในสวนไม่มีอะไรต้องรีบทำมากแม่ก็จะบอกให้น้าทั้งสองไปดูสวนของตัวเองได้แล้วค่อยกลับมา ทักทายน้าทั้งสองเสร็จบัวก็ไปเก็บผักย่าบอกให้เก็บไปเผื่อทำอาหารเช้าไปวัดพรุ่งนี้ด้วยขณะที่กำลังเก็บผักอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงรถยนต์ของเจษวิ่งมาจอดบริเวณหน้าบ้าน และเมื่อเก็บผักเสร็จและเดินมาถึงหน้าบ้านก็เห็นว่าเจษกับย่ากำลังคุยกันอย่างเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย

            ย่าใบ : มาแล้วเหรอแม่บัว? มาๆนั่งคุยเป็นเพื่อนพ่อเจษเขาเดี๋ยวย่าไปเตรียมอาหารเย็นเองเอาผักมาให้ย่า         พูดและยิ้มอย่าง อารมณ์ดีพร้อมกับยื่นมือมารับผักจากบัว    “  ย่าชวนกินอาหารเย็นที่บ้านเราด้วยกัน “     พูดเสร็จก็หัวเราะขำๆเล็กน้อยแบบพอใจแล้วหันไปทางเจษ ซึ่งเจษก็รับคำว่าครับพร้อมกับพยักหน้าและยิ้มให้ย่าใบ

บัวทำหน้าเหลอๆที่เห็นอาการลักษณะแบบนั้นของย่าและพอจะเดาออกว่าย่าคิดอะไร ส่งผักให้ย่าและเมื่อย่ารับไปแล้วก็เข้าไปครัวเลยปล่อยให้บัวกับเจษคุยกันสองคนที่ชุดม้านั่งที่ทำจากไม้ใต้ร่มต้นมะม่วงหน้าบ้านซึ่งย่าชอบนั่งเด็ดผักเป็นประจำ บัวเดินเข้าไปเอาน้ำดื่มในครัวมาให้เจษ

              บัว : งานที่อำเภอเยอะมั้ย?

            เจษ : ก็พอสมควรทั้งงานราษฎร์งานหลวง       พูดเป็นนัยๆไปแบบยิ้มๆ บัวเองก็ขำเล็กน้อยกับสิ่งที่เจษพูด      “ แล้วไม่สนใจ  อยากจะลองสอบงานราชการดูเหรอ?   “    

            บัว : ไม่หรอก ชอบแบบนี้มากกว่า     พูดเสร็จก็อมยิ้มเล็กน้อย แล้วถามเจษต่อ    “   เพื่อนหลายคนก็ทำงานรับราชการแถวบ้านหนิ ได้เจอบ้างมั้ย?  “

            เจษ : ไม่ค่อยได้เจอเท่าไหร่ เป็นบางคน เห็นในเฟสบุ๊คบ้าง ส่วนใหญ่เขาก็แต่งงานมีครอบครัวกันแล้วเลยไม่อยากไปรบกวน    

            บัว : อื้ม เหมือนกัน หากเจอก็มีทักทายบ้างแต่ไม่ได้คุยอะไรมาก          ยิ้มแล้วเริ่มทำหน้าเจ้าเล่ห์     “  แล้วเมื่อไหร่จะมีกับเขาบ้างล่ะ..หรือมีแต่แอบซ่อนยังไม่เปิดตัว “    ทำหรี่ตามองไปที่เจษแบบเจ้าเล่ห์ อมยิ้ม

เจษขำเล็กน้อยกับท่าทางนั้นของบัว เมื่อก่อนเธอเป็นคนที่ร่าเริงพอสมควรเหมือนที่เป็นอยู่ในขณะนี้แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรแม่ของบัวก็เดินกลับมาจากสวนพอดีเจษยกมือไหว้ทักทายแม่ของบัว ลัคณารับไหว้แล้วยิ้มและชวนเจษทานอาหารเย็นที่บ้านด้วยอีกคนแล้วเดินเข้าไปในบ้านปล่อยให้เจษกับบัวได้คุยกันต่อ

ดูเหมือนว่าเจษจะเข้ากันได้ดีกับทุกคนในบ้านรวมทั้งพ่อของบัวด้วยเพราะบรรยากาศในการทานอาหารเย็นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะโดยเฉพาะเสียงหัวเราะของย่าใบที่ดูจะเสียงดังกว่าใครเป็นพิเศษ และวันนี้ทานอาหารเย็นกันเร็วกว่าปรกติที่ชุดม้านั่งไม้หน้าบ้าน

                                                //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

             สุรีพรเคาะประตูห้องทำงานของลูกชายคนเล็กแล้วเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้หลังจากรับประทานอาหารเย็นแล้วเขาก็เข้าห้องทำงานเลยเพราะเอางานกลับมาทำที่บ้านด้วย ไทขอบคุณคุณแม่เพราะคุณแม่ดูแลเขากับพี่แทนและคุณพ่อแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแม้ไม่อยากให้ท่านลำบากก็ตามแต่เคยห้ามแล้วไม่เป็นผล

            ไท : คุณพ่ออยู่ที่ห้องหนังสือเหรอครับ?              ยิ้ม

            สุรีพร : จ้ะ เมื่อครู่ทำงานต่อเล็กน้อยแต่เสร็จละ เพราะพรุ่งนี้จะไปงานแต่งงานของลูกสาวเพื่อน           ยิ้ม         “ ไปกับแม่ “ 

แทนไทขำเล็กน้อยเพราะรู้สึกว่าช่วงนี้ที่บ้านจะได้รับการ์ดงานแต่งงานค่อนข้างเยอะ

            ไท : แล้วอาทิตย์หน้างานแต่งงานญาติพี่นิ คุณพ่อกับคุณแม่ต้องไปด้วยหรือเปล่าครับ?   

            สุรีพร : ไม่หรอกลูกไม่ได้รับการ์ด อาจจะเกรงใจ มีแต่ตาแทนกับหนูนิที่จะไป          พูดไปพยักหน้าไป ยิ้ม

            ไท : ครับ                       พยักหน้าแล้วยิ้ม สุรีพรก็ยิ้ม

            สุรีพร : งั้นแม่ไม่กวนละ อย่าดึกมากนะรักษาสุขภาพด้วย พรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุด        พูดอย่างเป็นห่วง อมยิ้ม

แทนไทรับคำลากเสียงยาวว่าคร้าบเป็นการเย้าแหย่คุณแม่เล็กน้อยแล้วยิ้มกว้างเพื่อให้ท่านสบายใจและมองดูคุณแม่ที่เดินออกจากห้องไปจนประตูห้องทำงานถูกปิดลงจึงหยิบแก้วเครื่องดื่มที่คุณแม่เอามาให้เมื่อครู่ขึ้นมาดื่มแล้วทำงานต่อ

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            ตอนเช้าบัวเดินถือกุญแจรถยนต์กระบะของคุณพ่อออกมาที่หน้าบ้านเพื่อจะพาย่าไปวัดก็เห็นว่าย่ายืนหิ้วปิ่นโตรออยู่ตรงประตูรั้วหน้าบ้าน เมื่อเห็นว่าบัวกำลังเดินไปที่รถกระบะย่าใบจึงตะเบ็งเสียงบอกว่าไปรถมอเตอร์ไซด์เพราะวัดอยู่ใกล้แค่นี้เอง บัวตะเบ็งเสียงกลับ บอกว่าไม่ได้เกรงว่าย่าจะหล่นหากเจ็บตัวจะลำบากและวัดก็อยู่ท้ายหมู่บ้านอีกฟากหนึ่งห่างจากบ้านพอสมควร แต่ย่าใบไม่ยอมบอกว่าอาย เขาทำไมต้องไปรถยนต์วัดอยู่ในหมู่บ้านแค่นี้เอง สุดท้ายบัวจึงต้องเป็นฝ่ายยอมและขับรถมอเตอร์ไซด์โดยมีย่าใบนั่งซ้อนท้ายแล้วไปที่วัดกัน

พจน์กับลัคณาอยู่ที่สวนพอจะได้ยินเสียงย่าหลานตะเบ็งเสียงคุยกันแล้วก็พากันส่ายศีรษะเล็กน้อย

            ลัคณา : อันตรายหากแม่แกหล่นจากมอเตอร์ไซด์จะลำบากเอานะคุณ       พูดแบบเหนื่อยใจ        “ ต้องคุยกับแก “

            พจน์ : พูดหลายครั้งละแต่แกไม่ยอม เพราะเห็นว่าแค่ไปทำธุระในหมู่บ้านใกล้ๆ      พูดแบบเหนื่อยใจเหมือนกันแล้วถอนหายใจ

ลัคณาก็ถอนหายใจเช่นกันพยายามชะเง้อตามเมื่อได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซด์ที่หลานสาวกับย่านั่งไปด้วยกันกำลังห่างออกไปด้วยความเป็นห่วง

บัวนั่งรอย่าอยู่บนเบาะมอเตอร์ไซด์ที่จอดไว้ใต้ร่มต้นโพธิ์ใหญ่ภายในบริเวณวัดและมองตามตลอดก็เห็นว่าคุยกับเพื่อนบ้านที่มาทำบุญที่วัดอย่างร่าเริงบัวอมยิ้มเมื่อเห็นว่าย่าดูมีความสุข  บัวไม่ได้พาย่ามาที่วัดทุกวันเพราะย่าไม่ได้เข้าวัดทุกวันจะมาเฉพาะวันที่ต้องถวายเพลพระ

เมื่อกลับมาถึงบ้านกันอย่างปลอดภัยบัวก็ขึ้นไปบนห้องเปลี่ยนกางเกงและหยิบเสื้อแขนยาวเพื่อจะไปช่วยงานพ่อกับแม่ในสวนและถือโน๊ตบุ๊คไปด้วยคิดว่าสายๆกลับมาจากสวนค่อยทำความสะอาดบ้าน

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            ตอนดึกหลังจากที่กลับมาจากงานแต่งงานของลูกสาวเพื่อนทิวก็นั่งที่ห้องพักผ่อนบนบ้านโดยถือหนังสือค้างไว้ในมือทำหน้าเหมือน กำลังคิดอะไรบางอย่าง แทนเดินออกมาจากห้องหนังสือหลังจากทำงานเสร็จเห็นว่าในห้องนั่งเล่นมีไฟเปิดสว่างอยู่จึงเดินเข้ามาดูก็เห็นว่าคุณพ่อของเขากำลังนั่งเหม่ออยู่ มองอยู่ครู่หนึ่งจึงเดินเข้ามาคุย

            แทน : คุณพ่อกำลังคิดอะไรอยู่เหรอครับ?               ถามคุณพ่ออ่อนโยน อมยิ้มเล็กน้อย

            ทิว : ไม่มีอะไรหรอกลูก แค่กำลังคิดอะไรเพลินๆ      อมยิ้ม    “  ทำงานเสร็จแล้วเหรอ?  “   

            แทน : ก็ยังหรอกครับ เห็นว่าดึกเลยจะเข้านอนพรุ่งนี้ค่อยทำต่อได้     

            ทิว :  อื้ม ก็ดี ไม่ต้องหักโหมมาก รักษาสุขภาพตัวเองดีกว่า           ยิ้ม

แทนอมยิ้มและนิ่งมองดูคุณพ่ออยู่ครู่หนึ่ง

            แทน : เรื่องไทเหรอครับ?     ถามเรียบๆ เพราะเขาคิดว่าไม่ค่อยมีเรื่องอะไรให้คุณพ่อดูไม่ค่อยสบายใจในลักษณะแบบนี้นอกจากเรื่องของคนในครอบครัว

            ทิว : ฮื้ม.ก็ไม่หร้อก       พูดกึ่งถอนหายใจ     “ ไม่มีอะไรต้องห่วงหรอก “    ยิ้ม      “ เรื่องงานเล็กน้อยน่ะลูก “

            แทน : ครับ          รับทราบสิ่งที่คุณพ่อบอกแล้วอมยิ้มเล็กน้อยไม่อยากเซ้าซี้ท่านต่อเพราะดูจากลักษณะอาการแล้วคงเป็นเรื่องที่กลุ้มใจจริงๆและคาดว่าเป็นเรื่องของไท     “   งั้นผมเข้านอนก่อนนะครับ  “  

ทองทิวรับคำกับลูกชายว่าอื้มพร้อมกับพยักหน้าแล้วอมยิ้มแทนไทจึงลุกและเดินออกไปโดยทองทิวมองตามจนลูกชายเดินพ้นประตูออกไปก็ถอนหายใจกลุ้มใจเล็กน้อยกับเรื่องของลูกชายคนเล็กกับสิ่งที่ได้ยินแขกที่มาร่วมงานแต่งงานของลูกสาวเพื่อนพูดถึงไทตอนที่เขาทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เขามั่นใจในตัวลูกและลูกก็โตจนอายุป่านนี้แล้วแต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ ทั้งแทนกับไททำงานหนักจนแทบจะไม่มีเวลาส่วนตัวเท่าไหร่แต่แทนก็แต่งงานไปแล้ว ส่วนไทนอกจากข่าวลือเมื่อหลายปีก่อนก็ไม่ค่อยเห็นว่าคบหากับใคร ถอนหายใจเบาๆ เขาก็แค่เป็นห่วงลูกและอยากให้ลูกมีชีวิตส่วนตัวเรื่องครอบครัว

                                          //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            บัวนั่งเขียนนิยายอยู่ใต้ร่มมะม่วงในสวนพลางเหลือบมองไปที่โรงเรือนเก็บเครื่องมือเห็นพ่อกับแม่กำลังช่วยกันเตรียมจะทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจึงปิดคอมพิวเตอร์แล้วเดินไปหาพ่อกับแม่เพื่อจะช่วยงานแต่ถูกปฏิเสธ

            พจน์ : ไม่ต้องหรอกลูกเดี๋ยวพ่อกับแม่ทำเอง หนูทำงานของหนูไปเถอะ

            บัว : บัวทำตอนไหนก็ได้ค่ะ บางครั้งก็คิดไม่ออก      พูดแบบเหลอหลา    “  เอ่อ.ไม่มีแรงบันดาลใจค่ะ  “    ยิ้ม        “   ให้บัว ช่วยงานพ่อกับแม่ก่อนดีกว่า  “    พจน์กับลัคณายิ้ม 

            ลัคณา : อื้ม..เหรอ? ต้องช่วยงานพ่อกับแม่ก่อนถึงจะมีแรงบันดาลใจเหรอ?      ถามปนขำ

            พจน์ :  งั้น..ช่วยไปเอาถุงผักที่ท้ายรถกระบะมาให้พ่อที เมื่อเช้าขอมาจากตลาดลืมเอาลงจากรถ         ยิ้ม 

บัวยิ้มและรับคำว่าค่ะแล้วรีบเดินกลับไปที่บ้านเพื่อไปเอาผัก ขณะกำลังยกถุงผักลงจากท้ายกระบะก็ได้ยินเสียงรถยนต์ของเจษแล่นมาจอดริมรั้วหน้าบ้าน ย่าใบเดินออกมาจากในบ้านเมื่อได้ยินว่าเสียงรถยนต์ของใครมาจอดที่หน้าบ้านครู่หนึ่งเจษก็เดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับหิ้วถุงอะไรมาด้วยสักอย่าง เจษยกมือไหว้ย่าใบพร้อมกับยื่นถุงของฝากให้และบอกว่าคือปลาส้มเห็นบอกว่าเป็นของโปรดของย่าใบ ย่าใบหัวเราะถูกใจนักกับของฝากเพราะเจษถามตั้งแต่วันที่ทานอาหารเย็นด้วยที่บ้าน บัวยิ้ม ครู่หนึ่งเจษก็เดินมาหาแล้วช่วยหิ้วถุงผักเข้าไปในสวน

บัวเดินเลี่ยงออกไปนั่งที่ใต้ร่มต้นมะม่วงอีกครั้งเพราะรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวเกะกะและดูท่าทางเจษเองจะทำปุ๋ยเป็นเลยปล่อยให้เจษกับพ่อกับแม่ช่วยกันจะดีกว่า สักครู่โทรศัพท์มีเสียงเรียกเข้าจึงหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของผู้จัดละครที่โทรมาว่าอยากจะให้บัวช่วยแก้ไขบทละคร  ให้เนื่องจากมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาบางส่วนของละคร บัวตอบตกลงและบอกว่าจะเข้าไปพบที่กรุงเทพฯเมื่อวางโทรศัพท์ก็ลุกและเดินไปดูต้นฝรั่งดีกว่านั่งเฉยๆดูพ่อกับแม่กับเจษทำปุ๋ยและเย็นนี้ค่อยแชทบอกปอว่าจะขอไปพักที่คอนโดด้วย

            เจษ : ขยันจังแดดร้อนเปรี้ยงขนาดนี้              ทำเป็นแซวบัว

            บัว : อ้าว! ทำปุ๋ยกันเสร็จแล้วเหรอ?         ฉงนเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกว่าตั้งแต่ลุกมาดูต้นฝรั่งก็ผ่านไปสักพักละ

            เจษ : ใกล้จะเรียบร้อยแล้วล่ะ ที่เหลือคุณน้าจะจัดการเอง บอกว่าให้ไปล้างหน้าล้างมือดีกว่าและรอกินข้าวเที่ยงด้วยกัน   ยิ้ม

            บัว : อื้ม.ไปสิ งั้นเดี๋ยวบัวไปเอาของก่อนแล้วค่อยเดินไปพร้อมกัน   ยิ้มแล้วเดินไปเอาโน๊ตบุ๊คกับโทรศัพท์ที่ทิ้งไว้ใต้ต้นมะม่วง

อาหารเที่ยงวันนี้ก็รู้สึกว่าจะเป็นอีกหนึ่งมื้อที่ย่าใบจะอร่อยเป็นพิเศษเพราะนอกจากจะหัวเราะอารมณ์ดีแล้วปลาส้มที่เจษซื้อมาฝากก็รสชาติ ถูกใจย่าและยังบอกอีกว่ามาคราวหน้าให้ซื้อมาให้อีก..แต่ฝากซื้อ บัวอมยิ้มมองดูย่า..บางครั้งก็รู้สึกว่าย่าเจ้าเล่ห์ทีเดียว เหลือบมองย่าอยู่ครู่ หนึ่งก็บอกทุกคนว่าพรุ่งนี้ตอนบ่ายจะเข้ากรุงเทพฯไปคุยธุระเรื่องงานและจะไปสักสองวัน

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘   //

            สุรีพรเดินออกมาหาลูกชายคนเล็กที่มุมพักผ่อนหลังบ้านเมื่อเห็นว่าเขากำลังนั่งอ่านนิตยสารอยู่

            สุรีพร : ไม่ออกไปไหนเหรอลูก?                ยิ้ม เดินมานั่งลงตรงเก้าอี้ข้างๆลูกชาย

            ไท : ไม่ครับ วันนี้พักผ่อนที่บ้านทั้งวัน กับคุณพ่อคุณแม่ครับ      พูดไปขำไปเล็กน้อย อารมณ์ดี สุรีพรยิ้ม

            สุรีพร : อาทิตย์หน้าแม่กับพ่อคิดว่าจะไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ ไปด้วยกันมั้ย?        ยิ้ม

            ไท : อืม.โปรเจคงานก่อสร้างโรงงานของลูกค้ากำลังคืบหน้า คิดว่า.ยังไม่ว่างไปด้วยเลยครับ เอาไว้ครั้งหน้าดีกว่า        ยิ้ม 

สุรีพรทำเม้มปากและเหลือบลูกชายเล็กน้อยทำเป็นน้อยใจ

            ไท :  อยากไปพักผ่อนกับคุณพ่อคุณแม่ครับ เอาไว้เคลียร์งานโปรเจคนี้ให้เรียบร้อยก่อนค่อยไป จะไปเขาใหญ่หรือที่ไหนก็ได้ที่คุณพ่อคุณแม่อยากไป เดี๋ยวพาไปครับ      ยิ้ม พูดเอาใจคุณแม่เมื่อเห็นว่าทำสีหน้าผิดหวัง

            สุรีพร : จ้ะ          ยิ้ม เมื่อเห็นว่าลูกชายพยายามพูดเอาใจ เธอเข้าใจว่าลูกๆงานยุ่งจึงไม่เคยบอกว่าอยากให้พวกเขาพาไปไหน  ก็แล้วแต่พวกเขาจะจัดสรรเวลาให้ ในวันหยุดก็อยากให้พวกเขาพักผ่อนเต็มที่

ครู่หนึ่งแหน๋นเดินเข้ามาถามว่าจะรับเต้าทึงหรือไม่คุณนิทำเสร็จแล้ว ทั้งสุรีพรกับแทนไทจึงพากันเดินเข้าไปที่ห้องทานอาหารว่าง

นิยะดาเคาะประตู้ห้องหนังสือที่แทนไทสามีของเธอกำลังทำงานอยู่เมื่อเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาก็เห็นว่าเขากำลังอ่านหนังสือ

            นิ : ทำงานเสร็จแล้วเหรอคะ?  นิทำเต้าทึงเสร็จเมื่อครู่เลยขึ้นมาถามว่าจะรับสักถ้วยมั้ย?    ยิ้ม

           แทน : จ้ะ เลยอ่านหนังสือเก่าๆที่คุณพ่อเก็บไว้ ว่าอีกสักเดี๋ยวก็จะลงไปแล้วแหล่ะ     ยิ้ม            “  ทำเองเลยเหรอ?  “  ถามภรรยาแบบกึ่งๆแซวเล็กน้อย

            นิ : ค่ะ ง่ายมาก      ยิ้ม ทำหน้าเจ้าเล่ห์     “ ยายเปทำ..นิแค่เป็นลูกมือ “      พูดปนขำ พูดเสร็จก็ยิ้มกว้าง

            แทน : ก็ถือว่ายังมีส่วนร่วม..น่าสนใจ     พูดไปพยักหน้าไปแบบยิ้มๆ     “ ชักอยากจะลองชิมแล้วละ ป่ะ  “       พูดเสร็จก็ยิ้มกว้าง   

นิยะดาขำเล็กน้อยและรู้สึกดีที่สามีของเธอดูผ่อนคลาย วันหยุดสัปดาห์นี้ทั้งเขากับเธอก็ไม่อยากออกไปไหนตั้งใจจะพักผ่อนเต็มที่ๆบ้านและใช้เวลากับครอบครัว เธอเลยอยากทำของว่างให้เขากับครอบครัวรับประทาน ครู่หนึ่งก็พากันเดินออกไปจากห้องเพื่อลงไปที่ห้องทาน อาหารว่างที่ทุกคนกำลังรออยู่

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            เย็นวันถัดมาบัวมาถึงกรุงเทพฯตอนสองทุ่มตั้งใจมาถึงช้าเพราะปอทำงานธนาคารที่มีสาขาในห้างสรรพสินค้าจึงเลิกงานค่อนข้างดึก บัวนั่งแท็กซี่มานั่งรอปอที่ใต้ตึกของคอนโดรออยู่ราวสี่สิบนาทีปอก็ออกมารับ ต่างคนต่างยิ้มดีใจที่ได้เจอกันเพราะตั้งแต่ที่บัวกลับไปอยู่บ้านที่พิมายนี่ก็เกือบสองปีแล้ว สองสาวทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันเล็กน้อยแม้จะคุยกันแชทข้อความถามไถ่กันอยู่เป็นประจำก็ตามครู่หนึ่งก็พากันขึ้นไปบนห้อง

            คอนโดแห่งนี้เป็นของปอโดยพ่อกับแม่ช่วยเหลือส่วนหนึ่ง ครอบครัวของปอทำการค้าอยู่ที่เชียงใหม่และปอเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆว่าพ่อ กับแม่ของปอเองก็อยากให้ย้ายกลับไปทำที่สาขาที่เชียงใหม่หากมีตำแหน่งว่าง แต่ปอยังไม่ตัดสินใจ

            ปอ : เมื่อกี๊แวะซื้ออาหารเลยมาข้าหน่อย หิวมากมั้ย?    ถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงขณะเดินไปในโซนครัวดูอาหารที่ตัวเองซื้อมาแล้ววางไว้บนโต๊ะอาหาร ขณะที่บัวเดินถือกระเป๋าไปเก็บที่ห้องนอน

            บัว : นิดหน่อย เมื่อกี๊ก็นั่งกินขนมปังกับโยเกิร์ตรองท้องแล้วละ แต่..ไม่อยู่       ยิ้ม ขณะกำลังเดินมาหาเพื่อน

            ปอ : โทษที นี่รีบเคลียร์งานแล้วรีบออกมาละ แต่รถติดมากก..  (ลากเสียงยาว)       

            บัว : เข้าใจ ไม่เป็นไรหรอก      ยิ้ม     “  แล้วหิวข้าวหรือเปล่า “        

            ปอ : มากก…..         ลากเสียงยาวอีกพร้อมกับทำหน้าเหมือนอารมณ์บ่อจอยแล้วหัวเราะ

บัวก็หัวเราะกับท่าทางนั้นของเพื่อน ทั้งสองสาวต่างคุยกันและหัวเราะกันอย่างสนุกสนานแม้จะรู้จักกันจากที่ทำงานแต่ก็ทำงานร่วมกันหลายปี ปออายุน้อยกว่าบัวหนึ่งปีแต่ก็ไม่เคยเรียกพี่คุยกันสนิทสนมกันจนเป็นเพื่อนมากกว่าเป็นพี่

            ปอ : พรุ่งนี้เข้าไปคุยงานเหรอ? ไปกี่โมง? ใช้รถของปอละกัน เดี๋ยวปอนั่งแท็กซี่           ยิ้ม

            บัว : ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวนั่งแท็กซี่ไปดีกว่า เกรงใจ            ทำหน้าเกรงใจเพื่อน

            ปอ : ไม่เป็นไร เผื่อไปธุระที่อื่นเพราะปอก็นั่งทำงานทั้งวัน ไม่ค่อยได้ใช้รถหรอก         พูดไปพยักหน้าไปมองเพื่อนก็เห็นว่าทำหน้ากำลังคิด    

            ปอ : ใช้ได้               พูดไปพยักหน้าไปอีกครั้งเพื่อยืนยันเมื่อเห็นเพื่อนทำหน้าคิด

บัวตอบตกลงว่าโอเคแล้วยิ้มปอก็ยิ้ม บัวเกรงใจเพราะนอกจากจะมาพักที่คอนโดแล้วยังจะใช้รถของปออีกแม้ปอจะบอกว่าไม่เป็นไรก็ตาม แต่นี่ก็คือน้ำใจและด้านดีๆอีกส่วนหนึ่งของปอที่บัวเองก็รับรู้และเป็นแบบนั้นมาตั้งแต่แรกที่ได้รู้จักกัน ยิ้ม คืนนี้ก็คงได้นอนคุยกันยาว

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            สายๆบัวเข้าไปคุยรายละเอียดงานเรื่องบทละครที่ต้องแก้ไขและนิยายเรื่องใหม่ที่กำลังเขียนที่กองถ่ายละครเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นบทประพันธ์ของบัวที่กำลังถ่ายทำกันที่สวนสาธารณะและใช้เวลาที่นั่นราวห้าชั่วโมง เมื่อคุยธุระเรื่องงานเสร็จก็ไปที่ห้างสรรพสินค้าที่มีสาขาของธนาคารที่ปอทำงานอยู่เพื่อรอรับปอและเพื่อซื้อของฝากให้พ่อกับแม่กับย่าโดยบัวเลือกของฝากเป็นเครื่องสำอางค์นำเข้าจากเกาหลีที่ร้านขายเครื่องสำอางค์ร้านหนึ่งสำหรับแม่และย่า ส่วนของพ่อเป็นเสื้อยืดโปโลเพราะเห็นว่าพ่อชอบใส่และมีอยู่ไม่กี่ตัว เมื่อเสร็จก็กำลังจะเดินไปซื้อของสดที่โซนซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อไว้ทำอาหารตอนเช้า โทรศัพท์มีสายเรียกเข้าบัวจึงรีบค้นหาโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายทั้งของที่มือพะรุงพะรังเล็กน้อย เมื่อหยิบได้และดูก็เห็นว่าเป็นเจษจึงกดรับแล้วหันไปทางขวาโดยทันทีเพื่อจะไปยืนคุยตรงระเบียงกลางห้างโดยที่ไม่ทันระวังเพราะความโก๊ะเล็กน้อยบวกกับเมื่อครู่ที่ลนลานควานหาโทรศัพท์

            บัว : ฮัลโหล  อุ๊ย! ขอโทษค่ะ         บัวทำหน้าตื่นตาโตและทั้งตกใจเมื่อเดินชนเข้ากับใครที่คงกำลังจะเดินไปข้างหน้า มือที่ถือโทรศัพท์แนบกับหูเมื่อครู่ถูกลดลงมาที่ระดับไหล่ค้างไว้ ที่ปลายสายเจษนิ่งทำหน้าเหลอจากเสียงเมื่อครู่คงมีอะไรเล็กน้อย

            ไท : ไม่เป็นไรครับ                               พูดเสียงต่ำ หน้านิ่ง เหลือบมองบัวเล็กน้อย

            บัว : ดิฉันไม่ทันระวัง คุณเจ็บมั้ยคะ?             ทำหน้ารู้สึกผิด           

            ไท : ไม่ครับ          เม้มปากเล็กน้อยจากคำที่พูด น้ำเสียงนิ่งๆและสีหน้านิ่ง พยักหน้าให้เล็กน้อยแล้วเดินจากไป 

บัวมองตามอย่างรู้สึกผิดในความซุ่มซ่ามไม่ทันระวังของตัวเอง  

ทองไทพึ่งกลับจากย่านชานเมืองไซต์งานก่อสร้างอาคารโรงงานของลูกค้าและโทรบอกเลขาว่าไม่เข้าออฟฟิศจะแวะทำธุระส่วนตัวที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้า ธุระส่วนตัวบางสิ่งบางอย่างเขาก็จัดการด้วยตัวเองเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เหตุเมื่อครู่ก็ทำให้เขานึกหงุดหงิดเล็กน้อยกับความไม่ระวังเพราะเรื่องการโทรศัพท์

บัวคุยสายกับเจษต่อและเล่าเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ติดขัดเล็กน้อยให้ฟัง คุยกันเล็กน้อยก็วางสายเพราะเจษเห็นว่าบัวทำธุระจึงไม่รบกวน                

    

                                         //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

             บ่ายโมงวันต่อมาหลังกลับจากไปทานอาหารกลางวันข้างนอกแล้วกลับเข้ามาทำงานต่อทองไทก็ได้รับโทรศัพท์จากเลขาหน้าห้องว่าคุณหทัยชนกจากบริษัทรับออกแบบตกแต่งภายในอยู่ในสาย ทองไทตอบโอเคแล้วรับสายและคุยรายละเอียดเรื่องงานตกแต่งซึ่งหทัยชนกเสนอ  ความคิดเห็นเรื่องฉากกั้นห้องนอนว่าเป็นฉากกั้นแบบญี่ปุ่นซึ่งสวยและมีความเป็นสไตล์ จากที่คุยกันเมื่อวันก่อนแทนไทกับทองไทต้องการให้เป็นชั้นเก็บของและใช้ประโยชน์ได้ คุยกันพอประมาณเพราะหทัยชนกแค่ต้องการเสนอความเห็นเพิ่มเติมแต่แทนไทก็รับฟังซึ่งก็พอเข้าใจได้ว่าเธอแสดงความคิดเห็นเน้นความเป็นสไตล์ในการตกแต่งและเป็นการแนะนำเพิ่มเติม แต่เขาก็ตกลงว่าจะลองไปดูของตกแต่งกับเธอก่อนแล้วค่อยตัดสินใจและเธอยังบอกว่ารู้จักบริษัทที่ผลิตและมีแคตตาล็อกมาให้ดูด้วย เมื่อวางสายก็อมยิ้มแล้วถอนหายใจเล็กน้อย ครู่หนึ่งเสียงเคาะประตูห้องทำงานดังยังไม่ทันได้ตอบรับประตูก็ถูกเปิดออก  ทองทิวเดินยิ้มเข้ามาหาลูกชาย

            ทองทิว : พ่อกับแทนจะออกไปที่โรงงาน      ยิ้ม ขณะเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับลูกชาย

            ไท : ครับ พี่แทนบอกตั้งแต่วันก่อนละ       ยิ้ม      “   พี่นิก็จะไปด้วยหรือเปล่าครับ?  “

            ทองทิว : ไม่ แค่คุยงานเบื้องต้นก่อน เอาไว้มีรายละเอียดเมื่อไหร่เดี๋ยวพ่อเรียกประชุมกรรมการ    ยิ้ม  “ มีอะไรหรือเปล่า? “

            ไท : นิดหน่อยครับ     ยิ้ม    “ หากพี่นิไม่ไปก็จะเข้าไปปรึกษาเรื่องสเตทเม้นท์ของก่อสร้าง “

            ทองทิว : อื้ม          พยักหน้ารับทราบ       “  แต่แทนเขากลับเข้ามาอีก พ่อคิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน  “    

            ไท : ครับ               รับคำพร้อมกับอมยิ้ม

เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังอีกแทนไทเปิดเข้ามาแล้วหยุดอยู่แค่ตรงหน้าประตูและพูดกับคุณพ่อว่าพร้อมแล้ว ทองทิวจึงหันมาบอกลูกชาย คนเล็กแล้วลุกขึ้นและเดินออกไป ทองไทมองตามคุณพ่อกับพี่ชายแล้วยิ้มก่อนทำงานของตัวเองต่อ

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘   //

    

              เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาภายในบริเวณบ้านย่าใบซึ่งกำลังนั่งเด็ดก้านผักอยู่ก็ชะเง้อเล็กน้อยเพราะพจน์เลิกงานแล้วรอรับบัวมาด้วย   เมื่อลงจากรถบัวก็ตรงเข้าไปยกมือไหว้สวัสดีย่าใบพร้อมกับกอดเอาใจเล็กน้อย พจน์ยิ้มเมื่อเห็นว่าแม่แค่ทำหน้าเฉยๆจริงๆแล้วถามทุกวันว่าบัวโทรมาบ้างหรือเปล่า บัวยิ้ม ลัคณาเดินกลับออกมาจากสวนพอดีบัวยกมือไหว้แม่อีกคนแล้วหยิบเอาของฝากออกมาจากกระเป๋าให้ทุกคน

            ย่าใบ : อะไรเนี่ย?            ทำหน้าฉงนเมื่อหยิบเอากระปุกกลมๆสีชมพูออกแดงของฝากที่บัวซื้อมาฝากขึ้นมาดู

            บัว : สกินฟู้ดจ้ะย่า                    ยิ้ม

            ย่า : แล้วมันคืออะไรไอ้สกินฟู้ดเนี่ย?       

            บัว : ก็..บำรุงผิวพรรณ ใช้ทาหน้า ผิวหน้าจะได้สดชื่นสดใสไงจ๊ะย่า ทาที่คอที่แขนด้วยก็ได้          อมยิ้ม   

ลัคณายิ้มส่ายศีรษะเพระเธอก็ได้รับของฝากแบบเดียวกันกับของย่าใบ

            ย่าใบ : นี่แกล้งย่าใช่มั้ยแม่บัว ย่าแก่แล้วจะบำรุงผิวหน้าไปทำไม ห๊ะ?            เริ่มทำหน้าไม่สบอารมณ์

            ลัคณา : แม่ก็โดนแดดเกือบทั้งวันทุกวันมันไม่ใสหรอกลูก หนูเก็บไว้ใช้เถอะ        บอกลูกสาว

            บัว : ไม่เอาค่ะบัวมีแล้ว บัวซื้อมาฝากทุกคน..ให้ทุกคนใช้       ทำเป็นพูดแบบเหลอหลาพูดเสร็จก็ยิ้ม หยิบกระเป๋าแล้วเดินขึ้นห้องไป

พจน์ยิ้มมองตามลูกสาวที่แกล้งย่าทีเล่นทีจริงแต่เอาจริงแล้วบอกว่ามีปลาส้มอยู่ท้ายกระบะแวะซื้อที่ตลาดเมื่อครู่เจ้าเดียวกับที่เจษเคยซื้อมาฝาก  ย่าใบถอนหายใจอย่างเคืองตามหลังหลานสาวแล้วยื่นกระปุกสกินฟู้ดให้ลัคณาไป ลัคณายิ้มแล้วส่ายศีรษะพร้อมกับรับของจากมือย่าใบมา

หลังจากรับประทานอาหารเย็นเสร็จบัวก็ขึ้นมาบนห้องและทำงานของตัวเองเพราะเข้ากรุงเทพฯไปสองวันไม่ได้เอาโน๊ตบุ๊คไปด้วยและตั้งใจใช้เวลากับปอ และงานแก้ไขบทละครที่รับมาก็เร่งพอสมควรและเหมือนกับว่าสองวันที่หยุดไปนั้นเหมือนสมองว่างเปล่าและรับเอาไอเดียใหม่ๆ เข้ามาจึงนั่งตั้งหน้าตั้งตาเขียนงานและครั้งนี้จนสว่าง

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘   //

            ทองไทนัดกับหทัยชนกที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับของตกแต่ง นอกจากฉากกั้นแล้วหทัยชนกได้แสดง  ความเห็นอื่นๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานตกแต่งที่กำลังทำให้และความคืบหน้าของงาน ทั้งคู่เดินดูสินค้าพร้อมกับคุยเรื่องงานไปด้วยและเดินดูสินค้าแผนกอื่นๆอีกก็ถึงเวลาใกล้เที่ยงหทัยชนกจึงขอเป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารกลางวันซึ่งทองไทไม่ปฏิเสธ ทั้งคู่พากันมาที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งต่างฝ่ายต่างก็รู้จักเพราะเคยมารับประทานอาหารที่ร้านแห่งนี้เช่นกัน

            ไท :  ทำงานกับคุณอาร์ตมานานหรือยังครับ?             

            แอ๋ม : สามปีได้แล้วค่ะ แต่ทำที่อื่นมาก่อน                 ยิ้ม

            ไท : ครับ เพราะก่อนนี้ไม่เคยเห็น      ยิ้ม   “ คือ.ร่วมงานกับคุณอาร์ตมาสองสามปีแล้วล่ะครับ “ 

            แอ๋ม : ค่ะ พี่อาร์ตให้ช่วยดูโปรเจคอื่นน่ะค่ะ แต่มีคนลาออกไปเลยให้แอ๋มมาช่วยงานของคุณไท         ยิ้ม

            ไท : อ๋อ..ครับ       พยักหน้ารับทราบ ยิ้ม    “ เอ่อ.แคตตาล็อกที่ให้เดี๋ยวผมขอดูก่อนนะครับและปรึกษาพี่ชายผมอีกที  “

            แอ๋ม : ค่ะ  แอ๋มแค่ลองเสนอเพิ่มเติมดูน่ะค่ะแล้วแต่ความต้องการของลูกค้า บางคนเน้นประโยชน์ใช้สอย บางคนเน้นความสวยงาม สไตล์และไอเดีย        ยิ้ม 

ทองไทยิ้มมองสาวสวยตรงหน้าขณะที่เธอกำลังพูดและเธอก็กำลังยิ้มสวยให้เขาเช่นกัน นอกจากความสวยแล้วความกระฉับกระเฉงและปราดเปรียวของเธอจากที่เขาเคยคิดว่ามันขัดแย้งกันหรือเปล่านะกับงานที่เธอทำกลายเป็นว่ามันเป็นความลงตัวที่ทำให้เธอดูน่าสนใจ  ครู่หนึ่งอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟ

            แอ๋ม : เชิญค่ะ      พูดพร้อมกับผายมือให้ทองไท ยิ้ม นอกจากตามมารยาทแล้วเขายังเป็นลูกค้า

            ไท : เชิญครับ           ผายมือให้เธอเช่นกัน

ทั้งคู่ทานอาหารพร้อมกับคุยกันทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวเพื่อสร้างความเป็นกันเองและความคุ้นเคย นอกจากจะเป็นการทำความรู้จัก เพราะยังต้องร่วมงานกันแล้วยังถือเป็นโอกาสในการทำความรู้จักกันส่วนตัว ซึ่งต่างก็คิดในใจเช่นนั้นด้วยกันทั้งคู่

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.