นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนสี่

                                  

                          //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            บ่ายแก่ๆหลังกลับจากพาคุณทิวไปโรงงานและกลับมาถึงบ้านสารัตน์เดินเข้ามาหาน้ำดื่มเย็นๆในครัวได้ยินเสียงแหน๋นกับหอมนั่งคุยกันอยู่หลังบ้านจึงมองดูนาฬิกาข้อมือ  ครู่หนึ่งเมื่อดื่มน้ำเสร็จก็เดินออกไปที่หลังบ้านเห็นแหน๋นกับหอมกำลังนั่งคุยกันอย่างออกอรรถรส

            แหน๋น : จริงๆนะ ยัยตุ๊กโทรมาเล่าให้ฟังแล้ว ว่าข่าวของคุณไทเป็นข่าวซุบซิบในวงสังคมเขาเมาท์กันสนุกปาก ฮื้ม!             พูดเสร็จก็ทำท่าเม้มปากพร้อมกับพยักหน้าหงึกๆประมาณว่าจริง

            หอม : จริงเหรอ? แล้วอย่างนี้เวลาคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงหรือคุณแทนออกงานจะทำหน้ากันยังไงนะ?                 ทำตาโตเสร็จก็ทำหน้าสงสัย

            สารัตน์ : ก็ทำหน้าเฉยๆธรรมดาๆนี่แหล่ะ!         ทำตะเบ็งเสียงเล็กน้อย       “  ก็มันไม่มีอะไรเป็นความจริงไง! หืม?.! “     ทำขบเขี้ยวเคี้ยวฟันใส่ทั้งคู่

ทั้งหอมกับแหน๋นสะดุ้งเล็กน้อยหันไปมองทางที่มาของเสียงพร้อมกันแล้วถอนหายใจโล่งใจ ดีว่าไม่ใช่ยายเป  เมื่อพูดเสร็จสารัตน์ก็นั่งลงที่ม้านั่งข้างๆหอม

            สารัตน์ : นี่บ่ายสี่โมงเย็นละไม่ใช่เวลาเบรค ถ้ายายเปมาเห็นพวกเอ็งนั่งเมาท์กันเข้าได้หัวแตกกันแน่ ฮื่่้อ!           ทำเป็นขู่แล้วถอนหายใจเสียงดังใส่

            แหน๋น : แหม..วันนี้ตอนบ่ายไม่ได้เบรคเพราะงานเยอะก็พึ่งได้พักได้นั่งคุยกันนี่แหล่ะ แต่อีกเดี๋ยวก็จะไปเตรียมตัวทำอาหารเย็นกันละ พี่ก็..หืม             ทำเป็นค้อนใส่เล็กน้อย   

            หอม : แล้ววันนี้ไปไหนมาบ้าง?                   ถามปรกติ เปลี่ยนเรื่องคุยเพื่อลดวาจาส่อเสียด

            สารัตน์ : พาคุณทิวไปโรงงานเสร็จก็พึ่งกลับมาถึงนี่ล่ะ         อธิบายไปพยักหน้าไปปรกติ            ” ร้อนก็ร้อนรถก็ติด เลยเข้ามาหาน้ำเย็นๆดื่มซะหน่อย   ”          บ่นบ้างเล็กน้อย 

            แหน๋น : แล้วกลับมาเหนื่อยๆนี่..อยากกินอะไรมั้ย? มีขนมจีบกุ้งกับน้ำกระเจี๊ยบฉันแบ่งไว้ให้..คิดว่า..หากพี่กลับมาถึงบ้านคงบ่นว่าเหนื่อยแน่ๆเลยแช่น้ำกระเจี๊ยบเย็นๆไว้ให้      เอาของกินมาล่อ ยิ่้มเจ้าเล่หฺ์

            สารัตน์ : ก็ดี รีบจัดมาเลย                        ทำเสียงแผ่วลงทำหน้าพอใจ ยิ้ม

หอมกับแหน๋นเบะปากเล็กน้อยแล้วถือโอกาสลุกไปจากตรงนั้น แหน๋นเดินเข้าไปในครัวเอาขนมจีบกับน้ำกระเจี๊ยบมาให้สารัตน์ตามที่บอกส่วนหอมเดินเข้าไปในบ้านเพื่อดูความเรียบร้อยอื่นๆก่อนกลับมาทำอาหารเย็น  สารัตน์มองตามหอมทีมองตามแหน๋นทีแล้วทำหน้ากระดี๊กระด๊าหยิบหนังสือพิมพ์ขึนมาอ่านอย่างอารมณ์ดี 

                                              //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            เสียงรถยนต์แล่นมาจอดที่หน้าบ้านบัวได้ยินแว่วๆจึงหันไปมองพ่อเล็กน้อยก่อนละมือจากแปลงผักแล้วเดินไปล้างมือแต่ล้างมือยังไม่ทันเสร็จก็เหลือบไปเห็นเจษกำลังเดินมาหาพร้อมกับยกมือไหว้สวัสดีพ่อเมื่อกำลังเดินมาใกล้จะถึงบัว  พจน์ยกมือรับไหว้แล้วยิ้ม

            พจน์ : หวัดดีลูก วันนี้กลับช้าเหรอ? งานเยอะสิที่อำเภอ                     ยิ้ม

            เจษ : ครับผม เตรียมงานส่งจังหวัดน่ะครับวันนี้เลยออกจากสำนักงานช้าหน่อย        ยิ้ม 

            พจน์ : ออ        พยักหน้าพร้อมกับยิ้ม     ” พอดีทานข้าวเย็นด้วยกัน ”        พูดแบบขำๆ

เจษอมยิ้มพร้อมกับพยักหน้าว่าครับรับคำ

            บัว : เดี๋ยวบัวพาเจษกลับไปที่บ้านนะคะ                บอกพ่อ

            พจน์ : อื้ม       พยักหน้ารับทราบ   “ ไปนั่งที่บ้านสบายกว่า  “      พูดและหันไปทางเจษด้วย

เจษรับคำว่าครับอีก บัวยิ้มให้พ่อแล้วเดินนำเจษกลับไปที่บ้านซึ่งย่าใบกับแม่อยู่ในครัวคงกำลังช่วยกันเตรียมอาหารเย็น เจษบอกว่าวันนี้ซื้อปลาส้มมาฝากย่าใบด้วยบัวหัวเราะเล็กน้อยและบอกว่าวันก่อนกลับจากกรุงเทพฯก็แวะซื้อมาให้ย่าเหมือนกัน

            บัว : วันนี้ย่าชวนกินข้าวด้วยกันอีกเหรอ?     ถามยิ้มๆขณะเดินออกมาจากในบ้านเพื่อไปเอาน้ำดื่มมาให้เจษ     “   ท่าทางจะถูกใจปลาส้มที่เจษซื้อมาฝาก เพราะที่บัวซื้อมาฝากน่ะบอกว่าไม่ค่อยอร่อย “       พูดเสร็จก็ขำเล็กน้อย

            เจษ : ย่าอาจจะแค่แกล้ง.ก็เจ้าเดียวกันนั่นล่ะ      ยิ้ม      “  แล้วไปกรุงเทพฯมางานเป็นไงบ้าง? “

            บัว : ก็มีงานเพิ่มเล็กน้อย ไม่มีอะไรมาก        ยิ้ม    “ ถือโอกาสไปเจอเพื่อนมากกว่า “

            เจษ : อืม         พยักหน้าพร้อมกับอมยิ้ม ครู่หนึ่ง     “  วันหยุดนี้ว่าจะชวนไปดูหนังแล้วหาอะไรกินในเมือง..ไปตอนบ่ายก็ได้ดูหนังเสร็จก็หาอะไรทานกัน  “

บัวทำหน้าคิดแต่ไม่ทันไรแม่ก็เดินออกมาจากในบ้านเจษยกมือไหว้สวัสดีแม่ของบัว ลัคณายกมือรับไหว้จากเจษพร้อมกับชวนกินอาหารเย็นด้วยกันอีกคนเจษตอบรับว่าครับและบอกว่าย่าใบก็ชวนและเมื่อสักครู่พ่อก็ชวน ลัคณาขำเล็กน้อยและบอกว่ารออีกสักพักแล้วก็เดินไปที่แปลงผักเพื่อเก็บผักเพิ่มมาทำอาหารเย็น  บัวยิ้มมองตามแม่ครู่หนึ่งก็หันกลับมาทางเจษแล้วบอกว่าเดี๋ยวแชทข้อความไปบอก เจษยิ้มและพยักหน้าบอกว่าได้  ทั้งคู่นั่งคุยกันที่แคร่จนกระทั่งได้เวลาอาหารเย็น บัวเข้าไปในครัวเพื่อช่วยแม่กับย่ายกสำหรับและเตรียมน้ำดื่ม

บรรยากาศในการทานอาหารเย็นคล้ายคลึงกับครั้งที่แล้วไม่รู้ว่าเป็นเพราะปลาส้มที่เจษซื้อมาฝากย่าหรือเปล่าย่าถึงได้หัวเราะอารมณ์ดีเสียงดังกว่าใคร  เมื่อทานอาหารเย็นเสร็จเจษก็ขอตัวกลับทันทีบอกว่าเอางานกลับมาทำที่บ้านด้วยและพรุ่งนี้ต้องเข้าตัวจังหวัดเพื่อไปส่งงาน  บัวยิ้มยืนส่งเจษที่หน้าบ้าน จนกระทั่งรถยนต์ของเจษแล่นพ้นแนวรั้วบ้านไปจึงกลับเข้าไปในบ้านช่วยแม่ล้างจาน คิดว่าไว้อีกสักวันสองวันค่อยแชทข้อความหรือโทรไปบอกเจษเรื่องดูหนัง 

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            สองสามวันถัดมาทองทิวกับสุรีพรและยายเปกับสารัตน์มาพักผ่อนกันที่เขาใหญ่  เขาซื้อบ้านพักหลังนี้เพื่อครอบครัวเผื่อไว้สำหรับเวลาอยากมาพักผ่อนตากอากาศ  ยายเปกับสารัตน์ช่วยกันเก็บของแล้วไปช่วยกันเตรียมอาหารส่วนทองทิวกับสุรีพรพากันเดินเล่นที่หลังบ้านเพื่อรับลมและอากาศบริสุทธิ์แล้วนั่งคุยกันที่โซฟาหลังบ้าน

            ทองทิว : คิดอะไรอยู่เหรอคุณ?        ยิ้ม มองดูภรรยาเมื่อเห็นว่านิ่งไปเหมือนคิดอะไรเพลิน แต่สีหน้ามีแววเศร้าเล็กน้อย

สุรีพรถอนหายใจเบาๆแต่เหมือนยังทำหน้าครุ่นคิด ทองทิวยิ่งทำหน้าฉงนแต่รอให้ภรรยาเป็นฝ่ายพูด

            สุรีพร : นิดหน่อยค่ะ แค่..คิดว่าเรามาที่นี่กันหลายครั้ง แล้วทุกครั้งที่เรามาฉันก็..นึกถึงยายนาเกือบทุกครั้งน่ะค่ะ            เสียงเศร้าลง

ทองทิวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพูดถึงยายนาแม่บ้านที่อยู่กับครอบครัวของเขาหลายปีและเป็นพี่เลี้ยงของตาแทนกับตาไทและเสียชีวิตไปตอนที่ตาแทนอายุแปดขวบด้วยโรคประจำตัว   บ้านของยายนาอยู่ห่างจากนี่ไปพอสมควรและสมัยนั้นเขากับภรรยาและลูกๆก็เคยพายายนาไปเยี่ยมที่บ้านหลายครั้งและครั้งสุดท้ายที่ไปคือร่วมงานศพของยายนา เขากับภรรยาเป็นเจ้าภาพงานศพของยายนาตั้งแต่คืนแรกจนวันสุดท้าย ถอนหายใจเช่นกันเมื่อนึกถึง ครู่หนึ่ง

            ทองทิว : งั้น..มะรืนนี้ก่อนกลับ เราแวะไปทำบุญให้กับยายนาที่บ้านยายนากันมั้ย?   

สุรีพรหันไปมองสามีทันทีและมีความรู้สึกตอบรับกับคำชวนนั้น  ไม่ใช่ว่าไม่เคยทำบุญให้กับยายนาตั้งแต่เสียชีวิตไป  เธอกับครอบครัวทำบุญให้ยายนาหลายครั้งที่กรุงเทพฯตามโอกาส ยายนาเป็นแม่บ้านคนแรกในช่วงที่เธอกับสามีกำลังสร้างครอบครัวและธุรกิจ

            สุรีพร : ค่ะ             รับคำสั้นๆ แล้วอมยิ้มเล็กน้อย   

ทองทิวยิ้มอ่อนโยนมองภรรยาเธอมีปฏิกิริยาและมีท่าทีผ่อนคลายขึ้น คิดว่าภรรยาของเขาคงนึกถึงยายนาอยู่เสมอ..เช่นกันเขาก็นึกถึงยายนาหลายครั้งโดยเฉพาะเวลาที่มาที่นี่

                                            //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            ทองไทนั่งรับประทานอาหารเย็นคนเดียวที่บ้านหลังจากที่พึ่งกลับมาจากชานเมืองดูงานก่อสร้างอาคารโรงงานของลูกค้า วันนี้พี่ชายกับพี่สะใภ้ไปงานแต่งงานญาติของพี่สะใภ้อาจจะกลับดึกส่วนคุณพ่อกับคุณแม่ไปพักผ่อนที่เขาใหญ่ เขาไม่ค่อยเรื่องมากในการรับประทานอาหารยิ่งเมื่ออยู่คนเดียวเมนูอาหารเย็นวันนี้จึงเป็นข้าวผัดใส่ไข่แบบง่ายๆ

            แหน๋น : คุณไทอยากได้อะไรเพิ่มมั้ยคะ? บอกแหน๋นได้ค่ะ         ถามเมื่อเห็นว่าข้าวในจานของเจ้านายเริ่มเหลือครึ่งหนึ่ง

            ไท : ไม่ แค่นี้ก็อิ่มแล้ว         เงยหน้าขึ้นมาบอกแหน๋น ครู่หนึ่งก็พูดต่อ     “  ไม่ต้องรอก็ได้ สักพักค่อยมาเก็บ  “

            แหน๋น : แหน๋นกลัวคุณไทไม่อิ่มค่ะ วันนี้ก็ออกไปทำงานแล้วพึ่งกลับมาถึง คงเหนื่อย     คำหลังเบาลงอย่างเห็นใจเจ้านาย   ” ยายเปกับแหน๋นเลยเตรียมอาหารว่างไว้เพิ่มด้วยนะคะ ”  ยิ้ม อย่างเอาใจ

ทองไทอมยิ้มเล็กน้อย

            ไท : อืม…ก็เหนื่อยปรกติแหล่ะ       อมยิ้มมองแหน๋น        “ แล้วมีอะไรเพิ่มเหรอ? หากเป็นขนมหวานไม่เอานะ ถ้าเป็นผลไม้แช่เย็นๆก็โอเค “         

            แหน๋น : ค่ะ มีองุ่นกับส้มกับแก้วมังกรค่ะแหน๋นเตรีมไว้  เดี๋ยวสักครู่แหน๋นเอามาเสิร์ฟให้นะคะ    ยิ้ม ดีใจเพราะเตรียมไว้รออยู่แล้วเห็นว่าเจ้านายก็ทำงานเหนื่อย

ทองไทยิ้มในความพยายามเอาใจใส่ของแหน๋นคงเห็นว่าเขาทานข้าวคนเดียวเลยเอาใจใส่เป็นพิเศษ แต่ทั้งแหน๋นกับหอมก็รู้ใจคนในบ้านทุกคนส่วนยายเปไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นแม่บ้านเก่าแก่อยู่กับครอบครัวของเขามานาน 

ทานข้าวเสร็จทองไทก็พักผ่อนส่วนตัวเพราะรู้สึกว่าเหนื่อยจริงๆครู่หนึ่งก็ใช้เวลากับโซเชียลและเห็นว่าสถาปนิกสาวสวยโพสต์ภาพสวยๆของตัวเองเหมือนกับว่าอยู่ที่ร้านอาหารที่ไหนสักแห่ง  อมยิ้มมองอยู่ครู่หนึ่งก็กดไลค์ภาพนั้น  

                                        //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            บัวนั่งอยู่บนเบาะรถมอเตอร์ไซด์อยู่ใต้ร่มต้นโพธิ์ต้นเดิมเพื่อรอย่าที่เข้าไปถวายเพลพระ ครู่หนึ่งมีรถตู้สีขาวแล่นเข้ามาภายในบริเวณวัดและมาจอดใกล้ๆกัน   เมื่อรถจอดนิ่งสนิทผู้ชายคนหนึ่งก็เปิดประตูลงมาจากทางด้านของคนขับแล้วรีบไปเปิดประตูรถตู้ให้คนในรถก็เห็นว่าเป็นชายสูงวัยกับผู้หญิงที่ดูแล้ววัยไม่ต่างกันแต่แต่งตัวดูดีทั้งคู่ดูท่าจะเป็นสามีกับภรรยาเดินตามกันลงมาแล้วตามมาด้วยคุณยายที่ดูท่าว่าน่าจะเป็นคนคอยดูแลใกล้ชิดกันตามลงมาอีกคน  ทุกคนยิ้มให้กับบัว บัวยิ้มตอบ

            สารัตน์ : น้อง กุฎิพระท่านอยู่ตรงไหนครับ?              ถามบัวแบบกันเอง  

บัวลงจากเบาะมอรถตอร์ไซด์แล้วบอกว่าขณะนี้พระท่านฉันเพลอยู่ที่ศาลาพร้อมกับชี้มือไปทางศาลาที่ย่าใบก็นั่งอยู่ในนั้นด้วย ทุกคนยิ้มและกล่าวขอบคุณบัวแล้วผู้ชายคนที่ถามบัวก็เอาของที่เตรียมมาด้วยเป็นเครื่องสังฆทานและหิ้วถุงอีกสองถุงจากในรถแล้วเดินตามสามคนนั้นที่กำลังเดินไปทางศาลาวัดตามที่บัวบอก  บัวคิดในใจว่าคงเป็นคนมาจากกรุงเทพฯอาจจะมาเที่ยวแถวนี้แล้วแวะมาทำบุญถวายสังฆทาน   ครู่หนึ่งย่าก็เดินมาบัวจึงพาย่ากลับบ้าน

เมื่อถวายสังฆทานและทำบุญให้กับยายนาเสร็จทองทิวกับสุรีพรก็เดินยิ้มกันมาที่รถอย่างรู้สึกสบายใจ

            สารัตน์ : คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงเคยมาที่วัดนี้เหรอครับ?        ถามอย่างฉงนเล็กน้อย

            สุรีพร : ใช่ ตาแทนกับตาไทก็เคยมาวิ่งเล่นแถวนี้ด้วยนะ         พูดยิ้มๆอารมณ์ดีเมื่อเดินมาถึงที่รถพร้อมกับมองไปรอบๆ แล้วมองขึ้นไปบนต้นโพธิ์ต้นใหญ่ที่ทุกคนกำลังยืนอยู่ใต้ร่มเงาของมัน    “ ต้นโพธิ์ต้นนี้ก็ยังอยู่นะคะ ร่มโพธิ์ร่มใหญ่ให้ร่มเงาเย็นสบายดี “       พูดกับสามี ยิ้ม

            ทองทิว : นั่นสิ อายุยืนจริงๆ       ยิ้ม เห็นด้วยกับภรรยา   ” นานมากแล้วนะต้นโพธิ์ต้นนี้ก็ยังอยู่ ” 

ครู่หนึ่งสารัตน์ก็พูดบ้าง

            สารัตน์ : แล้ว.คุณแทนกับคุณไทจะจำได้มั้ยครับเนี่ย?  ว่าตอนเด็กๆเคยมาวิ่งเล่นกันแถวนีี้           พูดทำเป็นขำๆ

ทองทิวกับสุรีพรขำเล็กน้อยเมื่อนึกถึงลูกๆตอนเป็นเด็กและพวกเขาเคยพามาแถวนี้ ครู่หนึ่งสุรีพรก็นิ่งไปอีก

            ทองทิว : ไม่น่าจะจำได้หรอกยังเด็กมาก ก็เล่นกันตามประสาเด็ก พาไปตรงไหนก็ซนตรงนั้น    พูดไปขำไปเมื่อนึกถึงลูกๆตอนเด็ก แล้วหันไปทางภรรยาแล้วก็นิ่งไปเช่นกันเมื่อเห็นอาการนั้นของภรรยาอีก

หลังจากพิธีเผาศพยายนาเสร็จและพากันมาที่วัดแห่งนี้ทั้งแทนไทกับทองไทวิ่งเล่นที่ด้านล่างรอคุณพ่อกับคุณแม่ที่ขึ้นไปพบเจ้าอาวาสบนศาลา มีเด็กๆมาวิ่งเล่นในวัดกันหลายคนแทนไทไปวิ่งเล่นกับเด็กๆวัยเดียวกันส่วนทองไทนั้นวิ่งไปวิ่งมาคนเดียวแล้วไปนั่งเล่นกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งวัยไล่เลี่ยกันที่นั่งเล่นคนเดียวอยู่บริเวณนั้น เมื่อทองทิวกับสุรีพรและยายจันทร์และญาติยายนาอีกสองสามคนทำธุระบนศาลาเสร็จแล้วลงมาก็จะพากันกลับ  สุรีพรเดินไปเรียกลูกชายคนเล็กที่เห็นว่ากำลั่งนั่งเล่นกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ก็อมยิ้ม  เมื่อเรียกทองไทกลับเขาก็รีบวิ่งมาหาและเห็นว่าเด็กผู้หญิงคนนั้นมองตามดวงตาใสแป๋วของเด็กทำให้เธอนึกเอ็นดูและเห็นว่าเป็นเด็กผู้หญิงน่ารัก

            สุรีพร : ไปด้วยกันมั้ย? ไปเปล่า?          ยิ้ม เมื่อแกล้งกระเซ้าเย้าแหย่เด็ก เด็กทำหน้างงแล้วส่ายศีรษะ  สุรีพรหัวเราะขำ   ทองทิวที่ยืนจูงมือแทนไทรออยู่นั้นก็ขำเล็กน้อยเช่นกัน

            ยายจันทร์ : ไปมั้ย? พี่เขาจะไปแล้วนะ      ยายจันทร์ก็เย้าแหย่เด็กด้วยอีกคนแล้วก็ขำ    “  จะไปกับพี่เขามั้ยบัว?  “   

            สุรีพร : จะไปแล้วนะ ไปเปล่า?         ยิ้ม เมื่อยังมองเด็กอยู่ก็เห็นว่ายังทำหน้างงๆ แต่แล้วเด็กก็พยักหน้า

สุรีพรหัวเราะแล้วยิ้มมองดูเด็กผู้หญิงคนนั้นที่ทำหน้างงๆมองเธอและมองทองไท  ครู่หนึ่งก็หันไปถามยายจันทร์ว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของใครอยากจะขอเอาไปเลี้ยงและอยากคุยกับพ่อแม่ของเด็ก ทองทิวหุบยิ้มลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่ภรรยาพูดอย่างที่ไม่คาดคิดมาก่อน   ครู่หนึ่งพจน์ก็เดินมาหาลูกสาวหลังจากเอาของที่ยืมจากวัดเข้าไปเก็บที่ห้องเก็บของภายในวัด    

ทองทิวกับสุรีพร ยายเปและสารัตน์ขึ้นรถแล้วสารัตน์ก็ขับรถพาทุกคนมาบ้านหลังหนึ่งซึ่งได้รับการบอกกล่าวจากการถามไถ่ชาวบ้านว่าเป็นบ้านญาติของยายนา  เพื่อจะถามข่าวคราวและถามหาคนๆหนึ่งแล้วก็โชคดีที่เจอยายจันทร์ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของยายนาและจำทองทิวกับสุรีพรและเรื่องราวนั้นได้

บัวกำลังนั่งช่วยย่าเด็ดก้านผักที่เหลือจากคัดส่งตลาดได้ยินเสียงรถยนต์ที่ไม่คุ้นแล่นมาจอดหน้าบ้านจึงหันไปดูก็เห็นว่าเป็นรถตู้คันสีขาวที่เห็นในวัดเมื่อตอนสายที่พาย่าไปถวายเพลพระ ย่าใบทำคิ้วขมวดสงสัยเหลือบดูเช่นกัน บัวลุกขึ้นเดินทำหน้างงๆไปหาทั้งสี่คนที่ลงจากรถแล้วและกำลังเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านทุกคนยิ้มให้กับบัวอีกเช่นเคย บัวยิ้มตอบ

            บัว : สวัสดีค่ะ                พูดแสดงการทักทายแต่ไม่ได้ยกมือไหว้   

สุรีพรกับทองทิวยิ้มมองบัวอย่างที่กำลังคาดเดาในใจว่าคือเด็กผู้หญิงคนนั้นเมื่อสามสิบปีก่อนและพูดสวัสดีตอบบัวเกือบจะพร้อมกัน

            ย่าใบ : ใครมาเหรอแม่บัว?          ตะเบ็งเสียงถามแม้จะเห็นแล้วว่ามีแขกมา บัวหันไปทางย่าเล็กน้อยแต่ไม่ตอบแล้วหันกลับ

            บัว : ไม่ทราบว่ามาหาใครเหรอคะ?         ถามแบบนั้นเพราะไม่เคยเห็นว่ามาที่บ้าน สุรีพรยิ้ม

            สุรีพร : มาเยี่ยมครอบครัวหนูจ้ะ ขอเข้าไปได้มั้ย?            พูดอย่างอ่อนโยน ยิ้ม

บัวทำหน้าเหลอๆครู่หนึ่งก็ยกมือไหว้ทุกคนคิดว่าอาจจะรู้จักกับพ่อกับแม่ บัวผายมือพร้อมกับเชิญทุกคนไปยังม้านั่งที่ย่ากำลังนั่่่งเด็ดก้านผักแล้วเตรียมน้ำดื่มมาให้แขกเสร็จแล้วเดินไปหาพ่อกับแม่ในสวนทั้งพจน์กับลัคณาต่างทำหน้าสงสัยเล็กน้อยเมื่อบัวบอกว่ามีแขกมาหาและรออยู่ที่บ้าน  แต่ครู่หนึ่งก็เดินตามบัวกลับไปที่บ้าน

ทองทิวกับสุรีพรนั่งที่ชุดม้านั่งไม้กับพจน์และลัคณา ส่วนย่าใบเลี่ยงออกไปนั่งกับยายเปกับสารัตน์ที่แคร่เล็กที่อยู่ใกล้ๆกัน 

            ทองทิว : เอ่อ..ผมกับภรรยาเป็นคนที่เคยขอหนูบัวไปเลี้ยงเมื่อหลายสิบปีก่อน      ยิ้มเล็กน้อยอย่างเกรงใจมองทั้งพจน์กับลัคณา     ”  ตอนนั้นหนูบัวยังเด็กมากน่าจะสักสองสามขวบ ”    ยิ้ม  

ซึ่งทั้งพจน์กับลัคณาต่างก็อึ้งหันไปมองหน้ากันแล้วมองกลับไปที่ทองทิวกับสุรีพร บัวซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ย่าใบก็ชะงักในสีหน้าหันไปเหลือบมองย่าก็เห็นว่าย่าทำหน้าเรียบเฉย

            สุรีพร : เรื่องมันนานมากแล้วค่ะ พอดีแวะมาทำบุญให้คนรู้จักนึกได้เลยถามหา เลยถือโอกาสมาเยี่ยม       ยิ้ม เกรงใจเช่นกันและยิ้มอย่างอ่อนโยนมองไปที่บัว  บัวยิ้มแหยๆและพยักหน้าเล็กน้อย

            พจน์ : ครับ ผมจำได้  เราก็..สบายดีครับ         พูดพร้อมกับยิ้มเล็กน้อยแล้วมองไปทางลูกสาวแล้วหันกลับ

           ทองทิว : ครับ       รับคำและขำแห้งๆเล็กน้อยแก้เขิน    “ ไม่ถือสากันนะครับ มันก็นานมากแล้ว ตอนนั้นผมกับภรรยาก็มีลูกชายสองคนและก็ซนกันมาก เห็นหนูบัวก็เลยนึกเอ็นดูอยากได้ไปเป็นน้องสาวให้พวกเขา  “       ยิ้ม 

ลัคณาอมยิ้มมองทั้งสุรีพรกับทองทิว วันนั้นคุณพจน์อุ้มบัวกลับมาที่บ้านและเล่าให้ฟังว่าเจ้านายของยายนาเอ็นดูบัวและขอไปเลี้ยงดู แต่เขาปฏิเสธและบอกว่าเรามีลูกสาวคนเดียว

            ลัคณา : ไม่หรอกค่ะ มันก็ผ่านมานานมากแล้วจริงๆ และเราก็คุยกันชัดเจนตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ยังไงก็ขอบคุณนะคะที่เอ็นดูลูกสาวเราและนึกถึง        ยิ้ม พยายามพูดเพื่อให้ทั้งสองคนผ่อนคลายขึ้น

            พจน์ : มาทำบุญให้ยายนาเหรอครับ?        ทั้งพจน์กับลัคณาและย่าใบทราบว่าทั้งคู่เป็นเจ้านายของยายนา และเคยมาที่หมู่บ้านหลายครั้งเมื่อหลายสิบปีก่อนตอนที่ยายนายังมีชีวิตอยู่ และ..เพราะพูดเรื่องของบัว

            สุรีพร : ค่ะ มาพักผ่อนแถวเขาใหญ่ เลยถือโอกาสมาทำบุญให้ยายนาด้วยค่ะ และก็.ไม่ได้มาแถวนี้นาน เลยอยากแวะมาดู     ยิ้ม     “  เมื่อครู่ก็แวะไปเยี่ยมยายจันทร์ที่บ้าน ก็ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันยายจันทรฺ์บอกว่าสบายดี  “   

ทั้งพจน์กับลัคณาพยักหน้าพร้อมกับยิ้มรับทราบสิ่งที่สุรีพรบอก ทองทิวยิ้มเหลือบหันไปทางบัว

            ทองทิว : หนูบัวก็สบายดีนะ               ยิ้ม 

            บัว : ค่ะ         พูดพร้อมกับพยักหน้าแล้วยิ้ม เก้ๆกังๆเล็กน้อย

            ทองทิว : แล้วทำงานหรือยัง?               ยิ้ม

            บัว : บัวช่วยพ่อกับแม่กับย่าทำสวนค่ะ  เมื่อก่อนก็เคยทำงานค่ะ       ตอบอย่างเขินๆ

ทั้งทองทิวกับสุรีพรยิ้มและพยักหน้ารับกับสิ่งที่บัวบอก   ทั้งสองฝ่ายต่างพูดคุยและถามไถ่อย่างเป็นกันเองทำให้เกิดความสะดวกใจในการพูดคุยอย่างไม่มีอะไรเคลือบแคลง ทองทิวกับสุรีพรต่างก็สนใจเมื่อทราบว่าพจน์กับลัคณาทำสวนและแปลงผักจึงขอแวะเข้าไปขมสวนก่อนกลับทั้งยายเปกับสารัตน์ก็ไปด้วยรวมทั้งบัวก็ไปคอยอำนวยความสะดวกให้กับทุกคน  เดินชมสวนและถามไถ่เรื่องการทำสวนและแปลงผักกันราวชั่วโมงทั้งสี่คนก็ขอตัวกลับและได้ของฝากเป็นกล้วยน้ำว้ากับฝรั่งและผักสดอีกสองสามอย่างติดมือกลับกรุงเทพฯไปด้วย พจน์กับลัคณาปฏิเสธที่จะรับเงินค่าผักกับผลไม้จากทองทิวและสุรีพรและบอกว่าถือเป็นของฝากในการแวะมาเยี่ยมมาหากันและยินดีต้อนรับหากจะแวะมาเยี่ยมเยียนที่นี่กันอีก  

                สุรีพร : ขอบคุณมากนะคะสำหรับของฝาก หากไปทำธุระที่กรุงเทพฯก็แวะเยี่ยมเยียนกันได้ค่ะ  ยินดีต้อนรับ  ”               บอกอย่างจริงใจกับทุกคน

                ลัคณา : ค่ะ  ขอบคุณค่ะ  ส่วนใหญ่ก็จะมีแต่แม่บัวเขาไป เดี๋ยวครั้งหน้าหากไปอีกจะฝากผลไม้ไปให้ด้วยนะคะ ชอบอะไรก็โทรมาบอกได้ค่ะจะเตรียมให้          บอกอย่างจริงใจเช่นกัน

               สารัตน์ : ผมชอบทุกอย่างเลยครับ อร่อยทุกอย่าง วันนี้ชิมผลไม้จนพุงกางอิ่มแปล้ไปเลยครับ  ทำเป็นพูดแทรกติดตลก พูดเสร็จก็ขำทุกคนก็ขำตาม

               ยายเป : วันนี้ผลไม้ย่าใบหายไปเกือบครึี่งสวนแล้วค่ะ ต้องเก็บค่าชิมค่าชมสวนกับเจ้าสารัตน์ด้วยนะคะ               รีบพูดสำทับสารัตน์พร้อมกับหันไปทางย่างใบ ย่าใบหัวเราะเล็กน้อย

               ย่าใบ : ไม่หรอก หากชอบก็มาชมมาชิมกันได้บ่อยๆจ้ะ ยินดีต้อนรับ   

              สารัตน์ : เอ่อ.แต่ผมไม่มีเงินให้ย่านะครับ แต่….ถ้าช่วยทำสวนทำแปลงผักล่ะก้อ…ได้ครับ    พูดเสร็จก็ทำเป็นขำอีก

ทุกคนก็ขำกับไปสารัตน์อีก ครู่หนึ่งทองทิวก็หันไปพูดกับบัวบ้าง

              ทองทิว : หากหนูบัวไปกรุงเทพฯพักที่บ้านลุงได้นะ เดี๋ยวให้คนเตรียมห้องไว้ให้     ยิ้ม   ” ไปเมื่อไหร่ก็โทรบอกเดี่ยงลุงให้สารัตน์ไปรับที่ท่ารถ ”       พูดอย่างใจดี

บัวยิ้มยกมือไหว้ขอบคุณทองทิวกับสุรีพรพร้อมกับกล่าวคำขอบคุณอย่างเกรงใจ ทั้งสองอมยิ้มอ่อนโยนและพยักหน้า คุยกันต่ออีกครู่ทั้งสี่คนก็ขอตัวกลับทั้งย่าใบ พจน์กับลััคณาและบัวยืนส่งทุกคนขึ้นรถที่หน้าบ้านและรอจนกระทั่่งรถตู้คันสีขาวนั้นวิ่งลับตาไปจึงพากันเดินกลับเข้าไปในบ้าน  พจน์กับลัคณากลับเข้าไปทำสวนต่อส่วนบัวช่วยงานย่าอยู่ที่บ้าน 

ตอนดึกขณะกำลังจะทำงานของตัวเองบัวก็นั่งนึกถึงเรื่องเมื่อตอนบ่ายที่คุณทองทิวกับคุณสุรีพรมาที่บ้าน แม้เวลาจะผ่านมานานมากเป็นสามสิบปีแล้วและไม่มีอะไรก็ตามแต่บัวยังพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่ผู้ใหญ่พูดกันเมื่อตอนบ่ายเกี่ยวกับเรื่องของเธอเผื่อจะนึกออก..แต่ก็นึกไม่ออก..ตอนนั้นแค่สองสามขวบคงจำอะไรได้ไม่หมดทุกเรื่อง นั่งยิ้มทำหน้าเหลออยู่ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจหันกลับไปมองเพ่งที่โน๊ต บุ๊คอ่านทบทวนสิ่งที่ตัวเองเขียนไว้แล้วพิมพ์ต่อ 

     

                                          //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            หทัยชนกเข้ามาพรีเซนต์งานที่แก้ไขแล้วคนเดียวหลังจากที่พี่ชายเธอได้แจ้งทั้งแทนไทกับทองไทไปตั้งแต่ครั้งก่อนว่าเขามอบโปรเจคนี้ให้เธอเป็นคนทำพร้อมการันตีฝีมือและโชว์ผลงานของเธอซึ่งทั้งแทนไทกับทองไทก็ยอมรับ สถาปนิกสาวสวยนำเสนองานต่อลูกค้าอย่างคล่องแคล่วฉะฉานและได้บทสรุปทุกอย่างว่าโอเคเธอยิ้มพึงพอใจ  หลายวันมานี้พยายามแก้ไขและปรับปรุงงานเพื่อให้เสร็จทันเวลาและคาดหวังความพึงพอใจจากลูกค้าเพราะทราบว่าทั้งคุณแทนไทและทองไทดูรายละเอียดงานเองเกือบจะทุกอย่างทั้งพิถีพิถันและละเอียดมาก 

            ไท : ช่วงนี้รับงานเยอะหรือเปล่าครับ?   

เริ่มบทสนทนาเมื่อพากันมานั่งรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งครั้งนี้เขาขอเป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารกลางวันเธอส่วนแทนไทกับคนอื่นขอตัว  

            แอ๋ม : ก็มีนำเสนอไปค่ะ มีลูกค้าตอบรับกลับมาบ้าง โปรเจคใหญ่ๆยังไม่ค่อยมี     พูดไปพร้อมกับส่ายศีรษะไปด้วยเล็กน้อย ยิ้ม

            ไท : ครับ        ยิ้ม

หทัยชนกอมยิ้มแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเมื่อวางลงก็ถามแทนไทกลับบ้าง

            แอ๋ม : แล้วงานของคุณไทเยอะหรือเปล่าคะ?

            ไท : ก็กำลังจะมีโปรเจคขยายรีสอร์ทของคนรู้จักกันที่เขาใหญ่ครับแต่คงอีกสักพัก ตอนนี้มีงานก่อสร้างโรงงานของลูกค้าที่ชานเมืองคืบหน้าไปมากแล้วครับ        อธิบายไปพร้อมกับพยักหน้าไปเล็กน้อย อมยิ้ม

            แอ๋ม : คุมงานเองเหรอคะ? เห็นบอกว่าคุณไทเรียนมาทางด้านวิศวกร

            ไท : ก็..เป็นบางโปรเจคครับ ไม่ได้ดูเต็มที่ซะทีเดียวให้น้องๆเขาคุมแทน แต่ก็ออกไปดูความคืบหน้าของงานบ้าง    ยิ้ม         ” ก็ช่วยๆกันดูครับ ” 

            แอ๋ม : ค่ะ          รับทราบแล้วอมยิ้ม      “ เลิกงานดึกทุกวันเหรอคะ? “

            ไท : ไม่หรอกครับ  แต่ก็เกือบจะทุกวันพอมีเวลาได้ไปหาเพื่อนบ้าง “     ยิ้ม มองสาวสวยตรงหน้าซึ่งเธอก็ยิ้มและมองเขาอยู่เช่นกัน บทสนทนาที่ผ่านมาเมื่อครู่เธอเป็นฝ่ายถามซึ่งเขามองว่าเธอพยายามจะเอนเตอร์เทน

            แอ๋ม : ค่ะ                                 รับคำสั้นๆเบาๆ แล้วอมยิ้ม

            ไท : คุณแอ๋มก็ดึกเหรอครับ?

            แอ๋ม : ไม่หรอกค่ะ ก็..เป็นพักๆแล้วแต่งานพอมีเวลาได้ไปหาเพื่อนบ้างเหมือนกันค่ะ     ยิ้ม        “ วันก่อนก็นัดทานข้าวกับเพื่อน นั่นในรอบสองสัปดาห์เลยค่ะ  “         พูดเสร็จก็อมยิ้ม

ทองไทพยักหน้าพร้อมกับรับคำว่าครับแล้วอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟทั้งคู่พูดพร้อมกับผายมือเกือบจะพร้อมกันว่าเชิญครับ/เชิญค่ะแล้วยิ้มให้กันอีกกลบความประหม่าเล็กน้อย  หทัยชนกยิ้มรู้สึกปลื้มเล็กน้อยที่เขากดไลค์ภาพที่เธอโพสต์เมื่อวันก่อนและกล่าวขอบคุณเมื่อเขาตักอาหารให้  แทนไทอมยิ้มพร้อมกับพยักหน้า ใช้เวลาไม่มากในการทานอาหารเพราะต้องกลับเข้าไปทำงานแต่ก็ได้พูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้นทั้งยังต้องร่วมงานกันต่อและ..มีโอกาสสานต่อความสัมพันธ์ค่อยเป็นค่อยไป แม้วันนี้การพูดคุยดูจะเข้ากันได้ดีแต่ดูท่าทีของเธอก็ยังถือตัวอยู่  

                                            //  ℘  ℘ ℘  ℘  ℘ ℘  ℘  ℘ ℘  ℘ ℘  ℘  ℘ ℘  ℘  ℘  //

            สุรีพรเดินเข้ามานั่งข้างๆสามีที่ห้องนั่งเล่นเมื่อเห็นว่าดึกแล้วแต่ยังไม่เข้านอนและเห็นว่านั่งทำหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิด ทองทิวถอนหายใจเสียงดังครู่หนึ่งก็หันมายิ้มให้ภรรยาเมื่อเห็นว่าเธอเดินเข้ามานั่งข้างๆ ยิ้มให้แต่สุรีพรกลับรู้สึกว่าเป็นยิ้มแบบเครียดๆปนกังวลครู่หนึ่งทองทิวก็บอกกับภรรยาว่ามีเรื่องอยากปรึกษา สุรีพรทำหน้าฉงนเล็กน้อยแต่ดูจากท่าทางของสามีที่ไม่ค่อยเป็นแบบนี้ให้เห็นบ่อยนักก็ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้า..ทองทิวบอกภรรยาว่าอยากปรึกษาเรื่องบัว

                                          //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

              ย่าใบรดน้ำต้นไม้ตอนเย็นอยู่หน้าบ้านพร้อมกับยิ้มไปด้วยเล็กน้อยเพราะบางต้นช่วยกันปลูกกับสามี ไม่ได้รดเองทุกวันบางครั้งลัคณาหรือพจน์จะช่วยทำให้ก่อนเข้าไปในสวน หันไปเหลือบเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ของเจษวิ่งมาจอดข้างรั้วหน้าบ้านครู่หนึ่งเจษเดินเข้ามาพร้อมกับยิ้มแล้วยกมือไหว้สวัสดีย่าใบ ย่าใบยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้

            ย่าใบ :  แม่บัวเขาอยู่บนห้อง ยังไม่ลงมาตั้งแต่บ่ายละเห็นบอกว่าเร่งงาน       พูดไปพยักหน้าไป แล้วยิ้ม 

            เจษ : ครับ        อมยิ้ม       “ แชทบอกบัวแล้วล่ะครับว่าจะมาหา “ 

ย่าใบพยักหน้าพร้อมกับรับทราบว่าออก็พอจะเข้าใจอยู่บ้างที่เขาบอกว่าแชทกันเฟสกันไลน์บอกกันเพราะเขาไม่ได้คุยกันแต่เห็นพิมพ์ในโทรศัพท์แทน  ไม่ทันไรบัวก็เดินออกมาจากภายในบ้าน ย่าใบชวนเจษทานอาหารเย็นด้วยกันที่บ้านอีกแต่ครั้งนี้เจษขอปฏิเสธบอกว่ามีธุระกับที่บ้าน ย่าใบยิ้มเข้าใจแล้วบอกว่าจะเข้าไปเตรียมทำอาหารเย็นจึงปล่อยให้บัวกับเจษคุยกันต่อ

            เจษ : พึ่งออกจากสำนักงานเลยแวะมาเยี่ยมหน่อย          ยิ้ม

            บัว : อืม..ช่วงนี้ทำงานส่งจังหวัดเหรอ? ยุ่งล่ะสิ            แซวเพื่อนเล็กน้อย ยิ้ม

            เจษ : ก็..มากทีเดียว       ยิ้ม   “ เลยไม่ค่อยได้แวะเท่าไหร่ “     ยิ้ม ครู่หนึ่ง   “ วันหยุดนี้จะเข้าเมืองไปทำธุระ เลยว่า..จะชวนไปด้วยกัน “      มองหน้าบัวอย่างลังเลเล็กน้อย บัวทำหน้าเหลอ    “ ไม่อยากกดดันว่าห้ามปฏิเสธ เพราะครั้งก่อนที่ชวนไปดูหนังแล้วไม่ได้ไปกัน “     อมยิ้มเล็กน้อยและมองบัวแบบกดดัน

            บัว : ก็…ยังไม่ว่างเท่าไหร่เหมือนกัน ทำงาน      พูดแบบอึกอักเล็กน้อย เหลือบเจษ   “  เอาไว้..โอกาสหน้าก็แล้วกันขอทำงานให้เสร็จก่อน นี่ก็จะเข้ากรุงเทพฯอีก สักสองสามวัน “      อมยิ้มแบบเกรงใจเพื่อนเล็กน้อย รู้ตัวว่าถูกกดดัน

            เจษ : ก็ได้ ไม่เซ้าซี้หรอก มีงานแล้วไหนจะทำสวนอีก     อมยิ้ม   “ เอาไว้ว่างๆค่อยไปกันก็ได้ “    ยิ้ม บัวยิ้ม    “  จะไปส่งงานเหรอ?  “

            บัว : ใช่ ก็เลยเร่งงานให้เขาอยู่ นี่ก็อยู่บนห้องตั้งแต่บ่าย ไม่ได้เข้าสวนช่วยงานแม่เลย      ทำหน้าเหลอๆรู้สึกผิดเล็กน้อย

            เจษ : อืม         รับคำพร้อมกับพยักหน้าแล้วอมยิ้ม   “  โอเค งั้นไม่กวนดีกว่าแค่แวะมา แล้วเดี๋ยวโทรหาแล้วกัน  “  

บัวยิ้มพร้อมกับพยักหน้าและบอกว่าโอเคแล้วเดินไปส่งเจษที่หน้าบ้าน รอครู่หนึ่งให้รถเจษวิ่งพ้นแนวรั้วบ้านไปจึงเดินเข้าไปในบ้านเพื่อช่วยย่าเตรียมอาหารเย็น

ระหว่างทานอาหารเย็นกันอยู่นั้นพจน์บอกว่าคุณทิวโทรมาหาและขอแวะมาเยี่ยมที่บ้านอีกครั้งเพราะสุดสัปดาห์นี้คุณทิวกับครอบครัวจะมาพักผ่อนที่เขาใหญ่กันอีก พจน์ยังบอกว่าเล่าให้คุณทิวฟังว่าอีกสองสามวันบัวก็จะเข้าไปทำธุระที่กรุงเทพฯคุณทิวเลยเปลี่ยนใจบอกว่าหากขอให้บัวแวะไปเยี่ยมและเอากล้วยกับฝรั่งไปฝากด้วยถือว่าไปเยี่ยมเยียนหากไม่รังเกียจ และยังบอกอีกว่ายินดีหากบัวจะพักที่บ้านด้วย 

            ย่าใบ : จะดีเหรอ? เกรงใจเขา       ย่าใบมองหน้าลูกชายอย่างไม่ค่อยแน่ใจ    “  ถึงแม้เขาจะเคยเอ็นดูแม่บัวแต่นั่นมันก็นานมากแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าเราไปทำตัวสนิทสนมคุ้นเคยกับเขา “     

            พจน์ : ตอนแรกผมก็ปฏิเสธเพราะเกรงใจ แต่ดูท่าทีเขาก็เป็นกันเอง วันนั้นที่มาบ้านเราก็เห็นว่าไม่มีอะไรและเขาก็ชอบผลไม้สวนเรา  “     พูดอย่างลำบากใจเล็กน้อย     “  หลายปีก่อนที่พวกเขามาบ้านยายนาก็บอกว่าเป็นเจ้านายใจดี  “

            ลัคณา : ก็ยังเกรงใจอยู่ดีค่ะ เราพึ่งเคยเจอเขาครั้งเดียว     มองหน้าสามีอย่างลังเล    “  แต่ก็ไม่ได้จะมองเขาในแง่ร้ายนะคะ แต่คนไม่เคยรู้จักสนิทสนมคุ้นเคยกัน..ไม่รู้ว่าจะยังไง “        พูดเชิงแสดงความเห็น

พจน์นิ่งคิดและมองหน้าบัวก็เห็นบัวทำหน้าเฉยๆ

            พจน์ : งั้น..แค่เอาของไปฝาก ไม่ต้องเข้าไปในบ้าน     พูดกับทุกคน แล้วหันไปทางบัว     “  บัวว่าไงลูก? “

            บัว : อืม..ได้ค่ะ บัวไม่มีปัญหา บัวไม่เข้าไปหรอกค่ะฝากไว้กับแม่บ้านเขาก็ได้      บอกกับทุกคนให้สบายใจ ยิ้ม

            ย่าใบ : ถึงเขาจะเชิญหรือไม่เชิญก็ไม่ต้องเข้าไปนะแม่บัว ดูดีๆด้วย        บอกหลานสาวและทำหน้ากังวลเป็นห่วง

            บัว : จ้า             รับคำลากเสียงยาว ยิ้ม เข้าใจเพราะย่าเป็นห่วง

 ลัคณา : ไม่ใช่ว่าอะไรหรอกนะลูก เราพึ่งรู้จักเขา แม่ไม่อยากให้ใครมองว่าเรารีบทำตัวคุ้นเคยถุึงขนาดเข้าไปในบ้านเขาละ         เริ่มพูดเสียงอ่อนลง    ”  อีกอย่าง..อย่าคิดว่าเพราะเขาเมตตาเราแล้วจะไปทำตัวแบบไม่เกรงใจไม่ได้นะลูก ”  

บัวรับคำว่าจ้าลากเสียงยาวอีกครั้งแล้วยิ้ม เธอเองก็รู้สึกว่าทั้งคุณทองทิวกับคุณสุรีพรเป็นคนใจดีด้วยกันทั้งคู่คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรหรือหากไม่แน่ใจก็ฝากของไว้กับแม่บ้านเฉยๆก็ได้..แค่เอาของฝากไปให้ ย่ากับแม่เป็นคนขี้เกรงใจคนมากจึงพูดย้ำๆ..บัวคิดในใจ ยิ้มแล้วมองพ่อก็เห็นว่าพ่อก็ทำหน้ายิ้มๆ  หันไปทางย่าก็เห็นว่ากำลังมองเธออยู่  บัวยิ้มทำเหลอๆแล้วทานข้าวต่อแบบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

                                              //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.