นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนห้า

           

                                       //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

           สายวันถัดมาแหน๋นขึ้นไปทำความสะอาดห้องพักสำหรับรับรองแขกหลังจากได้รับคำสั่งจากยายเปไว้เมื่อวาน  ส่วนหอมกำลังช่วยยายเปทำของว่างอยู่ในครัวหลังจากงานบ้านอื่นๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว  หอมเหลือบมองยายเปเล็กน้อยพร้อมกับทำงานไปด้วย..ยายเปไม่ค่อยพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ของใครเท่าไหร่ทำงานของตัวเองไปซึ่งแกก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่ที่หอมเข้ามาทำงานบ้านที่นี่เมื่อหลายปีก่อนและครั้งก่อนที่ไปโคราชมาแล้วได้กล้วยกับฝรั่งกลับมาฝากหอมกับแหน๋นก็พยายามซักไซ้แต่แกก็ไม่ค่อยพูดอะไรมากก็พอจะได้ฟังจากพี่สารัตน์มาบ้าง เหลือบยายเปที่กำลังปั้นแป้งขนมอีก

            หอม : ป้า ฉันอยากกินกล้วยบวดชีอีก ครั้งที่แล้วที่ได้กล้วยมาจากโคราชน่ะอร่อย    

            ยายเป : ทำกินบ่อยๆเดี๋ยวก็เบื่อ ทำอย่างอื่นบ้างสิ คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายไม่ค่อยทานอะไรซ้ำๆบ่อยๆ           พูดไปเรื่อย

หอมทำปากยู่ๆเล็กน้อยแล้วถอนหายใจเบาๆ แหน๋นเดินเข้ามาพอดีหลังจากไปทำความสะอาดห้องสำหรับรับรองแขกเสร็จ

            แหน๋น : มาแล้วจ้า             เดินยิ้มร่าเข้ามา         “ มีอะไรให้ช่วยบ้างจ๊ะ? “

            ยายเป : ทำความสะอาดเสร็จแล้วเหรอ? ทำไมเร็วจังวะ?       หยุดชะงัก แล้วเงยหน้าถามแหน๋น

            แหน๋น : เร็วอะไรล่ะป้า นี่ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควรแล้วนะ เราก็ทำความสะอาดอยู่เรื่อยๆอยู่แล้ว      รีบชี้แจง มองยายเปครู่หนึ่งแล้วทำเสียงเบาลงแต่สีหน้าใฝ่ใจใคร่อยากจะรู้หนัก      “ ว่าแต่..ป้ารู้มั้ยว่าใครที่จะเป็นแขกมาพักน่ะ “     ทำเป็นถามแบบใคร่รู้

            ยายเป : ไม่รู้เว้ย มาก็เห็นเองแหล่ะ                ทำไม่รู้ไม่ชี้ ปั้นแป้งขนมต่อ

แหน๋นทำเป็นเหลือบมองยายเปแบบสงสัยที่ทำเป็นอมพะนำ ยายเปรู้ตัวจึงทำเป็นเอ็ด

            ยายเป : เอ้า! จะไปพักก็พักหากไม่พักก็ไปทำงานต่อสิ    เริ่มทำดุใส่เพื่อลดข้อสงสัยของแหน๋น

           แหน๋น : แหม.ฉันก็แค่อยากรู้น่ะป้าว่าจะเป็นแขกคนสำคัญหรือเปล่า?  ปรกติหากว่าไม่ใช่ว่าไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศก็จะไม่มีแขกมาค้างที่บ้าน.. แต่นี่คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงก็ไม่ได้จะพาครอบครัวไปที่ไหน…ฉันก็สงสัยบ้างเล็กน้อยน่ะ ป้าก็..          ประโยคหลังเสียงเบาลง อมยิ่มทำประจบ

            ยายเป : ไม่รู้เว้ย อย่างที่บอกแหล่ะ ว่าหากมาก็เห็นเอง        พูดไปอย่างไม่ใส่ใจแหน๋น แล้วพูดต่อ     ” มีหน้าที่ทำอะไรก็ทำไปไม่ต้องถามให้มากและก็..ไม่ต้องอยากรู้ให้มันมาก  ”      ประโยคหลังเงยหน้าขึ้นมาพูดกับแหน๋นอย่างจริงจัง  

หอมเหลือบมองแหน๋นเล็กน้อยแล้วอมยิ้มส่วนแหน๋นยังทำเป็นเหลือบยายเปอีกพร้อมกับเม้มปากอย่างขัดใจแล้วเดินไปหยิบเอาน้ำในตู้เย็นแล้วออกไปที่หลังบ้านเพื่อนั่งพักสักเล็กน้อยแล้วค่อยทำงานต่อ และบ่นพึมพำยายเปเบาๆคนเดียว..ทำเป็นอมพะนำไปได้ แล้วถอนหายใจหงุดหงิด

             หอม : ไม่เห็นต้องปิดเลย ถึงยังไงถ้ามาก็รู้อยู่ดี.อย่างที่ป้าบอกนั่นแหล่ะ            หอมพูดยิ้มๆ ยังตื๊อต่อเพราะตั้งใจจึงถูกยายเปเอ็ดเข้าอีกคนและไล่ให้เก็บของที่ไม่เอาแล้วลงถังขยะ  หอมยิ้มให้แล้วเดินไปล้างมือแล้วทำตามที่ยายเปสั่ง  บางครั้งแค่แกล้งยั่วอารมณ์แกเล็กๆน้อยๆบ้างพอเป็นกระสัยเพราะทำเป็นดุเหลือเกิน   

                                            //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

             ทองไทเคาะประตูห้องทำงานของคุณพ่อแล้วเปิดเข้าไปก็เห็นว่าท่านกำลังเซ็นเอกสารอยู่ ทองทิวเงยหน้าขึ้นมาดูเล็กน้อยว่าเป็นใครแล้วอมยิ้มเมื่อเห็นว่าเป็นลูกชายแล้วก้มหน้าเซ็นเอกสารต่อพร้อมกับสนทนากับลูกชายไปด้วย 

            ทองทิว : ว่าไงลูก?                     ถามขณะยังก้มหน้าเซ็นเอกสาร

            ไท : ผมว่าจะออกไปพบลูกค้าน่ะครับ จริงๆนัดไว้พรุ่งนี้แต่เขาโทรมาบอกว่าอยากจะคุยด้วยวันนี้         อมยิ้มเล็กน้อย

            ทองทิว : อื้ม..แล้วจะกลับเข้ามาอีกมั้ย?     เซ็นเอกสารเสร็จแล้วเงยหน้าขึ้นมาคุยกับลูกชายต่อ

            ไท : เข้ามาครับแต่คงสักเกือบเลิกงาน คิดว่าคงจะคุยกันนานหน่อย    พูดไปพยักหน้าไปเล็กน้อย      “ พี่แทนก็ไปข้างนอก “           

            ทองทิว : อื้ม.พ่อรู้ละ       พูดพร้อมกับพยักหน้าแล้วยิ้ม     ” ไทกลับเข้ามาพ่อก็คงจะกลับพอดี มีอะไรมั้ย? เดี๋ยวพ่อดูให้?       

            ไท : ไม่มีครับ ผมแวะเข้ามาบอก       ยิ้ม       “ แต่พี่นิอยู่ครับ “  

            ทองทิว : งั้นแสดงว่าฝากพ่อไว้กับหนูนิเขาแล้วสิ               พูดเสร็จก็ขำ รู้ว่าลูกเป็นห่วง

ไทยิ้มรับคำว่าครับ ปรกติเขากับพี่ชายจะแวะเข้ามาบอกคุณพ่อเสมอเวลาจะออกไปข้างนอกเพราะเป็นห่วงท่านและเป็นการแสดงออกซึ่งการเอาใจใส่ท่านด้วยอย่างหนึ่งในที่ทำงาน และวันนี้พี่ชายของเขาก็ออกไปข้างนอกก่อนหน้าได้สักชั่วโมงแล้วเพราะมีงานด่วนที่โรงงานแต่พี่สะใภ้อยู่เลยฝากให้ไปทานข้าวเป็นเพื่อนคุณพ่อตอนกลางวัน  คุยอยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัวออกไปเพราะเกรงว่าจะสายและเมื่อลูกชายเดินออกไปทองทิวก็ยิ้มแล้วโทรเรียกเลขาให้เข้ามาเอาแฟ้มเอกสารแล้วทำงานอื่นต่อ เขาบอกลูกๆหลายครั้งว่าหากออกไปทำงานข้างนอกก็ไปได้เลยไม่จำเป็นต้องบอกเขาทุกครั้งแต่ลูกๆก็จะแวะเข้ามาบอกเขาก่อนเสมอเพราะความเป็นห่วงในตัวเขานั่งเอง  แต่ครู่หนึ่งรอยยิ้มก็หุบลงเล็กน้อยและมองไปที่ประตูที่ปิดลงเมื่อครู่แล้วถอนหายใจ..จะว่าไม่กังวลก็ไม่ใช่ซะทีเดียวนัก

                                            //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

            บัวมาถึงกรุงเทพฯตอนสายวันเสาร์ เมื่อเช้านั่งรถออกจากบ้านพร้อมพ่อตอนเอาผักมาส่งที่ตลาด เมื่อถึงท่ารถที่กรุงเทพฯก็นั่งแท็กซี่มาตามที่อยู่ที่ได้รับจากคุณทองทิวซึ่งได้โทรศัพท์คุยกับบัวเมื่อวานและบัวได้ตอบปฏิเสธที่จะเข้าพักที่บ้านด้วยความเกรงใจเพราะยังไม่สนิทสนมคุ้นเคยซึ่งคุณทองทิวเข้าใจ  ลงจากแท็กซี่แล้วกดออดหน้าบ้านครู่หนึ่งแม่บ้านก็เปิดประตูให้

            หอม : สวัสดีค่ะ          ยิ้ม พร้อมกับยกมือไหว้สวัสดีบัว  บัวรีบยกมือรับไหว้พร้อมกับไหว้ตอบเช่นกัน

            บัว : สวัสดีค่ะ            ยิ้ม

            หอม : คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงรอคุณบัวอยู่ค่ะ เชิญค่ะ     ยิ้ม    “ หอมช่วยถือค่ะ “   พูดพร้อมกับเดินมาช่วยหิ้วของฝาก

บัวกล่าวขอบคุณพร้อมกับพยักหน้า  หอมช่วยยกลังใส่กล้วยส่วนแก้วมังกรกับฝรั่งเอาใส่ถุงหิ้วแล้วมีกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อไว้ทั้งคู่เดินเข้าไปในบ้านพร้อมกัน เมื่อเข้ามาที่ห้องรับรองแขกทั้งทองทิวกับสุรีพรก็นั่งรออยู่แล้วทั้งคู่ยิ้มและลุกขึ้นขยับตัวเล็กน้อยด้วยความยินดีเมื่อเห็นว่าหอมเดินนำบัวเข้ามา   บัวยกมือไหว้ทั้งสองพร้อมกับกล่าวคำทักทายสวัสดี ส่วนหอมเดินเลี่ยงออกไปในครัวเพื่อเอาน้ำดื่มมาเสิร์ฟให้แขก

            ทองทิว : หนูบัวเป็นไงบ้าง?       ยิ้ม    “ นั่งก่อนสิลูก “       พูดพร้อมกับผายมือแล้วนั่งลง

            บัว : ขอบคุณค่ะ      ยิ้ม เก้ๆกังๆเล็กน้อยแล้วนั่งลง เมื่อเห็นว่าคุณทองทิวกับคุณสุรีพรนั่งลงแล้ว

            สุรีพร : หาบ้านยากมั้ย?                           ถามยิ้มๆอ่อนโยน    

            บัว : ไม่ค่ะ                 พูดสั้นๆพร้อมกับส่ายศีรษะเล็กน้อย  ยิ้ม

            ทองทิว : ย่ากับพ่อกับแม่สบายดีนะ ลุงว่าจะหาโอกาสไปแถวนั้นอีกแล้วจะแวะเข้าไปเยี่ยม

            บัว : สบายดีค่ะ ขอบคุณค่ะ      ยิ้ม    “ พ่อกับแม่กับย่าฝากของฝากมาให้ด้วยค่ะแม่บ้านเอาไปเก็บแล้ว นอกจากฝรั่งกับกล้วยมีแก้วมังกรด้วยค่ะ “       ยิ้ม 

สุรีพรกับทองทิวยิ้มอย่างยินดีและเอ็นดูมองที่บัว

            สุรีพร : ขอบใจมากจ้ะ หากหนูบัวกลับป้าก็ฝากของฝากไปให้ย่ากับพ่อกับแม่ด้วยนะ เดี๋ยวให้คนขับรถเอาไปให้       ยิ้มอ่อนโยน

            บัว : ขอบคุณค่ะ แต่บัวแวะเข้ามาเอาได้ค่ะ บัวเกรงใจ       ยิ้ม ทำหน้าตาท่าทางอย่างเกรงใจ

สุรีพรทำหน้าคิดเล็กน้อยแล้วก็พยักหน้า

            สุรีพร : อย่างนั้นก็ได้จ้ะหากหนูสะดวก ป้าเกรงว่าจะยุ่งเรื่องธุระเลยว่าจะเอาไปให้      ยิ้ม           “ แล้ววันนี้ต้องรีบไปทำธุระมั้ย หากไม่รังเกียจว่าจะชวนทานอาหารกลางวันด้วยกัน  “ 

บัวยิ้มมีท่าทีเกรงใจและทำหน้าคิด วันนี้ยังไม่ต้องไปทำธุระและปอก็รออยู่ที่คอนโดเหลือบมองทองทิวกับสุรีพรด้วยความลังเลปนเกรงใจ

            ทองทิว : เห็นบอกว่าพักกับเพื่อน หากมีธุระก็ไม่ต้องเกรงใจหรอกลูก เอาไว้โอกาสหน้าก็ได้      พูดอย่างอ่อนโยนและเข้าใจเมื่อเห็นท่าทีลังเลปนลำบากใจของบัว

            บัว : บัวขอบคุณมากนะคะที่กรุณา บัวนัดกับเพื่อนไว้ค่ะวันนี้เลยไม่สะดวก      

            สุรีพร : ไม่เป็นไรหรอกลูก เอาไว้โอกาสหน้า       ยิ้ม แล้วก็ทำหน้าคิดเล็กน้อย   “ แล้ว..เย็นวันพรุ่งนี้ล่ะสะดวกมั้ย หากสะดวกป้าจะให้คนไปรับ ชวนเพื่อนมาด้วยก็ได้  “ 

บัวทำหน้าลังเลและคิดอีกรู้สึกได้ถึงความเอ็นดูและเมตตาของคุณทองทิวกับคุณสุรีพรแต่ก็พึ่งรู้จักกันซึ่งบัวก็เกรงใจอย่างมาก แต่ก็ได้ตอบรับคำเชิญของทองทิวกับสุรีพรว่าเป็นตอนเที่ยงของวันมะรืนนี้และบัวจะเดินทางกลับบ้านในตอนเย็นซึ่งสุรีพรกับทองทิวยินดี  บััวพยายามรักษามารยาทโดยการนั่งคุยกับทองทิวและสุรีพรอยู่อีกพอสมควรก่อนขอตัวกลับโดยทองทิวให้สารัตน์ขับรถไปส่งบัวที่คอนโดของเพื่อนซึ่งตอนแรกบัวปฏิเสธแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธความใจดีของทั้งสองคนได้ ทั้งคู่ลุกจะเดินไปส่งบัวที่หน้าบ้านแต่บัวปฏิเสธอีกด้วยความเกรงใจทองทิวกับสุรีพรยิ้มและไม่ทำให้บัวรู้สึกลำบากใจหรืออึดอัดจึงนั่งคุยกันต่อที่ห้องนั่งเล่น  บัวเดินหิ้วกระเป๋าเป้มาถึงบันไดหน้าบ้านก็เจอเข้ากับทองไทซึ่งพึ่งกลับมาจากข้างนอกและกำลังเดินขึ้นบันไดมาพอดี บัวทำหน้าเหลอๆเล็กน้อยรู้สึกว่าคุ้นๆหน้าส่วนทองไทมองดูบัวด้วยท่าทีเฉยๆแต่ก็รู้สึกว่าคุ้นหน้าแล้วก็อมยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้บัวเล็กน้อยตามมารยาทคิดว่าคงเป็นแขกของใครสักคนที่บ้าน  บัวอมยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพยักหน้าให้เขาเช่นกัน

            ไท : จะกลับแล้วเหรอครับ?      ถามอย่างสุภาพตามมารยาทเมื่อเห็นว่าเป็นแขกของที่บ้านแม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร  อมยิ้มเล็กน้อย     

บัวชะงักและก็นึกออกทันทีว่าคุ้นหน้าคนๆนี้ที่ไหน ทำหน้าเหลอๆมองเขา

            บัว : ค่ะ             รับคำสั้นๆพร้อมกับพยักหน้าให้เล็กน้อย    “ ขอตัวนะคะ “     ยิ้มให้เขาเล็กน้อยแล้วรีบเดินไปขึ้นรถที่สารัตน์เอามาจอดรอที่หน้าบ้าน

ทองไททำหน้าเหลอปนงงเล็กน้อยมองตามหลังบัวที่รีบเดินไปขึ้นรถแบบว่าจ้ำอ้าวอะไรอย่างนั้น  ทำหน้างงมองไปที่รถจนสารัตน์ขับรถพาบัวออกจากบ้านไปแล้วจึงเดินเข้าไปในบ้าน

            แหน๋น : ป้า คนนี้เหรอที่บอกว่าจะพักที่ห้องรับรองแขกน่ะ     ถามอย่างสงสัยขณะกำลังช่วยกันปอกผลไม้ที่บัวเอามาฝาก

            ยายเป : ใช่ ชื่อคุณบัว คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงก็รู้จักกับครอบครัวของคุณบัวที่พิมาย ครั้งก่อนไปพักผ่อนกันที่เขาใหญ่ก็แวะไปเยี่ยมครอบครัวของคุณบัวด้วย            อธิบายให้แหน๋นหายสงสัยหลังจากที่เมื่อวานทำเป็นอุบไว้ไม่พูดเพื่อแกล้งแหน๋น

            แหน๋น : อ๋อ….ที่บอกว่าไปทำบุญให้ยายนาด้วยน่ะเหรอ?           พูดไปพยักหน้าไปอย่างเข้าใจ

            ยายเป : ใช่                ตอบชัดเจนแล้วเหลือบแหน๋นเล็กน้อย

ครู่หนึ่งหอมเดินกลับเข้ามาหลังจากเอาผลไม้ไปเสิร์ฟให้คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิง

            หอม : หืม..น่ากินจัง ฉันชอบกล้วยน้ำว้ามากๆอยากกินกล้วยบวดชีอีกจ้ะ         ทำเป็นอ้อนยายเป ยิ้ม

            แหน๋น : เอากระเป๋าคุณบัวไปเก็บหรือยัง?

            หอม : ยัง เพราะคุณบัวกลับไปแล้ว      ทำเป็นเล่นคำเล็กน้อยแล้วพูดต่อเมื่อเป็นว่ายายเปเหลือบแบบค้อนๆ   ” เมื่อกี๊ได้ยินคุณผู้ชายพูดว่าคุณบัวจะพักกับเพื่อนข้างนอก ” 

            แหน๋น : อ้าว! ทำไมล่ะ ก็เตรียมห้องไว้ให้แล้ว นี่ก็ปัดกวาดเช็ดถูทุกวันเลยนะ              

            ยายเป : สงสัยเพราะเอ็งทำความสะอาดห้องไม่สะอาดล่ะมั้ง คุณบัวเลยไม่อยากพักที่นี่       ทำเป็นประชดแหน๋น  

            แหน๋น : แหม..ป้า…        ยังไม่ทันได้พูดอะไรยายเปก็พูดกับหอม

            ยายเป : เอ้า เอาไปแช่ตู้เย็น เมื่อกี๊ได้ยินเสียงรถคุณไทสงสัยจะกลับมาละ เดี๋ยวข้าเตรียมน้ำเย็นๆก่อน       บอกหอมให้ยกจานผลไม้ไปแช่ตู้เย็น 

หอมยิ่มร่าเอาใจยายเปรีบยกจานผลไม้ไปเก็บในตู้เย็นและจะได้กินผลไม้สดๆจากสวนของคุณบัวและไม่แน่ว่าพรุ่งนี้อาจจะได้กินกล้วยบวดชีอร่อยๆอีก  ส่วนแหน๋นทำเป็นเคืองยายเปเล็กน้อยถอนหายใจเสียงดังใส่แล้วปอกผลไม้เพิ่มเพื่อทานกันเอง 

เมื่อเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นไทก็นั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับคุณพ่อซึ่งกำลังอ่านหนังสืออยู่ ทองทิวยิ้มวางหนังสือลงเมื่อเห็นว่าลูกเดินเข้า ไทถามหาคุณแม่ก็ได้รับคำตอบจากคุณพ่อพร้อมกับเสียงหัวเราะขำๆไปด้วยว่าเข้าไปในครัวตั้งแต่ได้ยินเสียงรถไทแล่นเข้ามา ไทยิ้ม ไม่ทันไรสุรีพรก็เดินนำหอมที่ยกถาดน้ำดื่มกับจานใส่แก้วมังกรเข้ามา ยิ้มเมื่อเห็นลูกกลับมาแล้วส่วนลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้ไปที่บ้านลูกสะใภ้กันตั้งแต่เช้า

            สุรีพร : กลับมาแล้วเหรอลูก? ทานผลไม้อร่อยๆกัน           บอกลูกชาย ยิ้ม

            หอม :  ยังไม่ได้แช่เย็นนะคะ พึ่งมาถึงเมื่อสายๆนี้เองค่ะ        บอกคุณไททันทีเพราะรู้ว่าชอบทานผลไม้แช่เย็นๆมากกว่า วางจานผลไม้ที่โต๊ะเสร็จก็เดินเลี่ยงออกไป

            ไท : ท่าทางน่ากินนะครับ                  

            ทองทิว : เอาสิลูก หนูบัวเขาเอามาฝาก        พูดไปยิ้มไปอย่างอารมณดี

            ไท : อ๋อครับ         พูดพร้อมกับพยักหน้า รับทราบ    “ คนที่เดินออกไปเมื่อครู่นี้ใช่มั้ยครับ? “

            สุรีพร : จ้ะ ผลไม้จากสวนของหนูบัวเขา มาทำธุระที่กรุงเทพฯเลยเอามาฝาก     ยิ้ม    “  เจอกันเหรอ? เสียดายหนูบัวกลับเร็วไปหน่อยเลยไม่ได้แนะนำให้รู้จักกัน  “   

ไทรับคำว่าครับพร้อมกับทำหน้าฉงนเล็กน้อยแล้วอมยิ้มดูท่าทางคุณพ่อกับคุณแม่จะชื่นชอบบัว หยิบช้อนจิ้มผลไม้ขึ้นมาทานแล้วสอบถามถึงความเป็นมาของบัวที่คุณพ่อกับคุณแม่ของเขาได้ไปรู้จัก เพราะตั้งแต่ครั้งก่อนที่กลับจากเขาใหญ่ท่านทั้งสองก็ไม่ได้เล่าอะไรเกี่ยวกับเรื่องของบัว เขาแค่พอจะได้ยินยายเปกับสารัตน์พูดถึงบ้าง  ทองทิวกับสุรีพรยิ้มแล้วเล่าให้ลูกชายฟังเรื่องที่ไปรู้จักครอบครัวของบัว

      

        //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

            บัวมาถึงคอนโดรออยู่ได้ครู่หนึ่งปอก็ลงมารับแล้วพาขึ้นไปบนห้องเมื่อเก็บของเสร็จเรียบร้อยก็พากันมานั่งปอกผลไม้ที่บัวเอามาฝากในครัวแล้วยกไปนั่งกินที่มุมนั่งเล่นพร้อมกับคุยกันและดูรายการทีวีไปด้วย  วันนี้ปอขอสลับวันหยุดกับเพื่อนเพื่ออยู่กับบัวและคืนนี้ทั้งสองสาวก็ชวนกันไปเดินหาอะไรกินที่ไหนสักแห่งในยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ

            ปอ : หืม..ฝรั่งกรอบดี อร่อย      ยิ้ม มองเพื่อน    “ อีกสองอาทิตย์ก็จะได้ไปชมสวนผลไม้ของบัวแล้วล่ะ  “

บัวอมยิ้มแล้วบอกว่ายินดีต้อนรับและคุยกันวางแผนโปรแกรมสำหรับค่ำคืนนี้  ทั้งคู่มีความชื่นชอบอะไรหลายอย่างคล้ายคลึงกันทั้งแนวคิดหรือสไตล์ใกล้เคียงกันจึงเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คุยกันถูกคอและสนิทสนมอย่างรวดเร็ว คุยกันไปสักพักก็มีเสียงข้อความแชทเข้าบัวจึงหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูแล้วก็อมยิ้มเล็กน้อย ปอทำหน้าเหลอๆและทำเป็นเหลือบมองเพื่อนแล้วอมยิ้มทำหน้าล้อเลียน บัวขำกับท่าทางนั้นของเพื่อนแล้วบอกว่าเพื่อนแชทมาถามว่าถึงที่พักหรือยังแล้วทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพราะไม่อยากถูกปอแซว แต่ปอทำกรอกตาไปมาเล็กน้อยเหมือนไม่เชื่อ

               บัว : ไม่มีอะไรหรอกน่า แค่เพื่อนกัน…ตั้งแต่มัธยมละ        บอกเพื่อนให้เข้าใจเพราะท่าทางของปอดูท่าจะไม่หยุดล้อเลียน

               ปอ  :  อืมม…  ( ลากเสียงยาว )   ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย..แค่สงสัยแค่นั้นเอง …แต่..ใครบางคนแสดงออกมากเกินไปเหมือนกับว่า..กลัวว่าเพื่อนจะไม่รู้อย่างนั้นแหล่ะ      อมยิ้ม ยังทำหน้าล้อเลียน

บัวอมยิ้มเช่นกันและทำเป็นมองค้อนเพื่อนอีกเล็กน้อยแล้วทำเป็นไม่สนใจปออีกดูรายการทีวีต่อไม่งั้นถูกปอแกล้งล้อเลียนไม่หยุดแน่  ปอหัวเราะขำเพราะปรกติบัวไม่ค่อยมีอาการแบบนี้จะว่าเขินคงไม่ใช่ดูท่าทางจะจริงจังมากกว่าแม้จะรู้อยู่แล้วว่าถูกเธอแกล้งเย้าแหย่  แต่ทั้งคู่ก็ทำเป็นมองเหลือบกันไปกันมาพร้อมกับดูรายการทีวีไปด้วยอยู่สักพักก็เปลี่ยนเรื่องคุยๆ

 ปอ : แล้ววันนี้ตอนสายแวะไปไหนมา? เห็นบอกว่าไปแป๊บเดียวแต่พึ่งมาถึงป่านนี้       ถามไปเรื่อยไม่ได้คิดอะไร เพราะตอนที่แชทคุยกันบัวบอกแค่ว่าแวะไปทำธุระก่อนและเธอเองก็ไม่ได้ใส่ใจ

                  บัว : แวะเอาของไปฝากที่บ้านของคนรู้จักกัน พ่อกับแม่ฝากมา           

ปอทำหน้าฉงนเล็กน้อยเพราะก่อนหน้านี้บัวไม่เคยบอกว่ามีบ้านญาติในกรุงเทพฯนอกจากว่าเป็นคนที่มาจากหมู่บ้านเดียวกันมาเช่าห้องหรือหอพักและทำงานในกรุงเทพฯ   บัวหันไปมองเพื่อนเล็กน้อยและบอกว่าไม่มีอะไรคนพึ่งรู้จักกันอัธยาศัยดีและใจดี  ปอพยักหน้าว่าออแบบเข้าใจและไม่ได้ถามต่อบัวจึงเปลี่ยนเรื่องคุยถามปอเรื่องงาน ไม่ได้คิดว่าจะปิดบังเพื่อนหรืออะไรแต่เห็นว่าไม่มีอะไรเพราะเธอกับครอบครััวของคุณทองทิวก็พึ่งรู้จักกันแม้จะมีเรื่องในอดีตเล็กน้อยบ้างก็ตามแล้วครู่หนึ่งก็ก็วนกลับมาคุยเรื่องคืนนี้และได้ข้อสรุปว่าคืนนี้จะไปที่ไหนกันดี   

                                            //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

             บ่ายวันถัดมาที่บ้านของทองทิวทุกคนได้รับประทานของว่างเป็นขนมหวานกล้วยบวดชีแต่ทองไทขอปฏิเสธและขอทานผลไม้แช่เย็นๆแทนและบอกว่าเมื่อวันก่อนขนมหวานก็เป็นครองแครงกะทิเดี๋ยวอ้วนเพื่อเป็นการเย้าแหย่ยายเปเล็กน้อย ทุกคนขำส่วนยายเปยิ้ม  ทองทิวกับสุรีพรเล่าให้ลูกชายคนโตกับลูกสะใภ้ฟังเรื่องครอบครัวของบัวหลังจากที่เมื่อวานเล่าให้ลูกชายคนเล็กฟังไปแล้ว 

            แทน : เสียดายเมื่อวานไม่อยู่เลยไม่ได้เจอบัว          ยิ้ม  รู้สึกเสียดายเล็กน้อยที่ไม่ได้เจอกับบัว

            นิ : ฝรั่งอร่อยมากค่ะ กรอบดี นิก็ชักอยากจะไปบ้านของน้องบัวเขาบ้างแล้วล่ะค่ะ        ยิ้ม  

            สุรีพร : แล้วพอจะว่างไปกันได้เมื่อไหร่ล่ะลูก?             ถามลูกๆทุกคน

            แทน : ก็พอไปได้ครับคุณแม่      ยิ้ม     “  สัปดาห์หน้าก็ได้  “    

            ทองทิว : แล้วไทว่างหรือเปล่า? เห็นว่าช่วงนี้งานกำลังยุ่ง         ถามลูกชายคนเล็กบ้าง      

            ไท : ก็..ไปได้ครับ แต่..เอาไว้โอกาสหน้าก่อนดีกว่า หากไม่ใช่งาน..ผม.ยังไม่อยากไปไหน   

             ทองทิว : อื้ม ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร แต่แทนกับหนูนิไปได้ใช่มั้ย?            พูดกับไทแล้วหันไปพูดกับแทนกับนิต่อ

แทนไทกับนิยะดารับคำเกือบจะพร้อมกันแล้วยิ้ม ทองไททำหน้าเหลอเล็กน้อยนึกไปถึงบัวที่เจอกันเมื่อวาน  เขานึกออกเมื่อคืนว่าที่รู้สึกคุ้นๆหน้าบัวนั้นเพราะอะไร  ดูท่าบัวอายุน่าจะไล่เลี่ยกับเขาแทบจะไม่แต่งหน้าแต่งตัวสบายๆถึงขนาดเซอร์แล้วยังซุ่มซ่ามเล็กน้อยอีกด้วย  ครู่หนึ่งหันไปมองทุกคนที่นั่งทานของว่างและคุยกันเรื่องจะไปบ้านของบัวอย่างกับว่ากำลังตื่นเต้นกันมากที่จะได้ไป

            สุรีพร : แต่พรุ่งนี้ก่อนกลับบ้านหนูบัวจะแวะมาทานข้าวที่บ้านกับแม่ตอนกลางวัน           ยิ้ม

            นิ : ว้า พรุ่งนี้ทำงาน ก็ไม่ได้เจอน้องบัวเขาอีกละค่ะ

            แทน : ไว้ไปรู้จักที่บ้านของบัวเขาก็ได้ครับ          พูดกับคุณพ่อคุณแม่   ยิ้ม    “  คุณพ่อก็อยู่    เหรอครับ?  “ 

ทองทิวทำหน้าคิดเล็กน้อยแบบลังเลแต่ครู่หนึ่งก็บอกว่าเดี๋ยวดูก่อนแล้วยิ้ม แทนไทกับนิยะดายิ้มแล้วจึงทานกล้วยบวดชีกันต่อ ทองทิวทำหน้าขรึมลงเล็กน้อยและกำลังคิดแบบลังเลอีกแต่ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเบาๆมองภรรยาและลูกๆที่คุยกันและรับประทานของว่าง

 //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

             บัวทำงานเสร็จและแวะซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อกลับมาทำอาหารที่คอนโดรอปอ วันนี้ปอนั่งแท็กซี่กลับมาถึงก็เกือบจะสี่ทุ่มแต่บัวก็รอทานอาหารเย็นพร้อมเพื่อนและอาหารพึ่งถูกทำเสร็จไปตอนสามทุ่ม  เมื่อมาถึงปอก็รีบอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วมานั่งทานอาหารเย็นด้วยกันเพราะทั้งหิวและเพื่อนก็รอ

            ปอ : รีบกลับจังเลยน้า. มาทีสองสามวันเอง …     เริ่มทำตาโตๆและเหลือบเพื่อน    “  หรือว่า..มีใครรออยู่ทางโน้นเหรอ?  “     ยิ้ม

            บัว : มีย่า..กับพ่อกับแม่จ้ะ                         ทำหน้าเหลอหลาแล้วตักอาหารใส่จาน   

ปอเม้มปากอมยิ้มกับคำตอบและท่าทางของเพื่อน

            ปอ : แล้ว…คนที่แชทมาถามน่ะ….   ทำเป็นยักคิ้วสองข้างขึ้นลงสองครั้งใส่เพื่อนและทำหน้าล้อเลียนอีกแบบแกล้ง

บัวขมวดคิ้วใส่เพื่อนที่เพื่อนแกล้งกระเซ้าเย้าแหย่อีก แล้วทำเฉยๆตักกับข้าวใส่จานอีกทำเป็นไม่ใส่ใจ

            ปอ : แหม..เอาไว้ไปรู้จักที่บ้านก็ได้ เดี๋ยวได้เจอกันแน่..จะได้รู้ว่า..ใคร..เป็นใคร        ประโยคท้ายทำเสียงเน้นและเว้นจังหวะพูด  ยิ้ม แบบมีเลศนัย

            บัว : ได้ เดี๋ยวแนะนำให้รู้จัก        ยิ้ม แล้วตักอาหารเข้าปากทำเป็นเหลอหลาไม่ใส่ใจปออีกครั้ง

ปออมยิ้มทำเป็นมองเพื่อนที่กำลังเคี้ยวอาหารแบบเหล่ๆ

            ปอ : จ้า                ทำเลิกคิ้วตาโตใส่บัวอีก   ครู่หนึ่ง   “  แล้วทำไมพรุ่งนี้ต้องออกไปตั้งแต่ตอนสายล่ะ จะกลับตอนเย็นไม่ใช่เหรอ?  “     เปลี่ยนเรื่องคุยและถามแบบสงสัย

            บัว : จะไปทำธุระนิดหน่อยก่อนกลับก็เลยจะออกไปเลย คิดว่าสะดวกกว่า

ปอรับคำว่าอ๋อพร้อมกับพยักหน้าแบบเข้าใจไม่ถามเซ้าซี้ต่อแม้สงสัยเล็กน้อยเพราะครั้งนี้ที่บัวมาก่อนมาถึงคอนโดก็แวะทำธุระและก่อนกลับก็จะแวะทำธุระอีก  แต่ครู่หนึ่งก็บอกบัวว่าจะไปส่งให้ก่อนไปทำงานแต่บัวปฏิเสธเพราะไม่อยากรบกวน ปอพยักหน้าเข้าใจอีกครั้งไม่ถามเพื่อนเรื่องธุระแต่คุยกันเรื่องอีกสองสัปดาห์ข้างหน้าที่จะไปเยี่ยมที่บ้านบัวแทน ปอเคยไปเยี่ยมที่บ้านบัวเมื่อหลายปีก่อนตอนที่ยังทำงานด้วยกันและบัวเองก็เคยไปเยี่ยมที่บ้านปอที่เชียงใหม่ครั้งหนึ่งเช่นกันและปอบอกว่าเตรียมตัวจะไปช่วยบัวทำสวน  บัวยิ้ม

                                            //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

            สายวันถัดมาบัวนั่งแท็กซี่มาถึงที่บ้านของทองทิวราวสิบเอ็ดโมงครึ่งหอมออกมาเปิดประตูให้เช่นเคยทั้งคู่ยิ้มยกมือไหว้สวัสดีและทักทายกันอีกครั้ง หอมเดินนำบัวไปที่ห้องรับแขกซึ่งคุณทิวกับคุณสุรีกำลังรออยู่ ทองทิวจะเข้าออฟฟิศช่วงบ่ายตั้งใจที่จะอยู่ทานข้าวและคุยกับบัว  คุยกันสักพักก็รับประทานอาหารกลางวันและเมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จก็นั่งคุยกันต่อเพราะอีกราวชั่วโมงบัวก็จะออกไปขึ้นรถเพื่อกลับบ้าน สุรีพรขอตัวออกไปเพื่อดูของว่างและเอาของฝากให้บัว

            ทองทิว :  อยู่ที่บ้านก็ดีนะ อยู่กับพ่อกับแม่กับย่า          ยิ้ม

            บัว : ค่ะ                      รับคำสั้นๆ ยิ้มและกำลังรอฟังคุณทองทิวพูดต่อ

            ทองทิว :  เอ่อ..หนูบัวไม่อยากทำงานบริษัทอีกแล้วใช่มั้ย?       ถาม ก่อนหน้านี้ได้คุยกันไปบ้างแล้วและทราบว่าบัวเคยทำงานธนาคารและตอนนี้ทำงานส่วนตัว   “  หากอยากทำก็บอกลุงได้นะ ลุงยินดี  ที่บริษัทก็มีพวกพี่ๆเขาดูแลอยู่ ลุงก็ยังช่วยบ้าง “

            บัว : ขอบคุณมากค่ะ แต่บัวคิดว่าตอนนี้ก็พอใจกับสิ่งที่ทำอยู่         ยิ้ม     “ ก็ดีในระดับหนึ่งแล้วและก็..อยู่ที่บ้านด้วยค่ะ “     

ทองทิวยิ้มพยักหน้ารับทราบว่าออ

            ทองทิว : นั่นสินะ อยู่กับครอบครัวก็เรียบง่ายดี ไม่ต้องวุ่นวายอะไรมาก        พูดไปพร้อมกับพยักหน้าไป ยิ้ม   ” อากาศก็ดี สดชื่น อยู่กับธรรมชาติด้วย ”     

สุรีพรเดินยิ้มเข้ามาพร้อมกับหอมที่ถือถุงกระดาษช้อปปิ้งเข้ามาด้วย และแหน๋นที่เอาขนมเข้ามาเสิร์ฟเมื่อเรียบร้อยทั้งคู่ก็ออกไป

            สุรีพร : ถือเอาได้มั้ยลูกหรือเอาใส่กระเป๋า?               ถามบัวเรื่องของฝาก       “ ไม่พะรุงพะรังเกินไปนะ “       ยิ้ม

บัวยกมือไหว้พร้อมกล่าวขอบคุณสุรีพรกับทองทิวเรื่องของฝากซึ่งทั้งคู่ยกมือรับไหว้จากบัวแล้วยิ้ม

            บัว : ขอบคุณมากนะคะที่กรุณา        ยิ้ม      “  เดี๋ยวบัวถือเอาค่ะแล้วเอาขึ้นไปบนรถด้วย  “ 

ทองไทขับรถเช้ามาในบ้านก็เห็นว่าสารัตน์กำลังเช็ดรถอยู่หน้าบ้านทำหน้าฉงนเล็กน้อยเพราะคุณพ่อบอกให้เขาเข้ามารับเพื่อเข้าออฟฟิศเมื่อถามสารัตน์ถึงคุณพ่อก็ได้รับคำตอบว่าอยู่ที่ห้องรับแขก ไม่แปลกใจเพราะทราบตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าคุณพ่อกับคุณแม่ชวนบัวมารับประทานอาหารกลางวันที่บ้านด้วย เดินเลี่ยงไปรอคุณพ่อที่ห้องนั่งเล่น

บัวยกมือไหว้เพื่อขอตัวลากลับ ครั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้ที่ทั้งคุณทองทิวกับคุณสุรีพรจะเดินตามออกไปส่งที่หน้าบ้านและเมื่อพากันเดินออกมาที่หน้าบ้าน

            ทองทิว : แล้วคุณไทอยู่ไหนล่ะ?                     ถามสารัตน์เพราะเมื่อครู่ได้ยินเสียงรถของลูกชายคนเล็กแล่นเข้ามาภายในบ้าน

            สารัตน์ : เมื่อครู่คุณไทเดินเข้าไปข้างในครับ         ตอบแบบงงๆและทำหน้างงเล็กน้อยเพราะนึกว่าเดินเข้าไปที่ห้องรับแขก

แต่ไม่ทันไรทองไทก็เดินตามออกมา ทั้งทองทิวกับสุรีพรหันไปยิ้มให้ลูกชายและถือโอกาสแนะนำไทกับบัวให้รู้จักกัน

            ทองทิว : มาแล้วเหรอลูก?                 ยิ้ม

            ไท : ครับ                                           มองคุณพ่อกับคุณแม่ แล้วเหลือบมองบัวเล็กน้อย 

            สุรีพร : นี่หนูบัวที่พ่อกับแม่เคยเล่าให้ฟัง         ยิ้มบอกทองไทพร้อมกับผายมือไปที่บัว แล้วหันไปทางบัว   “ นี่พี่ไทจ้ะ “

บัวทำหน้าเหลอเหลือบมองสุรีพรเล็กน้อยเพราะพูดอย่างกับว่าเป็นกันเอง แล้วยกมือไหว้สวัสดีทองไท

            บัว : สวัสดีค่ะ                  พูดอย่างสุภาพ ยิ้มให้เขาเล็กน้อย

            ไท : สวัสดีครับ               ยกมือรับไหว้จากบัว อมยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เล็กน้อย

            ทองทิว : ส่งหนูบัวขึ้นรถแล้วลุงว่าจะเข้าออฟฟิศต่อ ไว้เจอกันโอกาสหน้านะ          

            บัว : ค่ะ                      รับคำสั้นๆ 

            ไท : เชิญครับคุณพ่อ              บอกคุณพ่อเพื่อให้เดินไปที่รถของเขาซึ่งจอดอยู่ด้านหลังรถของสารัตน์

สารัตน์ก็เดินขึ้นบันไดมาเพื่อรับกระเป๋าและสัมภาระของบัวเพื่อเอาไปที่รถเพราะได้รับคำสั่งตั้งแต่เมื่อวานว่าให้ไปส่งคุณบัวที่ท่ารถ

            ทองทิว : เอ่อ….ยังไงดี            ทำเป็นอีกอัก      “  พ่อว่าจะแวะเข้าไปที่ออฟฟิศของคุณอา       สุรพงษ์และอาจจะ..คุยเรื่องส่วนตัวกันพอสมควร  “

            ไท : ครับ  งั้นก็ไปกันเลยครับ                        พูดพร้อมกับพยักหน้ารับในสิ่งที่คุณพ่อพูด 

            ทองทิว :  แต่ไม่แน่ว่าพ่อจะไม่เข้าออฟฟิศ ว่าจะเลยไปทำธุระส่วนตัวต่อ พ่อว่าพ่อไปกับสารัตน์สะดวกกว่า        สารัตน์ชะงักตรงบันไดซึ่งกำลังจะเอาของๆบัวไปเก็บที่ท้ายรถ    “  ไทไปส่งหนูบัวเขาได้มั้ย เสร็จแล้วไทก็เข้าออฟฟิศเลย “    

บัวกับไทชะงักในสีหน้าแล้วต่างเหลือบมองกัน สุรีพรเหลือบมองสามีเล็กน้อย ทองไทอึกอักหากจะปฏิเสธเพราะบัวเป็นแขกและคุณพ่อก็พูดออกมาแบบนั้น

            ไท : เอ่อ…           เหลือบมองที่บัว        “ ได้ครับ “         พูดเสร็จก็มองที่คุณพ่อกับคุณแม่

            บัว : ไม่เป็นไรค่ะ บัวนั่งแท็กซี่ไปได้ค่ะ ไม่รบกวนคุณ.ลุงกับ..คุณไท            คำท้ายเสียงต่ำปนไม่แน่ใจในตัวเจ้าของชื่อ

            สุรีพร : ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ไหนๆพี่เขาก็เข้ามาละ หนูก็มีสัมภาระแล้วไหนจะของฝากอีก       สุรีพรเสริม   “ งั้น.เดี๋ยวฉันไปเอาเสื้อคลุมให้นะคะ “       พูดกับบัวเสร็จก็หันไปพูดกับสามีแล้วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบเสื้อคลุมให้สามี

            สารัตน์ : งั้นของๆคุณบัวเอาไปไว้ที่ท้ายรถคุณไทเลยใช่มั้ยครับ?         รีบเสริมอีกคน  แล้วรีบเอาสัมภาระของบัวไปเก็บที่ท้ายรถของทองไท

ไทกับบัวเหลือบมองหน้ากันอีก

            ไท : เชิญครับ                            พูดเสียงต่ำพร้อมกับผายมือให้บัวเพื่อให้เดินไปที่รถของเขา

สุรีพรเดินออกมาพอดีบัวจึงยกมือไหว้ลาทั้งทองทิวกับสุรีพรแล้วยังหันไปไหว้สารัตน์ด้วยอีกคนแล้วเดินตามทองไทไปที่รถของเขา ทองไทเปิดประตู้ให้ต่างเหลือบมองกันเล็กน้อยบัวกล่าวขอบคุณแล้วขึ้นรถไป ทองทิวมองตามจนกระทั่งรถของลูกชายแล่นพ้นประตูรั้วออกไปอมยิ้มเล็กน้อยแล้วหันมาทางภรรยาเพื่อรับเสื้อคลุมแล้วเดินไปขึ้นรถ  สุรีพรเองก็ทำหน้าเหลอเล็กน้อยยืนมองจนกระทั่งรถของสามีแล่นพ้นประตูรั้วหน้าบ้านไปแล้วจึงเดินเข้าไปในบ้าน

            บัว : คุณส่งดิฉันหน้าปากซอยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันนั่งแท็กซี่ไปเอง         บอกเขาด้วยความเกรงใจ

            ไท : ไม่เป็นไรครับ คุณพ่อให้ไปส่งและผมก็เข้าออฟฟิศทีหลังได้               พูดไปทื่อๆแบบไม่ได้คิดอะไรพร้อมกับหันมาทางบัวเล็กน้อยด้วยสีหน้าเรียบเฉยแล้วหันกลับ 

บัวนิ่งไป ครู่หนึ่งทองไทก็หันมาพร้อมกับถาม

            ไท : เหมือนเราเคยเจอก้นที่ไหนมาก่อนหรือเปล่าครับ?                    หันมาถามแล้วหันกลับ

บัวทำหน้าเหลอๆหันไปมองเขาเล็กน้อย อึกอักครู่หนึ่ง

            บัว : ค่ะ ดิฉันเดินชนคุณที่ห้างสรรพสินค้า                พูดแบบเสียงอ่อยๆครู่หนึ่งก็หันกลับ

            ไท : ครับ                              รับคำสั้นๆ  เขาจำได้แต่แค่ถาม

บัวหันไปเหลือบไทอีกครั้งแล้วหันกลับอึกอักเล็กน้อย

            บัว : วันนั้นดิฉันซุ่มซ่ามเพราะมัวแต่ควานหาโทรศัพท์หยิบได้ก็คุยเลย ไม่ทันระวังน่ะค่ะ      อธิบายอย่างรู้สึกแย่

            ไท : ครับ                          รับคำสั้นๆหรี่หางตาลงไปทางบัวเล็กน้อย แล้วเหลือบกลับ

บัวหน้าเหลอแล้วหันกลับ  คิดว่าวันนั้นเขาก็คงไม่ค่อยพอใจ แต่ครู่หนึ่งเขาก็พูดต่อ

            ไท : ไม่เป็นไรครับ                หันมามองบัวเล็กน้อยแล้วหันกลับ พูดต่อ     “ เดี๋ยวนี้คนเราง่วนอยู่กับแต่โทรศัพท์จนบางครั้งอาจจะเผลอหรือลืมไป …มันเกิดขึ้นได้ครับ “        พูดไปตรงๆเลยแบบนั้น วันนั้นเขาเองก็หงุดหงิดเล็กน้อยเพราะออกไปหน้าไซด์งานของลูกค้ารู้สึกร้อนและเหนื่อยและเห็นว่าบัวซุ่มซ่ามเหตุเพราะเรื่องโทรศัพท์  

บัวนิ่งไปครู่กับสิ่งที่เขาพูด ใช่ เขาไม่ค่อยพอใจ ครู่หนึ่งก็หันไปพูดกับเขา

            บัว : ดิฉันขอโทษคุณจริงๆค่ะ ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ไม่ทันระวัง                พูดขอโทษจริงๆ

            ไท : ครับ                 หันมารับคำสั้นๆ ขรึมๆ แล้วหันกลับ

บัวหันกลับแล้วนิ่ง คิดว่าท่าทางจะอัตตาสูงพอควรทั้งวันนั้นกับวันนี้ที่เธอเอ่ยปากขอโทษแต่ดูท่าทางคุณทองไทก็ยังไม่ค่อยพอใจอยู่และคิดในใจว่าหรือว่าเขา..จะเหยียดเธอเล็กน้อย   บัวไม่พูดอะไรต่อคิดว่าพูดไปก็คงทำให้รู้สึกไม่ดีจึงนิ่งเงียบจนกระทั่งถึงท่ารถ ทองไทเปิดประตูลงมาและยกของลงจากรถให้และบอกว่าจะถือไปส่งที่รถ บัวกล่าวขอบคุณและปฏิเสธไม่อยากรบกวนเพราะเขาต้องกลับไปทำงาน เมื่อทองไทขึ้นรถและขับออกแล้วบัวจึงเดินไปหาที่นั่งเพื่อรอรถเข้าเทียบท่า..นัดพ่อมารับตอนหกโมงครึ่ง นั่งรอรถไปก็ถอนหายใจไปด้วยกับเรื่องของคุณทองไทที่ได้รู้จักกันในวันนี้ 

                                         //   ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘    //

  
 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.