นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนแปด

                                                       //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            สายวันต่อมาย่าใบกำลังนั่งเด็ดก้านผักอยู่ที่แคร่ชะเง้อมองไปที่หน้าบ้านเพื่อดูว่าใครมาเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นมาจอดบริเวณริมรั้ว  ครั้งนี้เสียงรถยนต์นั้นไม่คุ้นแล้วก็.ชะงักเมื่อเห็นคนที่เดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านด้วยสีหน้าที่แลดูมีความกังวลปนเกรงใจและถามหาบัว 

            ทองทิว : กำลังยุ่งอยู่มั้ย?                     ถามเสร็จก็อมยิ้มอย่างเกรงใจเล็กน้อย

บัวกำลังนั่งเขียนงานอยู่ที่ใต้ร่มต้นมะม่วงละสายตาจากโน๊ตบุ๊คขึ้นไปมองตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงฝีเท้าคนกำลังเดินมาทางเธอและเมื่อเงยหน้าขึ้นก็.ชะงักในสีหน้าอย่างรู้สึกแปลกใจ  รีบวางโน๊ตบุ๊คลงทันทีตั้งแต่เห็นว่าเป็นคุณทองทิวแล้วลุกขึ้นและยกมือไหว้สวัสดี

         บัว : ไม่ค่ะ คุยได้ค่ะ        ยิ้ม      “  เชิญที่บ้านสะดวกกว่าค่ะ “           พูดพร้อมกับผายมือและมองที่คุณทองทิวก็เห็นว่าอมยิ้มนั้นเจื่อนลงและแววตาเหมือนกำลังมีเรื่องกังวลใจอะไรบางอย่าง…..

สารัตน์นั่งช่วยย่าใบเด็ดก้านผักพร้อมกับถามซอกแซกทั้งเรื่องทั่วไป เรื่องสวน เรื่องผักและเรื่องที่นา ย่าใบก็ตอบคำถามไปปนทำหน้ากังวลปนสงสัยที่เห็นคุณทองทิวมาที่นี่วันนี้โดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าอย่างกับว่ามีธุระด่วนหรือสำคัญอะไร และที่เห็นนั้นแววตาดูไม่ค่อยสดใสอย่างที่เคยเห็นเหมือนเมื่อครั้งก่อนหรือคงจะกำลังมีปัญหา

            สารัตน์ : ย่าจ๊ะ แล้วนี่ย่าต้องนั่งเด็ดนั่งลอกก้านผักให้เขาเองทุกวันเหรอ ทำไมไม่ให้เขาเอาไปทำเองล่ะจ๊ะ จะได้ไม่เมื่อย                  ถามเรื่อยๆตามประสาคนอารมณ์ดีปนขี้สงสัย

            ย่าใบ : ก็..ทำไว้ให้ก็ไม่เป็นไร เขาเอาไปใช้ได้เลยจะได้สะดวก  อีกอย่างสายๆก็ไม่ค่อยมีอะไรทำมากหรอกแม่ลัคกับแม่บัวเขาไม่ให้ทำ              พูดเสร็จก็อมยิ้มเล็กน้อย

            สารัตน์ : อ๋อ.จ้ะ งั้นสายๆย่าก็อยู่บ้านคนเดียว คุณบัวกับคุณแม่เข้าไปทำสวน?      พูดต่อเชิงถาม

            ย่าใบ : ก็บางครั้ง  แม่บัวเขาไม่ได้ทำตลอดหรอก กลับมาที่บ้านมาอยู่เป็นเพื่อนคุยบ้าง ทำงานของเขาอยู่บนห้องบ้าง พาไปวัดบ้าง                    อมยิ้มเล็กน้อย   

            สารัตน์ : อ๋อ….            พยักหน้ารับทราบ ครู่หนึ่ง    “ แล้วคุณบัวทำงานอะไรเหรอจ๊ะ? “

ย่าใบชะงักในสีหน้าอีกเล็กน้อยเพราะบัวไม่ค่อยอยากให้บอกใครว่าทำอะไร มีไม่กี่คนที่รู้

            ย่าใบ : เอ่อ..เห็นเขาบอกว่ารับจ๊อบรับจ้าง’านอิสระอะไรของเขานะ แต่ก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นงานอะไรแม่บัวเขาไม่บอก       ยิ้ม      ” เขาไม่ค่อยอยากให้รู้เรื่องของเขามากหรอก บางครั้งก็ทำตัวเป็นคนมีความลับเยอะ ”      อธิบายเพิ่ม ประโยคหลังขำๆเล็กน้อย         

            สารัตน์ : อ๋อ..จ้ะ แหม..บางทีคนเราก็ต้องทำตัวมีลับลมคมในกันบ้างเนอะะย่าเนอะ         พูดขำๆสอดรับกับย่าใบแล้วก้มหน้าก้มตาเด็ดก้านผักอันสุดท้าย    “ เสร็จพอดีเลยจ้ะ เอาใส่ถุงเลยใช่มั้ยจ๊ะ  เดี๋ยวฉันจัดการให้  “      พูดพลางรีบลูกขึ้นแล้วเก็บเศษผักใส่ถุงส่วนเศษผักที่เหลือที่ไม่เอาก็เอาไปทิ้งถังขยะหน้าบ้าน 

ย่าใบอมยิ้มแล้วก็ชะเง้อไปทางสวนเพราะยังไม่เห็นว่าบัวกับคุณทองทิวจะพากันออกมาหรือคงจะคุยธุระกันในสวน คิดในใจแล้วหันกลับมองไปที่สารัตน์ที่กำลังเอาผักใส่ถุงอย่างชั่งใจอยากจะถามแต่ก็คิดว่าสารัตน์เองก็คงจะไม่รู้คงแค่ขับรถพาเจ้านายมาทำธุระ  เมื่อจัดการเรื่องผักเสร็จสารัตน์ก็นั่งคุยเป็นเพื่อนย่าใบต่อจนกระทั่งผ่านไปสักพักบัวกับทองทิวก็พากันเดินกลับมาที่บ้าน  ย่าใบกับสารัตน์ชะเง้อตั้งแต่ที่ได้ยินเสียงของทั้งสองที่กำลังเดินคุยกันมา  เมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านทองทิวก็ขอตัวกลับทันทีปฏิเสธคำเชิญทานอาหารกลางวันจากย่าใบและบัวโดยให้เหตุผลว่า  ต้องกลับไปทำงานต่อ ซึ่งบัวกับย่าใบเข้าใจเพราะคุณทองทิวสวมชุดสูททำงานและวันนี้ไม่ใช่วันหยุด  ย่าใบอมยิ้มเล็กน้อยเข้าใจว่าคงจะมีธุระสำคัญกับบัวจริงๆ

เมื่อส่งทั้งคู่ขึ้นรถและรถยนต์ของทองทิวแล่นออกจากหน้าบ้านจนลับตาไปแล้วย่าใบจึงหันไปมองบัว  หากหลานสาวจะบอกหรือเล่าสาเหตุที่คุณทองทิวมาหาแต่ถ้าไม่ก็ไม่เป็นไรเพราะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อมองหน้าบัวก็เห็นสีหน้าที่เหมือนกำลังหนักใจและครุ่นคิดหนัก  ครู่หนึ่งบัวก็หันมาและบอกว่าขอตัวกลับขึ้นไปบนห้อง ย่าใบพยักหน้ารับคำว่าจ้ะพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อยและยืนมองจนกระทั่งหลานสาวเดินเข้าบ้านไปจึงหันกลับและทำหน้าครุ่นคิดบ้าง  สีหน้าของบัวเมื่อครู่ไม่ต่างจากสีหน้าของคุณทองทิวเมื่อตอนที่มาถึง  

                                                       //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            แทนเข้ามาที่ห้องทำงานของน้องชายและถามหาคุณพ่อเมื่อไทตอบว่าคุณพ่อไม่ได้บอกว่าออกไปไหนทั้งแทนกับไทต่างก็ฉงนเพราะเมื่อครู่แทนถามเลขาหน้าห้องของคุณพ่อก็ได้คำตอบแบบเดียวกัน  แต่คุยกันอยู่ครู่หนึ่งแทนก็ขอตัวกลับไปที่ห้องทำงานของตัวเองอย่างรู้สึกกังวลในใจหลายวันมานี้ดูคุณพ่อมีเรื่องให้ต้องคิดซึ่งเขาคิดว่า..ไม่ใช่เรื่องงาน 

                                                       //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            เมื่อพาคุณทิวกลับมาถึงบ้านสารัตน์ก็เข้าไปที่ห้องครัวเพื่อหาน้ำดื่มเห็นยายเปกำลังเตรียมเครื่องแกงสำหรับจะทำอาหารเย็นอยู่ในครัวคนเดียวก็ยิ้มทักทายอย่างอารมณ์ดีปรกติ ยายเปถามว่าทำไมวันนี้กลับช้าสารัตน์ทำหน้าคิดเล็กน้อยก่อนตอบไปว่าพาคุณทิวไปพบลูกค้าที่ชานเมืองและรถติดมาก  พูดลากเสียงยาวแบบขำๆอารมณ์ดีตามประสา

            สารัตน์ : แล้ววันนี้หอมกับแหน๋นไม่ช่วยป้าทำอาหารเย็นเหรอจ๊ะ? แหม..ไม่ได้เรื่องเลย! ปล่อยป้าไว้ในครัวคนเดียวได้ไง            หันมาถามเชิงกระเซ้าเย้าแหย่ต่อหลังจากดื่มน้ำเสร็จ

            ยายเป : หอมยกเครื่องดื่มไปให้คุณทิวเมื่อครู่เดี๋ยวก็คงมา         พูดโดยไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง       ” แต่ถึงไม่มีใครช่วย ข้าก็ทำคนเดียวของข้าได้เว้ย..ไหวน่ะ  ”     พูดพร้อมกับทำเป็นเลิกคิ้วและเบะปากเล็กน้อยโดยที่ยังก้มหน้าปอกกระเทียม ตั้งใจยียวนกลับ      

            สารัตน์ :  จ้าๆ..จ้ะ..แหม…ฉันก็เป็นห่วงป้าแหล่ะ..ทำคนเดียวเดี๋ยวเหนื่อย           ยิ้ม      ”  งั้นเดี๋ยวฉันออกไปรดน้ำต้นไม้ก่อนนะป้านะ เดี๋ยวจะเย็นซะก่อน  ”             พูดกระเซ้าแหย่ยายเปพอหอมปากหอมคอแล้วจะเดินออกไป หอมเดินเข้ามาพอดี

            หอม : อ้าวพี่! จะออกไปแล้วเหรอ ทำไมวันนี้กลับช้าล่ะ?        ถามขณะเอาถาดวางแก้วไปเก็บ

            สารัตน์ : ไปพบลูกค้าที่ชานเมืองมาจ้ะ รถตี๊ดติด        

            หอม : อ๋อ.ถึงว่าคุณทิวดูท่าทางเหนื่อยๆ เครียดๆด้วยนะ          พูดไปพร้อมกับพยักหน้าไปนึกถึงตอนที่เห็นสีหน้าของคุณทิวขณะที่กำลังนั่งคุยกับคุณสุรีพรตอนเอาน้ำดื่มเข้าไปเสิร์ฟให้  อมยิ้ม   “ แล้วพี่ดื่มน้ำยัง? “   

สารัตน์ยิ้มตอบว่าเรียบร้อยแล้วหอมก็อมยิ้มรับพร้อมกับพยักหน้าสารัตน์จึงเดินเลี่ยงออกไปคิดว่าหากอยู่ต่ออาจจะถูกหอมถามซอกแซกมากกว่านี้ก็เป็นได้ 

              หอม : เอ… แต่วันนี้คุณทิวดูเครียดๆเหนื่อยๆจริงนะป้า  เม่ื่อครู่ก็บอกคุณสุรีว่าไปนอกเมืองไกลหน่อย        พูดไปพยักหน้าไปแล้วทำหน้าคิด     ” เอ..แต่ฉันว่า.ให้คุณแทนหรือคุณไทไปแทนก็น่าได้จะได้..คุณทิวจะได้ไม่ต้องนั่งรถไกลๆ  ”        

หันมาต่อบทสนทนากับยายเปต่อแต่ยายเปบอกว่าปรกติเพราะเจ้านายไปทำงานต้องเครียดเป็นธรรรมดาและอีกอย่างคุณทิวยังทำงานด้วยตนเองหลายอย่าง  พูดเสร็จก็ไม่ปล่อยให้หอมเจิ้อยแจ้วนานจึงบอกหอมให้ไปเอาผักมาล้างและช่วยกันทำอาหารเย็นดีกว่ามาคุยเรื่องของเจ้านาย หอมทำเป็นเหมือนถูกขัดใจเล็กน้อยแต่ก็รีบทำเพราะเข้าใจว่ายายเปไม่ชอบพูดเรื่องของเจ้านายและขืนช้าจะถูกเอ็ดเอา 

                                               //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

บัวนั่งเอนตัวที่เก้าอี้ที่โต๊ะทำงานในห้องนอนคิดเรื่องที่ได้คุยกับทิวในวันนี้..คุณทิวมาคุยเรื่องของคุณไท..และ..ได้ยื่นข้อเสนอบางอย่างให้เธอ.อยากให้เธอลองคิดเรื่องของคุณไทแต่เธอตอบปฏิเสธไปทันที แต่..สีหน้าของคุณทิวที่เห็นในตอนที่ถูกเธอปฏิเสธนั้นทำให้เธอเครียดและกังวลใจจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำงานต่อ..ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่ๆ คิดในใจ 

                                             //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            สุรีพรเดินมานั่งลงที่เก้าอี้สำหรับนั่งเล่นภายในห้องนอน นั่งลงข้างๆสามีเมื่อเห็นว่าหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จและเตรียมตัวจะเข้านอนก็เห็นว่าเขานั่งทำหน้าครุ่นคิดปนกังวลดูเครียดๆ  มองดูอยู่ครู่หนึ่งก็ถอนหายในเบาๆ

            สุรีพร : มีอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ เล่าให้ฟังได้บ้างมั้ย?         ถามอ่อนโยนอย่างเป็นห่วง

ทองทิวคลายสีหน้าลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินภรรยาถามแบบนั้นเขารู้สึกได้ เธอคงจะกังวลไปกับเขาด้วย ถอนหายใจเสียงดังเล็กน้อย อมยิ้ม 

            ทองทิว : เล็กน้อย ไม่มีอะไรมากหรอก           ยิ้มอ่อนโยนเพื่อให้ภรรยาคลายกังวล

สุรีพรยังมีหน้าเป็นห่วงและมีกังวลอยู่ ทองทิวจึงถอนหายใจอีกเบาๆ

            ทองทิว : ก็พอมีอยู่ แต่เอาไว้เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟัง      ยิ้ม   ”  เอาไว้อีกสักพักก่อน หากแน่ใจแล้วผมจะบอกคุณ ”  

สุรีพรทำหน้าฉงนแต่เมื่อสามีบอกเช่นนั้นก็ไม่อยากเซ้าซี้ ทองทิวอมยิ้มบอกว่าดึกมากแล้วเข้านอนกันดีกว่าเพราะพรุ่งนี้เขาต้องไปทำงานแต่เช้า  พูดเพื่อต้องการตัดบทไม่อยากให้ภรรยาพลอยเป็นห่วงไปด้วยถึงยังไงเขาต้องปรึกษาเธอเพียงแต่ยังไม่ใช่ตอนนี้  สุรีพรถอนหายใจเบาๆแต่ก็อมยิ้มด้วยเข้าใจในตัวเขาเธอเองก็พอจะเข้าใจว่าคงจะเป็นเรื่องของตาไทแต่เมื่อสามีายังไม่อยากที่จะเล่าเธอก็จะไม่เซ้าซี้ถามถึงเวลาเขาก็คงจะบอกเอง 

                                                       //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //     

         สายๆหลังช่วยงานแม่ในสวนเสร็จบัวก็นั่งใจลอยที่ใต้ร่มต้นมะม่วงขณะที่โน๊ตบุ๊คก็ถูกเปิดค้างไว้ และวางอยู่ข้างตัว  ลัคณาเดินมาทางลูกสาวเมื่อเห็นว่านั่งใจลอยผิดปรกติทำหน้าเหมือนกับว่ากำลังคิดอะไรอย่าง..คงเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคุณทองทิวที่มาเมื่อวาน ครู่หนึ่งบัวรู้สึกตัวเมื่อรู้สึกว่ามีใครมายืนอยู่ตรงหน้าจึงแหงนขึ้นไปมองก็เห็นว่าเป็นแม่ที่กำลังยืนมองเธออยู่

            ลัคณา : ใจลอยอะไรอยู่ลูก?          ถามเสียงต่ำแต่ห่วงใย        “ เรื่องงานหรือเปล่า? “

            บัว : เปล่าจ้ะ                    ตอบคำถามแม่เสร็จก็หันกลับแล้วรีบปิดโน๊ตบุ๊คและเก็บของ

ลัคณายังยืนมองลูกสาวพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ ครู่หนึ่ง

            ลัคณา : เรื่องคุณทิวเมื่อวานเหรอ? บอกแม่ได้มั้ย?         พูดพร้อมกับนั่งลงตรงหน้าลูกสาวและมองบัวที่กำลังเก็บของ          

บัวชะงักในสีหน้าเล็กน้อยแต่ก็ปิดคอมพิวเตอร์และเก็บอุปกรณ์ที่เอามาด้วยจนเสร็จก่อนหันไปตอบแม่ 

            บัว : ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ  คุณทิว..มีเรื่องอยากให้บัวช่วยเล็กน้อยแต่บัวช่วยไม่ได้        อธิบายไปแบบผ่านๆ   อมยิ้มเล็กน้อย

ลัคณาขมวดคิ้วฉงน

            ลัคณา : อ้าว! ถ้าไม่มีอะไรมากทำไมช่วยไม่ได้ล่ะลูก  คุณทิวอุตส่าห์มาขอความช่วยเหลือถึงที่นี่       ถามอย่างสงสัย     “  หากบัวช่วยไม่ได้ งั้น..พ่อกับแม่ช่วยได้มั้ย ถามคุณทิวให้ได้หรือเปล่า?   “  

บัวสีหน้าตื่นเล็กน้อยแล้วรีบปฏิเสธ

            บัว : คงจะไม่ได้หรอกจ้ะ  ไม่น่าจะใช่..เรื่อง.ที่พ่อกับแม่ช่วยได้ บัวเลยไม่ได้เล่าให้ฟัง   พยายามปฏิเสธประโยคหลังเสียงเบาลง   “  ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ มัน…เป็นเรื่อง..แบบเรื่องส่วนตัวของพวกเขาน่ะจ้ะ ทั้งบัวกับพ่อกับแม่..คงช่วยพวกเขาไม่ได้   “         บอกอีกครั้งเผื่อแม่จะเลิกถาม 

ลัคณาขมวดคิ้วฉงนหนักพร้อมกับคิดแต่ครู่หนึ่งก็เลิกคิ้วสองข้างพร้อมกับพยักหน้าแบบว่าเข้าใจไม่เซ้าซี้ลูกสาวต่อ  ปฏิกิริยาของบัวเมื่อครู่คิดว่าคงเป็นเรื่องสำคัญทีเดียวและคุณทิวมาหาถึงที่นี่   บัวอมยิ้มพร้อมกับพยักหน้ารีบขอตัวกลับไปที่บ้านคิดว่าแม่คงจะไม่ติดใจอะไรมาก  ลัคณาลุกขึ้นและยืนมองตามลูกสาวจนพ้นแนวรั้วของสวนไปแต่ยังไม่คลายสงสัย 

บัวกลับขึ้นมาบนห้องวางโน๊ตบุ๊คที่โต๊ะแล้วนั่งลงถอนหายใจมองออกไปนอกหน้าต่างทำหน้าคิด ครู่หนึ่งก็ส่ายศีรษะเพื่อสลัดสิ่งที่กำลังคิดออกไปแล้วเปิดคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานของตัวเองต่อหลังจากที่ไม่มีสมาธิมาตั้งแต่เมื่อวาน  แม้จะลำบากใจแต่เธอก็ให้คำตอบคุณทิวไปชัดเจนแล้ว 

                                                       //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

           ไทมาที่ร้านอาหารตามที่ได้นัดกับแอ๋มไว้ สถาปนิกที่ทำงานร่วมกันกับโปรเจคงานอพาร์ทเมนท์เพื่อส่งสัญญาจ้างงาน  เธอขอเป็นฝ่ายเลี้ยงอาหารกลางวันเขาสำหรับมื่อเที่ยงในวันนี้เพื่ออยากตอบแทนเขา   เธอบอกว่างานขยายรีสอร์ทที่เขาใหญ่ก็ได้รับการสนับสนุนจากเขาซึ่งพี่ชายของเธอโอนงานชิ้นนี้ให้เธอทำอีกเช่นกัน   เมื่อมาถึงก็มองหาและเห็นว่าเธอยกมือส่งสัญญาณให้  เธอมาถึงก่อนและรออยู่แล้วเมื่อเห็นว่าเขาเดินเข้ามาใกล้ก็ลุกขึ้นยืนเพื่อต้อนรับแล้วยิ้มให้กล่าวคำทักทายและต่างก็ผายมือให้กัน  

            ไท : มารอนานหรือยังครับ? ผมเสียเวลาเล็กน้อยก่อนออกจากออฟฟิศ         ถามอย่างเกรงใจ

            แอ๋ม : ไม่ค่ะแอ๋มก็พึ่งมาถึงสักราวสิบนาทีเอง รถติดเล็กน้อยด้วยค่ะ        ยิ้ม    ”  แอ๋มเก็บสัญญาไว้ในรถน่ะค่ะ ว่าหากทานอาหารเสร็จค่อยเอาให้ที่รถ เลยไม่ถือเข้ามาด้วย ” 

            ไท : ได้ครับ                      อมยิ้ม      

            แอ๋ม : แล้วก็..ขอบคุณมากนะคะเรื่องงานที่เขาใหญ่        อมยิ้ม 

            ไท : ครับ            อมยิ้ม     “ คุณอาร์ตก็ขอบคุณไปครั้งหนึ่งแล้ว  “         พูดยิ้มๆเพื่อสร้างบรรยากาศคุ้นเคย

แอ๋มหัวเราะเล็กน้อยแล้วรับคำว่าค่ะแล้วอมยิ้มนี่เป็นครั้งที่สามที่ได้เจอกับเขา เขากดไลค์ภาพที่เธอโพสต์ทุกครั้งบางครั้งก็คอมเมนต์ด้วย เริ่มมีความคุ้นเคยกันมากขึ้น  

            แอ๋ม : แอ๋มสั่งอาหารไว้รอแล้วค่ะ  สักครู่ก็คงได้     ยิ้ม  ไทยิ้มรับพร้อมกับรับคำว่าครับ   แอ๋มชวนสนทนาต่อ     ”  วันหยุดที่ผ่านมาไปเขาใหญ่เป็นไงบ้างคะ?  ”          

            ไท : ยุ่งมากครับ         ยิ้ม      “ แต่ก็พอมีเวลาได้เที่ยวกับเพื่อน ชวนเพื่อนไปเที่ยวด้วยสองสามคนน่ะครับ ก็.แฮงค์เอาท์กันตอนเย็นวันเสาร์แล้วก็..       ทำหน้าคิดเล็กน้อยเมื่อนึกไปถึงว่าวันอาทิตย์ไปที่บ้านของบัว      “ กลับวันอาทิตย์ครับ งอมเลย  “          ยิ้ม

แอ๋มหัวราะเล็กน้อยอีกครั้งกับสิ่งที่เขาพูดตอนท้ายเพราะพยายามจินตนาการสภาพของเขาที่กลางวันทำงานกลางแจ้งแล้วปาร์ตี้ตอนดึกแล้ววันถัดมาขับรถกลับเข้ากรุงเทพฯอีก   ไทยิ้มพอใจเริ่มมีความรู้สึกว่าคุ้นเคยกันพูดคุยกันได้สะดวกใจมากขึ้น  เธอดูมีความผ่อนคลายไม่เกร็งเหมือนสองครั้งก่อนที่ได้เจอกันรวมทั้งตัวเขาเองด้วย  ถามเธอกลับเช่นกันเรื่องวันหยุดสุดสัปดาห์เพราะเห็นภาพที่โพสต์ที่ทะเลและเขาก็ยังเข้าไปคอมเมนต์ด้วย แอ๋มตอบสั้นๆประมาณว่าปัญหาทายใจว่าไม่ไกลจากกรุงเทพฯแต่ไทก็ลองทายทั้งคู่หัวเราะแล้วยิ้มมองกัน  ครู่หนึ่งอาหารถูกยกมาเสิร์ฟต่างอมยิ้มและผายมือแล้วลงมือรับประทานอาหารกลางวัน  คุยกันเรื่องงานเป็นส่วนใหญ่ทั้งไทกับแอ๋มพยายามรักษาเวลาเพราะมีงานต้องกลับเข้าไปทำที่ออฟฟิศและก่อนจากยังมีนัดรับประทานอาหารเย็นกันอย่างเป็นทางการ  

แทนเคาะประตูห้องทำงานของคุณพ่อแล้วเดินเข้ามาเพื่อขอคุยเรื่องวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โรงงานและบอกว่าเขาได้เขียนแผนเพื่อของบประมาณในการผลิตไว้คร่าวๆเลยอยากให้คุณพ่อช่วยดูให้ ทองทิวพยักหน้าพร้อมกับยิ้มกึ่งขำเล็กน้อยที่ลูกชายมักจะทำอะไรรวดเร็วและให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำเขาเป็นคนไฮเปอร์มากแล้วบอกว่าเดี๋ยวดูให้ แทนยิ้มและบอกว่าขอบคุณครับ

            แทน : แล้วเมื่อวานคุณพ่อไปพบลูกค้ามาเหรอครับ? บอกผมก็ได้เดี๋ยวผมช่วยดูให้หรือไปเป็นเพื่อน         ยิ้มมองคุณพ่อ

            ทองทิว : ไม่มีอะไรหรอกลูก ไปหาลูกค้าแล้วก็..ไปธุระอีกเล็กน้อย เห็นว่าอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เลิกงานเลยไม่เข้าบริษัทแล้วก็..อยู่แถวนอกเมืองด้วยเลยกลับบ้านเลย      พูดยิ้มๆ ประโยคหลังกึ่งขำเล็กน้อย

            แทน : ครับ แต่โอนให้ผมได้นะครับคุณพ่อจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลบ่อยๆ ตอนนี้แผนคร่าวๆก็เสร็จไปแล้วและก็..ไม่ค่อยมีอะไร  จะมีก็แต่..จันทร์หน้านี้ที่ไทเขาขอประชุมเรื่องโปรเจคงานชิ้นใหม่ส่งรายละเอียดมาให้แล้วแต่ผมยังไม่ได้ดู    “     พูดเสร็จก็ยิ้ม

            ทองทิว : พ่อก็พึ่งเห็นแต่เจี๊ยบ (เลขา) เขาบอกตั้งแต่เช้าแล้วล่ะมัวแต่เซ็นเอกสาร        พูดเสร็จก็ขำเล็กน้อย     “   เดี๋ยวเอาไว้ค่อยดู   “           ยิ้ม

ไทรับคำสั้นๆว่าครับนั่งคุยกับคุณพ่ออยู่ครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับออกไปทำงาน เขาเองก็พึ่งกลับเข้ามาหลังจากที่เมื่อเช้านี้ไปที่โรงงานกลับมาก็มีเอกสารบนโต๊ะที่ต้องเซ็นอีก  และจากที่คุยเมื่อครู่คุณพ่อก็คงยังไม่อยากบอกหรือพูดเรื่องที่ทำให้ท่านเป็นกังวลและเขาคิดว่าเม่ื่อวานท่านคงไม่ได้ไปพบลูกค้า เขาเพียงแต่เป็นห่วงเพราะตั้งแต่เขาเข้ามาช่วยงานท่านไม่ค่อยมีปัญหาส่วนตัวที่ทำให้เป็นกังวลขนาดนี้ 

                                                       //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            ตอนเย็นบัวกำลังเก็บผักกาดขาวกับขึ้นฉ่ายเพื่อเอาไปทำอาหารเย็นอยู่ที่แปลงผักส่วนพ่อเดินดูความเรียบร้อยพร้อมกับถอนหญ้าที่ขึ้นรอบๆแปลง  เจษเดินเข้ามาหาหลังจากที่ไม่ได้แวะมาสองสามวันเพราะมีงานยุ่งๆต้องทำที่สำนักงาน  ยกมือไหว้สวัสดีพ่อของบัวทันทีที่มาถึงพจน์รับไหว้พร้อมกับยิ้มและบอกว่าตามสบายและชวนทานข้าวด้วยกันเจษกล่าวขอบคุณแต่ตอบปฏิเสธและบอกว่าวันนี้ต้องพาแม่ไปทำธุระในอำเภอต่อ

            บัว : หืม..ไม่ต้องแวะมาก็ได้ แชทคุยกันอยู่แล้ว แค่นี้เอง         บอกเจษเพราะปรกติก็แชทคุยกันและเจษก็บอกว่าวันนี้จะไปธุระ  ยิ้ม    “  เก็บผักไปฝากคุณป้าด้วยเอาผักอะไรเดี๋ยวเราเก็บให้   “         พูดพร้อมกับพยักหน้าพูดเสร็จก็อมยิ้ม

            พจน์ : เก็บเอาเลยลูกเอาไปเยอะๆ จะเก็บให้ทีไรก็บอกไม่เอา        พูดอย่างใจดี แล้วยิ้ม            “ ไม่ต้องเกรงใจ ผักมีหลายอย่างพอมีเวียนส่งที่ตลาด  “ 

เจษยิ้มกล่าวขอบคุณพจน์และข่วยบัวเก็บผักเมื่อเสร็จก็พากันเดินกลับไปที่บ้าน บัวเอาผักสำหรับจะทำอาหารเย็นเข้าไปให้ย่าและเอาน้ำดื่มพร้อมกับถุงมาใส่ผักให้เจษ  เมื่อเดินออกมาก็เห็นว่าเจษเดินกลับมาจากรถและถือถุงกระดาษเล็กๆมาด้วย ทั้งคู่นั่งลงที่แคร่เล็กและคุยกันต่อ

            เจษ : ซื้อมาฝาก                บอกพร้อมกับยื่นถุงกระดาษแบบซองเล็กๆและพับครึ่งไว้ส่งให้ ยิ้ม

บัวอมยิ้มกล่าวขอบใจและรับมาคลี่ดูก็เห็นว่าข้างในเป็นกำไรลูกปัดแบบม้วนห้าวงสีน้ำตาลอ่อนสลับกับสีเงินมีดอกไม้เล็กๆสีดำที่ทำจากผ้า เกสรดอกไม้เป็นเม็ดสีเล็กๆสีน้ำเงินเข้มกับสีฟ้าสลับกันบนกำไรลูกปัดนั้น

            บัว : ขอบใจมากนะ ครั้งก่อนก็ซื้อชุดมาฝาก ไม่ต้องซื้อของฝากบ่อยๆก็ได้เกรงใจ          พูดอย่างเกรงใจและจริงใจ อมยิ้ม

            เจษ : ไม่เป็นไรหรอก        ยิ้ม     “  เห็นเพื่อนผู้หญิงที่สำนักงานเขาสั่งเห็นว่าน่ารักดีก็เลยสั่งมาให้…ซื้อของออนไลน์   “       ประโยคหลังกึ่งขำเล็กน้อย  ยิ้ม 

            บัว : จะซื้อออนไลน์ ซื้อจากในห้างหรือจากที่ไหนก็ไม่ต้องหรอก..เกรงใจ  เลิกงานก็แวะมาคุยกันได้       ยิ้ม      ”  มากินข้าวเย็นเป็นเพื่อนย่าด้วย ”       พูดเสร็จก็ขำ เจษยิ้ม

            เจษ :  อื้ม เห็นว่าน่ารัก เผื่อจะสวมเวลาไปโน่นมานี่            อมยิ้ม มองบัว 

บัวอมยิ้มเจื่อนเล็กน้อย พอจะรู้ว่าเจษรู้สึกอย่างไร 

                บัว : ก็..นั่นล่ะ ประหยัดเงินไว้ดีกว่า        ยิ้ม    ” เราก็ไม่ค่อยได้ไปไหนหรอกช่วยแม่ทำสวน.ไม่ค่อยได้สวมพวกเครื่องประดับ..ไม่ค่อยได้ใช้  ”   

                เจษ :  เผื่อมีโอกาสได้ใช้ หรือ..เก็บไว้ก็ได้      อมยิ้ม แววตาประกายเล็กน้อยมองบัว พูดเสียงต่ำลง   ”  เราอยากให้เก็บไว้  ”      น้ำเสียงจริงจัง    

บัวมองเจษอย่างรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย ยิ้มเจื่อนเมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเจษ ครู่หนึ่งก็อมยิ้มและพยักหน้าและขอบใจเจษอีกครั้ง   เจษยิ้มแม้จะถูกบัวปฏิเสธหลายครั้งเวลาเขาชวนไปโน่นมานี่ก็คิดว่าค่อยๆให้เวลาเป็นไปและให้โอกาสบัวได้ตั้งตัวถึงยังไงบัวก็กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่บ้าน.ยังมีโอกาสและยังมีเวลา นั่งคุยกันต่ออีกเล็กน้อยเจษก็ขอตัวกลับเพราะแค่แวะเอาของมาให้บัว  บัวกล่าวขอบใจเจษอีกครั้งและเดินไปส่งที่หน้าบ้านยืนมองจนกระทั่งรถยนต์ของเจษแล่นพ้นแนวรั้วบ้านไปจึงเอาของที่เจษซื้อมาให้ขึ้นไปเก็บบนห้องแล้วลงมาช่วยย่าทำอาหารเย็น       

                                                  //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            วันเสาร์ช่วงสายสุรีพรเดินเข้ามาภายในห้องนอนก็เห็นว่าสามีกำลังนั่งอานหนังสือที่เก้าอี้นั่งเล่นภายในห้องเมื่อไปที่ห้องหนังสือแล้วไม่เห็นว่าเขาอยู่ในนั้น  แทนกับนิไปที่บ้านของนิเพื่อเยี่ยมครอบครัวของเธอและรับประทานอาหารร่วมกันในวันหยุด ส่วนไทออกไปดูหน้างานที่ย่านชานเมืองเห็นบอกว่าจะกลับเข้ามาช่วงบ่ายๆ ทองทิววางหนังสือลงแล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับภรรยาเมื่อเห็นว่าเธอเดินเข้ามาคิดว่าคงจะหาเขาอยู่เหมือนกัน

            ทองทิว : ตาไทพึ่งออกไปเหรอ? เหมือนได้ยินเสียงรถวิ่งออกวิ่งเข้า                       

            สุรีพร : ค่ะ ลืมของ เมื่อสักครู่ออกไปแล้วและกลับเข้ามาเอา ดูรีบๆ ช่วงนี้ดูเป็นคนขี้ลืม        ยิ้ม

ทองทิวพูดว่าอืมอย่างเห็นด้วยแล้วหัวเราะเมื่อนึกถึงลูกชายคนเล็กที่ช่วงนี้ท่าจะยุ่งมากแต่เห็นบอกว่าเย็นนี้นัดทานข้าวกับเพื่อน สุรีพรก็ขำเล็กน้อย ครู่หนึ่ง

            สุรีพร : คุณจะรับของว่างมั้ยคะ จะได้เตรียมให้

            ทองทิว : อืม..ยังหรอก ผมยังรู้สึกว่าท้องยังเต็มอยู่เลย          พูดเสร็จก็หัวเราะขำๆ   “ แล้วคุณทานหรือยัง? “

            สุรีพร : ยังค่ะ รู้สึกว่ายังอิ่มอยู่เหมือนกัน รอทานพร้อมกันก็ได้ค่ะ         อมยิ้ม 

ทองทิวขำอีกเล็กน้อย สุรีพรยิ้มเห็นสามีอารมณ์ดีเหมือนเดิมกว่าเมื่อวันก่อนที่ทำหน้าเครียดกังวลเธอก็คลายใจ  แต่ครู่หนึ่งเมื่อทองทิวหยุดหัวเราะและมองภรรยาที่ก็ยังยิ้มมองเขาอยู่นั้นก็คิดเล็กน้อยถอนหายใจเบาๆแล้วเล่าเรื่องที่เมื่อสามสี่วันก่อนที่เขาไปที่บ้านของบัวให้เธอฟังบอกว่าไปคุยกับบัวเพื่อขอให้พิจารณาตาไท สุรีพรอึ้งในสีหน้า นิ่งฟังสิ่งที่สามีเล่าให้ฟังและเมื่อเขาเล่าจบ

            สุรีพร : หนูบัวเขาจะมองเรายังไงคะ?…โดยเฉพาะ.ตาไท…ลูกจะรู้สึกยังไงหากเขารู้?            ถามอย่างอึ้งๆ

ทองทิวถอนหายใจหนักใจและมองภรรยาที่ยังมองเขาอย่างอึ้งๆ  ไม่นานเขาก็ต้องเล่าให้เธอฟังและปรึกษาเธอมันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องตัดสินใจคนเดียว  แต่ที่เขาไม่ขอความเห็นจากเธอก่อนไปหาบัวเพราะเขาอยากจะลองถามบัวก่อนและเกรงว่าภรรยาจะไม่เห็นด้วยเพราะมันไม่ใช่เรื่องล้อเล่น  ถอนหายใจเบาๆอีกครั้ง 

             ทองทิว : ผม.เห็นว่าหนูบัวมีความเป็นผู้ใหญ่ คงเข้าใจอะไรๆว่ามัน..ธรรมดา.หรือ..อาจจะน่ะนะ และเท่าที่คุยก็เป็นอย่างนั้น ส่วนตาไทคิดว่า..ก็คงเหมือนกัน       ถอนหายใจเบาๆอีก    ”  ผมมองแค่ทางนี้ทางเดียว ก่อนออกจากสวนก็ได้บอกหนูบัวเขาอีกครั้งว่าอยากให้ลองพิจารณาดู  แต่ก็แล้วแต่หนูบัวเขา   ”            พูดเสร็จก็ถอนหายใจเบาๆอีกครั้ง  

สุรีพรมองหน้าสามีอย่างที่ยังรู้สึกอึ้งกับสิ่งที่เขาพูดไม่คิดว่าเขาจะมีความคิดแบบนี้ ปรกติเขาไม่ใช่คนที่จะไปเจ้ากี้เจ้าการหรือจัดการเรื่องอะไรของลูกโดยเฉพาะเรื่องทำนองนี้  หากมาถามความเห็นเธอก่อนเธอคงไม่ยอมเพราะไม่อยากทำให้ลูกลำบากใจและเป็นเร่ื่องส่วนตัว และโดยเฉพาะหนูบัวที่เป็นคนภายนอก..ไม่รู้ว่าหนูบัวกับครอบครัวจะคิดอย่างไร  ถอนหายใจ

    สุรีพร  : แต่เราก็ไม่เคยคิดที่จะยุ่งเรื่องนี้ของลูก ทั้งคุณและดิฉันก็มั่นใจในตัวลูก แล้วทำไมคุณถึงคิดอยากจะทำอย่างนี้ล่ะคะ? ข่าวซุบซิบหรอ? เราก็ปล่อยผ่านมาตลอด 

                ทองทิว :  จริงๆผมก็ว่าจะไม่ยุ่ง….          พูดพร้อมกับมองหน้าภรรยา นิ่งไปครู่ก็พูดต่อ    ” พอมีหนูบัวเข้ามาก็เลยมองเห็นความเป็นได้อะไรบางอย่าง..หาก…       พูดไปพลางทำหน้าคิด แล้วถอนหายใจอีก    ” ถ้ามันจะเป็นได้น่ะนะ และก็เห็นว่าตาไทไม่ได้คบหากับใคร ”     ถอนหายใจเบาๆมองหน้าภรรยาอย่างจริงจัง     ”  หนูบัวเป็นคนที่ไว้ใจได้ ผมมั่นใจอย่างนั้น  ” 

                สุรีพร  : แล้วคุณจะกล้าคุยกับลูกเรื่องนี้เหรอคะ?     

 ทองทิวถอนหายใจเบาๆอีกครั้งเสมองไปทางอื่นทำหน้าคิดและตอบคำถามภรรยา 

                ทองทิว :  ยังหรอก  รอคำตอบที่ชัดเจนจากหนูบัวอีกครั้งก่อน แล้วค่อยคุย         

สุรีพรมองหน้าสามีที่พูดเบาเหมือนคนใจลอย หลายวันมานี้คงเป็นเรื่องนี้ที่ทำให้เขาไม่สบายใจแต่เธอก็ยังอึ้งและคิดไม่ออกจริงๆว่าอะไรที่ทำให้เขาคิดทีีจะทำแบบนี้ หรือหากหนูบัวตกลง..แล้วจะบอกตาไทว่ายังไง..นั่นล่ะที่สำคัญ

                                                     //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

            ย่าใบ : ยืนใจลอยอะไร? เห็นยืนรดน้ำต้นไม้ต้นนี้จนมันชุ่มจะเป็นบ่ออยู่แล้ว         ถามเมื่อเห็นว่าหลานสาวยืนแช่รดน้ำต้นเข็มต้นนี้ไม่ขยับไปไหนและดูใจลอย 

บัวรู้สึกตัวทันทีเพราะมัวแต่คิดเรื่องของคุณทิวจึงรีบขยับออกแล้วหันไปยิ้มให้ย่าอย่างเขินๆแล้วหันไปรดน้ำต้นไม้ต้นอื่นบริเวณนั้น  ย่าใบมองดูหลานสาวที่หลายวันมานี้ตั้งแต่ที่คุณทองทิวมาหาก็มีท่าทางเหมือนคนกำลังมีเรื่องอะไรหนักๆให้คิดและหลายครั้งก็ดูใจลอย  ถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปในบ้านเพื่อทำอาหารเย็น บัวเองก็ถอนหายใจเช่นกัน

            ลัคณา : ฉันอยากให้คุณคุยกับลูกหน่อยค่ะ ดูท่าจะมีเรื่องไม่สบายใจ           บอกสามีขณะกำลังช่วยกันดูแลบริเวณแปลงผัก 

             พจน์ :  เรื่องคุณทิวน่ะเหรอ?  คงไม่มีอะไรมั้งหากช่วยได้ก็คงช่วยไปแล้วล่ะพอช่วยไม่ได้คงจะไม่สบายใจ           พูดยิ้มๆแต่ไม่เงยหน้าขึ้นไปมองภรรยาเพราะเขาคิดว่าคงไม่มีอะไรจริง หลังจากที่ได้ทราบเรื่องจากภรรยาในตอนเย็นวันที่คุณทองทิวมาหาบัวที่บ้านก็คิดว่าคงเป็นเรื่องที่เคยชวนบัวไปทำงานด้วย       ”  อาจจะเป็นเรื่องที่เคยชวนไปทำงานด้วย  ”       พูดไปพลางถอนหญ้าไป 

 ลัคณาถอนหายใจและทำหน้าคิด เธอคิดว่าไม่น่าใช่เพราะเรื่องชวนไปทำงานด้วยนั้นเป็นการพูดทีเล่นทีจริง  น่าจะเป็นเรื่องอื่นที่สำคัญเพราะสังเกตุได้จากอาการคิดหนักและใจลอยของบัวในช่วงนี้   พจน์หยุดชะงักแล้วมองภรรยาครู่หนึ่งก็บอกว่าเดี๋ยวเขาค่อยคุยกับบัว  ลัคณาอมยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าอาการใจลอยและเลี่ยงไปเลี่ยงมาของบัวทำให้เธอพลอยไม่สบายใจไปด้วย   

                                                   //  ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘  //

           

                                     

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.