นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนเก้า

                                             

                                   //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //

              หลังจากรับประทานอาหารที่ร้านกันเรียบร้อยแล้วทั้งไทกับแอ๋มเห็นพ้องกันว่าหาที่นั่งหรือสถานที่สำหรับนั่งคุยกันต่อจึงพากันมาที่สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่สาธารณะริมแม่น้ำเจ้าพระยา  นั่งลงที่ม้านั่งหินอ่อนแล้วต่างฝ่ายต่างมองไปเบื้องหน้าที่ค่อนข้างมืดแต่พอมีแสงไฟสลัวจากอาคารบ้านเรือนที่อยู่ริมแม่น้ำพอให้มองเห็นสิ่งที่ลอยอยู่กลางแม่น้ำได้บ้าง ตอนนี้เป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้ว 

               แอ๋ม : อากาศเย็นสบายดีนะคะ น่าอิจฉาคนที่พักอยู่ใกล้ๆแถวนี้ ตอนเย็นๆอากาศคงดีมาก         พูดอย่างรู้สึกสดชื่นอารมณ์ดี ยิ้ม

             ไท : ครับ          ยิ้ม หันไปมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ  ผมยาวถูกปล่อยของเธอกำลังถูกลมพัดดูสวยและมีเสน่ห์ครู่หนึ่งก็หันกลับมองไปข้างหน้าอีก   “ ตอนกลางวันคงวุ่นวายน่าดู  “    เหมือนพูดลอยๆเพราะกำลังซึมซับอากาศเย็นๆสดชื่นเช่นกัน 

             แอ่ม : ค่ะ คงจะมีเรือวิ่งผ่านไปมาทั้งวัน     อมยิ้ม เว้นวรรคการพูดไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบคงจะกำลังนั่งรับลมเย็นๆ  จึงหันมาถาม     ” ปรกติคุณไทมาแถวนี้บ้างไหมคะ? “

            ไท :  ไม่หรอกครับ เลิกงานก็ไปบ้านเพื่อนบ้าง..หรือไม่ก็กลับบ้านเลย     พูดยิ้มๆ หันไปตอบคำถามเธอเม่ื่อเห็นว่าเธอกำลังตั้งใจฟังก็พูดต่อ    ” อืม..ไม่ค่อยได้มานั่งพักผ่อนอะไรแบบนี้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็.ไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัดกับเพื่อนกับครอบครัวช่วงวันหยุดครับ          อมยิ้มแบบสบายอารมณ์

แอ๋มยิ้มรับกับสิ่งที่เขาพูด มองเขาอยู่ครู่หนึ่งก็หันไปมองข้างหน้าอีก ดูท่าทางเขาสบายๆและผ่อนคลาย บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเมื่อครู่ก็เช่นกัน

                ไท :  แล้วคุณแอ๋มมาแถวนี้บ่อยเหรอครับ? ดูท่าจะรู้จักแถวนี้ดี       ถามกลับบ้าง เพราะเธอขับรถนำหน้ารถของเขาเพื่อพามาที่นี่น่าจะพอรู้จักแถวนี้

                แอ๋ม : เคยมาสองสามครั้งค่ะ เห็นว่าบรรยากาศดีเลยชวนคุณไทมา       อมยิ้ม  ” แต่เลิกงานก็..กลับคอนโดค่ะ  จะนัดเจอเพื่อนวันหยุดซะมากกว่า ”     พูดไปพลางไทตอบรับว่าครับจึงพูดต่อเรื่อยๆ    ”  ก็ไปพักผ่อนต่างจังหวัดบ้างแต่นานครั้งค่ะเพราะว่าแอ๋มก็ไปต่างจังหวัดค่อนข้างบ่อย..ไปพบลูกค้าค่ะมีลูกค้าที่ต่างจังหวัดเยอะเหมือนกันก็เลย.ถือโอกาสไปทำงานด้วยไปพักผ่อนด้วยค่ะ ”      พูดเสร็จก็ยิ้ม 

                ไท : ไม่ได้พักอยู่กับคุณอาร์ตเหรอครับ?         ถามแบบฉงนพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย 

                แอ๋ม : แอ๋มพักที่คอนโดคนเดียวค่ะแต่คนละที่กับพี่อาร์ต     เว้นวรรคการพูดไปครู่หนึ่งเห็นว่าเขากำลังฟังจึงพูดต่อ     “ พี่อาร์ตพักอยู่กับแฟนน่ะค่ะแอ๋มเลยแยกตัวออกมา…แต่บางครั้งก็ไปค้างที่คอนโดพี่อาร์ตบ้าง บางทีคุยกันเรื่องงานน่ะค่ะหากดึกก็ค้างที่คอนโดพี่อาร์ตเลย  ”          พูดยิ้มๆ อธิบายให้เขาเข้าใจ      

              ไท :  ครับ       รับคำสั้นๆพร้อมกับพยักหน้าและมองคนพูดที่เมื่อครู่ดูร่าเริงน่ารัก ยิ้มแล้วหันไปมองข้างหน้าอีก  

ต่างฝ่ายต่างนั่งเงียบไปครู่หนึ่งเพราะต่างก็กำลังปล่อยความรู้สึกให้ผ่อนคลาย  ครู่หนึ่งแอ๋มก็ชวนไทให้ลุกขึ้นไปยืนที่ริมรั้วแนวกั้นขอบตลิ่งเพื่อรับลมและยืนคุยกันตรงนั้น

ไทยิ้ม ยืนมองดูหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ  เธอยืนอมยิ้มสายตากำลังมองไปข้างหน้าดูเหมือนกับว่ากำลังสูดอากาศและรับลมที่พัดมาเย็นๆ 

            ไท : ไว้..เมื่อไหร่ว่างๆ ไปเที่ยวต่างจังหวัดกันนะครับ     พูดเสียงต่ำลง น้ำเสียงจริงจัง

หญิงสาวชะงักในสีหน้าเล็กน้อยหันไปมองเขา อมยิ้มนั้นหุบลงเล็กน้อย สีหน้ารู้สึกประหลาดใจแต่ในใจนั้นปลื้มและดีใจที่เขาชวน..และเธอก็ตอบตกลง.ไม่จำเป็นต้องปฏิเสธ ให้ความสัมพันธ์และความรู้สึกค่อยๆเป็นไป  ไทยิ้มและอมยิ้มของแอ๋มก็กลายเป็นยิ้มกว้าง ยืนมองหน้ากันครู่หนึ่ีงต่างฝ่ายต่างก็มองไปข้างหน้าอีกครั้ง .. ตรงๆดี  อายุอานามกันก็ขนาดนี้แล้วภาระหน้าที่และความรับผิดชอบก็ไม่ได้ขาดตกบกพร่อง  ต่างฝ่ายต่างมีความพร้อมด้วยกันทั้งคู่จึงคิดว่า.ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา 

                                //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //

               ขณะกำลังจะเขียนงานต่อบัวก็ถอนหายใจเพราะคิดไม่ออกเหมือนสมองตื้อ เอนตัวพิงพนักพิงเก้าอี้พร้อมกับถอนหายใจเสียงดังครู่หนึ่งก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง  ฉงนเล็กน้อยว่าใครเพราะปรกติทั้งพ่อกับแม่หรือย่าไม่ค่อยมาเคาะประตูห้องนอนตอนดึกเพราะเกรงใจเห็นว่าเธอต้องเขียนงาน  เมื่อเดินไปเปิดประตูก็เห็นว่าเป็นพ่อ บัวขมวดคิ้วเล็กน้อย

พจน์ยืนอมยิ้ม  ครู่หนึ่งก็เดินเข้าไปในห้องนอนของลูกสาวเมื่อเธอเปิดประตูให้  เดินเข้าไปพร้อมกับมองไปที่โต๊ะทำงานของบัวเห็นว่าโน๊ตบุ๊คถูกเปิดไว้เธอคงกำลังทำงาน  เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงบริเวณหน้าประตูแล้วหันไปพูดกับบัว

               พจน์ : พ่อขอเวลาครู่หนึ่ง           พูดพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย อมยิ้มอย่างอ่อนโยน

บัวรับคำว่าค่ะอย่างไม่ค่อยแปลกใจ  ทุกคนคงเป็นห่วงเห็นว่าช่วงนี้เธอดูเหมือนกำลังมีเรื่องให้หนักใจและเห็นว่าคุณทิวมาหาเธอถึงที่บ้าน  แต่บัวก็ไม่ได้คิดที่จะปิดบัง..เพียงแต่ยังไม่อยากเล่าให้พ่อกับแม่และย่าฟังในตอนนี้   ถอนหายใจเสียงดังขณะที่มองหน้าพ่อและรอฟังคำถาม 

                พจน์ :  รู้ใช่มั้ยว่าหลายวันมานี้บัวทำให้ทุกคนเป็นห่วง        

                บัว  : ค่ะ  เลยส่งตัวแทนมาขึ้นมาถาม        พูดยิ้มๆ เลิกคิ้วสองข้างเชิงถามทำเป็นพูดเย้าแหย่พ่อ พจน์ขำเล็กๆ   ” ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็..เรื่องเดิมๆที่คุณทิวเคยชวนบัวไปทำงานด้วย แต่…      ลากเสียงยาว เว้นจังหวะการพูดเชิงไม่แน่ใจว่าจะพูดเพราะใจจริงๆก็ไม่อยากโกหกพ่อ ไม่อยากทำให้ย่ากับแม่เป็นกังวลด้วย   ”  บัวก็ปฏิเสธไปอีกค่ะเหมือนครั้งก่อนและบัวบอกว่าบัวคงไม่ทำงานบริษัทอีกแล้ว”     

                 พจน์ : อื้ม.. หรือว่าบริษัทของคุณทิวกำลังต้องการพนักงานเลยมาชวนบัว      พูดเชิงไม่แน่ใจพร้อมกับทำหน้าคิดไปด้วย   ” แต่เขาก็รับสมัครพนักงานใหม่ได้นี่ไม่เห็นต้องมาหาบัวถึงที่นี่  พ่อว่าไม่จำเป็น  ”        บัวทำหน้าเหลอ   

                  บัว :  เอ่อ..ก็..อาจจะเห็นว่าบัวอยู่ว่างๆ แล้วก็…คุณทิวก็ค่อนข้างเมตตาบัวด้วยมั้งคะ  แต่บัวก็ได้อธิบายเหตุผลไปแล้วล่ะค่ะเพียงแต่..ที่บัวกำลังคิดเพราะว่า.บัวก็เห็นใจคุณทิวน่ะค่ะและเกรงใจด้วยเพราะคุณทิวเคยชวนบัวหลายครั้ง…คงหวังดีกับเราน่ะค่ะ    ”     พูดพร้อมกับพยักหน้าไปด้วยเพื่อพยายามทำให้พ่อเข้าใจว่าไม่มีอะไร 

พจน์เลิกคิ้วสองข้างบ้างพร้อมกับพยักหน้าไปด้วยประมาณว่าอื้มงั้นเหรอพยายามจะทำความเข้าใจที่ลูกสาวบอก  แต่ครู่หนึ่งก็มองบัวอย่างจริงจังและเห็นว่าเธอเองก็มองสบตาเขาอยู่  พจน์พยักหน้าอีกครั้งและอมยิ้มเล็กน้อย 

                 พจน์  :  งั้น.ถ้าบัวบอกคุณทิวไปแล้ว.ก็แล้วแต่บัวตัดสินใจก็แล้วกัน  เพียงแต่ย่ากับแม่เห็นว่าบัวดูไม่ค่อยสบายใจเลยเป็นห่วง         อมยิ้มอ่อนโยน   ”  หากตัดสินใจไปแล้วและอธิบายเหตุผลให้คุณทิวเข้าใจแล้วก็ไม่ต้องเอามาคิดมากหรอกลูก  เดี๋ยวคุณทิวก็มีทางแก้ไขปัญหาของเขาเอง  ”     พูดเสร็จก็ยิ้มอ่อนโยนให้ลูกสาว

บัวรับคำว่าค่ะ  ครู่หนึ่งพจน์ก็ขอตัวออกมาจากห้องของบัว  เขาไม่อยากเซ้าซี้เธอมากเห็นว่ากำลังทำงานอยู่จึงไม่อยากขัดจังหวะ  แต่เขาก็ไม่คลายสังสัยแม้จะได้คำตอบจากบัวชัดเจนว่าไม่มีอะไร แต่สีหน้าของบัวมีแววความไม่สบายใจ ที่สำคัญคุณทิวมาหาถึงที่นี่แค่เรื่องจะชวนไปทำงานด้วยนั้น มันไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำเช่นนั้น       

เมื่อพ่อออกไปบัวก็ยืนพิงประตูห้องและถอนหายใจเสียงดัง ไม่ได้รู้สึกโล่งใจเพราะดูท่าว่าพ่อจะยังไม่คลายสงสัย  แต่ที่คิดหนักในข้อเสนอของคุณทิวนั้นไม่ใช่เป็นเพราะว่ารู้สึกเห็นใจคุณทิวอย่างเดียว อีกความรู้สึกหนึ่งนั้นเธอกลับรู้สึกว่า…น่าท้าทาย  เพราะความรู้สึกนี้บัวเลยแปลกใจในความรู้สึกของตัวเองว่าทำไม….ถึงได้มีความรู้สึกเช่นนั้น ..คิดและถามตัวเองในใจ 

 //  ℘  ℘  ℘ ℘  ℘  ℘     ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘ // 

              บ่ายวันอาทิตย์สารัตน์กำลังนั่งกินผลไม้อยู่ที่ม้านั่งด้านหลังครัวหลังจากที่ทำงานเสร็จ  เพราะตั้งแต่เช้านอกจากกินข้าวเช้ากับข้าวเที่ยงแล้วก็พึ่งจะได้พักเบรกจริงๆจังๆ  นั่งอ่านหนังสือพิมพ์พร้อมกับกินผลไม้ไปด้วยอย่างไม่แคร์ใคร แต่ครู่หนึ่งก็รู้สึกได้ว่าใครบางคนกำลังเดินมาทางเขาแต่ก็ไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง เพราะท่าทางคุ้นๆแบบนี้และมีกันอยู่แค่ไม่กี่คน

             สารัตน์ : เบรกช่วงบ่ายแล้วเหรอ?          ถามโดยที่ยังไม่ละสายตาจากหนังสือพิมพ์

             แหน๋น : ยังจ้ะ พึ่งช่วยยายเปทำของว่างเสร็จแล้วแอบแว้บมาเล็กน้อยให้ไอ้หอมมันรีดผ้าไปคนเดียวก่อน        หยิบผลไม้เข้าปากพร้อมกับพูดไปด้วย     “ กำลังอ่านอะไรอ่ะ?

             สารัตน์ : กีฬา             ตอบสั้นๆเหมือนจะห้วนแล้วหยิบผลไม้เข้าปากแต่ยังก้มหน้าอ่านหนังสือพิมพ์

แหน๋นเห็นท่าทางนั้นก็ชักจะหมั่นไส้เลยเอื้อมมือไปดึงหนังสือพิมพ์ แต่ถูกสารัตน์ดักไว้เพราะเกรงว่าหนังสือพิมพ์จะขาดเดี่ยวยายเปดุเอาเพราะหนังสือพิมพ์เป็นของยายเป  แหน๋นเบะปากใส่เล็กน้อยหมั่นไส้แล้วกินผลไม้ต่อ

             แหน๋น : เมื่อคืนเปิดประตูให้คุณไทกี่ทุ่ม?        ชวนคุยต่อเรื่อยๆ

             สารัตน์ : เที่ยงคืนเล็กน้อย          เงยหน้าขึ้นมาตอบเดี๋ยวโดนแหน๋นแกล้งอีก   “ แต่รู้สึกว่า..ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษไงไม่รู้  “       พูดเสร็จก็ยิ้มพร้อมกับยักไหล่ประมาณว่าได้แจ้งข่าวน่าตื่่นเต้น 

แหน๋นทำตาโตถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเล็กน้อยว่าจริงเหรอ สารัตน์ยืนยันคำตอบอีกครั้งว่าจริงมองหน้าแหน๋นครู่หนึ่งก็ทำหน้าแบบปรามๆพร้อมกับพูดว่าห้ามคิดอะไรหรือมองคุณไทในแง่ลบเรื่องส่วนตัว แหน๋นอมยิ้มแบบเบะปากแล้วหยิบผลไม้อีกหนึ่งชิ้นลุกขึ้นแล้วเดินออกไปคิดว่าได้ข่าวเมาท์กับยัยตุ๊กเพิ่มแล้ว สารัตน์ถอนหายใจเสียงดังแล้วตะเบ็งเสียงปรามตามหลังแหน๋นไป

              สารัตน์ : นี่! รู้นะว่าคิดอะไร ถ้าจะเอาเรื่องคุณไทไปเมาท์ล่ะก้อ…

              แหน๋น : แหมพี่ ฉันก็เมาท์เพราะจะได้สืบเรื่องสืบราวไงจะได้เอามาช่วยกันคิดๆไงว่าจริงหรือไม่จริง       หันกลับมาพูดทันทีไม่รอให้สารัตน์พูดจบ พูดเสร็จก็รีบเดินจากไป

สารัตน์มองตามพร้อมกับถอนหายใจอ่อนใจแล้วส่ายศีรษะคิดว่าไม่น่าเล้ย ถอนหายใจอีกครั้งแล้วอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

ไทเดินมานั่งที่ห้องทานอาหารเพื่อรับประทานของว่างร่วมกับคุณแม่ พี่ชายและพี่สะใภ้แล้วถามหาคุณพ่อเมื่อไม่เห็นว่าท่านอยู่ด้วยก็ได้รับคำตอบว่าอ่านหนังสืออยู่บนห้องนอนและปฏิเสธของว่าง

ทองทิวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่เก้าอี้ในห้องนอนครู่หนึ่งโทรศัพท์มีสายเรียกเข้าก็วางหนังสือลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู  เมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของบัวก็ชะงักในสีหน้าอมยิ้มเล็กน้อยและลุ้นในใจว่าเป็นเรื่องที่เขาเคยไปคุยกับเธอที่บ้านหรือไม่  เมื่อวางสายก็ยิ้มด้วยสีหน้าพึงพอใจ..บัวอยากจะคุยกับเขาเรื่องนั้นอีกครั้ง  นั่งยิ้มอยู่ครู่หนึ่งก็ลงไปที่ห้องทานอาหารเพื่อรับประทานของว่างร่วมกับทุกคน  แทนไทแปลกใจเล็กน้อยเพราะเมื่อครู่ทราบว่าคุณพ่อปฏิเสธของว่างแต่ทุกคนก็ยิ้มมีความสุขและอบอุ่น ทองทิวยิ้มและมองไปที่ลูกชายคนเล็ก  เขาได้รับคำตอบที่เป็นไปในเชิงบวกจากบัวแม้จะเป็นการตัดสินใจที่ยังไม่แน่ชัดและบัวยังมีท่าทีโลเลแต่การพูดคุยกันเมื่อครู่ มีความเป็นไปได้ที่บัวจะตอบตกลงรับข้อเสนอของเขา 

                                              //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //    

              ลัคณาละมือจากกิ่งมะนาวแล้วถอนหายใจเบาๆยืนมองดูลูกสาวที่กำลังเดินดูต้นมะนาวซึ่งอยู่ห่างไปไม่กี่ต้น  แม้เมื่อคืนจะได้รับคำตอบจากสามีว่าไม่มีอะไรเป็นเรื่องที่คุณทิวเคยชวนบัวไปทำงานด้วยเท่านั้น  แต่เธอก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นักเพราะสีหน้าของคุณพจน์เมื่อคืนก็ดูยังคลางแคลงใจ..แล้วคุณทิวมาหาบัวถึงที่บ้านด้วยเรื่องอะไร?..และยังคุยกันในสวนอี่ก

เมื่อหยุดเดินดูต้นมะนาวแล้วมองไปรอบๆสวน หันไปหันมาก็เห็นว่าแม่กำลังมองอยู่บัวจึงทำหน้าเหลอๆและทำไม่รู้ไม่ชี้เก้ๆกังๆอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกจากสวนไป  เมื่อครู่พึ่งตัดสินใจโทรหาคุณทิวคิดว่าเอาไว้คุยกับคุณทิวให้ได้เรื่องอีกครั้งก่อนค่อยบอกพ่อกับแม่และย่า..เพราะถึงยังไงก็ต้องบอก แต่ตอนนี้ออกไปจากสวนก่อนดีกว่าไม่อยากรู้สึกกดดันเพราะทำให้แม่ไม่สบายใจ 

                  บัว : อ้าว! มาเมื่อไหร่?            ฉงนเล็กน้อยเมื่อเดินเข้ามาภายในบริเวณบ้านแล้วเห็นเจษนั่งอยู่ที่แคร่กับย่า  

                 เจษ : เมื่อกี้นี้เอง                    หันมายิ้มให้เมื่อได้ยินเสียงทักจากบัว

                 ย่าใบ : บัวแต่ใจลอยอะไรอยู่ล่ะถึงไม่ได้ยินเสียงรถยนต์ของพ่อเจษเขา สวนกับบ้านก็ใกล้กันแค่นี้เอง           พูดไปพร้อมกับทำเป็นเหลือบหลานสาวไป 

บัวทำเป็นหน้าเหลอหลากับคำพูดเชิงเหน็บแนมเล๋็กน้อยแบบเย้าแหย่ของย่าแล้วยิ้มรับอย่างอารมณ์ดี

                 บัว : แหม…. บัวก็มัวแต่เพลินอยู่ในสวนนี่จ๊ะย่า กำลังดูมะนาวที่ย่าปลูกลูกมะนาวกำลังดกเลยน้า..สงสัยรอบนี้มะนาวของย่าทำเงินให้แน่ๆ            พูดพร้อมกับยิ้มหวานใส่ย่าแต่ย่าใบทำเป็นเหลือบ   บัวยิ้มทำหลอหลาอีกแล้วห้นไปทางเจษบอกว่าเดี๋ยวจะเข้าไปเอาน้ำมาให้ 

เมื่อกลับออกมาพร้อมกับแก้วน้ำดื่มก็ไม่เห็นว่าย่าอยู่ที่แคร่จึงถามหาก็ได้รับคำตอบจากเจษว่าย่าเข้าไปในสวนไปดูผลไม้มาทำขนมหวานสำหรับไปวัดในวันพรุ่งนี้

                  เจษ : ว่าจะมาชวนไปทำบุญตักบาตรที่อำเภอเขาจัดกิจกรรมทำบุญตักบาตรในวันสำคัญพรุ่งนี้ ไปมั้ย?           

                   บัว : อืม..คิดว่าคงจะได้พาย่าไปที่วัดน่ะ คงจะไปด้วยไม่ได้     พูดพลางทำหน้าคิดไปด้วย ยิ้่ม      ” ขอบใจนะที่มาชวน ” 

 เจษทำหน้าเหลอยิ้มรับคิดอยู่แล้วว่าจะได้รับคำตอบทำนองนี้   

                   เจษ : อื้ม.ว่าอย่างนั้นแหล่ะ แต่ลองชวนดู         ยิ้ม     ” แวะมาหาเพราะพึ่งกลับจากอำเภอไปช่วยจัดสถานที่     ยิ้มอีก     ” อื้อ.เดืิอนหน้านี้เขาจะมีจัดงานเกษตรแฟร์ที่อำเภอลองเอาผลไม้ไปขายสิ ปีก่อนย่ากับแม่ก็เอาผลไม้ไปขาย..ดีทีเดียวเลยนะ  ”      พูดแบบนึกขึ้นได้   ” เดี๋ยวเราช่วยดูจุดที่จะลงให้แล้วเดี๋ยวบอกอีกที  ”  

                     บัว : ดีสิ! น่าสนใจ ปีที่แล้วย่ากับแม่ก็เล่าให้ฟัง ปีนี้เดี๋ยวเราไปเอง       ทำตาโตเล็กน้อยแบบตื่้นเต้นเห็นด้วย   ยิ้ม   ”  ขอบใจนะที่บอก  ”     ยิ้ม มองเจษก็เห็นว่าเขาก็กำลังมองและยิ้มให้จึงพูดต่อ    ” เอาไว้..หากขายของดี ค่อยเลี้ยงตอบแทน  ”        พูดไปพลางทำหน้าคิดไปด้วยแบบเหลอหลา  จริงๆก็คิดว่าเอาไว้ว่างๆค่อยชวนเจษไปทานข้าวหรือดูหนังเพื่อตอบแทนในน้ำใจของเจษ  แม้ความรู้สึกทีี่มีต่อเจษจะไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกันกับกับที่เจษมีให้เธอ แต่เจษก็เป็นเพื่อนที่ดีและบัวอยากรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ไว้ไม่ได้หักหาญน้ำใจของเขาเลยซะทีเดียว 

เจษทำหน้าเหลอหลาบ้างแบบไม่ค่อยเห็นด้วย แต่ก็เพื่อแกล้งบัว

                     เจษ : ว้า..ตั้งเดือนหน้าแน่ะ        แสร้งทำหน้าแบบไม่เห็นด้วย เอามือกอดอกและยืดตัวขึ้นเล็กน้อยทำหน้าคิด   ” แต่ก็ยังดีกว่าไม่ได้ แล้ว..อย่างนี้จะเอาอะไรดีน้า..ของกินเหรอ? หมูกะทะดีมั้ย?..ไม่ดีกว่ากินบ่อยละ…เอ…อะไรดี? ดูหนังเหรอ?..อืม.. ”     ทำเป็นพูดคนเดียวแบบคิดเองเออเองเพื่อกดดันและแกล้งบัว  บัวอมยิ้มรู้ว่าถูกแกล้ง 

                    บัว : แหม…ขายผักขายผลไม้นะจ๊ะ จะอยากกินอะไรดีๆของอะไรดีๆล่ะ   ถ้าไม่กินหมูกะทะก็…แจ่วฮ้อนดีมะ?           ทำเป็นพูดไปพลางทำหน้าคิดไปด้วยบ้างพูดเสร็จก็ยิ้มและทำหน้าล้อเลียน  เจษทำเป็นมองค้อนชายตามองประมาณว่าหมดกันกำลังแต้มเป็นต่อแต่ครู่หนึ่งก็ยิ้ม  บัวหัวเราะขำๆ

เจษยิ้มมองบัวที่กำลังหัวเราะซึ่งเขาคิดว่าน่ารัก รอยยิ้มน่ารักนั้นได้เห็นบ่อยขึ้นตั้งแต่บัวกลับมาอยู่ที่บ้านครู่หนึ่งเจษก็บอกว่าเอางั้นก็ได้แบบหมดข้อต่อรอง  บัวอมยิ้มรับทำหน้าเหลอหลาแบบตัวเองเป็นต่อแล้วทั้งคู่ต่างก็หัวเราะ  แกล้งกันบ้างเล็กน้อยแม้ความรู้สึกที่มีให้กันจะคนละแบบแต่ก็เป็นเพื่อนกัน ซึ่งนั่นคือสิ่งบัวแสดงออกได้อย่างไม่เคอะเขิน

                        //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //      

                แหน๋น : จริงๆนะเว้ยไอ้หอม เรื่องที่ข้าเมาท์ให้เอ็งฟังเมื่อวันก่อนเรื่องคุณไทน่ะ          ยังไม่ทันได้พูดต่อ หอมก็ถามแบบไม่เชิงว่าเริ่มขี้เกียจจะฟังข่าวเมาท์เรื่องของคุณไท

                 หอม : เรื่องอะไร?             ห้วนเล็กน้อย  หยิบผ้าใส่เครื่องซักผ้าไปแบบไม่ใส่ใจ

                 แหน๋น : เรื่องที่พี่สารัตน์บอกข้าไงว่าวันก่อนที่คุณไทกลับดึกแล้วดูอารมณ์ดีน่ะ ข้าถามยายตุ๊กมันแล้ว มันบอกว่าไม่ได้ยินข่าวเมาท์มอยเรื่องปาร์ตี้…       ชะลอการพูดฉอดๆลงแล้วเริ่มลากเสียงยาวหันซ้ายแลขวา     ” เกย์ที่ไหนเลยนะเว้ย  ”     ประโยคสุดท้ายทำเสียงเบาแบบกระซิบให้มากที่สุด

หอมถอนหายใจเสียงดังแต่ก็ไม่หันไปมอง

                หอม : แล้วมันจำเป็นด้วยเหรอ?หากคุณไทจะอารมณ์ดีต้องไปแต่ปาร์ตี้เกย์อ่ะ        ตั้งใจพูดเสียงดังเช่นนั้น

แหน๋นทำตาโตพร้อมกับเอานิ้วชี้แตะที่ริมฝีปากทำปากจุ๊ๆกับหอมประมาณว่าพูดเบาๆ

               แหน๋น : เบาๆซีเว้ยไอ้หอมเดี๋ยวก็มีใครมาได้ยินหรอก!           ทำเป็นเอ็ดหอมแต่ทำได้แค่เอ็ดเสียงเบากระซิบกระซาบ

หอมทำเป็นไม่สนใจเอาเสื่้อผ้าใส่ในเครื่องซักผ้าเสร็จและจัดการธุระกับเครื่องซักผ้าเสร็จเรียบร้อยพอดีจึงหันไปทางแหน๋น 

               หอม : ฉันก็ชักเร่ิ่มจะขี้เกียจฟังเรื่องปาร์ตี้เกย์ของคุณไทละ จะเป็นเกย์หรือไม่หรือเป็นอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเป็นคนดีหรอก      พูดเชิงแสดงความเห็นบ้าง    ”  คุณไทก็เป็นคนดี เป็นเจ้านายที่ใจดีคนหนึ่งอย่างที่เราๆเห็นนี่ล่ะ  เลิกเมาท์ได้แล้วน่ะพี่  ”        พูดเสร็จก็ถอนหายใจใส่แหน๋นแล้วเดินออกไป  

แหน๋นทำเป็นเคืองเล็กๆทำปากยู่ๆและบ่นตามหลังหอมที่เดินจากไป 

                แหน๋น : หืม..มาทำเป็นสำบัดสำนวนใส่                ได้แต่บ่นคนเดียว   

                                    //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   // 

                หลังจากเลิกงานและกลับมาถึงบ้านและทำธุระส่วนตัวเสร็จไทก็เข้ามาพบคุณพ่อที่ห้องนั่งเล่นชั้นบนของบ้านตามที่ได้นัดกับท่านไว้  เมื่อเปิดประตูแล้วเดินเข้ามาก็เห็นว่าคุณแม่นั่งอยู่ด้วยไทรู้สึกแปลกใจและฉงนในใจ  ยิ้มแล้วเดินเข้ามานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆคุณแม่  ทองทิวถามลูกชายในประเด็นเรื่องงานและเรื่องทั่วไปก่อน  ครูหนึ่งก็คิดว่าไม่อ้อมค้อมพูดตรงๆในประเด็นที่เรียกลูกชายเข้ามาพบ

                  ทองทิว : ไท…        เรียกชื่อเสียงต่ำ นิ่งมองหน้าลูกชายซึ่งเขาก็รอฟังอยู่ สุรีพรทำหน้าอึดอัดมองที่ลูกชาย     “  พ่ออยากให้ไทลองคิดเรื่อง..หนูบัว.พ่ออยากให้หนูบัวเป็นสะใภ้ “

ไทอึ้งในสีหน้ามองคุณพ่อแล้วหันไปมองคุณแม่ที่นั่งข้างๆ  แต่ก็ไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรออกไปอธิบายให้คุณพ่อกับคุณแม่ทราบด้วยน้ำเสียงปรกติ

                ไท : คุณพ่อครับคือ..ผมมีคนที่ผมกำลังดูๆอยู่ครับ พึ่งจะเริ่มๆยังไม่ได้อะไรมาก รู้จักกันจากการทำงานน่ะครับแล้วก็..มีไปทานข้าวด้วยกันสองสามครั้ง ผมคิดว่าเอาไว้ให้อะไรมันชัดเจนมากกว่านี้ค่อยมาพาแนะนำให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้จักครับ     บอกให้คุณพ่อกับคุณแม่ทราบ 

ทองทิวพยักหน้ารับฟังที่ลูกชายบอกสุรีพรก็เช่นเดียวกัน แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรต่อทองไทก็พูดต่อ

                ไท : น่ี่เป็นความต้องการของคุณพ่อกับคุณแม่หรือครับ…แล้ว…..         คำหลังนั้นทั้งน้ำเสียงและสีหน้าอย่างไม่ค่อยแน่ใจ      ”  คุณบัว….?   ”     ประโยคและน้ำเสียงเชิงถามแต่พูดไม่จบเพราะไม่รู้ว่าจะถามตรงๆอย่างไร

ทองทิวถอนหายใจปนรู้สึกผิดเล็กน้อยเข้าใจที่ลูกจะถาม มันเหมือนเป็นการบังคับและจากสิ่งที่ลูกชายบอกเมื่อครู่

                  ทองทิว : ไม่ใช่หรอกลูก พ่อเป็นฝ่ายไปคุยกับหนูบัวเขาเองและก็..เลยเรียกไทมาคุยวันนี้

                  ไท : นี่คุณบัวเขาตอบตกลงเหรอครับ?       ถามคุณพ่อต่อทันทีน้ำเสียงเข้มและขมวดคิ้วเพราะไม่คาดคิดมาก่อน

                  ทองทิว : ก็ไม่หรอก พ่อ…ก็พูดอะไรกับหนูบัวไปเยอะแต่…หนูบัวก็.ไม่ได้เห็นด้วยเท่าไหร่หรอกแต่พ่อ………………        พูดอึกอัก เพราะเริ่มรู้สึกอึดอัดกับตัวเอง เขาคุยกับบัวและพยายามโน้มน้าวให้เธอเข้าใจและเห็นใจจนกระทั่งเธอตอบตกลง..และวันนี้.ได้รับคำอธิบายจากลูกชาย 

ทองไทถอนหายใจบ้างเมื่อเห็นว่าคุณพ่อเหมือนกับกำลังรู้สึกผิด  เขาเข้าใจพวกท่านว่าด้วยเหตุอะไรพวกท่านเป็นห่วงและเป็นกังวลเรื่องของเขามาตลอดจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น 

                ไท : ช่างเถอะครับ ผมเองก็..ทำอะไรได้ไม่ชัดเจน พลอยทำให้คุณพ่อกับคุณแม่ไม่สบายใจ  พยามพูดปลอบใจทั้งคุณพ่อกับคุณแม่  ถอนหายใจเบาๆอีก    ”  ขอเวลาผมอีกสักพักนะครับ แล้วผมจะพาเขามาแนะนำให้คุณพ่อกับคุณแม่รู้จัก  ”            พูดเสียงอ่อนโยนลงเพื่ออธิบายให้คุณพ่อกับคุณแม่เข้าใจและเพื่อเป็นการปลอบให้พวกท่านสบายใจ

สุรีพรยิ้มมองหน้าลูกชาย รับคำสั้นๆว่าจ้ะแล้วหันไปมองสามีก็เห็นว่าเขายิ้มพึงพอใจสิ่งที่ลูกชายบอก 

               ทองทิว : คือ..ยังไม่ได้คบหากัน  แล้วเขามีท่าทีโอเคกับเราหรือ.ดูแล้วน่าจะเป็นไปได้มั้ย?          ถามลูกชายกลับ เขายินดีกับสิ่งที่ลูกชายบอกและแสดงความใส่ใจในเรื่องของลูก

                ไท : ก็..ครับ แต่คงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่งจะได้มั่นใจมากกว่านี้ ตอนนี้ก็พึ่ง..แค่ไปทานข้าวกันส่วนตัวครั้งเดียว แต่ไปมาสองสามครั้งแล้วล่ะครับเรื่องงาน ดูเขาก็..ค่อนข้างโอเคกับผม แต่ขอเวลาพิสูจน์อีกดีกว่าครับ             พูดเสร็จก็อมยิ้ม 

ทองทิวกับสุรีพรรับฟังที่ลูกชายบอกพร้อมกับพยักหน้าไปด้วยและยิ้ม ไทมองคุณพ่ออย่างลังเลเล็กน้อยก่อนจะถามคำถามคุณพ่ออีก

                ไท : คุณบัวเขา..มีอะไร เอ่อ.ผมหมายถึงว่าเขามีท่าทีหรือ…อะไรเหรอครับ      ถามอย่างไม่รู้ว่าจะถามอย่างไรให้คุณพ่อเข้าใจ      “  จากที่คุณพ่อพูดน่ะครับ “     

                สุรีพร : ไม่มีอะไรหรอกลูก พ่อกับแม่แค่เห็นว่าไทไม่มีใครและหนูบัวเขาก็น่ารัก นิสัยดีเลยอยากให้ลองคิดพิจารณากันดู      อธิบายเสียงอ่อนโยน เธอเข้าใจในคำถามของเขา     “ อายุก็ไล่เลี่ยกัน และเห็นว่าทั้งไทกับหนูบัวก็ต่างยังไม่มีใครเลยอยาก….ให้ลองคิดดูกันน่ะลูก  แต่หากมีแล้วก็ไม่เป็นไร แม่ดีใจที่ไทบอกกับแม่วันนี้  “      ยิ้มอ่อนโยนมองลูกชายที่นิ่งฟังเธอพูด

               ไท : ครับ  ผมรู้ว่าคุณพ่อกับคุณแม่ชอบคุณบัวและรู้จักกับครอบครัวของเธอ แต่…      ถอนหายใจ    “  ผมว่าเรื่องทำนองนี้มันก็ต้องมีใจกันทั้งสองฝ่ายถึงจะอยู่ด้วยกันได้  แต่ผมว่าคุณบัวเธอ.ไม่. และผมก็….ไม่ครับ “      คำท้ายเสียงต่ำชัดเจน     พูดพลางมองทั้งคุณพ่อและคุณแม่และยังมองทั้งคู่ไปมาอีกครั้งเพื่อยืนยันสิ่งที่ตัวเองพูด แล้วหลุบตาต่ำลงพร้อมกับถอนหายใจเบาๆ

ทองทิวกับสุรีพรพยักหน้ารับทราบสิ่งที่ลูกชายพูดทั้งคู่ไม่เซ้าซี้ต่อแต่ถามเรื่องคนที่ลูกชายจะพามาพบ เขายินดีหากลูกชายมีคนที่คบหาด้วยแต่แอบเสียดายเล็กน้อยเพราะเขาอยากให้เป็นบัว  แต่เมื่อลูกเริ่มชัดเจนแล้วไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใครเขาก็ํพร้อมสนับสนุน

เมื่อเดินเข้ามาภายในห้องนอนไทก็นั่งลงที่เก้าอี้นั่งพักผ่อนที่อยู่ภายในห้องแล้วถอนหายใจเสียงดัง ก็ยังอึ้งในความรู้สึกเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าคุณพ่อกับคุณแม่จะคุยเรื่องลักษณะแบบนี้กับเขา พวกท่านให้อิสระในการคิดและตัดสินใจ นิ่งและนั่งคิดไปถึงเรื่องของบัวตั้งแต่ครั้งแรกๆที่ได้เห็นจนกระทั่งวันอาทิตย์ก่อนที่มีโอกาสได้ไปที่บ้านของเธอดูท่าเธอเองก็ไม่ค่อยจะชอบใจเขาเท่าไหร่นัก

                              //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //

               สายวันถัดมาหลังจากเซ็นเอกสารในแฟ้มเสร็จทองทิวชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะโทรหาบัวแต่ครู่หนึ่งก็เปลี่ยนใจไม่โทรวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะเหมือนเดิมคิดว่าเอาไว้โทรตอนดึก แทนไทเคาะประตูห้องทำงานของคุณพ่อแล้วเปิดเข้ามาเลยทันทีเพื่อมาดูความพร้อมของคุณพ่อก่อนที่จะออกไปที่โรงงานด้วยนเพื่อประชุมเพิ่มเติมเรื่องวิจัยผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่

               แทน : เรียบร้อยแล้วครับ   พร้อมแล้ว       ยิ้ม   ” แต่ไปรถคนละคันนะครับ ประชุมเสร็จผมจะไปพบลูกค้าต่อ   ”         พูดเสร็จก็ยืนรอคุณพ่อที่เห็นว่าท่านเซ็นเอกสารใกล้เสร็จ

              ทองทิว : อ้ะได้ ประชุมเสร็จพ่อก็จะเข้าออฟฟิศเลย เพราะไทเขาไม่อยู่           ยิ้ม

แต่ไม่ทันไรทองไทก็เดินเข้ามาอีกคนเพื่อบอกว่าวันนี้เขาไม่ออกไปข้างนอกแล้วให้คนอื่นไปแทนเพราะจะเตรียมงานเพิ่มเติมสำหรับเสาร์นี้ที่จะไปรีสอร์ทที่เขาใหญ่

               ทองทิว : ไปแต่เช้าเหรอลูก?             ถามปรกติ

               ไท : ครับ ว่าจะออกสักหกโมงเช้าแต่อาจจะเร็วกว่านั้นครับเพราะนัดกับน้องๆและผู้รับเหมาไว้ราวสิบโมง

ทองทิวกับแทนไทพยักหน้ารับทราบ  ทองไทเลยบอกคุณพ่อกับพี่ชายว่าเดี๋ยวดูงานที่ออฟฟิศให้  ทั้งสามเดินออกจากห้องทำงานไปพร้อมกันแล้วไทก็แยกเข้าห้องทำงานของตัวเอง

              แทน :  คุณพ่อยังมีอะไรไม่สบายใจอยู่หรือเปล่าครับ?           ถามคุณพ่อตรงๆขณะกำลังยืนรอลิฟท์   แม้พอจะรู้ว่าที่คุณพ่อเป็นกังวลนั้นด้วยเรื่องของไทและเมื่อคืนทั้งสองได้คุยกันแล้ว  เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าเป็นเรื่องอะไรและที่ถามไม่ใช่เพราะอยากรู้แต่เพราะเป็นห่วง 

               ทองทิว : ไม่หรอกลูก พ่อกำลังคิดเรื่องงาน          หันไปตอบคำถามลูกชายแล้วยิ้มอ่อนโยนเพราะรู้ว่าลูกเป็นห่วง    ”  เรื่องแพคเกจจิ้งผลิตภัณฑ์๋พ่อว่าต้นทุนมันสูงไป..พ่อว่ามันหนาไป  ”    

               แทน :  ครับ งั้นเราคุยในที่ประชุมวันนี้ด้วยแล้วผมจะดูให้อีกทีนะครับ         

ทองทิวยิ้มและพยักหน้ารับไม่อยากทำให้ลูกชายไม่สบายใจไปด้วย ที่เขากังวลนั้นเป็นความกังวลเล็กน้อยเพราะต้องโทรไปคุยกับบัวเรื่องที่เขาคุยกับไทไปเมื่อคืน  กังวลเพราะเกรงว่าบัวจะเสียความรู้สึกเขาพยายามคุยกับเธอและพยายามโน้มน้าวเธอจนใจอ่อน..และกับคำตอบจากไทเมื่อคืนเกรงว่าบัวจะคิดว่าเขากลับกลอก 

                                 //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //

                ตอนดึกราวสี่ทุ่มขณะที่บัวกำลังนั่งเขียนงานเพื่อให้เสร็จตามแผนก็ได้รับโทรศัพท์จากทองทิวเมื่อวางสายก็ถอนหายใจอย่างรู้สึกสบายใจเ เรื่องที่เคยคุยและตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วเพราะคุณไทมีคนที่กำลังคบหาอยู่  บัวเลิกคิ้วสองข้างแล้วถอนหายใจรู้สึกโล่งใจเพราะนึกถึงสีหน้าคุณทองทิวที่มาหาเมื่อครั้งนั้นกับน้ำเสียงที่คุยด้วยเมื่อครู่ดูท่าว่่าคุณทิวจะสบายใจขึ้นพลอยทำให้เธอรู้สึกสบายใจตามไปด้วย  อมยิ้มเล็กๆ แต่ครู่หนึ่งก็หุบยิ้มถอนหายใจเบาๆทำหน้าคิด..ความรู้สึกหนึ่งนั้น..ทำไมแอบเสียดายเล็กๆ

ไทซึ่งกำลังจะเคาะประตู้ห้องนั่งเล่นชั้นบนของบ้านซึ่งทราบว่าคุณพ่ออยู่ในนั้นเพื่อจะขอปรึกษาเรื่องงานก็ชะงักเมื่อได้ยินเรื่องที่คุณพ่อพูดเมื่อครู่ว่า  เรื่องที่เคยคุยและตกลงกันไว้กับหนูบัวไม่ได้เป็นอย่างนั้นแล้วนั้น ทำให้เขารู้สึกแคลงใจเพราะชื่อที่ได้ยินระหว่างสนทนานั้นคือชื่อของเขา..ตกลงกันเรื่องของเขา?…    นิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่งเพื่อรอจังหวะแล้วเคาะประตูห้องและเปิดเข้าไปเมื่อได้ยินเสียงคุณพ่อตอบรับทองทิวยิ้มเมื่อเห็นว่าลูกเข้ามาหา

               ทองทิว : ว่าไงลูก             ถามยิ้มๆเพราะเห็นว่าลูกชายเดินถือเอกสารเข้ามาด้วยคิดว่าคงมีเรื่องงานมาคุย

               ไท : อยากจะปรึกษาคุณพ่อเรื่องรีสอร์ทที่เขาใหญ่สักเล็กน้อยน่ะครับ

ทองทิวยิ้มและบอกว่าได้ไทจึงนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับคุณพ่อแล้วส่งเอกสารให้คุณพ่อหนึ่งชุดแล้วคุยกันเรื่องงานที่เขาใหญ่ก่อนที่เขาจะไปที่หน้างานในวันเสาร์นี้

              //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //

             แอ๋ม : รอนานมั้ยคะ รถติดเล็กน้อยตอนยูเทิร์นหน้าบริษัทน่ะค่ะ              ยิ้ม

             ไท : ไม่ครับ          ยิ้ม มองดูเธอที่ตั้งแต่เดินเข้ามาก็เห็นว่าคงรีบมาให้ทันเวลา

เที่ยงนี้เขานัดทานอาหารกลางวันกับเธอเพราะตั้งแต่วันเสาร์ก่อนก็ไม่ได้นัดเจอกันหรือทานอาหารด้วยกันอีกแค่มีโทรคุยกันบ้างหรือแชทข้อความกันบ้างเท่านั้นต่างคนต่างงานยุ่ง  ทั้งหลายวันมานี้งานของเขายุ่งมากทั้งเตรียมงานโปรเจคใหม่และงานปรับปรุงรีสอร์ทที่เขาใหญ่ซึ่งวันหยุดสุดสัปดาห์นี้เขาก็จะไปทำงานที่นั่น  นัดเจอกันที่ร้านอาหารร้านเดิมที่เคยมากันตอนมาดูฉากกั้นห้องซึ่งสะดวกสำหรับทั้งคู่และเธอขอเป็นฝ่ายจ่ายค่าอาหารสำหรับมื้อเที่ยงวันนี้  ต่างคนต่างยิ้มมองหน้ากันครู่หนึ่งพนักงานก็ยกเครื่องดื่มมาเสิร์ฟและไม่นานอาหารก็ถูกยกมาเสิร์ฟเพราะไทสั่งรอไว้แล้ว  ผายมือให้กันเช่นเคยแล้วลงมือรับประทานอาหารเพราะเวลาค่อนข้างจำกัดใช้เวลาราวชั่วโมงเศษก็กลับเพราะต่างคนต่างก็มีงานให้ทำอีกหลายอย่าง..ไว้มีเวลาค่อยคุยกันเรื่องไปเที่ยวต่างจังหวัด 

เมื่อทองไทกลับเข้ามาที่ออฟฟิศและนั่งทำงานอยู่ครู่หนึ่งนิยะดาพี่สะใภ้ก็เข้ามาเพื่อคุยเรื่องขอวงเงินกู้เพิ่มจากธนาคารและคุยเรื่องงานบัดเจ็ทอื่นๆทางด้านการเงินสักเล็กน้อย  เมื่อคุยกันเสร็จและกำลังเก็บเอกสารเพื่อเตรียมตัวจะออกไปนิยะดาก็แอบแซวน้องชายสามีเล็กน้อยเพราะเห็นว่าหลายวันมานี้ดูมีความสุข

               นิ : ดูสดใสเชียว มีอะไรดีๆมั้ยน้า…           ทำหน้าเหลอหลาแกล้งแซว  ยิ้ม

ไทยิ้มปนหัวเราะเล็กน้อยที่ถูกพี่สะใภ้แซวแต่นิยะดาเห็นว่ามีแอบเขินเล็กน้อยด้วยจึงแซวต่อ

              นิ : ช่วงนี้มีทั้งงานนอกงานในนึกว่าจะเครียด แต่ดูจากสีหน้าแล้ว..ท่าจะมีอะไร..หรือเปล่า?.     ตอนท้ายทำหน้าเหลอๆเลิกคิ้วทั้งสองข้างแบบแซวๆกึ่งถาม  อมยิ้มและมองหน้าไท

             ไท : อืมม…ปรกติครับ..             ยิ้ม รู้สึกเขินที่ถูกพี่สะใภ้เย้าแหย่    “ เครียดปรกติ “        พูดเสร็จก็หัวเราะขำๆ

              นิ : โอเค…….              รับทราบทันที ลากเสียงยาว     ”  นึกว่าจะมีอะไรดีๆให้ได้ยินเราก็อุตส่าห์สดชืนสดใสตาม แต่เอาเท๊อะ!.เครียดแบบมีความสุขเนี่ย..ต้องเป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์แน่นอน    พูดเสร็จก็ยิ้มทำหน้าล้อเลียน   ไทขำกับท่าทางของพี่สะใภ้นิยะดาก็ขำเล็กๆ   

เมื่อเย้าแหย่พอประมาณและเห็นว่าน้องชายสามีไม่มีปริปากอะไรก็ขอตัวกลับออกไปไม่รบกวนเวลางานของเขาให้ไทได้ทำงานต่อเพราะพรุ่งนี้ทราบว่าเขาต้องไปเขาใหญ่แต่เช้า  ไทยิ้มมองตามพี่สะใภ้จนประตูห้องทำงานถูกปิด  นั่งอมยิ้มต่ออยูู่อีกครู่หนึ่งจึงทำงาน

                                           //  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘  ℘   //

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.