นิยาย ö เมื่อบัวบานรัก ö ตอนสิบ

                                        // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘       ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ // 

               บ่ายวันอาทิตย์บัวกำลังนั่งคุยกับเจษอยู่ที่แคร่หลังจากที่พึ่่งพากันกลับออกมาจากสวนเพื่อดูผลไม้สำหรับจะเอาไปขายในงานเกษตรแฟร์เดือนหน้านี้คุยกันเรื่องแผงที่เจษเป็นธุระจัดการให้  บัวกล่าวขอบใจเจษและบอกว่าอาทิตย์หน้าจะไปลงชื่อจองแผงด้วยตัวเอง  คุยกันได้ครู่หนึ่งก็มีรถยนต์แล่นมาจอดบริเวณริมรั้วฝั่งตรงข้ามหน้าบ้าน  บัวคุ้นเสียงรถยนต์ค้นนั้นเพียงแต่ไม่อยากจะคิดว่าใช่ถึงแม้จะค่อนข้างมั่นใจแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาอีก..คุณไท  เจษหันไปมองเช่นกันครู่หนึ่งก็เห็นบัวลุกขึ้นแล้วเดินไปยังประตูรั้วหน้าบ้าน  เจษลุกขึ้นแต่ยืนมองเฉยๆแล้วก็เห็นว่ามีผู้ชายแต่งตัวดี ผิวขาวเดินเข้ามา

บัวยกมือไหว้สวัสดีไทพร้อมกล่าวคำทักทายแสดงออกทางสีหน้าเล็กน้อยว่าแปลกใจ  ไทยกมือรับไหว้และเหลือบมองไปทางเจษแล้วเหลือบกลับ  ตั้งแต่ที่เขากำลังชะลอรถเพื่อจอดเมื่อครู่ก็เห็นว่าทั้งสองนั่งคุยกันอย่างสนิทสนมคิดว่าคงจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันเป็นพิเศษของบัว

              ไท : ผมมีธุระอยากคุยกับคุณสักเล็กน้อย         บอกบัวด้วยสีหน้าท่าทีเรียบเฉยและมองอย่างจริงจัง

หลังจากได้รับการแนะนำให้รู้จักกับไทเจษก็ขอตัวกลับเมื่อเห็นว่าบัวมีธุระ  แต่ก่อนจะเดินไปขึ้นรถนั้นก็หันกลับไปมองอีกครั้งคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนที่เคยทำงานร่วมกันกับบัว

บัวพาไทเข้าไปในสวนเพราะไทปฏิเสธที่จะนั่งคุยที่แคร่เนื่องจากเห็นว่าย่าใบก็อยู่ที่บ้านด้วย  ย่าใบยืนมองตามหลานสาวกับไทไปอย่างกังวล  เมื่อครู่เดินออกมาคุณไทได้ยกมือไหว้สวัสดีทักทายถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันพอประมาณแต่ปฏิเสธเครื่องดื่มและบอกว่าขออนุญาตคุยธุระส่วนตัวกับบัว แต่สีหน้า ท่าทางนั้นดูเคร่งขรึมจริงจัง 

เมื่อพาไทเข้ามาในสวนก็ตรงไปยังใต้ร่มต้นมะม่วงและยืนคุยกันตรงนั้นเพราะพ่อกับแม่อยู่ที่แปลงผักอีกฟากหนึ่งของสวน

              ไท : ถามตรงๆเลยนะครับ ไม่ทราบว่าคุณพ่อของผมท่านคุยอะไรกับคุณไว้เห็นว่าตกลงกัน..คิดว่าเป็นเรื่องของผม                 ประโยคท้ายเสียงต่ำบ่งบอกว่าต้องการคำตอบ

บัวตกใจที่เขาทราบเรื่องแต่ไม่แสดงออกมากนัก เหลือบมองเขาแล้วเหลือบกลับและปฏิเสธ

               บัว : ไม่ได้ตกลงอะไรค่ะ ท่านแค่…..           เหลือบมองไปทางเขาอีกครั้งก็เห็นว่าเขามองเธอเขม็งจริงจัง        “  ชวนดิฉันให้ไปทำงานด้วยและก็………………  “      ไม่อยากจะพูดต่อให้จบเพราะจะให้พูดออกไปตรงๆได้อย่างไร

             ไท : อยากให้เราแต่งงานกัน!          พูดเองเมื่อเห็นว่าบัวกระดากปากที่จะพูด    ” เผื่อจะเป็นไปได้  แต่คุณก็รู้ใช่มั้ยว่ามันเป็นไปไม่ได้เราไม่ได้รู้จักสนิทสนมอะไรกันและพึ่งเจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง ผมไม่เข้าใจว่าคุณไปคุยกับคุณพ่อยังงั้นได้ยังไง?  ”         ทั้งน้ำเสียงและท่าทีกระด้างขึ้นเพราะไม่พอใจ 

              บัว :  ตอนแรกไม่ได้เป็นแบบนั้นค่ะ แล้วก็..ภายหลังท่านบอกว่าเข้าใจผิด ทราบว่าคุณมีแฟนแล้ว เลยขอโทษ “       ประโยคหลังเสียงเบาลง      ”  ไม่มีอะไรหรอกค่ะ แค่เรื่อง…..ที่เป็นไปไม่ได้  ”   

พยายามอธิบายปรกติและพูดตัดบทแล้วทำเฉยกับท่าทีที่ไม่พอใจนั้นของเขา..แน่นอนเขาต้องไม่พอใจอยู่แล้ว      

             ไท : แน่นอนครับ เพราะมันไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น  ผมขอบอกคุณตรงนีี้ด้วยเลยก็แล้วกัน อะไรก็แล้วแต่ที่คุณตกลงกับคุณพ่อของผมขอให้เป็นครั้งนี้แค่ครั้งเดียว  หากมีอะไรที่จะตกลงควรจะตกลงกับผมไม่ใช่คุณพ่อ หวังว่าจะไม่ไปพูดลับหลังกันอีก              พูดออกมาตรงๆไม่อ้อมค้อมเพื่อตำหนิ 

บัวรู้สึกได้ในคำพูดของเขาที่เสียดสีเล็กๆ  ใช่ เรื่องที่เธอตกลงกับคุณลุงทิวเป็นเรื่องของเขาและพูดกันลับหลังเพราะความเป็นห่วงเขาของคุณลุงทิว  แม้จะเข้าใจแต่ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจเขาคงไม่รู้ว่าคุณพ่อของเขาเป็นกังวลขนาดไหน

              บัว : ค่ะ          รับคำสั้นๆห้วนเล็กน้อยแล้วหลือบกลับ พยายามที่จะไม่พูดอะไรมากเพื่อไม่ให้เป็นการต่อปากต่อคำเพราะเห็นว่าเขาไม่พอใจและอยากให้มันจบ 

ไทเห็นท่าทีนั้นก็รู้สึกว่านี่เป็นคนไม่มีมารยาทหรือยังไงเพราะตอนเจอกันครั้งแรกก็เรื่องมารยาทและที่คุยกันตอนนี้ก็เป็นเรื่องที่แอบไปคุยเรื่องของเขากับคุณพ่อทั้งๆที่ไม่ได้สนิทสนมอะไรกัน  ถอนหายใจเสียงดังไม่พอใจกับท่าทีของบัวเมื่อครู่ที่ดูไม่ยี่หระกับเรื่องที่กำลังคุย เพราะสำหรับเขาแล้วมันสำคัญ

            ไท :  ไม่ว่าข้อเสนออะไรก็แล้วแต่ที่คุณตกลงรับ  ไม่ว่าคุณจะทำเพื่ออะไร  คุณไม่มีวันได้มัน      ขึงขังทั้งท่าทางและคำพูด เข้าใจได้ไม่ยากว่าข้อเสนอที่บัวตกลงรับจากคุณพ่อของเขานั้นเป็นอะไร  

บัวซึ่งมองเขาตลอดตั้งแต่ที่พูดก็ยังมองอยู่อย่างนั้นรู้สึกโกรธ  แม้เธอจะเป็นฝ่ายที่กระทำไม่สมควรก็ตามแต่ที่เขาพูดออกมานั้น

             ไท : เข้าใจนะครับ              เสียงเข้มชัดเจน  ถือว่าสรุปเมื่อเห็นว่าบัวไม่พูดอะไรโต้ตอบ  แม้สีหน้าและปฏิกิริยาของเธอจะแสดงออกชัดเจนว่าโกรธ

             บัว : เพราะท่านเป็นห่วงคุณ        ยังพยายามทำเสียงปรกติเพื่อบอกให้เขาทราบในจุดประสงค์ของเรื่องนี้  

            ไท : ครับ ผมทราบ แต่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมไม่เกี่ยวกับคนนอกอย่างคุณ  และผมไม่ได้มีปัญหาอะไร หรือหากจะมีก็ไม่ใช่คุณ..ที่ผมจะเอามาแก้ปัญหา

บัวรู้สึกจุกในคำพูดนั้น รู้สึกว่าความโกรธมันเพิ่มขึ้นทวีคูณ จ้องหน้าเขาก็เห็นว่าเขาจ้องหน้าเธอเขม็งไม่ได้ยิ้มเยาะหรือเย้ยหยันอะไรเพราะคำพูดที่พูดออกมานั้นชัดเจนทุกอย่างว่าดูถูก  ถอนหายใจเสียงดังเช่นกัน

              บัว : เข้าใจค่ะ            ห้วนและชัดเจนเพื่อเป็นการตัดบทจะได้จบ เขาจะได้กลับออกไปซะที

ไทยังมองบัวแม้จะเห็นได้ชัดว่าเธอโกรธแต่ก็สมควรแล้ว  การเจอกันครั้งแรกต่างไม่ประทับใจกันและกันบ้างแต่ก็คิดว่าไม่มีอะไร เธอดูเป็นคนมีความคิดและเป็นตัวของตัวเอง.ไม่คาดคิดว่าจะตอบตกลงเรื่องอะไรทำนองนี้  มองอยู่ครู่หนึ่งก็เดินออกไปจากสวนโดยทันทีไม่มีคำล่ำลาปล่อยบัวให้ได้ระงับอารมณ์โกรธของเธอ  ถึงแม้เธอจะไม่ชอบใจเขาเท่าไหร่นักแต่ก็เห็นว่าครอบครัวของเธอน่ารักดี..คิดว่าไม่น่าจะเป็นแบบนี้  เดินมาถึงประตูรั้วหน้าบ้านก็ชะโงกดูเล็กน้อยว่าจะเห็นย่าใบเพื่อจะได้กล่าวคำลาเมื่อไม่เห็นจึงเดินไปขึ้นรถ  เมื่อเปิดประตูและเข้ามานั่งในรถแล้วไทก็มองไปที่ทางเดินไปสวนที่เขาพึ่งเดินออกมาเมื่อครู่  ถอนหายใจเสียงดังอีกครั้งกับความปั่นป่วนในอารมณ์โกรธเคืองกันกับบัวก่อนสตาร์ทรถแล้วขับออกไป

ได้ยินเสียงรถยนต์ของไทแล่นออกไปได้สักพักบัวจึงเดินออกมาจากสวนและเมื่อมาถึงบ้านก็เห็นว่าย่านั่งอยู่ที่แคร่และเหมือนกับว่าชะเง้อรอเธออยู่อมยิ้มเล็กน้อยเพื่อพยายามทำตัวให้ดูว่าปรกติ   ย่าใบอมยิ้มถามด้วยความเป็นห่วงว่ามีอะไรหรือเปล่าแต่บัวตอบปฏิเสธและบอกย่าว่าคุณไทมาทำงานที่เขาใหญ่เลยแวะมาเยี่ยม  

             ย่าใบ : เหรอ?  ย่านึกว่าอยากจะได้ผลไม้ แล้วได้เก็บอะไรให้บ้างมั้ย? ไม่เห็นเข้ามาเอาถุงหรืออะไรไปใส่ให้เลย

              บัว :  ไม่จ้ะ  บัวดูแล้วยังไม่มีอะไรพอที่จะเก็บให้ได้..เลยไม่เก็บให้        อมยิ้ม    ” บอกเขาว่าเอาไว้ครั้งหน้าให้แวะมาอีกจ๊ะ ” 

ย่าใบทำหน้างงๆแต่ก็พยักหน้าบัวขอตัวกลับขึ้นไปบนห้องทันที  ย่าใบยืนมองตามหลานสาวอย่างอย่างสงสัยสีหน้าของบัวดูขึงขังต่างจากปรกติแม้จะพยายามพูดคุยปรกติแต่ดูแล้วไม่เป็นเช่นนั้น  เมื่อครู่ได้ยินเสียงรถยนต์ของคุณไทก็รีบออกมาแต่ไม่ทัน หากแวะมาเยี่ยมทำไมถึงได้รีบกลับยังไม่ได้คุยอะไรกันเลยตั้งแต่มาถึงก็บอกว่ามีธุระคุยกับบัว  ครั้งก่อนเป็นคุณทิวที่มาครั้งนี้เป็นคุณไทมา..ทั้งสามคนมีเรื่องอะไรกัน?แค่เรื่องชวนไปทำงานด้วยนั้นคงไม่ทำหน้าเคร่งขรึมกันขนาดนี้..ย่าใบคิดในใจ 

                                                 // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //                  

              เมื่อกลับมาถึงบ้านไทก็ขอตัวขึ้นห้องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วพักผ่อนเลยทันที ตั้งแต่ออกจากบ้านของบัวเขาก็รู้สึกว่ามีอารมณ์ขุ่นเคืองมาตลอดทาง  ชั่งใจว่าจะถามคุณพ่อตรงๆดีไหมแต่ก็คิดว่าช่างเถอะมันจบแล้วอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับตัวเขาที่คุณพ่อกับบัวคุยกัน.วันนี้คุยแล้วถือว่าจบไป

สุรีพรมองตามหลังลูกชายคนเล็กที่เดินขึ้นบันไดไปคิดว่าท่าทางจะเหนื่อยเลยไม่เซ้าซี้จึงเดินกลับเข้ามาที่ห้องนั่งพักผ่อนซึ่งสามีกับลูกชายคนโตและลูกสะใภ้กำลังนั่งสนทนากันพร้อมกับดูรายการทีวี

                แทน : ไทขึ้นห้องไปแล้วเหรอครับ?           ถามเมื่อเห็นคุณแม่เดินเข้ามา

               สุรีพร : จ้ะ  ท่าทางจะเหนื่อย ถามว่าจะรับอะไรมั้ยก็บอกว่าไม่เอา  บอกว่าทานแล้วแวะย่านชานเมืองเลี้ยงข้าวพนักงานที่ไปด้วยกัน “

               ทองทิว : อื้ม..คงจะเหนื่อยมากแหล่ะเดินทางไกลด้วย          พูดพร้อมกับพยักหน้าด้วยอย่างเข้าใจ      ” ให้ลูกพักผ่อนเถอะ ”        พูดยิ้มๆกับภรรยา 

               แทน : ผมก็บอกนะฮะว่าให้สารัตน์ขับรถให้ก็ได้ แต่บอกว่าไม่เป็นไร  เดินทางไกลและยังทำงานกลางแจ้งอีกก็ต้องเพลียเป็นธรรมดา                  พูดเหมือนจะตำหนิน้องชาย

               นิ : คุณเองก็บ่อยไปอยากจะขับรถทางไกลเอง ไทก็คงจะคิดเหมือนกันนั่นล่ะค่ะ    ยิ้ม มองหน้าสามี     “ ไทเขาดูแลตัวเองได้ค่าา. “       พูดกึ่งๆแซวเล็กน้อยเห็นว่าจริงจังเรื่องน้องชาย   ยิ้ม

แทนหันไปทำเป็นเหลือบภรรยาแบบค้อนๆที่แซวเหมือนจะแขวะเขาซะงั้นแต่ก็ยอมรับในใจว่า ใช่.ตัวเขาเองก็เป็นอย่างนั้น

             แทน :  ถึงจะดูแลตัวเองได้แต่ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้นี่ครับ หืม.น้องชายผมทั้งคน              

             สุรีพร : พอๆกันนั่นแหล่ะจ้ะ…ทั้งคู่                         พูดเสร็จก็อมยิ้่มมองที่ลูกชาย 

             นิ  : เห็นมั้ยคะคุณแม่ยังเห็นด้วยเลย..จะตำหนิแต่ไทคนเดียวได้ยังไง…         

แทนทำหน้าเหลอที่โดนภรรยาแกล้งพูดเย้าแหย่อีกแถมดูท่าว่าจะมีคุณแม่เป็นกองหนุนจึงทำเป็นเงียบไม่ตอบโต้แสร้งทำเป็นค้อนภรรยาอีกนิยะดาขำกับท่าทางของสามี   ทองทิวกับสุรีพรยิ้มแล้วมองหน้ากันเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้ยินเรื่องที่น่าพอใจของไทและปีหน้าคู่นี้ก็จะมีหลานให้พวกเขาอุ้ม  ครอบครัวกำลังจะสมบูรณ์แบบหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยแต่เรื่องงานกันมานาน ตอนนี้.ครอบครัวกำลังจะมีแต่เรื่องน่ายินดีให้ได้ปลื้มใจ

              แทน : นี่ลืมถามนะฮะ ว่าแวะไปที่พิมายหรือเปล่า?

             สุรีพร : ไม่แวะจ้ะ แม่เลยไม่ซื้อของฝากให้หนูบัวกับครอบครัว              ตอบคำถามลูกชายทันที

            นิ : หืม.ถ้าแวะก็คงจะเหนื่อยมากเลยล่ะค่ะไกลเหมือนกันนะคะ นี่หากว่าแวะและเข้าไปเก็บผลไม้ในสวนอีก..ไทงอมแน่ๆเลย             พูดติดตลกแล้วขำ สุรีพรกับแทนไทหัวเราะขำ

ทองทิวก็ขำเช่นกันแต่ครู่หนึ่่งก็หุบยิ้มลง  ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ยังไม่ได้โทรหาหนูบัวอีกยังรู้สึกเกรงใจคิดว่าเอาไว้อีกสักสองสามวันค่อยโทร  แทนถามคุณพ่อว่ามีอะไรหรือเปล่าเมื่อเห็นว่าท่านทำหน้านิ่งเหมือนกำลังคิดทองทิวอมยิ้มเล็กน้อยแล้วส่ายศรีษะและบอกว่าไม่มีอะไรแต่นั่งคุยกับทุกคนได้อีกครู่หนึ่งก็ขอตัวกลับขึ้นไปบนห้อง 

                                                // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

             บัวนั่งที่โต๊ะทำงานในห้องนอนเพื่อจะเขียนงานของตัวเองให้เสร็จแต่ยังไม่ได้ลงมือเพราะมัวแต่นั่งคิดเรื่องเมื่อตอนบ่ายและวันที่คุณลุงทิวมาหา  เวลาอาหารเย็นตอนหัวค่ำพ่อกับแม่ก็ถามเรื่องคุณไทบัวได้แต่ตอบปฏิเสธไปอีกเช่นเคยว่าไม่มีอะไร  แม้ดูเหมือนว่าแม่จะไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่นักและถามจริงจังมากกว่าครั้งไหนบัวได้แต่ยืนกรานปฏิเสธไปว่าไม่มีอะไรจริงๆ…คงตอบปฏิเสธพ่อกับแม่และย่าแบบนี้ไปเรื่อยๆ.สักพักเดี๋ยวคงจะผ่านไปเอง  

กำลังนั่งคิดแบบเครียดๆก็สะดุ้งเพราะโทรศัพท์มีสายเรียกเข้า  บัวส่ายศีรษะไปมาสองสามครั้งเพื่อพยายามสลัดเรื่องที่กำลังคิดให้ออกไปจากความคิด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วรับสายเลยทันทีเพราะปอโทรมา   

             ปอ :  ว่าจะแชทแต่เกรงว่าจะเข้านอนแล้วเดี๋ยวไม่ได้อ่านข้อความเลยโทรมาดีกว่าปอจะได้บอกเพื่อนคืนนี้เรื่องแลกวันหยุด          ยิ้ม      ” ตกลงว่าวันอังคารหน้าใช่มั้ย?  ”      เกรงใจเล็กน้อยโทรไปถามบัวเรื่องวันและเวลาอีกครั้งบัวจะเข้ากรุงเทพฯสัปดาห์หน้านี้จะได้ไปรับให้ตรงเวลา

บัวยิ้มแล้วตอบคำถามเพื่อนว่าใช่และบอกเวลาว่าสองทุ่ม ปอทำเสียงสดใสตอบรับแต่บีบเสียงเล็กน้อยและลากเสียงยาวว่าโอเค..บัวหัวเราะขำกับความพยายามเล่นคำและน้ำเสียงในคำพูดของเพื่อน  ความร่าเริงของปอพลอยทำให้รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นตามไปด้วย  ปอยังชวนคุยเรื่องแผนเที่ยวแต่คุยไปคุยมาก็ยังไม่ได้ข้อสรุปปอเลยบอกว่าจะเป็นคนจัดแผนเอง บัวอมยิ้มบอกว่าแล้วแต่

              ปอ : โอเคจ้ะ เจอกันวันอังคาร อย่าลืมของฝากด้วยนะ ของแถมด้วย                    ยิ้ม 

บัวทำหน้าฉงนว่าของแถมอะไรแต่ไม่ทันไรเสียงปอที่ปลายสายก็บอกมาว่าปลาส้มพูดเสร็จก็หัวเราะบัวหัวเราะขำอีก  เมื่อวางสายก็นั่งอมยิ้มกับความขี้เล่นของเพื่อน.พอจะทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง  วันอังคารหน้า นี้มีนัดส่งงานต้องเข้ากรุงเทพฯคิดว่าครั้งนี้คงจะไม่แวะที่บ้านคุณลุงทิว..เหตุแห่งเรื่องราวก็เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา..เฮ้อ.ถอนหายใจ  แต่ครู่หนึ่งก็ถอนหายใจแรงๆอีก เรื่องที่คิดและคิดวนมาตั้งแต่ตอนบ่ายที่ไม่มีทีท่าว่าจะสลัดออกไปได้และยังอยู่ในความคิด ณ ขณะนี้.. เรื่องวันนี้อาจทำให้มองหน้ากันไม่ติดแต่ก็คิดว่าช่างเุถอะมันเป็นเรื่องส่วนตัวของเขาอย่างที่คุณไทบอกและเมื่อถึงเวลาพวกเขาก็จะแก้ปัญหาของเขาได้เองอย่างที่พ่อพูด  ถอนหายใจอีกครั้งแล้วส่ายศีรษะพยายามที่จะไม่คิดและสลัดเรื่องของไทให้ออกไปจากความคิด มองไปที่โน๊ตบุุ๊คเพื่ออ่านทบทวนสิ่งที่ตัวเองเขียนแล้วเขียนต่อตั้งหน้าทำงานของตัวเองให้เสร็จเรื่องวันนี้จบแล้ว.เคลียร์แล้ว.กับคนต้นเหตุของเรื่อง..คุณไท 

                                                 // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //       

              สุรีพรเดินออกมารอรับสามีที่หน้าบ้านเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์ของเขาแล่นเข้ามาจอด  เขาโทรมาบอกว่าไปพบลูกค้าและจะเข้าบ้านเลยทันทีวันนี้กลับบ้านเร็วกว่าปรกติ  แต่คุยกับภรรยาได้สองสามประโยคทองทิวก็ขอตัวขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและบอกว่าเดี๋ยวลงมาคุยด้วย  สุรีพรยิ้มและพยักหน้าเมื่อสามีเดินขึ้นไปบนบ้านจึงเข้าไปในครัวเพื่อบอกให้แหน๋นเตรียมเครื่องดื่มสมุนไพรเย็นๆไว้รอ 

                แหน๋น  :  สักครู่นะคะคุณผู้หญิิงเดี๋ยวแหน๋นเอาเข้าไปเสริฟ์ให้ค่ะ        บอกคุณผู้หญิงอย่างอย่างอารมณ์ดีและกระตือรือล้นขณะกำลังเตรียมแก้วสำหรับใส่เครื่องดื่มแล้วคุณผู้หญิงเดินเข้ามาพอดี       ”  ของว่างด้วยไหมคะ?  ”     สุรีพรทำหน้าคิดแหน๋นเลยพูดเสริมแต่ไม่ค่อยแน่ใจ       ”  เผื่อคุณผู้ชายอยากจะรับน่ะค่ะ เห็นว่ากลับมาแล้วดูท่าทางเหนื่อยๆ  ” 

                สุรีพร : ไม่ดีกว่าจ้ะ ขนมหวานๆๆ คงไม่รับ เดี๋ยวไม่กี่ชั่วโมงก็จะทานอาหารเย็นกันละ แค่น้ำสมุนไพรก็พอ          ปฏิเสธเพราะรู้ว่าสามีไม่รับประทานขนมหวานตอนบ่ายแก่ๆ 

แหน๋นยิ้มรับคำสั้นๆว่าค่ะแต่เห็นว่าคุณผู้หญิงยังไม่เดินออกไปจึงหันไปหยิบเอาถาดรองแก้วพร้อมกับชวนคุณผู้หญิงคุยไปด้วยว่าเสียดายที่เมื่อวานคุณไทไม่ได้แวะไปที่พิมายบ้านคุณบัวไม่งั้นอาจจะได้รับประทานผลไม้อร่อยๆ  แต่ครู่หนึ่งก็บอกว่าไม่แน่ว่าคุณบัวอาจจะเอามาฝากด้วยตัวเองเห็นบอกว่าจะมาที่กรุงเทพฯ    สุรีพรทำหน้าฉงนถามแหน๋นว่ารู้ได้อย่างไร 

               แหน๋น :  พี่สารัตน์บอกค่ะ พี่สารัตน์มีเบอร์คุณบัวตั้งแต่ที่ไปบ้านคุณบัวครั้งโน้นละค่ะ  เมื่อวานก็พึ่งแชทไปแซวคุณบัวว่าไม่ได้กินผลไม้จากสวน  เลยทราบว่าคุณบัวจะเข้ากรุงเทพฯค่ะ    สุรีพรขมวดคิ้วเล็กน้อยครู่หนึ่งก็พยักหน้าเข้าใจแล้วเดินออกไป  

สุรีพรเดินมานั่งรอสามีที่ห้องนั่งเล่นผ่านไปสักพักทองทิวก็เดินเข้ามาแล้วนั่งลงข้างๆภรรยาพร้อมกับอมยิ้มอย่างผ่อนคลาย  สุรีพรยิ้มแล้วถามสามีเรื่องงานด้วยความใส่ใจปรกติทองทิวบอกว่าวันนี้ไม่ค่อยมีอะไรซึ่งสุรีพรก็เห็นว่าคงเป็นอย่างนั้นเพราะสอดคล้องกับสีหน้าท่าทางของเขาที่ดูผ่อนคลายสบายอารมณ์  ทองทิวยิื้มแล้วหันไปหยิบเอาหนังสือขึ้นมาอ่าน  นั่งมองสามีอยู่ครู่หนึ่งอย่างชั่งใจอยากจะถามแล้วก็ถาม…เรื่องบัว ทองทิวทำหน้าขรึมลงเมื่อทราบว่าบัวจะมาที่กรุงเทพฯและเขาไม่รู้เรื่องนั้น  ตั้งใจเอาไว้ว่าอีกสักสองสามวันค่อยโทรหาเพราะเขายังรู้สึกกระดากใจอยู่  ทำหน้าคิดย่างไม่สบายใจครู่หนึ่งก็ถอนหายใจเบาๆ  

               ทองทิว :  ผมยังไม่ได้คุยกับหนูบัว ว่าเอาไว้อีกสักสองสามวันค่อยโทรหา          บอกภรรยา    

               สุรีพร  :   คิดว่าหนูบัวจะแวะมามั้ยคะ?       

ทองทิวยังทำหน้าขรึมพร้อมกับคิด.เขาเองก็ไม่แน่ใจ ทุกครั้งที่ผ่านมาจะเป็นฝายโทรหาหนูบัวตลอดเมื่อทราบว่าเธอจะเข้ามาทำธุระที่กรุงเทพฯและชวนเธอให้แวะมาที่บ้าน  

               ทองทิว : เอ่อ.ไม่รู้สิ หากงานยุ่งหนูบัวคงไม่แวะหรอก         พูดยิ้มๆเหมือนแก้เก้อ    ” แต่ยังไงผมก็จะโทรหาหนูบัวเอง  ”          พูดพร้อมกับพยักหน้าเพื่อให้เธอสบายใจ 

สุรีพรอมยิ้มรับทราบที่สามีบอก แต่ครู่หนึ่งก็ทำหน้าคิดชั่งใจอยากจะถามอีกหนึ่งคำถาม  ถอนหายใจเบาๆแล้วถาม

                สุรีพร : ถามได้มั้ยคะ?….                      น้ำเสียงอ่อนโยนแต่จริงจัง 

ทองทิวหันไปเพราะรู้สึกได้ในท่าทีและน้ำเสียงนั้นของภรรยา     

               สุรีพร :   คุณไม่เชื่อมั่นในตัวลูกใช่มั้ย?  “

อึ้งไปเล็กน้อยกับคำถามนั้นของภรรยา มองอยู่ครู่หนึ่งก็ตอบ

                ทองทิว :  เปล่า            น้ำเสียงเบาแต่ชัดเจน ถอนหายใจยาวอย่างอึดอัดใจพูดพลางทำหน้าคิด       ” มันมีหลายอย่างมาประจวบเหมาะกันผมเลย..คาดหวังว่าอย่างนั้น  เห็นว่าตาไทเองก็ไม่ได้มีใครมานาน..หรืออาจจะมีแต่เราไม่รู้.. หรือว่าไม่่มีจริงๆ  พอมีหนูบัวเข้ามาผมก็เลย…คาดหวัง  ”      อมยิ้มเล็กน้อยแล้วหันไปทางภรรยา    ” ก็ไม่เสียหลายหรอก ”       เมื่อเห็นว่าเธอยังนิ่งฟังและดูไม่สบายใจจึงพูดต่อ      ”  ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบใจเรื่่องนี้เท่าไหร่นัก แต่อย่างที่ผมบอก ว่าผมมองทางนี้แค่ทางเดียว แต่ถ้าไม่ ก็ไม่เป็นไร  ”         อมยิ้ม        ” ตอนนี้ก็รู้แล้ว  ”  

                สุรีพร : คิดว่าหนูบัวอาจจะอึดอัด แล้วจะมองหน้ากันไม่ติด เราเองก็เคยไปที่บ้านของหนูบัว ฉัน….รู้สึกกระดากใจ                 น้ำเสียงและท่าทีไม่สบายใจ            

                ทองทิว : ใช่ ตั้งแต่ครั้งนั้นที่ผมบอกคุณแล้ว..ว่าอึดอัด อึดอัดใจ.แต่อย่างที่บอก….ว่าผมไม่มองไปทางอื่น 

สุรีพรมองหน้าสามีที่พูดกับเธอด้วยท่าทีจริงจังซึ่งก็ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาบอกเธอเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว  และตอนนี้เรื่องที่คาดหวังกลับไม่เป็นอย่างที่คิด.เกรงแต่จะทำให้มองหน้ากันไม่ติดกับหนูบัว  ถอนหายใจทองทิวก็ถอนหายใจเช่นกันมองหน้าภรรยาอยู่ครู่หนึ่งก็หันกลับ  วันที่เขาโทรไปบอกหนูบัวเรื่่่องไทว่ากำลังมีคนที่คบหาดูใจด้วยนั้นหนูบัวแสดงความยินดีและพูดคุยกับเขาด้วยความเข้าใจและเขายังได้ขอโทษเธอไปหลายครั้ง  แต่ครู่หนึ่งก็คิดว่าไม่ได้เห็นสีหน้าท่าทางของเธอเพราะไม่ได้ไปคุยด้วยตัวเองบางทีเธออาจจะอึดอัดใจ  แน่นอน.อึดอัดใจและแบ่งรับแบ่งสู้เพื่อถนอมน้ำใจของเขามาตั้งแต่แรกที่ไปคุยด้วยแล้ว   

               ทองทิว : เดี๋ยวผมคุยกับหนูบัวเอง                 หันไปบอกภรรยา ….

                                                // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

               ย่าใบ :  ครั้งนี้จะเอาผลไม้ไปด้วยไหมแม่บัว?               ถามหลานสาวขณะกำลังช่วยกันเด็ดก้านผักอยู่ที่แคร่

บัวชะงักเล็กน้อยแล้วบอกย่าว่าครั้งนี้อาจจะไม่ได้แวะที่บ้านคุณลุงทิวเพราะต้องเคลียร์งาน  บอกย่าไปอย่างนั้นแต่จริงๆแล้วตั้งใจที่จะไม่แวะ  

               ย่าใบ :  อืม.ก็เห็นว่าไปทีไรก็เอาไปฝาก หากไปตัวเปล่าก็เกรงใจ พวกเขาก็มีของฝากมาให้เราหลายครั้ง        ก้มหน้าก้มตาพูดๆเสร็จก็หยุดแล้วเงยหน้าขึ้นไปมองบัว      ” แล้วครั้งนี้ทำไมถึงไม่อยากเอาไปฝากล่ะ?  ” 

               บัว : ไม่เป็นไรหรอกจ้ะคุณลุงทิวกับครอบครัวไม่ใช่คนคิดมาก เข้าใจว่าบัวไปทำงาน       ยิ้ม     ” เอาไว้ครั้งหน้าแล้วกัน ครั้งนี้บัวยุ่งมากต้องเคลียร์งานอีกหลายอย่างไม่มีเวลาพอที่จะแวะจริงๆจ้ะ  ”   อมยิ้มเล็กน้อยพูดตัดบทไปแต่เข้าใจว่าย่าก็ร่ำรี้ร่ำไรตามประสาคนแก่ขี้เกรงใจ 

ย่าใบมองหลานสาวที่กำลังเด็ดก้านผักอย่างพิเคราะห์ ความสดใสและท่าทางขี้เล่นของบัวลดลงสีหน้าท่าทางดูขึงขังจริงจังตั้งแต่วันนั้น  เรื่องที่ถามแล้วบอกว่าไม่มีอะไร..บางทีอาจแค่.เพราะความเกรงใจที่มีต่อครอบครัวของคุณทิวก็เป็นได้   

            ย่าใบ : อื้ม ครั้งหน้าก็ครั้งหน้า  นี่ก็ไม่รู้ว่ามีพอที่จะเอาไปขายที่งานเกษตรมั้ย?  จะโตทันหรือเปล่า?… ไม่แน่!อาจได้ขายแต่ผัก            ประโยคหลังพูดเสียงต่ำเน้นน้ำสียงเชิงล้อเลียนเพื่อกระตุ้นอารมณ์ของหลานสาวเล็กน้อยเพื่อให้รู้สึกดีขึ้น

แต่ก็ได้ผลเมื่อบัวเงยหน้าขึ้นมายิ้มแล้วตอบย่าว่าคิดอย่างนั้นเหมือนกันพร้อมกับพูดเรื่องแผงที่เจษดูไว้ให้และผลไม้ในสวนที่บัวบอกว่าไปเดินสำรวจมา  ย่าใบหัวเราะขำกับคำว่าเดินสำรวจของหลานสาวแล้วบอกว่าสวนผลไม้เล็กๆไม่ต้องถึงขนาดว่าเดินสำรวจหรอก  บัวหัวเราะขำเช่นกันเพราะตั้งใจพูดเพื่อให้ฟังดูว่าเยอะ   ย่าใบอมยิ้มที่ความร่าเริงของหลานสาวเริ่มกลับมาหลังจากเมื่อหลายวันก่อนทำหน้าขรึมพลอยทำให้เครียดไปด้วยเลยถือโอกาสชวนคุยและเล่าเรื่องไปขายผักเมื่อปีก่อนให้ฟังอีก

               บัว : หืม..ฟังจนเบื่อแล้วจ้ะย่า เล่าให้ฟังตั้งแต่วันโน้นละ ที่ไปขายน่ะ ก็ยังจะเล่าอีก ไม่เอา!ไม่ฟัง!          พูดพร้อมกับทำปากยู่ๆทำหน้าหยีๆไปด้วยเพื่อทำเป็นว่าไม่อยากฟังแต่ก็เพื่อแกล้งย่า จริงๆก็ฟังทุกครั้งเพราะย่าอยากเล่าและบัวรู้สึกได้ว่าย่ามีความสุข  จะเป็นเรื่องที่เล่าหรือเรื่องที่คุยบัวก็      พยายามที่จะฟังและคุยเป็นเพื่อนย่า..วันนี้บัวอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปไหนอยู่กับพ่อกับแม่และย่า..อยู่ที่บ้าน

                                             // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

           สายๆไทเดินออกมาจากห้องประชุมแล้วเข้าไปในห้องทำงานเพื่อจะทำงานต่อหลังจากประชุมกับวิศวกรเรื่องงานที่เขาใหญ่เสร็จ  คุณพ่อกับพี่แทนไม่ได้เข้าประชุมด้วยเนื่องจากโปรเจคงานอยู่ในขอบเขตที่เขาบริหารและตัดสินใจได้และการประชุมวันนี้ใช้เวลาไม่นานและเป็นการประชุมเฉพาะทีม  ทำงานได้ครู่หนึ่งก็ออกไปข้างนอกเพื่อทำธุระส่วนตัวและอาจจะแวะทานอาหารเที่ยงก่อนกลับเข้ามาทำงานต่ออีกในตอนบ่าย  ทำหน้าฉงนเล็กน้อยขณะกำลังหาที่จอดรถในห้างสรรพสินค้าแล้วเห็นผู้หญิงที่กำลังเดินไปยังบริเวณประตูทางเข้าห้าง  ซึ่งจากการแต่งตัวของเธอดูก็รู้ว่าเป็นพนักงานธนาคารและเขาคุ้นหน้าเธอ  แต่ไทก็ไม่ได้ใส่ใจมากนักเพราะเธอเป็นพนักงานธนาคารซึ่งเขาเคยไปใช้บริการเลยอาจจะรู้สึกว่าคุ้นหน้าก็เป็นไปได้

เดินไปจนจะถึงประตูทางเข้าห้างปอก็หันหลังกลับแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปที่รถเพราะรีบจึงลืมของไว้แล้วก็เจอเข้ากับไทที่จอดรถเสร็จและกำลังจะเดินสวนมาพอดี  ปอยิ้มเพราะจำได้ว่าเขาคือคุณไทคนที่เคยเจอที่บ้านของบัวแต่ไทหน้าเหลอปนงงมั่นใจว่าเธอยิ้มให้เขาแต่คิดว่าไม่รู้จัก  เมื่อเข้าไปใกล้ปอจึงหยุดแล้วยกมือไหว้สวัสดีทักทาย

              ปอ :  สวัสดีค่ะ  ปอค่ะ เพื่อนบัว              ยิ้ม ทักทายเพราะเป็นคนอัธยาศัยดีและจำคนที่กำลังสนทนาด้วยนั้นได้   ไทยกมือรับไหว้พร้อมกับทำหน้าเหวอเมื่อเธอแนะนำตัวว่าเป็นเพื่อนบัวและใช่.เขาจำเธอได้แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรปอก็พูดต่อเมื่อเห็นว่าไททำหน้าเหวอๆ    ”  เคยเจอคุณไทที่บ้านของ บัวครั้่งก่อนค่ะ ไม่ทราบว่าจำได้มั้่ยคะ?   “

            ไท :  ครับ กำลังนึกอยู่ว่าเคยเจอกันที่ไหน         ย้ิ้ม     ”  จำได้ครับ  ทำงานที่นี่เหรอครับ? “

            ปอ : ค่ะ ทำมาได้สักพักแล้วค่ะ แต่!..ลืมของค่ะ!เลยรีบ!  เอ่อ..ปอขอตัวไปเอาของที่รถนะคะเดี๋ยวจะเข้างานไม่ทัน           เก้ๆกังๆทั้งดูโก๊ะๆบ้างเพราะรีบจริงๆวันนี้สาย  

ไทหัวเราะขำรับคำว่าครับปอพยักหน้าแล้วรีบวิ่งไปที่รถ  แต่ไทก็ยังยืนอยู่ตรงนั้นและมองตามปอจนกระทั่งเธอไปถึงรถและทำธุระเสร็จแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับมาทางเขา  ปอฉงนเล็กน้อยที่คุณไทยังยืนอยู่ตรงนั้นและเหมือนกับว่ากำลังรอเธอแต่ไม่ใช่รอแบบคนรักที่รอกันหรือเพื่อนที่รู้จักกัน  รู้สึกได้ว่าเป็น การเอาใจใส่..หรือเป็นเพราะเขาเห็นว่าเธอเป็นเพื่อนบัว?และเป็นผู้หญิงเลยยืนรอ.. แต่.ไม่ว่าจะเป็นเพราะอะไรก็แล้วแต่..เขาเป็นสุภาพบุรุษ..ปอคิดในใจพลางยิ้ม

             ไท :  เชิญครับ!           พูดยิ้มๆปนขำพร้อมกับผายมือให้ทันทีที่ปอมาถึงเขาเพราะเห็นว่าเธอรีบ

             ปอ :  ขอบคุณค่ะ เอาไว้โอกาสหน้าหากเจอค่อยคุยกันอีกนะคะ วันนี้ปอขอตัวค่ะเข้างานสาย     พูดยิ้มๆพร้อมกับทำหน้าหยีๆไปด้วยกับความโก๊ะของตัวเอง

ไทตอบรับว่าครับพร้อมกับยิ้ม  ปอพยักหน้าให้เขาอีกครั้งแล้วขอตัวเข้าไปทำงานพลางคิดว่าเขาดูแตกต่างจากครั้งก่อนที่เจอกันที่บ้านของบัว  ไทยืนอมยิ้มอยู่ครู่หนึ่งมองจนกระทั่งปอเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในห้างจึงเดินตามเข้าไป 

ห้างพึ่งถึงเวลาเปิดและเขากะว่ามาเวลานี้พอดีเพราะนัดกับมาร์คไว้เพื่อมาดูนาฬิกามาร์คอยากให้ช่วยเลือก ใช้เวลาราวชั่วโมงครึ่งก็ต่างคนต่างแยกย้ายเพราะต้องกลับไปทำงาน  เลือกของไม่ยากเพราะมาร์คดูไว้อยู่แล้วแค่อยากให้ช่วยตัดสินใจ  แต่รูปลักษณ์และราคาของนาฬิกาที่ซื้อนั้นทำให้อดสงสัยเล็กน้อยไม่ได้ว่าซื้อให้ใคร  แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ถามหากถึงเวลาที่มาร์คจะมีใครพิเศษหรือมีความรักอีกครั้ง.เขาก็ยินดีกับเพื่อน

                                      // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //       

           เซ็นเอกสารบนโต๊ะเสร็จทองทิวก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรหาบัว นิ่งไปครู่อย่างลังเลใจซึ่งที่จริงก็เพื่อพยายามรวบรวมความรู้สึกให้กลับมาปรกติและพยายามสลัดความรู้สึกอึดอัดใจนั้นทิ้งไป  หากจะบอกว่าพึ่งรู้สึกคงไม่ใช่.นั่น.ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาแบกหน้าไปหาหนูบัวที่บ้านแล้ว 

             ทองทิว : หนูบัวยุ่งอยู่มั้ยลูก?                 ถามเสียงอ่อนโยนปรกติ ยิ้ม

             บัว :  ไม่ค่ะ บัวพึ่งช่วยงานย่าเสร็จเมื่อครู่           ยิ้ม      ”  คุณลุงสบายดีนะคะ ”         ถาม เพราะตั้งแต่ครั้งก่อนที่คุณลุงทิวโทรหาก็ไม่ได้คุยกันอีก คิดว่าตอนนี้คงจะสบายใจขึ้น

ทองทิวยิ้มและรู้สึกสบายใจเมื่อได้ยินเสียงของบัวและคำทักทายปรกติอย่างที่เคยเป็นแล้วบอกว่าสบายดี

              ทองทิว :  โทษทีนะตั้งแต่ครั้งก่อนลุงก็ไม่ได้โทรมา รบกวนหนูบัวหลายครั้งเลยเกรงใจ พลอยทำให้ไม่สบายใจไปด้วย 

บัวนิ่งไปเล็กน้อย..เรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจนั้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานี่เองและคิดว่า..คุณลุงทิวคงไม่รู้

             บัว : ไม่หรอกค่ะบัวไม่ได้คิดอะไรมากและดีใจที่เป็นอย่างนั้นค่ะ คุณลุงจะได้สบายใจ        ยิ้ม    ” ไม่ต้องคิดมากนะคะ หากทุกอย่างโอเคดี..บัวก็ยินดีด้วยค่ะ  ”           พูดไปเพื่อปลอบใจเพราะคำพูดที่ดูเหมือนยังกังวลคงจะกังวลเรื่องความรู้สึกของเธอ 

ทองทิวรู้สึกโล่งใจมากขึ้นกล่าวขอบใจบัวอีกครั้ง เขาเอ็นดูเธอและดีใจที่ได้รู้จักกับครอบครัวของเธออยากให้ความรู้สึกในความสัมพันธ์ไม่มีอะไรเคลือบแคลงหรือตะขิดตะขวงใจซึ่งมันกำลังเป็นไปได้ดีตั้งแต่แรก.ยกเว้นตั้งแต่มีเรื่องของไท ถึงแม้จะเป็นเขาที่เลือกวิธีนั้นที่เสนอแต่ก็เพราะคาดหวัง..คาดหวังว่าเธอจะเป็นสะใภ้  แต่ตอนนี้ที่คาดหวัง.คาดหวังแค่.ว่าเธอจะไม่ถือสาและปล่อยผ่านเรื่องนี้ให้มันผ่านไป 

               ทองทิว :   พ่อกับแม่กับย่าสบายดีนะ?  ลุงว่าเอาไว้ว่างๆจะไปเยี่ยมให้งานซาลงกว่านี้ก่อน 

ถามถึงย่าใบกับพ่อและแม่ของเธอ คิดว่าเรื่องของไทผ่านมาแล้วไม่อยากเอามาพูดเพื่อทำให้รู้สึกอึดอัดใจกันอีก  บัวยิ้มบอกว่าครอบครัวของเธอสบายดีและยังเล่าเรื่องที่จะเอาผักและผลไม้ไปขายที่งานเกษตรแฟร์เดือนหน้านี้ให้ฟังด้วยแต่แอบบ่นเล็กน้อยว่าผลไม้อาจจะโตไม่ทันหรือสุกไม่ทันเอาไปขาย  ทองทิวหัวเราะแล้วบอกว่าอาจเป็นเพราะเอาผลไม้ไปฝากที่บ้านเขาบ่อยๆเป็นแน่ บัวหัวเราะเห็นคล้อยตามและบอกว่าอาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้  ทองทิวยิ้มครู่หนึ่งก็ได้โอกาสถามบัวเรื่องที่เธอจะเข้ามากรุงเทพฯและเชิญเธอให้แวะที่บ้านเขาเพื่อรับประทานอาหารด้วยกัน  บัวยิ้มกล่าวขอบคุณคุณลุงทิวแต่ตอบปฏิเสธแล้วบอกว่าขอเป็นโอกาสหน้า 

              บัว : บัวขอบคุณคุณลุงกับคุณป้ามากนะคะแต่ครั้งนี้บัวมีงานต้องทำหลายอย่าง  ไว้เป็นโอกาสหน้า.บัวจะแวะไปเยี่ยมค่ะ       

ทองทิวย้ิ้มรับทราบที่บัวบอกอย่างเข้าใจเมื่อเธอบอกว่ามีงานก็ไม่อยากเซ้าซี้คุยต่ออยู่ครู่หนึ่งก็วางสายให้บัวได้ทำงานของเธอ  เรื่องที่คุยกันนั้นผ่านไปแล้วก็ผ่านไปแรกๆอาจจะต่างฝ่ายต่างยังรู้สึกกระดากใจอยู่บ้างแต่เดี๋ยวก็จะดีขึ้นเอง   เอื้อมมือไปหยิบเอาแฟ้มเอกสารอีกสองแฟ้มที่่เหลือมาเปิดเพื่อเซ็นให้เสร็จบ่ายนี้เขายังต้องประชุมกับซัพพลายเออร์เรื่องแพคเกจจิ้งที่ได้ติงไปเมื่อครั้งก่อนซึ่งแทนก็จัดการได้ดี…เขาเชื่อมั่นในตัวลูกเสมอ   ทองทิวตอบคำถามนั้นในใจเมื่อนึกย้อนไปถึงภรรยาที่ถามคำถามนี้กับเขาเมื่อวันก่อน 

                                          // ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ ℘ //

    

 

ข้อความนี้ถูกเขียนใน นิยาย คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

Time limit is exhausted. Please reload the CAPTCHA.